จักรพรรดิ์มารมนตราบรรพกาล

    ตอนที่ 5

    ระหว่างที่โนอาร์กับพอลกำลังเดินไปเพื่อทำความสะอาดประตูซึ่งเป็นหนึ่งในงานประจำของพวกเขานั้น โนอาร์ก็ได้ชวนคุยกับพอล จนทำให้รู้ว่าตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองหมอกสีเงินซึ่งเป็น 1 ใน 9 เมืองใหญ่ของอาณาจักรเอลแครด โดยเมืองหมอกสีเงินแห่งนี้เป็นเมืองที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในด้านการค้าขายทางทะเลทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางยุทธนาวีอีกด้วยเพราะที่นี่เป็นแนวป้องกันทางทะเลที่สำคัญของอาณาจักเอลแครดที่คอยป้องกันสัตว์อสูรกับอาณาจักรอื่นๆในดินแดนเอวาร่าอีกด้วย นอกจากนี้เขาก็ยังได้รับรู้อีกด้วยว่าตระกูลคาร์ตันนั้นเป็น 1 ใน 5 ตระกูลใหญ่ ที่มีอำนาจและอิทธิพลอย่างมากในเมืองหมอกสีเงินแห่งนี้
    "ทีนี้เจ้าคงพอจะจำอะไรได้บ้างแล้วสินะ" พอลถามโนอาร์ขณะที่กำลังเดินอยู่"ก็พอจะจำได้บ้างแล้ว ขอบคุณเจ้ามากพอล" โนอาร์ตอบกลับพอลด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเล็กน้อย "ก็ดี จำไว้หากว่าพบคุณหนูแชลเนียล่ะก็จงก้มหน้าก้มตาอย่าไปมองนางเด็ดขาด นี่ข้าหวังดีกับเจ้านะเนี้ยถึงได้กล่าวเตือน" พอลพูดเตือนโนอาร์ แม้ปากจะบอกว่าเป็นความหวังดี แต่นั่นมันก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ความจริงแล้วเป็นมันเองต่างหากที่กลัว เพราะถ้าหากว่าคุณหนูแชลเนียนั้นเห็นโนอาร์แล้วยังคงมีอารมณ์โกธรเคืองอยู่ มันเองก็อาจจะพลอยซวยไปด้วย"ได้สิ ข้าจะพยายามไม่ให้นางเห็นหน้าข้าก็แล้วกัน" โนอาร์พูดออกมา แต่ภายในใจของเขานั้นอยากจะเห็นหน้าของคุณหนูแชลเนีย คาร์ตัน เป็นอย่างมากเพราะนางเป็นคนที่ทำให้เจ้าของร่างคนเก่าต้องตาย ดังนั้นยังไงเสียหากเป็นไปได้เขาเองก็ต้องการสั่งสอนนางเสียบ้าง
    ทั้งคู่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้เดินมาถึงหน้าคฤหาสถ์หลังใหญ่ และโนอาร์นั้นก็ได้ใช้สายตาของเขาเพื่อสำรวจคฤหาสน์ทั้งหลังเนื่องว่าเขาสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ จนกระทั่งพบว่าทั่วทั้งคฤหาสน์แห่งนี้ล้วนมีค่ายกลครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งหมด ซึ่งนั่นก็ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับโนอาร์แม้แต่น้อย แต่ที่เขาสงสัยจริงๆนั่นก็คือ คฤหาสน์ออกจะใหญ่โตหรูหรา ทั้งเจ้าของยังเป็นถึงตระกูลใหญ่ เหตุใดถึงได้ใช้แค่เวทย์ระดับเขียวขั้นกลางในสร้างค่ายกลคุ้มกัน
    "เป็นเช่นไรล่ะ คฤหาสน์ของตระกูลคาร์ตัน ยิ่งใหญ่ใช่ไหมล่ะ " พอลกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิราวกับว่าคฤหาสน์แห่งนี้เป็นของมัน ทั้งๆที่ไม่ใช่"ก็ยิ่งใหญ่จริงๆนั่นแหละ" โนอาร์กล่าวตอบไปที เพราะเขาขี้คร้านที่จะไปเถียงด้วย"ฮ่า ฮ่า แน่นอน ข้าจะบอกให้นะว่าคฤหาสน์แห่งมีค่ายกลป้องกันระดับเขียวขั้นกลางอยู่ ส่วนกำแพงที่ล้อมรอบพื้นที่ของตระกูลคาร์ตันนั้นก็มีค่ายกลระดับเขียวขั้นต่ำอยู่อีกด้วย และผู้ที่ร่ายเวทย์ค่ายกลนี้ให้ก็คือท่านจอมเวทย์เมกัส 1 ใน 3 จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาเอลแครดเชียวนะ "
