“...ใช่แล้ว ข้ามิรู้”
เจียนั่วมิค่อยคุ้นชินยามเมื่อเผชิญหน้ากับการร้องขอโดยตรงของลาถีเท่อ พยักหน้าอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทว่าสายตากลับเสมองไปทางอื่น
ลาถีเท่อถอนหายใจอย่างหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก ไม่รู้ว่าควรจะทำสีหน้าเช่นไร เดิมทีตนคิดว่าเจียนั่วยังไม่พร้อมจะคบหากัน หรือไม่ก็จงใจหมางเมินโม่จ้าน นึกมิถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่มีความคิดที่ว่า 'ระหว่างคบหาต้องทำสิ่งใด' แม้แต่น้อย
“...ข้าคิดว่า ไม่ควรให้ความรู้สึกกระทบเรื่องงาน”
เจียนั่วตอบกลับความสงสัยของลาถีเท่อด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง ทว่าสายตากลับฉายแววใจฝ่อ ลาถีเท่อมองเจียนั่วที่พยายามสุขุมอย่างจนปัญญา ในที่สุดพลันเข้าใจความรู้สึกของโม่จ้านเสียแล้ว --- ยามนั้นอีกฝ่ายเห็นตนกับเก๋อจือกระมิดกระเมี้ยน เกรงว่าคงจะรู้สึกเหนื่อยใจเช่นเดียวกับตนในยามนี้
“หากข้าไม่วิ่งมาถาม โม่เจ๋อเอ่อร์ยังสงสัยว่าเจ้าความจำเสื่อมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ”
“ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็สารภาพความในใจกันแล้ว อย่างน้อยๆ เจ้าก็เผยท่าทีตอบกลับผู้อื่นสักหน่อยเถิด?”
ยามนั้นตนตัดสินใจแล้วว่าจะอดกลั้นเอาไว้ เก๋อจือที่เอื่อยเฉื่อยไม่รับรู้สิ่งใดแม้แต่น้อย หากมิใช่เพราะโม่เจ๋อเอ่อร์ผลักดันจนก้าวไปอีกขั้นอย่างบังเอิญและยั่วยุเก๋อจือจนได้สติ คาดว่ายามนี้ตนคงตกอยู่ในสถานะรักข้างเดียว ยามนี้ความสัมพันธ์ของโม่เจ๋อเอ่อร์พบอุปสรรค ตนย่อมยินดีช่วยเหลือสักหน่อย
“มิต้องเอ่ยถึงเรื่องกระทบงาน พวกเจ้าสองคนนอนเตียงเดียวกันมานานถึงเพียงนี้ นึกมิถึงว่ายังสามารถพูดคุยกันโดยไม่ใช้ความรู้สึก นี่ก็นับว่าเก่งกาจเช่นกัน หากไม่รู้ว่าเจ้ามิได้กระเง้ากระงอดไร้เหตุผล โม่เจ๋อเอ่อร์ยังนึกว่าถูกเจ้าหมางเมินเย็นชาใส่เสียด้วยซ้ำ”
“...อะ อันใดนะ เขาบอกเจ้าแล้วหรือ?!”
เจียนั่วตื่นตระหนก เบิกตามองลาถีเท่ออย่างมิอยากเชื่อ สีหน้าฉายแววขวยเขินเสียจนเริ่มแดงก่ำ
“...ข้ากับเก๋อจือได้โม่เจ๋อเอ่อร์เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์ หากเขาจะมาระบายความทุกข์กับข้าก็นับว่าปกติกระมัง?”
ลาถีเท่อประหลาดใจเช่นกัน ตนมองเจียนั่วด้วยความสงสัย
“หรือว่าสุขภาพของเจ้า ‘มีปัญหา’ อันใด? หากบอกเสียแต่เนิ่นพวกเราจะได้ช่วยเหลือกัน...”
“ไม่มี!! ข้าเพียงตื่นเต้น...ทุกคราที่เขาเข้าใกล้ข้า หัวใจของข้าจะเต้นเร็วมาก...”
เจียนั่วกัดฟัน ใบหน้าแดงก่ำ มือกำขอบเก้าอี้อย่างไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง
“หลังจากนั้นมีเหงื่อออกฝ่ามือ ร่างกายแข็งทื่อ ภายในหัวขาวโพลน…ข้าทนมิได้ ข้าจึงบังคับตนเองให้หลับไป”
“…ห๋า? เจ้าก็เกินไป…”
ลาถีเท่อหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยสิ่งใดดี ยามอยู่บนเตียงใช้ทักษะการนอนหลับอย่างรวดเร็วเช่นนี้มาหลบเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดของคนร่วมหมอน ตนเคยได้ยินเพียงยามแอบฟังเหล่าผู้เฒ่าในกิลด์พูดคุยกันกลางดึกเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมื่อก่อนเจียนั่วมุ่งมั่นฝึกฝนเพียงการต่อสู้ มิได้สัมผัสกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน อีกทั้งยังเป็นเพราะนิสัยเอาจริงเอาจังของเขาหรือไม่ จึงได้ก่อให้เกิด 'เรื่องเศร้า' ในวันนี้
“เจียนั่วอา หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ว่าโม่เจ๋อเอ่อร์จะมีความอดทนมากเพียงใด ทว่ามิช้าก็เร็วต้องถูกเคี่ยวกรำจนหมดลง”
“…เช่นนั้นข้าควรจะเอาชนะอย่างไร ลาถีเท่อพอจะช่วยหาหนทางให้ข้าได้หรือไม่?”
