เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 123: ทัพศิลาล้อมด่าน


    เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านยอดหินย้อยในดินแดนลับปีศาจยามค่ำคืน บรรยากาศเหนือกำแพงฐานทัพย่อยระดับสองที่เพิ่งจะบูรณะและยกระดับขึ้นใหม่หม่นสลัวและระอุไปด้วยความตึงเครียดอันลึกล้ำ ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีม่วงคล้ำคละคลุ้งไปด้วยไอหมอกปีศาจขมุกขมัว ชวนให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในพื้นที่นี้คือประกายสีส้มแดงฉานจากธารลาวาเหลวที่ไหลเอื่อยอยู่ใต้คูเมืองสะท้อนขึ้นมาจับผิวผนังศิลาหยาบของค่ายกลป้องกันให้ดูแดงโร่ราวกับโลหิต

    บนยอดหอบัญชาการศึกที่สร้างขึ้นจากดินโคลนผสมใยหินหนาแน่น หลีเฮงยืนตระหง่านอยู่แถวหน้าโดยมีเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสวมใส่เรียบร้อยหลังจากเสร็จสิ้นมหาพิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่กับเย่เจาจวินเมื่อชั่วโมงก่อน ข้างกายของเขาคือสามสาวงามปีศาจผู้เปี่ยมด้วยอำนาจและบารมีสะกดข่มรอบด้าน เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีสวมชุดยาวสีดำม่วงหรูหรา แม้ร่างกายของนางจะยังมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าแกมเหนอะหนะจากหยาดเหงื่อรักและน้ำหยางสวรรค์ที่เพิ่งผ่านพ้น ทว่าแววตาสีม่วงเข้มเปล่งประกายกลับดูทรงอำนาจและเย็นชาดุจเดิม เช่นเดียวกับสืออิง ราชินีเผ่างูผู้เลอโฉมในชุดเกราะเกล็ดสีเขียวมรกตรัดรูปอวดสะโพกกลมกลึง และเสี่ยวเหลียน ราชินีแมงมุมไหมเพลิงที่เพิ่งจะยอมศิโรราบเป็นสนมรับใช้ยืนคุมเชิงอยู่ด้านซ้าย มือเรียวงามของเสี่ยวเหลียนคอยขยับปล่อยใยไหมทองคำเชื่อมโยงกับแกนกลางค่ายกลปกป้องเมืองเพื่อประสานพลังตรวจจับความเคลื่อนไหวภายนอกตลอดเวลา

    "พวกมันมากันเร็วเหลือเกิน... กลิ่นอายหินแกร่งโบราณลอยฟุ้งมาตามสายลมเช่นนี้ เป็นพวกอัศวินเกราะศิลาไม่ผิดแน่" สืออิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแผ่วเบาทว่าแฝงรอยกังวล เรียวลิ้นสองแฉกของอสรพิษสาวขยับผลุบโผล่ผ่านริมฝีปากอิ่มสีชาดเพื่อดมกลิ่นอายสงครามที่คืบคลานเข้ามาในความมืด

    "ชนเผ่าเกราะศิลาเหล่านี้มีความแค้นฝังลึกกับเมืองย่อยของเรา ยามที่พวกมันทราบว่าเราสูญเสียกำลังรบอสูรรุ่นเก่าและกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงฐานทัพ พวกมันจึงรีบกรีธาทัพมาหวังล้างแค้นและแย่งชิงทรัพยากรแร่ธาตุในเขตปกครองของเราไปจนหมดสิ้น" เย่เจาจวินอธิบาย พลางเหลือบมองหลีเฮงด้วยความเสน่หาแกมหยอกเย้า "แต่พวกมันคงคาดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มจอมกะล่อนผู้เกาะหลังสตรีกินเช่นสามีของข้า จะเพิ่งอัปเกรดฐานหลักขึ้นสู่ระดับสอง และยังมีของเล่นชิ้นใหม่เตรียมไว้ต้อนรับพวกมันอย่างสาสม"