    "ว้าว ตระกูลคาร์ตันนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าจอมเวทย์ท่านนั้นแข็งแกร่งเพียงใดกันถึงได้เป็น 1 ใน 3 จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ได้" โนอาร์แสร้งตอบด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ ซึ่งมันทำให้พอลนั้นวางท่าราวกับเป็นผู้ทรงภูมิมีความรู้"ท่านเป็นจอมเวทย์ระดับปราชญ์ขั้นต่ำ ซึ่งนับทั่วทั้งดินแดนเอวาร่าแล้วนั้น มีจอมเวทย์อยู่ในระดับปราชญ์เพียงแค่ 15 คนเท่านั้น แต่อาณาจักรที่พวกเราอยู่นั้นกลับมีจอมเวทย์ระดับปราชญ์อยู่ถึง 3 คนเลยเชียวล่ะ" พอลกล่าวออกมาด้วยความภูมิใจที่มันเป็นคนของอาณาจักรเอลแครด ซึ่งโนอาร์นั้นทำได้เพียงแค่ยิ้มแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะคิดในใจอย่างดูถูก 'จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่มีระดับพลัง แค่จอมเวทย์ระดับปราชญ์ขั้นต่ำเนี้ยนะ นี่มันยุคเสื่อมทรามของเหล่าจอมเวทย์หรือยังไงกัน ข้าไม่รู้หรอกนะว่าก่อนที่ข้าจะมาอยู่ในร่างนี้เวลาผ่านมากี่ปี แต่ทุกอย่างมันควรที่จะพัฒนาขึ้นสิไม่ใช่แย่ลงแบบนี้ '
    ขณะที่ทั้งสองกำลังทำความสะอาดนั้นพอลก็พล่ามเล่าเรื่องราวต่างๆออกมาให้โนอาร์ฟังอยู่เรื่อยๆ ซึ่งโนอาร์ก็ทำได้เพียงแค่รับฟังเฉยๆกับพยักหน้าตอบเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเริ่มรำคาญแต่ข้อมูลต่างๆก็มีเรื่องที่เขาอยากรู้อยู่ เช่นเรื่องของประวัติศาสตร์หลังจากผู้กล้ากำจัดจักรพรรดิ์มารได้สำเร็จ ถึงแม้จะเป็นเพียงการเล่าผ่านๆของพอลก็ตามที "เอาล่ะงานวันนี้เสร็จเสียที โนอาร์ เจ้าเอาอุปกรณ์พวกนี้ไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วก็ไปดูแลเล้าหมูของเจ้าเถอะ" พอลพูดก่อนที่จะโยนผ้าลงไปในตระกร้าผ้า "ขอรับ" โนอาร์ขานรับโดนไม่มีท่าทีอิดออดใดๆก่อนจะเก็บของทั้งหมดแล้วเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของที่เอาของพวกนี้มา
    'เอาล่ะ ทีนี้ข้าจะทำอะไรต่อดี ดูเหมือนว่าทาสจะออกไปนอกอาณาเขตของตระกูลคาร์ตันต้องได้รับอนุญาติเสียด้วยสิ และที่เล้าหมู กระแสพลังเวทย์ก็เบาบางมากจนไม่สามารถใช้เพื่อฝึกฝนบ่มเพาะได้แล้ว เอาเป็นว่าเดินสำรวจพื้นที่ของตระกูลคาร์ตันไปเรื่อยๆก็แล้วกันเผื่อว่าจะเจอสถานที่ฝึกฝนได้ แต่ก่อนอื่นเลยคงต้องไปหาของกินที่โรงครัวก่อน' โนอาร์คิดหลังจากที่ออกมาจากห้องเก็บของเพื่อหาอาหารมาเติมเต็มท้องของเขาที่ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ออกมาจากเล้าหมู
    4 ชั่วโมง ผ่านไป โนอาร์ก็ได้มานั่งพักอยู่ที่สนามฝึกฝนทหารของตระกูลคาร์ตันอยู่เพียงลำพังในตอนนี้ หลังจากที่ไปกินอาหารที่โรงครัวและสำรวจอาณาเขตของตระกูลคาร์ตันจนเกือบหมด จะมีก็เพียงข้างในคฤหาสน์เท่านั้นที่เขาไม่สามารถเข้าไปได้ และจากการสำรวจนั้นเขาก็ได้พบว่าอาณาเขตของตระกูลคาร์ตันนั้นค่อนข้างกว้างจนสามารถเทียบได้กับหมู่บ้านใหญ่ๆ หมู่บ้านหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมีทั้งที่อยู่อาศัยของทาสกว่า 300 ชีวิต ที่อยู่ของเหล่าทหารของตระกูลคาร์ตันอีก 1,000 นาย และยังมี ไร่นา สวนผลไม้ ปศุสัตว์ โรงงานทอผ้า สถานที่ฝึกทหาร หอเก็บสมุนไพร คลังอาวุธ ซึ่งจากทั้งหมดที่ว่ามานั้นบอกได้เลยว่าตระกูลคาร์ตันนั้นสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดนที่ไม่ต้องพึงพาสิ่งต่างๆนอกอาณาเขตของตระกูลเลยแม้เเต่น้อย
