"คาม คาม"
"คาม ตื่นเร็วคาม"
หลังจากที่ซิมพยายามปลุกคุณลุงผู้นอนสลบไสลอยู่บนเปวสักพัก อีกฝ่ายก็หันหลังกลับมาหาเขา และพูดออกมาด้วยเสียงงัวเงียว่า
"อื้อออ ซิมเองเหรอ วันนี้ไม่มีนักสำรวจหรอก พรุ่งนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน"
"ไม่ใช่เื่นั้นคาม ตื่นเร็วเข้า"
"อ่าาา ตื่นแล้วๆ"
อีกฝ่ายตอบกลับ ก่อนเขาจะกลิ้งลงมาจากเปล และค่อยๆ ลุกขึ้น ในขณะเดียวกันกับที่ออร่าสีน้ำเงินแผ่ออกจากตัวของเขา
"ปลุกทำไมล่ะเนี้ย ไม่เห็นมีพวก Monk Monk เลยนิ"
"ไม่ใช่เื่นั้นคาม"
"แล้วเธอจะเอาอะไรจากฉันล่ะ ? หุ่นพวกนั้นเหรอ ?"
อีกฝ่ายเอ่ยถาม หลังจากที่เขามองมาที่หุ่นยนต์ช่วยเหลือที่ยืนคู่กันอยู่ด้านหลังซิม ก่อนจะออร่าสีฟ้ารอบๆ ตัวอีกฝ่ายจะสลายหายไป ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามปีนกลับขึ้นไปนอนเปลอีกครั้ง
"ฉันไม่มีหุ่นพวกนั้นหรอก ห้องนอนฉันอยู่ตรงนี้ ห้องน้ำกับห้องอาหารก็อยู่แถวชายหาด แล้วก็มีแค่กระท่อมเล็กๆ ที่เอาไว้เก็บเหล้าเท่านั้นแหละ"
คามพูดพลางชี้ไปที่อาคารหลังใหญ่ที่อยู่ถัดจากอาคารฝึกฝนเวทย์มนตร์ของเพตต้าเล็กน้อย
อาคารหลังใหญ่หลังนั้นคือบ้านของคามจริงๆ แม้ส่วนใหญ่เขาจะนอนที่เปลอันนี้ และไม่ค่อยเข้าไปในอาคารแห่งนั้นเท่าไหร่ก็ตาม
เนื่องจากคามนั้นอยู่ที่ Laguna มานานมาก แล้วเขาก็เอาแต่นอนอยู่บนเปลซึ่งอยู่ติดกับท่าเรือไปเรื่อยๆ ไม่คิดจะสร้างบ้านหรือทำอะไรเลย ชาวบ้านก็เลยช่วยกันสร้างบ้านให้คามใกล้ๆ กับท่าเรือให้เขาได้ใช้พักผ่อน
ซึ่งเมื่อก่อนคามก็ทำแบบนั้นจริงๆ
แต่พอคนอื่นๆ เริ่มย้ายออกจากหมู่บ้านเยอะขึ้น คามก็กลับมานอนที่เดิมอีกครั้ง แล้วเปลี่ยนให้บ้านหลังนั้นกลายเป็โรงเก็บเหล้า
ส่วนเหตุผลที่บ้านของคามอยู่ติดกับอาคารของเพตต้า ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กัน
เพราะถ้าคามคือคนที่ช่วยพาเหล่านักสำรวจมาที่คาบัลล่า เพตต้าก็คือคนที่รับช่วยต่อจากงานของเขา และก็มีคนแค่ไม่มากที่ยินยอมจะทำหน้าที่นั้น เนื่องจากนักเวทย์ที่ทรงพลังมากๆ อย่างเพตต้า ถ้าไม่ไปทำงานอย่างอื่น ก็จะสอนใครไม่รู้เื่ ไม่ก็มุ่งแต่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้น
เพตต้าซึ่งเป็นักเวทย์ที่เลือกที่จะมาเป็ผู้สอนเวทย์มนตร์ให้กับเหล่านักสำรวจในเมืองเล็กๆ พึ่งเกิดใหม่อย่าง Laguna จึงมีเกียรติพอๆ กับคาม ชาวบ้านก็เลยสร้างอาคารให้เธอด้วยเช่นกัน
เพราะเมื่อก่อนเธอก็มีสภาพพอๆ กับคาม ด้วยการเปิดร้านอยู่ตามข้างทาง แล้วก็นอนในเต็นท์เอา
"ไม่ได้จะมาขอให้ช่วยเื่นั้นซะหน่อย"
"แล้วจะให้ฉันช่วยเื่ไหนล่ะ อยากโตเป็หนุ่มเร็วๆ เลยจะมาขอเหล้าไปลองดื่มดูรึไง ?"
