"ฉันเอง ก็รู้อยู่ว่าตัวเองสายตาสั้น แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสั้นลงได้ขนาดนี้" ไวโอลินตอบออกไป
"ฉันพยายามที่จะใส่คอนแทคเลนส์แทนการใส่แว่น แต่วันนี้กลับดันลืมใส่มันออกมาด้วย” เธอบอก พันเจียเดินไปที่ล็อกเกอร์ พลางเปลี่ยนชุด ในขณะที่ไวโอลินหันหลังให้แล้วอธิบายต่อเพื่อให้เขาเข้าใจ
"เพราะไม่อยากเป็ยัยเฉิ่มให้ใครหัวเราะ" พันเจียเปลี่ยนกลับมาเป็ชุดปกติ แล้วเดินกลับมายืนเบื้องหน้าของเธอ ไวโอลินเงยหน้าสบตากับเขา ทั้งสองประสานสายตากันไปมาอยู่เนิ่นนาน
"แค่ถูกเรียกว่ายัยบ๊อง! มันก็น่าอายแค่ไหนแล้ว" ไวโอลินยังคงสบตากับเขา
"ไม่ชอบคำสรรพนามนี้เหรอ" พันเจียเอ่ยถาม หญิงสาวพยักหน้า
"เธอกลัวว่าตัวเองจะเชย เฉิ่ม เปิ่น ในสายตาหมอนั่นสินะ" พันเจียกำลังพูดถึงใครอีกคน ไวโอลินได้แต่ยืนนิ่ง
"......."
"ฉันหมายถึง แฟนเก่าของเธอ" ไวโอลินพยักหน้า พันเจียกระตุกยิ้มเบา ๆ แล้วบอกออกไปว่า
"ก็แค่เป็ตัวของตัวเอง ในแบบที่เธอเป็ จะเชย เฉิ่ม ใส่แว่น ทรงผมหัวเห็ด ไม่เห็นจะต้องแคร์เลยนี่" พันเจียพูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าของเธอ
"นายเอง! ก็ชอบผู้หญิงผมยาว ทำลอนเป็ทรงไม่ใช่หรือไง" ไวโอลินถาม
"เธอไปเอาข้อมูลนี้พวกนี้ มาจากที่ไหน" ไวโอลินไม่ตอบว่าเธอเองรู้มาจากโชยะ แต่ย้อนถามกลับไปว่า
"แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ" พันเจียยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะลุกขึ้นด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเแล้วเดินเข้าไปหาเธอใกล้ ๆ
"จริง... (เขาตอบอย่างหนักแน่น) เพราะงี้ เธอเลยไปทำผมเพื่อที่จะประชดฮอร์น หรือเพราะคิดจะเอาใจฉันกันแน่" ร่างสูงขยับเข้ามาถาม ไวโอลินจ้องหน้า เธอได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะแก้ตัวออกไปยังไง เพราะความจริงแล้วเธอตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสมกับเป็ผู้หญิงของเขาจริง ๆ
"ว่าไงล่ะ! " พันเจียถามย้ำพลางจ้องหน้ายิ้ม ๆ ทำให้ใบหน้าของไวโอลินกลายเป็สีแดงระเรื่อโดยไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ
"เอ่อ...ถ้านายแต่งตัวเสร็จแล้ว ฉันว่าเราออกไปข้างนอกกันเถอะนะ" พูดจบ ไวโอลินก็ผละออกมาจากเขาแล้วรีบเดินกลับออกไป ทว่าพันเจียกลับไม่ยอมปราดเข้าไปคว้าร่างของเธอเอาไว้ จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองมันกำลังเต้นโครมคราม
หมับ!!!