    หลีเฮงหัวเราะร่าอย่างหน้าหนา ชายหนุ่มยืดอกพลางขยับมือหนาไปโอบกอดบั้นเอวคอดกิ่วของเย่เจาจวินและดึงร่างอวบอัดของนางเข้ามาแนบชิดอย่างไม่เกรงใจสายตาทหารยาม "โธ่ เมียรักเจาจวินจ๋า สามีคนนี้เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลมนะจ๊ะ ชัยชนะในครั้งนี้ข้าไม่ได้ใช้กำลังตนเอง แต่ใช้สมองและ 'พลังความร่วมมือประสานรัก' ระหว่างพวกเราต่างหากเล่า ทหารศัตรูบุกมานับพันแล้วอย่างไร ในเมื่อรังฟักไข่ของเจ้าได้รับการอัปเกรดจนแข็งแกร่งปานนี้แล้ว"

    เสี่ยวเหลียนหัวเราะคิกคักพลางขยับกายเข้ามาลูบแขนหลีเฮงเบาๆ "ท่านพี่พูดถูกแล้วเจ้าค่ะ ใยไหมเพลิงของข้าที่ผสานเข้ากับโครงสร้างรังธรรมชาติของพี่หญิงเจาจวิน บัดนี้ขยายขอบเขตและเปี่ยมไปด้วยไอลาวาพิษร้อนระอุ พร้อมที่จะแผดเผาผู้บุกรุกทุกคนให้กลายเป็นเถ้าถ่านแล้ว"

    ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นพลันดังมาจากปากช่องแคบหุบเขาส่วนหน้า เสียงเตะฝีเท้าของสัตว์พาหนะศิลาและเกราะหินหนาหนักที่บดเบียดกระแทกกันดังก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าคำรณกึกก้องปฐพี ดินโคลนและหินย้อยรอบด้านสั่นกราวร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง บ่งบอกถึงปริมาณและน้ำหนักของกองทัพผู้บุกรุกที่มีมหาศาล

    หลีเฮงขยับตัวเข้าใกล้ขอบกำแพงศิลา เพ่งมองผ่านน่านมโนภาพของระบบที่จำลองแผนผังการเดินทัพของศัตรูออกมาอย่างละเอียด ปรากฏร่างของ "กองทัพปีศาจอัศวินเกราะศิลา" จำนวนนับพันนายที่ดาหน้าเข้ามาอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง พวกมันมีร่างกายใหญ่โตปานยักษ์ปักหลั่น สูงกว่าสองจ่าง ร่างกายทุกสัดส่วนถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นเกราะศิลาหนาเตอะสีเทาดำที่มีลวดลายอักขระเวทศิลาโบราณส่องแสงสีน้ำตาลเหลืองสลัว ผิวกายกึ่งเนื้อกึ่งหินแกร่งหนามีหนามแหลมงอกเงยตามข้อศอกและหัวไหล่ ในมือของอัศวินเหล่านั้นถือค้อนศึกศิลาเหล็กขนาดยักษ์และดาบผาศิลาขนาดเขื่องที่พร้อมจะทุบทำลายสิ่งกีดขวางทุกชนิดให้กลายเป็นผุยผง ยามที่พวกมันก้าวเดินพร้อมกันเป็นจังหวะ ปฐพีรอบด้านสั่นสะท้านอย่างน่าสยดสยองยิ่งนัก

    "ย่างก้าวช่างหนักแน่นและทรงพลังสมชื่อชนเผ่าเกราะศิลาจริงๆ" สืออิงขมวดคิ้ว มือเรียวกระชับไม้เท้าพลังอสรพิษแน่นขึ้น "หากปล่อยให้พวกมันเข้าประชิดกำแพงเมืองย่อยได้ ด้วยพละกำลังและค้อนยักษ์เหล่านั้น กำแพงหินศิลาของเราคงไม่อาจต้านทานได้เกินครึ่งชั่วยามเป็นแน่"

    "ไม่มีวันนั้นหรอกสืออิงจ๋า" หลีเฮงเอ่ยด้วยรอยยิ้มมั่นใจ แววตาจอมวางแผนส่องประกายวับแวม ชายหนุ่มยกมือขึ้นวาดนิ้วกลางอากาศ สั่งการสั่งรบผ่านกระดานกลยุทธ์มโนภาพในระบบทันที "เสี่ยวเหลียน! สั่งการรังไหมเพลิง เปิดใช้งานค่ายกลป้องกันระดับสูงขั้นสองของเจ้าทันที! ดึงพลังงานจากธารลาวาใต้ดินขึงรั้วใยเข้าล้อมกรอบพวกมัน!"