"ไม่เอาหรอก ขมจะตาย"
"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ พูดอย่างกะเอ็งเคยดื่มเหล้าอย่างงั้นแหละ"
"ต้องเคยอยู่แล้วล่ะ ก็คามล็อคบ้านไม่เป็นี่น่า"
ได้ยินแบบนั้น คามที่กำลังจะยกขวดเหล้าในมือขึ้นดื่มก็ยกมันลง ก่อนเขาจะมองมาที่ซิมแบบงงๆ แล้วหันไปมองที่บ้านตัวเอง พลางพูดออกมาว่า
"ไม่น่าล่ะ เหล้าที่เก็บไว้ในนั้นถึงได้หายไปบ่อยๆ"
"เื่นั้นมันเถอะน่า คามไปช่วยลินด์หน่อยสิ ลินด์้าความช่วยเหลือแบบด่วนๆ เลย"
"ลินด์ ? สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเอ็งเหรอเ้าหนู รอบนี้ไปเก็บตัวอะไรมาเลี้ยงอีกล่ะ"
"ไม่ใช่ซะหน่อย ลินด์คือเอล์ฟที่อยู่ที่บ้านกลมๆ ตรงนู่นไง คามจำลินด์ไม่ได้เหรอ"
ซิมตอบกลับพลางชี้ไปที่อาคารวงรีสูงๆ ซึ่งเป็ทั้งบ้านของลินด์ และพิพิธภัณฑ์สาหร่ายแห่งแรกแห่งเดียวในเกาะคาบัลล่า ที่แน่นอนว่าไม่ว่าใครใน Laguna ที่ได้เห็นอาคารหลังนั้น ก็จะเห็นหน้าของลินด์ลอยมา พร้อมกับสาหร่ายของเขา
"อ่าาา เ้าเอล์ฟสาหร่ายนั่นยังอยู่ในหมู่บ้านด้วยเหรอ ?"
"แปลว่าคามไม่รู้เหรอ ว่าลินด์ยังอยู่ในหมู่บ้าน"
"ข้าจะไปรู้ได้ไงล่ะ ข้านึกว่าเ้าเอล์ฟนั่นกลับบ้านไปแล้วซะอีก ไม่เห็นมันมาเป็ชาติแล้วนี่น่า"
"แต่ลินด์ยังอยู่นะ แล้วลินด์ก็กำลัง้าความช่วยเหลืออยู่ด้วย"
ทันทีที่ซิมพูดจบ คามก็ส่ายหน้าใส่เขาทันที ก่อนเขาจะยกเหล้าในมือขึ้นดื่ม และพูดออกมาว่า
"ไม่ๆๆๆ ข้าไม่เอาด้วยแน่ ข้าไม่รู้หรอกว่าเอล์ฟนั่น้าอะไร แต่ข้าจะไม่ไปช่วยเ้าเอล์ฟนั่นทดลองอะไรอีกแล้วเป็อันขาด มีอย่างที่ไหนเอาสาหร่ายมาให้นั่งกินทั้งวัน แล้วมานั่งถามว่ารสชาติมันแตกต่างกันยังไง ข้าจะไปรู้เหรอ สำหรับข้าจะอันไหนมันก็สาหร่ายทั้งนั้นแหละ"
"ไม่ใช่ความช่วยเหลือแบบนั้น"
"แล้วแบบไหนล่ะ ?"
ซิมใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในการเล่าให้คามฟังว่าเขาไปเจออะไรมาบ้างในบ้านของลินด์ ตอนเขาไปยืมหุ่นยนต์ช่วยเหลือ ก่อนจะสรุปให้อีกฝ่ายฟังว่าลินด์น่าจะโดนสาหร่ายสักชนิดที่เขาเป็คนเพาะไว้กินสมองไปแล้ว
"ข้าว่าอาการของเ้าเอล์ฟนั่นก็ดูปกตินะ มันก็บ้าๆ บ้องค์ๆ เป็ปกติอยู่แล้วนี่น่า"
"ก็ใช่แหละ แต่ถึงลินด์จะเป็แบบนั้น เขาก็ไม่น่าจะบ้องค์จนถึงขั้นพยายามปลูกสาหร่ายที่วิจัยออกมาแล้วว่ามีพิษนี่น่า"
"ซิม เอ็งนี่ยังเด็กจริงๆ เลยน่าาา"
"ใช่สิ ก็ผมพึ่งสิบสองนี่น่า"
"ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ข้าหมายถึงว่า...."
คามเงียบไปสักพัก ก่อนเขาจะพูดออกมาอีกครั้ง หลังจากเกาคางไปประมาณห้าที เกาจักกะแร้ไปสี่ที ดื่มเหล้าโชว์เยาวชนไปสามที
"เอ็งมีกระเป๋าเป๋ใช่ไหมซิม"
"ไม่มีหรอก ผมใช้ไอนี่เอาน่ะ"
ซิมพูดพลางเปิดรูอากาศให้คามดู อีกฝ่ายเลยเกาหัวแกรกๆ อีกครั้ง พลางพูดออกมาว่า
"ใช่ๆๆ ข้าลืมไป คือที่ข้าจะพูดคือประมาณว่าพอเราโตเป็ผู้ใหญ่แล้วเราจะทำอะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่าเสี่ยงมากขึ้นน่ะ เหมือนเวลาเ้าพยายามยัดหนังสือจำนวนมากเข้าไปในกระเป๋า ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าการทำแบบนั้นเสี่ยงมากๆ ที่จะทำให้กระเป๋าขาด"
"ก็แล้วไอเื่กระเป๋าขาดนี่มันเกี่ยวกับเื่ที่ลินด์้าความช่วยเหลือตรงไหนเล่า ?"