"เอ่อ..." ไวโอลินตกอยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่งที่โอบรั้งเรือนร่างบางของเธอเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออกแบบหลวม ๆ เพื่อให้เธอได้รู้สึกผ่อนคลาย
"ตอบมาสิ ว่าอย่างไหนกันแน่ หนึ่งหรือว่าสอง" พันเจียเอ่ยถามด้วยแววตาเ้าเล่ห์ ไวโอลินพยายามขยับตัวออกห่างจากพันธนาการของเขา ซึ่งเธอได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าที่จะเปิดเผยความจริง เพราะกลัวว่าเขาจะหัวเราะเยาะ ในขณะที่พันเจียเห็นเธอเอาแต่ก้มหน้าก็เริ่มหมดสนุกที่จะแกล้งเธอต่อไป ปล่อยมือออกจากร่างบางอย่างช้า ๆ ทำให้เธอรู้สึกโล่ง ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะยอมปล่อยเธอง่าย ๆ จนกว่าจะได้รู้ความจริง
"สรุปแล้ว ฉันต้องล้างห้องน้ำทั้งหมดนี่เลยไหม" ไวโอลินย้ำถามพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
"ไม่ต้อง...ฉันเปลี่ยนใจแล้ว" พันเจียพูดก่อนจะเดินหนี ไวโอลินเดินตามไล่หลังเขาออกไป
"เมื่อกี้...นายเอานาฬิกาข้อมือของฉันไปไว้ไหน"
"ถามทำไม"
"ก็อยากได้คืนนี่นา"
"ตะกี้เดินผ่านถังขยะ ฉันเผลอโยนมันทิ้งลงไปแล้ว"
"ว่าไงนะ!! " ไวโอลินร้องเสียงหลงก่อนจะรีบวิ่งไปเอามันกลับมา ทว่าพันเจียกลับรวบตัวเธอไว้แล้วบอกออกไปว่า
"ทิ้งมันไปเหอะน่า!!! "
"ไม่ได้นะ! ... " เธอแย้ง แต่เขาไม่สนใจลากเธอไปยังสปอร์ตคันหรูซึ่งจอดไว้ที่ลานจอดรถ ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะแลเห็น ว่าไวโอลินนิ่งเงียบไปซะเฉยๆ ราวกับว่าเธอนั้นกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว เขาจึงเปิดประตูรถแล้วะโสั่งออกไปดัง ๆ เพื่อให้เธอตื่นจากภวังค์
"นี่! มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบขึ้นรถสิ! " เขาพูดเสียงดุ
"ไม่ล่ะ! ฉะ...ฉันอยากกลับบ้าน" อยู่ ๆ ไวโอลินก็นึกอยากที่จะกลับบ้านขึ้นมาซะเฉย ๆ
"ฉันสั่งให้เธอมาขึ้นรถ เดี๋ยวนี้! " เขาย้ำ ไวโอลินไม่มีทางเลือกรีบขึ้นไปนั่งในรถตามคำสั่งของเขา พันเจียหันมาหาเธอแล้วถามออกไปด้วยความอยากรู้
"เป็อะไรไป ทำไมถึงไม่รีบขึ้นรถ" ไวโอลินขบริมฝีปากเข้าหากันพร้อมขมวดคิ้วขึ้นมาเล็ก ๆ ก่อนตอบ
"เปล่า (เสียงอ่อน) มะ...ไม่มีอะไร ก็แค่อยากกลับบ้าน" ไวโอลินคาดเข็มขัดแล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่างใจลอยไปถึงว่าจะไม่มีใครสักคนเลยหรือไงที่นึกถึงวันเกิดของเธอขึ้นมาได้บ้าง พันเจียมองตาม ก่อนกดปุ่มสตาร์ทรถสปอร์ตคันสีขาวแล้วขับออกไป
“นี่นายจะพาฉันไปไหน” ไวโอลินเอ่ยถามระหว่างที่นั่งมาด้วยกัน
“นั่งเฉย ๆ เถอะน่า เดียวเธอก็รู้เอง” พูดจบพันเจียก็หักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าไปในลานจอดด้านในของห้างสรรพสินค้าแห่งเดิมซึ่งเคยพาเธอมาเมื่อครั้งก่อน
“เดี๋ยวฉันจะลงไปทำธุระ เธอเข้าไปเดินเล่นรอฉันข้างในนะ” เขาบอก ไวโอลินทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะถึงประตูทางเข้าห้างซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