    "รับบัญชาเจ้าค่ะท่านพี่!" เสี่ยวเหลียนยิ้มหวานก่อนจะหลับตาลง โคจรพลังลมปราณแมงมุมไหมเพลิงสีแดงทองแผ่ซ่านออกไปทั่ว ร่างกายระหงลอยเด่นขึ้นเหนือหอบัญชาการเล็กน้อย สองมือเรียวขยับร่ายรำปานร่ายเวทมนตร์ ปล่อยเส้นใยไหมสีทองเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงนับหมื่นเส้นพุ่งทะยานออกจากป้อมค่ายกลรังไหมอย่างรวดเร็วปานประกายแสง

    ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

    เส้นใยไหมทองคำจำนวนอภิมหาศาลพุ่งตัวข้ามฟากฟ้า ตกลงสู่รอยแยกของธารลาวาเดือดเบื้องล่าง ค่ายกลรั้วใยเหนียวหน่วงลาวาเดือดที่เพิ่งได้รับการยกระดับทำงานทันที! ตัวค่ายกลทำการสูบและดึงธารลาวาเหลวสีแดงเพลิงอุณหภูมิสูงจัดขึ้นมาเคลือบชโลมบนเส้นใยไหมทองคำอย่างรวดเร็ว เส้นใยที่เคยมีสีทองแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดส่องสว่างโชติช่วงราวกับมังกรเพลิงตัวน้อยนับหมื่นนับแสนตัวเลื้อยพันกันกลางอากาศ ก่อนจะถักทอประสานกันกลายเป็นกรงใยตาข่ายขนาดยักษ์ ขึงขวางทอดยาวกั้นขวางทุกเส้นทางเข้าออกของช่องแคบหุบเขาอย่างแน่นหนา

    พวกอัศวินเกราะศิลาแนวหน้ายามเห็นรั้วใยเพลิงขวางหน้า พวกมันกลับไม่ได้ใส่ใจและยังคงก้าวเดินดาหน้าเข้าหาด้วยความจองหอง อัศวินปีศาจผู้นำทัพศิลายกดาบผาศิลาฟันฉับเข้าใส่รั้วใยเหล็กเคลือบธารลาวาหวังจะฉีกกระชากให้ขาดสะบั้น ทว่าทันทีที่ใบดาบหินสัมผัสกับเส้นใย เสียงฟู่ขู่ดังระงมพลันดังขึ้นพร้อมกับสะเก็ดไฟร้อนแรงสาดกระจาย ดาบผาศิลาที่แสนแกร่งกล้ากลับโดนความเหนียวแน่นหน่วงเหนี่ยวของใยไหมดูดซับแรงฟันไว้จนมิด แถมความร้อนระอุจากธารลาวาที่เคลือบผิวใยยังแล่นพล่านแผดเผาใบดาบหินจนแดงก่ำและเปราะหักสะบั้นลงในพริบตา!

    "โฮก!" อัศวินเกราะศิลาผู้นำทัพร้องคำรามด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้ขยับตัวถอยหลัง เส้นใยไหมเลื้อยเคลือบลาวาจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในเงามืดรอบด้านพลันพุ่งเข้ามัดรัดพันรอบแข้งขาและข้อเท้าของพวกมันอย่างรวดเร็ว ความเหนียวหน่วงระดับกาววิเศษทำให้เท้าหินหนาหนักยึดติดอยู่กับพื้นหินดินโคลนจนขยับเขยื้อนไม่ได้ แม้พวกมันจะพยายามออกแรงกระชาก ดิ้นรนหวังให้หลุดพ้น ทว่ายิ่งดิ้น เส้นใยเพลิงยิ่งรัดแน่นขึ้น รีดเค้นไอร้อนระอุและธารลาวาร้อนแรงให้แนบชิดกับผิวเกราะศิลาภายนอกจนเกราะหินของพวกมันเริ่มร้อนฉ่าจนแดงโร่ ส่งกลิ่นไหม้เกรียมและไอน้ำพวยพุ่งขมุกขมัวขยายวงกว้างไปทั่วทั้งกองทัพ

    กองกำลังอัศวินเกราะศิลานับพันนายบัดนี้ถูกกักบริเวณและตรึงอยู่กับที่ในช่องแคบหุบเขาอย่างสมบูรณ์แบบ พวกมันไม่สามารถคืบหน้าเข้าใกล้กำแพงเมืองย่อยได้แม้แต่ก้าวเดียว และไม่สามารถล่าถอยออกไปได้เนื่องจากทางเดินแนวหลังโดนรั้วใยเพลิงปิดกั้นหนาแน่นราวกรงขัง

