อึ่ก...
ความเ็ปทั่วร่างราวกับแผดเผาร่างกายให้มอดไหม้กระดูกทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยความปวดร้าวความเ็ปแล่นไปทั่วร่างทรมานจนแทบหายใจไม่ออก
จ้าวห่าวหลินหอบสูดอากาศฝืนร่างกายที่ปวดร้าวของตัวเองหลุบตามองต่ำร่างกายเต็มไปด้วยาแและคราบเื
รอบด้านเป็ป่าเขาเบื้องหน้าเป็ถนนสายหลักที่เกิดจากการเหยียบย่ำซ้ำไปมาจนเกิดเป็ถนนและลาตัวนั้น....
ชายหนุ่มคิ้วขมวดสีหน้าขึงขังตึงเครียด
เขาจำได้ว่าที่นี่คือสถานที่สุดท้ายที่เขาอยู่ก่อนที่จะตายจากไปในชาติที่แล้ว
หากพูดไปแล้วคงไม่มีใครเชื่อเื่เหลวไหลเช่นนนี้เป็แน่เขาเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งที่นี่และได้โอกาสไปเกิดใหม่ในโลกที่แตกต่างกันในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดโลกแห่งนั้นเต็มไปด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีเต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์มากมายที่คอยช่วยเหลือสร้างความสะดวกสบาย
ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่ามันเป็พรหรือความผิดพลาดของ์ทำให้เขาได้ไปเกิดใหม่โดยที่มีความทรงจำในโลกนี้ติดตามไปด้วย
ลูกชายทายาทมหาเศรษฐีอันดับแปดของประเทศจีนมีทั้งชื่อเสียงและอำนาจมากมายอย่างไร้ที่เปรียบร่างกายแข็งแรงเป็ที่้าของหญิงสาวทั่วโลก
อึ่ก....
ให้ตายเถอะ์ทำไมข้าจะต้องกลับมาที่นี่ด้วย ท่าน้ากลั่นแกล้งข้า ให้ความหวังข้าแล้วก็พรากมันไปใช่หรือไม่?
เดือนแปดของดินแดนทางเหนือกลางคืนอากาศหนาวเย็นเข้ากระดูกร่างกายที่เต็มไปด้วยาแเสื้อผ้าไหมฉีกขาดไม่อาจช่วยให้ความอบอุ่นได้เลยแม้แต่น้อย
จ้าวห่าวหลินกัดฟันกรอดฝืนทนความเ็ปทั่วร่างร่างกายนี้าเ็สาหัสจนแม้แต่จะขยับตัวก็ยังยากด้วยซ้ำเขากวาดสายตามองไปรอบด้านเพื่อสำรวจสถานการณ์
นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเ็ปทั่วร่างรับรู้ได้ถึงความไร้เรี่ยวแรงและบอบบางของตัวเอง
ตอนที่ได้เกิดใหม่อีกครั้งด้วยร่างกายที่แข็งแรงจ้าวห่าวหลินคอยดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองอย่างดีตลอดทั้งกินอาหารสุขภาพและออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็เหมือนชาตินี้
ดังนั้นมากสุดที่เคยเ็ปก็คือการผ่าตัดไส้ติ่งด้วยวิทยาการเทคโนโลยีทางการแพทย์การผ่าไส้ติ่งปลอดภัยและเ็ปเพียงแค่ชั่วเวลาไม่นานเท่านั้น
หากเทียบกับความเ็ปไปทั่วทั้งร่างของเขาในตอนนี้แล้วเทียบได้ดังการถูกรถสิบล้อชนกับโดนมดกัด
จ้าวห่าวหลินเงยหน้าขึ้นมองฟ้า...คงไม่ใช่ว่าพาข้ากลับมาเพื่อที่จะตายอีกรอบหรอกใช่ไหม?
จ้าวห่าวหลินมองไปยังถนนสายหลักเพื่อรอคอยความหวังหากรอดไปได้เขาก็อยากที่จะสานต่อความตั้งใจสุดท้ายก่อนตายสืบหาฆาตกรตัวจริงที่อยู่เื้ัการตายของท่านพี่ฮ่าวทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวเอง
ในครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมเป็‘แพะรับบาป’ อีกแล้ว ไม่ว่าใครเป็คนทำมันผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบ
จ้าวห่าวหลินรู้สึกอัดอั้นหน้าอกราวกับแตกสลายพ่นเืสีดำออกมาอย่างรุนแรงดวงตาพร่าเลือน ไม่นานก็ได้ยินเสียงแว่วเข้าหู มุมปากแย้มยกขึ้น
กุบกับกุบกับ...