ไวโอลินที่เดินไล่หลังเขามาติด ๆ ก็หยุดชะงักไปเสียเฉย ๆ พันเจียไม่รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าของเธอที่ก้าวตามมาด้วยจึงหันกลับไปมอง เห็นไวโอลินที่อยู่ ๆ ก็ยืนนิ่งหน้าแดงระเรื่อออกมาซะเฉย ๆ เขาจึงเดินย้อนกลับเข้าไปหา พร้อมกับจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอเขย่าเบา ๆ เพื่อให้ได้สติ
"นี่เธอ! " ไวโอลินสะดุ้งโหยงจ้องหน้าเขม็งใส่เขาหลังจากที่หลุดออกจากภวังค์ที่หวนนึกถึงเหตุการณ์ระหว่างเธอและเขาที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อครั้งก่อนหน้านี้
“คิดอะไรอยู่” พันเจียเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมองเสาต้นหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรบ้างขึ้นที่นี่ และนั่นก็คงจะเป็สาเหตุให้ไวโอลินถึงกับหน้าแดงก่ำ เขาเม้มปากเบา ๆ แสยะยิ้มเล็ก ๆ อย่างรู้ทัน แต่ทว่ากลับทำเป็ไม่สนใจ ก่อนจะเดินนำหน้าเธอไป ไวโอลินเห็นแบบนั้นรีบวิ่งจ้ำอ้าวตามเขาเข้าไป
"เมื่อกี้นายยิ้มอะไร" เธอวิ่งอ้อมไปดักหน้าเขาแล้วถามออกมาทันที
"ยิ้ม! ฉันยิ้มอะไร" พันเจียแสร้งถามระหว่างที่ยังคงก้าวเท้าฉับ ๆ
"ก็เมื่อกี้.. ฉันเห็นยิ้ม นายยิ้ม...ตอนที่ยืนตรงเสาต้นนั้น! " ไวโอลินพูดพลางชี้นิ้วกลับไป
"แล้วเธอคิดว่าฉันยิ้มอะไร" พันเจียยังคงเดินฉับ ๆ เธอเองก็ก้าวขาตามไปแบบติด ๆ
"ไม่รู้!! แต่ที่รู้แน่ ๆ คือนายยิ้ม" ไวโอลินหน้าเปลี่ยนสี เขาหยุดกึกแล้วจ้องหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนสายตา กวาดมองไปทั่วทุกตำแหน่งบนใบหน้าสวยใสของเธอราวกับจะกลืนกิน แล้วมาหยุดอยู่ที่บริเวณริมฝีบางบางที่เผยอขึ้นมานิด ๆ ไวโอลินเม้มปากลง ก้มหน้าหลบสายตาของเขาที่กำลังจ้องมองเธออย่างเสียมารยาท
"ว่าไงล่ะ!! " เขาถามแล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ พลางยักคิ้วให้กับเธอ ไวโอลินสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ เห็นคนพลุกพล่านรู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็เป้าสายตาของใครหลาย ๆ คน พันเจียที่เห็นแบบนั้นยิ่งเกิดความชอบใจ แกล้งแหย่เธอเข้าไปอีก
"ถ้าเห็นว่าฉันยิ้มจริง ๆ ก็ตอบหน่อยว่าฉันยิ้มอะไร" พันเจียจ้องหน้าถาม ไวโอลินไม่ยอมตอบ เพราะเขาเองนั้นก็น่าจะรู้แก่ใจ จึงรีบหันหลังให้แล้วบอกไปว่าเธอจะรอเขาอยู่ที่หน้าร้านฟาสต์ฟู้ดนี่ หากเขาจะไปธุระก็รีบ ๆ ไปทำซะ
"รีบไปทำธุระของนายสิ มัวโอ้เอ้อยู่ทำไม" เธอพูดกลบเกลื่อนในขณะที่พันเจียเองก็รู้สึกได้ จึงบอกออกไปว่า
"โอเค อีกสิบนาทีเจอกัน! " เขาบอก ในขณะที่เธอยังคงยืนหันหลังให้ ร่างสูงเดินเข้าไปหยุดยืนข้างหลังของเธอแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้าง ๆ หู
"เมื่อกี้...เธอเองก็หน้าแดงใช่หรือเปล่า (เสียงเย้าแหย่) แต่ฉันรู้นะ ว่าเธอกำลังนึกถึงสิ่งที่ทำร่วมกันที่เสาต้นนั้นอยู่!! " พูดจบ เขาก็เดินเลยผ่านเธอไปทำธุระ ปล่อยให้ไวโอลินยืนแข็งทื่อ ตัวเกร็งเป็ท่อนไม้ ใบหน้าแดงก่ำ จนเผลอกลั้นลมหายใจไปชั่วขณะ ไม่คิดเลยว่าเขาจะล่วงรู้ความคิดของเธอเสียได้
"อิตาบ้า...คนบ้า! " ไวโอลินใจเต้นโครมคราม