    'ข้าจะไม่แปลกใจเลย หากจะมีคนที่ตั้งแต่เกิดจนตายก็ไม่ได้ออกไปนอกอาณาเขตของตระกูลคาร์ตัน ' โนอาร์คิดก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
    "เจ้าน่ะเป็นใครถึงได้มานั่งอยู่ในที่แห่งนี้" เสียงของหญิงสาวนางหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของโนอาร์"เอ่อ กระผมชื่อโนอาร์ คลาร์ก เป็นทาสที่มีหน้าที่ทำความสะอาดประตูคฤหาสน์และดูแลเล้าหมูขอรับ" โนอาร์ลุกขึ้นแล้วหันหลังไปพูดอย่างสุภาพกับหญิงสาวที่ถามเขาเมื่อครู่ด้วยท่าทางนอบน้อมก้มหน้ามองพื้นโดยที่ไม่ได้มองหญิงสาวเลย "เจ้าเป็นทาสแล้วมาทำอะไรที่นี่ เหตุใดจึงมาที่สนามฝึกของทหาร" หญิงสาวกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อยเมื่อได้รู้ถึงฐานะของเขา"กระผมทำงานเสร็จแล้วขอรับ และเห็นว่าที่นี่สงบไร้ผู้คนจึงอยากมานั่งพักผ่อนเงียบๆน่ะขอรับ" โนอาร์ตอบกลับโดยที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองหญิงสาวแม้แต่น้อย แต่เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นจอมเวทย์ระดับก่อเกิดขั้นต่ำอย่างแน่นอน และเขามั่นใจด้วยว่าหญิงสาวนางนี้จะต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนในตระกูลคาร์ตัน
    "งั้นรึ งั้นเจ้าคงต้องหาที่พักผ่อนใหม่แล้วล่ะ เพราะการฝึกฝนของข้าคงจะทำลายความสงบของเจ้าอย่างแน่นอน" หญิงสาวพูดแล้วก้าวเดินมาทางเขา แต่เธอไม่ได้หยุดเพื่อสนทนากับโนอาร์ต่อ แต่กลับเดินไปเรื่อยๆจนเข้าไปในสนามฝึกฝน ส่วนทางด้านโนอาร์นั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หลังจากที่หญิงสาวเดินผ่านไปเขาก็เพียงหันไปมอง ก็พบว่าหญิงสาวที่คุยกับเขานั้นมีเรือนผมสีทอง มีผิวพรรณที่ขาวเนียนเป็นอย่างมาก ส่วนสูงของนางนั้นประมาณ 170 เซน อีกทั้งยังมีรูปร่างที่แสนเย้ายวนหัวใจของชายหนุ่มให้สามารถเกิดไฟราคะเผาผลาญหัวใจขึ้นมาอย่างง่ายดาย แม้ว่าโนอาร์จะมองเพียงแค่ด้านหลังแต่เขาสามารถบอกได้เลยว่าใบหน้าของนางคงจะงดงามจนเกินบรรยายอย่างแน่นอน
    "ถ้าท่านไม่ว่าอะไรข้าขอดูท่านฝึกซ้อมได้หรือไม่" โนอาร์เอ๋ยถามออกมา"ก็ตามใจเจ้า แต่ถ้าเจ้าโดนลูกหลงก็อย่าได้โทษข้า" หญิงสาวพูดและหันหน้ามามองเขาแค่เล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป 'นั่นไง ใบหน้าของนางงดงามมากจริงๆ' โนอาร์คิดในใจก่อนจะกล่าวตอบหญิงสาว"ขอบคุณท่านหญิงมากขอรับ" โนอาร์กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มเล็กน้อย ในใจก็คิดว่าหญิงนางนี้แม้จะเย็นชาแต่ก็ไม่ได้มีนิสัยที่แย่เท่าไหร่ ก่อนที่จะเดินตามหลังนางไปอย่างนอบน้อม แต่เขาก็ยังคงเว้นระยะห่างกับหญิงสาวอยู่ประมาณ 10 ก้าว
    "ข้าจะฝึกตรงนี้ หากเจ้าจะดูก็อยู่ให้ห่างหน่อย" หญิงสาวกล่าวเตือนเล็กน้อย ก่อนที่นางจะหยิบหุ่นไม้ออกมาจากแหวนมิติของนาง แล้วร่ายคาถาบางอย่างลงไปในหุ่นก่อนที่จะโยนมันออกไปข้างหน้าของนาง แล้วหุ่นไม้ตัวก็ขยายตัวจนมีรูปร่างเท่ากับมนุษย์ ซึ่งหุ่นไม้ตัวนี้มีไว้สำหรับเป็นคู่ฝึกซ้อม ซึ่งโนอาร์ก็สามารถสัมผัสได้ทันทีเลยว่าหุ่นไม้ตัวนี้มีพลังระดับก่อเกิดขั่นต่ำเทียบเท่ากับหญิงสาว และก่อนที่การต่อสู้ของนางกับหุ่นไม้จะเริ่มขึ้น เขาก็เดินออกไปนั่งอยู่บนแท่งหินก้อนนึงแล้ว