"ก็ต้องเกี่ยวอยู่แล้ว เพราะสาหร่ายพวกนั้นมันคงไม่อยู่ดีๆ ก็งอกขึ้นมาเองหรอก จริงไหมล่ะ ?"
ได้ยินแบบนั้น ซิมก็อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนเขาจะรวบรวมสติได้ และเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับไปด้วยเสียงโกรธๆ ว่า
"ก็ใช่น่ะสิ ก็บอกแล้วไงว่าลินด์ปลูกสาหร่ายพวกนั้นขึ้นมา มันจะไปงอกขึ้นมาเองได้ยังไงเล่า นี่คามไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยใช่ไหมเนี้ยยยยย"
"ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้น"
คามที่ลงไปนอนบนเปลแล้ว ลุกขึ้นมาอีกครั้ง พลางเกาหัวแกรกๆ ก่อนเขาจะพูดออกมาว่า
"ข้าหมายถึงว่าเ้าเอล์ฟนั่นเป็คนเลือกเองที่จะปลูกสาหร่ายมีพิษพวกนั้นขึ้นมา ก็แสดงว่ามันเลือกแล้วที่จะเสี่ยง ไม่ได้จะถามว่าสาหร่ายนั่นขึ้นมาได้ยังไง"
"แล้วถ้าเป็แบบนั้นคามจะไม่ช่วยลินด์เหรอ ?"
"ใช่ เพราะอีกหนึ่งข้อที่สำคัญมากๆ ของการโตเป็ผู้ใหญ่ คือการรับผิดชอบต่อเื่ที่ตัวเองทำ รวมถึงผลกระทบอื่นๆ ที่จะตามมาจากการกระทำของตนเอง"
"แล้วคามจะรับผลจากการกระทำของตัวเองได้เหรอ ถ้าลินด์หลังจากนี้กลายเป็มนุษย์สาหร่ายไป"
"..."
"ลินด์เคยอยู่ดีๆ ก็มาช่วยคามรับพวกนักสำรวจด้วยนะ ตอนที่ท่าเรือมันแน่นมากๆ "
"..."
"ลินด์..."
ซิมยังพูดไม่ทันจบ คามก็เป็ฝ่ายชิงตัดบทขึ้นมาว่า
"ก็ได้ๆๆๆ เดี๋ยวข้าจะไปจัดการให้เอง แค่ถอนรากถอนโคนสาหร่ายพวกนั้นใช่ไหมล่ะ ?"
"ใช่ๆ เดี๋ยวผมนำทางให้เอง"
"ไม่ต้อง เอ็งไปด้วยแล้วข้าสู้กับเ้าเอลฟ์นั่นไม่ถนัด เอ็งไปเล่นวอลเล่ย์บอลกับพวกเจนต้าไป"
คามตอบกลับ ก่อนเขาจะลุกขึ้น กระดกเหล้าเข้าปาก เดินไปเคาะๆ ที่หุ่นยนต์ช่วยเหลือที่ยืนอยู่ด้านหลังซิม และเดินอาดๆ ตรงไปทางบ้านของลินด์ที่อยู่บนเนินเขาในทันที
ส่วนซิมนั้นคิดไปถึง 'เจนต้า' และ 'มาร์" สองพี่น้องผู้ชื่นชอบวอลเล่ย์บอลชายหาดที่ตอนนี้ทั้งคู่น่าจะกำลัง Power bash ใส่ลูกวอลเล่ย์กันอย่างเมามัน โดยมีน้องเล็กอย่าง 'มาร์คัส' ผู้ชื่นชอบในการใช้ห่วงยาง Power bash เหล่า Totto วิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ แล้วปฏิเสธความคิดที่จะไปจอยวอลเล่ย์บอลกับพวกนั้นทันที
เพราะตอนเด็กๆ เขาเคยลองมาแล้ว แล้วก็เคยโดนลูกวอลเล่ย์พุ่งเข้าหน้ามาแล้วเช่นเดียวกัน
"ไม่เอาอ่ะ งั้นผมไปที่อื่นก็ได้"
"แล้วแต่เอ็งเถอะ"
"คามมม ถ้าสู้กันเสร็จแล้ว อย่าลืมพาลินด์มาให้แม่ดูอาการด้วยนะ ผมว่าสมองของเขาตอนนี้น่าจะ้าการรักษาแบบสุดๆ เลยละ"
"..."
"ถ้าได้ยินแล้วก็ตอบกลับมาด้วยสิ"
ซิมะโไล่หลังคามไป ก่อนอีกฝ่ายจะยกมือขึ้นมาเพื่อให้สัญญาณว่าตัวเองได้ยินแล้ว ตามมาด้วยเสียงบ่นๆ ออกมาว่า
"คนหนึ่งก็ยัยนักเวทย์ คนหนึ่งก็ยัยแม่ค้า ข้าล่ะไม่แปลกใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเ้าเด็กนี่ถึงได้พูดเก่งนัก"