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที พันเจียก็เดินกลับมาด้วยใบหน้าที่สดใส ไวโอลินยังคงยืนนิ่งไม่ได้ขยับตัวไปไหนนอกจากยืนอยู่บริเวณหน้าร้าน ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงเดินเข้าไปสะกิดที่ไหล่บางของเธอเบา ๆ
"นี่เธอ!! ยังไม่เลิกนึกถึงเื่นั้นอีกอยู่เหรอ" พันเจียแกล้งแหย่
"บ้านะ!! ฉันเปล่าสักหน่อย" ไวโอลินเผลอหลุดยอมรับความคิดตัวเองออกมา จนใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เขาเองก็แอบเขินอยู่ไม่น้อย
"นายไป...ทำอะไรมา" ไวโอลินเปลี่ยนเื่ ขมวดคิ้วถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"แวะเข้าห้องน้ำ แล้วก็ทำธุระนิดหน่อย" พันเจียตอบ แล้วเดินกลับไปที่รถ ไวโอลินเดินตามกลับไปแบบงง ๆ ในขณะที่พันเจียแอบกระตุกยิ้มออกมาเล็ก ๆ
“ขึ้นรถสิ! มัวแต่ชักช้าอืดอาดอยู่ได้” พันเจียเปิดประตูรถแล้วเรียกเธอที่เดินตามหลังเขามาอย่างเชื่องช้าให้รีบกระตือรือร้นมาขึ้นรถเร็ว ๆ เพราะเขาี้เีที่จะคอย ไวโอลินได้ยินแบบนั้นก็อยากที่จะโมโหเขาขึ้นมาเหมือนกันที่ชอบสั่ง ๆ เธอราวกับว่าเป็ทาสของเขา ทว่าไวโอลินก็ต้องทำตามอย่างว่าง่าย เพราะยังรู้สึกผิดกับคำพูดของตัวเองที่ไปกระตุ้นแผลในใจของเขาเมื่อหลายวันก่อน
"นี่นายทิ้งนาฬิกาเรือนนั้นของฉันไปแล้วจริง ๆ เหรอ" ไวโอลินย้ำถาม ขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ภายในรถ
"อือหือ ทำไม! อย่าบอกนะ ว่าคนรักเก่าของเธอให้มา" พันเจียพูดขณะที่รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวไป
"เปล่า!! (เสียงกร้าว) ทำไมต้องคิดว่าเป็เขาอยู่เรื่อย" เธอถามกลับไป
"ก็แล้วมันใช่หรือเปล่า เห็นเ้านั่นมันชอบประเคนของให้เธอ เขาเรียกว่าสายเปย์ไม่ใช่หรือไง!! "
"นี่นาย...อย่ามาดูถูกฉันนะ!! "
"หรือว่าไม่จริง! " น้ำเสียงทุ้มตอบกลับไป ขณะที่ใช้สมาธิอยู่กับการขับรถโดยไม่ได้หันกลับมองหน้าของเธอ
"ไม่จริงแน่นอน...นาฬิกาเรือนนั้น พี่ชายของฉันเป็คนซื้อให้ต่างหากล่ะ" ไวโอลินตอบฉุน ๆ
"นี่เธอมีพี่ชายกับเขาด้วยเหรอ ไม่เห็นเธอเคยเล่า" พันเจียถามสีหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก เพราะเขาเองก็ไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน
"แล้วทำไมฉันต้องเล่าเื่ส่วนตัวให้นายรู้ทุกเื่ด้วยล่ะ เราไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย" ไวโอลินแว้ดใส่ พันเจียเหยียบเบรกเอี๊ยดขึ้นมากะทันหัน จนทั้งคู่โยกไปตามแรงเสียดทาน ไวโอลินหัวเกือบทิ่ม ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับเธออย่างเคือง ๆ
"แน่ใจเหรอ ว่าไม่ได้เป็ไรกัน! " เขาถาม ไวโอลินนิ่งเงียบ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะชี้นิ้วไปที่สายรัดเข็มขัดแล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูดุ ๆ
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็รีบจับมันมาคาดซะ!! " พันเจียพูดจาเกรี้ยวกราด ก่อนที่ไวโอลินจะหันไปมองแล้วทำตามอย่างว่าง่าย เพราะเมื่อครู่เธอเองก็รู้สึกใกับจังหวะการเบรกอย่างกะทันหันของเขาที่ทำประชดใส่เธออยู่เหมือนกัน