    "ยอดเยี่ยมมากเสี่ยวเหลียน! รั้งพวกมันไว้ตรงนั้นแหละจ้ะ!" หลีเฮงตะโกนชื่นชมพลางตบมือด้วยความชอบใจ จากนั้นหันไปหาเย่เจาจวินที่ยืนเฝ้าดูอยู่ข้างกาย "เจาจวินยอดรัก... ถึงเวลาปล่อยตัวละครเอกของพวกเราออกไปอาละวาดแล้ว สั่งปล่อย อสูรแมลงระเบิดเพลิง ยูนิตใหม่ล่าสุดของรังเราได้เลย!"

    เย่เจาจวินยิ้มเหยียดอย่างเหี้ยมเกรียมสะใจ ดวงตาคู่สวยเปล่งแสงสีม่วงเรืองรอง นางสะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณผ่านดวงจิตราชินีรังผสมพันธุ์ตรงเข้าสู่ประตูมิติรังฟักไข่เบื้องล่างกำแพงเมือง "เหล่าลูกๆ ของข้า... จงออกไปแผดเผาศัตรูของพวกเราให้สิ้นซาก!"

    สิ้นเสียงคำสั่งของราชินีราตรี เสียงประตูถ้ำและรังดินเบื้องล่างพลันเปิดออกกว้าง พร้อมกับเสียงขยับขาตัวจิ๋วนับพันคู่วิ่งกรูกันออกมาอย่างหนาแน่น ฝูงสัตว์อสูรสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งฟักไข่ออกมาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของดินแดนลับปีศาจเคลื่อนพลออกสู่สนามรบอย่างเป็นระเบียบและเป็นเอกภาพยิ่งนัก

    พวกมันคือ "อสูรแมลงระเบิดเพลิง" อสูรตัวกลมป้อมขนาดยักษ์ราวกับลูกแตงโมโบราณที่มีชีวิต ลำตัวภายนอกหุ้มด้วยเปลือกศิลาไฟสีส้มทองปนแดงเพลิงหนาแน่น คอยปกป้องร่างกายส่วนบนและด้านข้าง ทว่าจุดสะดุดตาที่สุดคือส่วนท้องที่ขยายตัวป่องปูดจนใหญ่โตผิดส่วน ผิวเปลือกส่วนท้องนั้นบางเฉียบและโปร่งแสงจนมองเห็นของเหลวกรดเพลิงสีเขียวอมส้มเรืองแสงอันแสนร้อนแรงเดือดพล่านเกิดฟองปุดๆ อยู่ภายใน ท้องที่บางใสนั้นสั่นกระเพื่อมตามจังหวะก้าวเดินด้วยขาสั้นๆ ที่หนาแข็งแรงรอบตัว ดูน่ารักน่าชังทว่าแฝงรอยอันตรายอันน่าขนลุกขนพองอย่างถึงที่สุด

    ยามที่พวกมันเคลื่อนทัพออกจากประตูกำแพง เสียงขากระทบพื้นดินดังซุบซิบหนาแน่น หลีเฮงสั่งการบังคับรบด้วยกระดานกลยุทธ์มโนภาพ ให้พวกมันจัดกลุ่มกองหน้ากลุ่มละห้าสิบตัวกระจายตัวไปตามแนวลาดชันของเนินเขาทั้งสองฟากฝั่งของช่องแคบหุบเขา

    "พวกอสูรงูและอสูรแมงมุมทหาร จงจับตาดูให้ดี... นี่คือแสนยานุภาพใหม่ที่จะปกป้องบ้านของพวกเรา!" หลีเฮงประกาศก้องน้ำเสียงเปี่ยมบารมี

    ฝูงอสรพิษมารสีมรกตและสีนิลที่รายล้อมอยู่แนวหลังต่างพากันชูคอขึ้นสูง ดวงตาสีเหลืองรีจ้องมองอสูรตัวป้อมระเบิดเพลิงเหล่านั้นด้วยความฉงนแกมระแวดระวัง ลำตัวยาวเหยียดสั่นระริกเล็กน้อย เช่นเดียวกับฝูงอสูรแมงมุมทหารที่มีรูปร่างสูงใหญ่และขากรงเล็บแหลมคม ต่างพากันหดขาถอยร่นเปิดทางให้แก่อสูรตัวกลมป้อมอย่างยำเกรง แม้พวกมันจะเป็นอสูรรุ่นเก่าที่มีพละกำลังทางกายภาพสูง ทว่าสัมผัสสัญชาตญาณสัตว์ร้ายกลับเตือนภัยพวกมันว่า ของเหลวสีเขียวเดือดพล่านในท้องของอสูรตัวป้อมเหล่านั้นคือสิ่งอัปมงคลที่สามารถคร่าชีวิตพวกมันได้ในพริบตาเดียวหากเข้าใกล้เกินไป