ครั้นเห็นสีหน้าที่ยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิมของลาถีเท่อ สีหน้าของเจียนั่วพลันเปลี่ยนจากเขินอายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาเช่นกัน ลาถีเท่อสำรวมสีหน้า เคาะขมับใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นกำลังจะเสนอความเห็นกลับถูกเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหันขัดจังหวะเสียก่อน
“…แม้จะรู้ว่าการขัดจังหวะสนทนาของพวกเจ้าจะมิดีนัก ทว่าทางฝั่งหัวหน้ากิลด์ย่อยซีนั่วมาแจ้งว่าต้องการให้กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเราเร่งเดินทางกลับกิลด์ย่อยทันที”
น้ำเสียงหมดอาลัยตายอยากของเก๋อจือดังมาจากนอกประตู ภายในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความจนปัญญาอย่างยิ่ง คราก่อนกิลด์เร่งเดินทางมาแจ้งข่าวกลางดึก ทำให้กิจกรรมปลุกกำลังใจให้ความรักของตนกับลาถีเท่อถูกขัดจังหวะกลางคัน ยามนี้ยังมาขัดจังหวะในช่วงสำคัญเช่นการไกล่เกลี่ยความสัมพันธ์ระหว่างโม่เจ๋อเอ่อร์กับเจียนั่ว กล่าวได้ว่าเป็นอาวุธทำลายบรรยากาศนี่เอง
……
“เป็นไปตามนี้ ภารกิจต้องการให้กลุ่มทหารรับจ้างสามกลุ่มร่วมมือกันคุ้มกันมันไปยังตรอกขี้เถ้า จนกว่าจะเสร็จสิ้นการประมูลหรือประมูลสำเร็จ”
ซีนั่วยกกล่องทำจากทองแดงขึ้น กล่องค่อนข้างเก่า บริเวณรอยแยกกลัดไว้ด้วยตัวล็อกสามตัว
“เพราะจำนวนที่ผู้ว่าจ้างต้องการมีจำนวนมาก อีกทั้งยังมีเงื่อนไขสูง เวลากระชั้นชิดจึงมิอาจประกาศเช่นภารกิจทั่วไป ข้าจึงต้องแจ้งไปเช่นนี้”
“เพียงแต่กลุ่มทหารรับจ้างที่สนใจภารกิจนี้คล้ายจะมีมิมากนัก…”
ซีนั่วกวาดสายตามองโดยรอบ แววตาเผยประกายคลุมเครือ — หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างมากกว่าครึ่งในที่นี้ เมื่อได้ยินคำว่า 'ตรอกขี้เถ้า' พลันเผยสีหน้าลำบากใจและท่าทีล่าถอยทันที
แต่ไหนแต่ไรมา ซีนั่วมักจะคัดกรองภารกิจที่ขอบเขตกว้างและค่าตอบแทนมากพอออกมา ใช้วิธีการแจ้งข่าวแบบเร่งด่วนติดต่อไปยังกลุ่มทหารรับจ้างอันดับต้นๆ จำนวนหนึ่ง มัดใจผู้คนเป็นจำนวนน้อยด้วยเล่ห์กล เพียงแต่ครานี้จะว่าเป็นภารกิจอุดมสมบูรณ์ก็จริง หากแต่ระดับความยากก็มากเช่นกัน กลุ่มทหารรับจ้างขนาดเล็กและกลางต่างพากันลั่นกลองถอยทัพ
“ถึงอย่างไรตรอกขี้เถ้าก็มิใช่สถานที่ปลอดภัยอันใด ผู้ที่รักชีวิตจำต้องคิดใคร่ครวญสักหน่อย”
ท่านลุงไว้หนวดเคราจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหรือหัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างกุมปลายคาง มองไปทางเหล่าหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังจากพวกโม่จ้านออกจากโรงเตี๊ยมไม่นานนัก ภารกิจของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อพลันเสร็จสิ้นและพาลูกน้องกลับเมืองแห่งทหารรับจ้าง เพียงแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน กิลด์ทหารรับจ้างรับภารกิจที่เมืองเคอเอ่อร์ปัวนั่วอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับมาทันข่าวคราวที่ซีนั่วป่าวประกาศ
“ท่านหัวหน้ากิลด์ซีนั่ว ภารกิจกำหนดเรื่องจำนวนคนหรือไม่?”