    "เคลื่อนทัพ... กลิ้งลงไปถล่มพวกมัน!" หลีเฮงสั่งการในใจพลันสะบัดมือลงอย่างดุดัน

    ตูม! ตูม! ตูม!

    ทันใดนั้น อสูรแมลงระเบิดเพลิงนับร้อยนับพันตัวที่อยู่บนยอดเนินเขาทั้งสองข้างพลันหดหัวและขาทั้งหมดเข้าสู่ใต้กระดองศิลาไฟขดตัวกลมดิ๊กกลายเป็นลูกหินเพลิงสีส้มแดงเดือด กลิ้งหล่นลงมาจากลาดชันเนินเขาด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าฟาด เสียงกลิ้งครูดกับดินหินดังครืนๆ สนั่นหวั่นไหวราวกับฝนอุกกาบาตขนาดจิ๋วร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์กระแทกเข้าใส่กองทัพอัศวินเกราะศิลาที่ถูกพันธนาการอยู่เบื้องล่างอย่างแม่นยำและบ้าคลั่ง!

    ตูมมมมมมม! ตูมมมมมมม! ตูมมมมมมม!

    เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะท้านโลกาพลันดังระเบิดขึ้นติดต่อกันเป็นลูกระนาดถี่ยิบดั่งเสียงอสนีบาตฟาดฟันพันหมื่นครั้งในเวลาเดียวกัน! ทันทีที่ส่วนท้องโปร่งแสงของอสูรแมลงระเบิดเพลิงกระแทกเข้ากับเกราะหินแกร่งของอัศวินเกราะศิลา เปลือกท้องบางใสพลันแตกสลาย ร่างกายของมันระเบิดพลีชีพฉีกกระชากตัวเองออกเป็นชิ้นๆ พร้อมปลดปล่อยของเหลวกรดเพลิงสีเขียวส้มร้อนจัดอุณหภูมินับแสนองศาพุ่งกระจายสาดซัดออกไปรอบทิศทางเป็นวงกว้างกว่าสองวาในพริบตา!

    แรงระเบิดจากการระเบิดพลีชีพของอสูรแมลงระเบิดเพลิงรุนแรงมหาศาล คลื่นความร้อนสีส้มแดงฉานและแสงสว่างโร่กวาดล้างอากาศโดยรอบจนกลายเป็นสุญญากาศ ของเหลวกรดเพลิงเหล่านั้นหาใช่กรดธรรมดา ทว่ามันผสานเข้ากับปราณลาวาเดือดและใยไหมไหม้เกรียม ยามที่มันสาดกระเซ็นไปโดนเกราะศิลาโบราณอันแข็งแกร่ง เกราะหินแกร่งที่เคยทนทานต่อคมดาบและหอกพลองกลับโดนฤทธิ์กรดเพลิงกัดกร่อนส่งเสียงฟู่ร้อนจัด รอยแตกร้าวเล็กๆ ก่อตัวขึ้นรอบผิวหินก่อนจะขยายวงกว้างออกรวดเร็วปานใยแมงมุม ผิวเกราะศิลาเริ่มหลอมละลายกลายเป็นดินเหลวสีแดงก่ำไหลย้อยลงตามร่างกาย

    "อ๊ากกกกก! โฮก!"

    เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัสของอัศวินเกราะศิลาดังก้องระงมไปทั่วช่องแคบหุบเขา อสูรยักษ์หินผู้โอหังบัดนี้ดิ้นพล่านด้วยความทุรนทุราย ยามที่เกราะศิลาปกป้องภายนอกละลายละลิ่วหายไป ของเหลวกรดเพลิงก็สัมผัสเข้ากับเนื้อหนังภายในโดยตรง แผดเผาและกัดกร่อนเนื้อและกระดูกจนเหลวแหลกกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่อึดใจ อัศวินเกราะศิลาแนวหน้าที่พยายามต้านทานทนทาน กลับกลายเป็นเศษซากหินไหม้เกรียมเกลื่อนกลาดพื้น

    ความน่ากลัวของแรงระเบิดและการทำลายล้างยังไม่สิ้นสุด อสูรแมลงระเบิดเพลิงชุดที่สองและสามยังคงกลิ้งตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดยั้ง กลิ้งเหยียบย่ำซากศพของพวกเดียวกันและพุ่งเข้าไประเบิดพลีชีพกระแทกซ้ำๆ ตรงจุดที่เกราะศิลาเริ่มร้าวพังทลายเละเทะ เสียงระเบิดตูมตามติดต่อกันแผ่ขยายม่านหมอกพิษกรดสีเขียวครึ้มและควันไฟสีดำทึบหนาแน่นไปทั่วบริเวณ ไอกรดร้อนกัดกร่อนแม้กระทั่งผนังหินของช่องแคบหุบเขาจนละลายร่วงพรูลงมาทับถมข้าศึกซ้ำสอง

    ฝูงอสรพิษมารของสืออิงที่อยู่แนวหลังพากันเบิกตาโตด้วยความสะพรึงกลัวอย่างที่สุด ลำตัวยาวเลื้อยของพวกมันขดเกร็งกอดกันแน่น ใบหน้าอสุรงูฉายแววตระหนกตกใจ แววตาที่เคยมองหลีเฮงอย่างงุนงงแปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรงเกรงขามและจงรักภักดีอย่างล้นพ้น พวกมันตระหนักดีว่าหากพวกมันกลายเป็นศัตรูกับมนุษย์ผู้นี้ และโดนอสูรตัวป้อมสีเพลิงเหล่านี้กลิ้งเข้าไประเบิดใส่ แม้แต่เกล็ดมรกตแกร่งกล้าของพวกมันก็คงไม่อาจหลงเหลือรอดชีวิตไปได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดี่ยว

    เช่นเดียวกับฝูงอสูรแมงมุมทหารของเสี่ยวเหลียน ขาเหล็กแหลมคมยาวของพวกมันจิกลงบนดินแน่น ขยับหดตัวลงต่ำสั่นเทิ้มด้วยความกลัวต่อความร้อนและการระเบิดอันป่าเถื่อนไร้ความปรานี แม้พวกมันจะเป็นอสูรสายโจมตีทำลายล้าง ทว่าความบ้าคลั่งของหน่วยรบพลีชีพที่พร้อมใจกันละลายตัวเองเพื่อสังหารศัตรูเช่นนี้ กลับเป็นภาพการต่อสู้ที่ทำลายขวัญกำลังใจของสัตว์ปีศาจทั่วไปจนหมดสิ้น

    "สวรรค์... นี่มันพลังทำลายล้างอันใดกัน รุนแรงและน่ากลัวเหลือเกิน" สืออิงครางแผ่ว ใบหน้างดงามสะคราญขาวซีดลงเล็กน้อย นางจ้องมองเปลวไฟและหมอกกรดที่กำลังละลายทัพอัศวินเกราะศิลาจนกลายเป็นบ่อโคลนหินเดือดพล่านด้วยความทึ่ง

    "ฮี่ๆ... ลูกๆ ของข้าเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพยิ่งนัก เห็นหรือไม่ท่านพี่ เกราะศิลาที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตเหมือง ยามเจอการระเบิดกรดเพลิงประสานเข้ากับใยไหมทองคำของข้า ก็กลายเป็นเพียงดินโคลนเหลวไร้ค่าเท่านั้น!" เสี่ยวเหลียนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ แววตาสั่นระริกด้วยความยินดี พลางเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นเข้าหาแขนของหลีเฮงเพื่อออดอ้อนขอคำชม

    หลีเฮงหันมาโอบบ่าเสี่ยวเหลียนพลางตบไหล่เบาๆ "เจ้าทำได้ดีมากเสี่ยวเหลียนจ๋า รั้วใยเหนียวหน่วงของเจ้าทำให้พวกมันติดกับเป็นเป้าหมายนิ่ง ยามเจอกับระเบิดพลีชีพขยี้ซ้ำ ผลลัพธ์จึงยอดเยี่ยมปานนี้!"

    เย่เจาจวินกอดอกมองภาพเปลวเพลิงเบื้องหน้าด้วยความสะใจ ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง "พวกชนเผ่าเกราะศิลาคงไม่มีวันลืมเลือนความเจ็บปวดในค่ำคืนนี้ไปชั่วชีวิต ทัพอัศวินศิลาเหล็กที่พวกมันภาคภูมิใจ บัดนี้เหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนแล้ว!"