โม่จ้านใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนเป็นฝ่ายเอ่ยถามคนแรก ทำให้ดึงดูดสายตาของผู้คนเป็นจำนวนมิน้อย
“บนหนังสือไหว้วานกล่าวเพียงว่าต้องการทหารรับจ้างสามกลุ่ม มิได้กำหนดจำนวนคนแต่อย่างใด”
ซีนั่วกวาดตาอ่านกระดาษบนมือก่อนจะคลี่ยิ้มอธิบาย
“จิ๊ ในเมื่อเป็นสิ่งของที่ไหว้วานคนส่งไปยังตรอกขี้เถ้า อีกทั้งยังร้องขอทหารรับจ้างสามกลุ่ม แน่นอนว่าคนยิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งดี”
หลู่เต๋อที่ศีรษะโล้นหัวเราะเย้ยหยันพลางชำเลืองมองไปทางคนกลุ่มเล็กทั้งสี่คน
“หรือว่าไก่อ่อนทั้งสี่ตัวคิดจะรับภารกิจนี้? ถึงยามนั้นไปพบเจอพวกโหดเหี้ยมไม่กี่คน เกรงว่ากระทั่งหนีก็คงหนีมิทันเสียแล้ว”
“หากเอ่ยถึงเรื่องความน่ากลัว ต่อให้พวกคนโง่ร้องโหวกเหวกโวยวายมีมากเพียงใดก็ยังไม่มีประโยชน์เท่าอัศวินเวทที่แท้จริงเพียงผู้เดียว”
โม่จ้านยักไหล่ เผยสีหน้าท่าทางเย้ยหยัน “แมลงฤดูร้อนมิอาจเอ่ยถึงน้ำแข็ง”
“ศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงมิได้เห็นว่าเจ้ามีคนมากกว่าแล้วจะตกใจวิ่งหนี หน้าที่คุ้มกันของชิ้นเล็กเช่นนี้ หากคนไร้ประโยชน์มีมากเกินไปกลับจะทำให้แนวหน้าของตนวุ่นวาย แน่นอน หากจะทำเพื่อเสริมความกล้าให้กับผู้ที่แลดูแข็งแกร่งทว่ากลับอ่อนแอคิดมิเป็นเช่นเจ้าก็นับว่าพอได้”
“…เจ้าหมอนี่ เจ้ากล่าวว่าผู้ใดอ่อนแอ?!”
หลู่เต๋อถูกโม่จ้านเปิดโปงจุดอ่อนพลันหยัดกายลุกขึ้นด้วยความโมโหโดยพลัน
“อ่า ขออภัย ท่านหลู่เต๋อแข็งแกร่งยิ่ง นึกมิถึงว่าจะทนรับหนึ่งฝ่าเท้าของข้าไว้ได้ หึหึ”
โม่จ้านคลี่ยิ้มเสแสร้งพลางเอ่ยวาจาทิ่มแทงหนึ่งประโยคก่อนจะหันกลับไปด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด
“มารดามันเถิด เจ้าหมอนี่—-”
“โปรดอยู่ในความสงบ!!”
หลู่เต๋อที่หัวร้อนคิดอยากกระโจนออกมาจากกลุ่มคน ทว่าถูกน้ำเสียงตำหนิของมังกรกึ่งมนุษย์ขัดจังหวะเสียก่อน ซีนั่วหันไปมองจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่นิ่งดูดายอยู่ด้านข้าง ภายในแววตาฉายแววไม่พอใจยิ่งนัก
“ตัวข้าเคารพกิลด์ทหารรับจ้างมิน้อย แต่กระนั้นมิได้หมายความว่าไม่กี่ท่านจะทำสิ่งใดตามใจชอบในที่แห่งนี้ได้และปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชารบกวนการหารือแผนการ”
อุ้งมือข้างขวาของซีนั่วกำพู่กันขนนก เล็บแหลมคมลูบไล้ด้ามขนนกสีเหลืองแผ่วเบา
“หวังว่าไม่กี่ท่านจะจดจำเอาไว้ ที่แห่งนี้คือกิลด์สาขาย่อยที่รวมกิลด์พันธมิตรอย่างกิลด์นักดาบพเนจรกับกิลด์จอมเวท ต่อให้จักรพรรดิอันปู้เอ่อร์เสด็จมาเยือนด้วยพระองค์เองก็ยังต้องไว้หน้าสามส่วน”
“ต้องขออภัยท่านหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยซีนั่ว”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหยัดกายลุกขึ้นเผยรอยยิ้มขออภัย ทว่าสายตาคมกริบกลับประสานกับสายตาของมังกรกึ่งมนุษย์
“ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ของข้าค่อนข้างนิสัยใจร้อน ไม่อยากผิดต่อความคาดหวังของท่านที่ตั้งใจรอพวกเรากลับมา เกรงว่าจะถูกผู้ที่ไร้ความเกี่ยวข้องแทรกแซงจนส่งผลต่อภารกิจ หวังว่าท่านจะให้อภัยเขา”
ครั้นเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาพลันเกิดเสียงดังเกรียวกราว กระทั่งเจียนั่วที่เอาแต่นิ่งเงียบยังขมวดคิ้วพร้อมทั้งหันกลับไปมองท่านลุงไว้หนวดเคราที่กำลังคลี่ยิ้มบาง