    จริงดังที่นางกล่าว กองทัพปีศาจอัศวินเกราะศิลาที่เหลือรอดชีวิตเพียงน้อยนิด ยามนี้ขวัญกระเจิงเตลิดเปิดเปิงจนหมดสิ้น ความเย่อหยิ่งทระนงตนว่าจะมาทวงแค้นพังทลายลงไม่มีชิ้นดี พวกมันจ้องมองเศษซากเพื่อนพ้องที่ละลายกลายเป็นบ่อกรดแดงเดือดพล่านด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด อัศวินเกราะศิลาที่ยังไม่ตายต่างพากันดิ้นรนฉีกกระชากใยไหมเพลิงรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ละทิ้งค้อนและอาวุธหินผาทั้งหมด แล้วหันหลังโกยอ้าววิ่งหนีเตลิดหนีตายรนลานกลับไปยังทางทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่เหมืองแร่ศิลาเหล็กดั้งเดิมของพวกมันอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและกลิ่นอายความพ่ายแพ้ยับเยินคละคลุ้งไปทั่วหุบเขา

    ชัยชนะในศึกด่านแรกปกป้องด่านเมืองย่อยเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วและงดงามหมดจด ไร้ซึ่งความสูญเสียใดๆ ของกองกำลังฝ่ายป้องกันเมืองย่อย

    หลีเฮงถอนหายใจยาวพลางยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ทว่าทันใดนั้น หน้าจอระบบสีแดงเบื้องหน้าพลันกะพริบแสงสีทองเรืองรองสว่างไสว พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนสลับเสียงดังอันแสนคุ้นเคยในโสตประสาท

    ติ๊ง!

    [ระบบแจ้งเตือนผลลัพธ์การรบและประเมินธุรกรรมระบบเทพแมงดาเสร็จสิ้น]
    [ผลงานการป้องกันเมืองย่อย: ชัยชนะอย่างเด็ดขาด (ทำลายล้างศัตรูแนวหน้า 90% บังคับให้ศัตรูถอยทัพกลับเหมืองสำเร็จ)]
    [ระบบทำการประมวลผลแต้มปันผลรายวันสะสมจากหุ่นเทพจำแลง ณ วังบุปผาหิมะที่ได้รับอัตโนมัติประจำค่ำคืนนี้: บวกเพิ่ม +3,000 แต้ม]
    [สรุปยอดแต้มแมงดาคงเหลือล่าสุดสะสมในคลังระบบ: เพิ่มขึ้นเป็น 42,500 แต้ม]
    [ระบบตรวจพบแรงสั่นสะเทือนและการใช้ระเบิดกรดเพลิงทำลายล้างที่สร้างผลกระทบต่อรอยแยกมิติวังวนรอบข้าง: แต้มวิบัติสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 59 แต้ม]

    หลีเฮงจ้องมองตัวเลขแต้มคงเหลือบนหน้าจอด้วยรอยยิ้มพอใจ "ฮ่าๆ ยอดแต้มสะสมเพิ่มขึ้นเป็นสี่หมื่นสองพันห้าร้อยแต้มแล้วรึ! นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ยิ่งมีแต้มสะสมมากเท่าไร ข้าก็ยิ่งซื้อหามหายารักษาและไอเทมสุดโกงจากร้านค้ามารับมือวิกฤติต่างๆ ได้สบายขึ้น"

    ทว่ายามสายตาเลื่อนไปเห็นตัวเลขแต้มวิบัติสะสม ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้วบ่นอุบในใจ "แต่ไอ้แต้มวิบัติสะสมที่เพิ่มขึ้นเป็นห้าสิบเก้าแต้มนี่สิ... ระบบกะจะไม่ให้ข้าได้อยู่อย่างสงบสุขเลยใช่ไหมเนี่ย ยิ่งแต้มวิบัติสูง โลกเบื้องบนยิ่งชอบส่งภัยพิบัติหรือตัวอันตรายแปลกๆ ลงมาทุบตีข้าตลอดเวลาเลย!"

    [คำเตือนจากระบบ: แต้มวิบัติเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการขยายอำนาจและการใช้อาวุธทำลายล้างสูง หากโฮสต์ไม่อยากเจอปัญหา ขอแนะนำให้รีบเกาะหลังเมียและอัปเกรดเกราะพลังเมียให้หนาแน่นยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยของก้นน้อยๆ ของท่านเอง]

    "ไอ้ระบบบ้า! เจ้าแซวข้าอีกแล้วนะ!" หลีเฮงสบถด่าในใจอย่างขบขัน

    เย่เจาจวินเดินเข้ามากอดอกข้างชายหนุ่ม สายตาสีม่วงจ้องมองหน้าจอระบบสีแดงที่สั่นวิบวับอยู่กลางอากาศ แม้นางจะมองไม่เห็นตัวอักษรของระบบอย่างละเอียด ทว่านางก็รับรู้ได้ถึงความกังวลของสามีผ่านตราประทับพันธะฮาเร็ม

    "เกิดอะไรขึ้นรึท่านพี่? เจ้าคนหน้าหนาเกาะเมีย... เจ้าทำหน้าตาบูดบึ้งเช่นนี้ หรือว่ามีข่าวร้ายใดจากระบบของเจ้าอีก?" นางถามเสียงนุ่มนวลแฝงรอยห่วงใย

    หลีเฮงรีบหันกลับมายิ้มร่าพลางสวมกอดเอวหนานุ่มของเย่เจาจวินแน่นขึ้น สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากซอกคอของนางฟอดใหญ่จนหญิงสาวเขินหน้าแดงตวาดดุเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะเจาจวินยอดรัก ระบบแค่เตือนว่าศึกครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้พวกชนเผ่าเกราะศิลาจนพวกมันต้องหวนกลับไปตั้งหลักที่เหมืองแร่ศิลาเหล็ก ซึ่งนับเป็นโอกาสทองของพวกเราที่จะวางแผนบุกโจมตีตลบหลังพวกมันเพื่อชิงเหมืองแร่นั้นมาครอบครอง!"

    สืออิงเลื้อยระหงเข้ามาใกล้ พลางยิ้มเย้า "ทัพเกราะศิลาพ่ายแพ้ยับเยินขวัญเสียเช่นนี้ หากเรากรีธาทัพอสูรแมลงระเบิดเพลิงบุกกระหน่ำซ้ำสองที่เหมืองแร่ศิลาเหล็ก ชัยชนะย่อมตกอยู่ในมือเราอย่างง่ายดาย ทว่าราชินีเกราะศิลาผู้คุมเหมืองแห่งนั้นไม่ใช่คนธรรมดา นางมีนามว่ากู๋เอ๋อร์ เป็นสตรีที่แข็งแกร่งพละกำลังมหาศาลและมีเกราะศิลาโบราณหุ้มกายหนาแน่นที่สุดในดินแดนนี้ ท่านพี่ต้องเตรียมแผนการรับมือให้นางให้ดีนะเจ้าคะ"

    "กู๋เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ..." หลีเฮงพึมพำ แววตาส่องประกายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อนพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มหันมองเหล่าเมียรักทั้งสามก่อนจะเอ่ยคำพูดชวนหัวเราะ "ไม่ว่าจะเป็นราชินีหินผาหรือกู๋เอ๋อร์ผู้ใด หากมาเจอกับ 'สัมผัสผ่อนคลาย' และ 'มือทองคำหมอนวด' ของหลีเฮงคนนี้ ข้าจะนวดขยี้สลายเกราะหินผาของนางให้เนียนนุ่มจนยอมศิโรราบกลายเป็นสนมรับใช้คนที่แปดในฐานทัพของพวกเราให้จงได้คอยดูสิจ๊ะเมียรักทั้งหลาย!"

    "เจ้าคนปากดี! คิดแต่จะหาภรรยาเพิ่มตลอดเวลาเลยนะ!" เย่เจาจวินค้อนขวับพร้อมหยิกเอวสามีเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะอย่างสำราญใจลั่นหอบัญชาการ

    ค่ำคืนสงครามด่านแรกผ่านพ้นไปด้วยชัยชนะและรอยยิ้ม ทว่าศึกใหญ่ชิงเหมืองแร่ศิลาเหล็กและการสยบราชินีกู๋เอ๋อร์ในตอนต่อไป กำลังรอคอยให้หลีเฮงสวมบทบาทจอมกะล่อนสู้ศึกเตียงศึกรบในเวลาเดียวกันอย่างเร้าใจ!

    ---------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498