เสียงม้าควบแล่นผ่านเข้ามาแรงสั่นเพียงเล็กน้อยจากพื้นดินทำให้รู้ว่าทิศทางจะต้องเป็ทางที่เขากำลังนอนรอความตายอยู่อย่างแน่นอนอย่างน้อยรอบนี้์ก็ยังไม่ทอดทิ้งข้า
ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนหญิงสาวในชุดจอมยุทธสีขาวสะอาดโดดเด่นมองเห็นจากระยะทางไกลผ้าคลุมสีแดงพลิ้วไสวในอากาศประดับด้วยขนจิ้งจอกขาวขนฟู เมื่อเทียบกับหญิงสาวอีกคนที่ตีม้าเคียงคู่กันมานางดูตัวเล็กน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
“ข้าจริงจังนะเ้าคะตอนนี้คุณหนูก็อายุสิบแปดแล้ว ท่านควรจะหาคนที่เหมาะสมทำตามคำสั่งเสียของท่านอาจารย์ได้แล้วนะเ้าคะ”
หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปีร่างอวบอั๋นอ้วนท้วมในชุดฮั่นฝูสีชมพูสดใสเอ่ยเตือนหญิงสาวอีกคน
“ชุนเชียงเ้าเลิกพูดเื่นี้สักทีได้หรือไม่ ข้าไม่ใช่แม่ไก่ในตลาดเสียหน่อยที่เ้าจะให้ข้าออกไข่ตอนไหนก็ได้ทุกเมื่อ”
“อย่าหาว่าข้าว่าเ้าเลยหลิงเอ๋อร์แม่ไก่ยังรสชาติเยี่ยมเคี้ยวเพลินพ่อไก่เ่าั้จึงพากันรุมล้อมออกไข่ให้กินทุกวัน”
“ข้าแค่สิบแปดเองเ้าจะเร่งข้าทำไมนักหนา ทีเ้าอายุยี่สิบแล้วเหตุใดไม่หาพ่อไก่ของเ้ามาออกไข่บ้างเล่า”
ชุนเชียงจิ๊ปากไม่สบอารมณ์“หลี่เจี่ยหลิง ข้าเป็เพียงสาวใช้ของเ้า ไม่ใช่ผู้สืบทอดท่านอาจารย์ไม่ต้องมีทายาทรุ่นที่สามเสียหน่อย เอ่อ...พวกบัณฑิตพูดว่าอันใดนะ”
“คำพูดวิญญูชนแม้รถเทียบม้าแปดตัวยากตามทัน[1]”
“ใช่นั่นแหละสัญญาห้ามคืนคำ” ชุนเชียงหันมองหลี่เจี่ยหลิงเป็เชิงหยอกล้อ“อีกอย่างคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่าสิบสี่ลูกเดินได้หรอกหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงมองบนไม่อยากจะพูดกับชุนเชียงต่อ ั้แ่ท่านอาจารย์ตายไปเมื่อสามปีก่อนชุนเชียงก็พูดกรอกหูเื่นี้ตลอดจนนางี้เีจะฟัง
ทุกวันนี้เพียงแค่ออกมาตามหาต้นตระกูลตัวเองและรักษาคนไข้ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่แล้วจะไปมีเวลาหา ‘พ่อไก่’ มาจากไหน
อีกอย่างหากจะมีพ่อไก่สักตัวก็ควรจะหน้าตาดีหน่อยไม่ใช่หรือไงอย่างน้อยนางก็อยากให้รุ่นสามงดงามเช่นเดียวกับนาง
“ข้าพูดจริงนะข้าได้ยินว่าพวกจอมยุทธหญิงในยุทธภพส่วนใหญ่จะรับเลี้ยง ‘สามีบำเรอ’ กันแทบทั้งนั้น”
“สามีบำเรอ?”หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย
“ใช่ปกติจอมยุทธจะใช้เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับการฝึกยุทธ เดินทางท่องยุทธภพใช่ไหมละเหล่าจอมยุทธหญิงก็ไม่อยากที่จะอยู่บ้านเลี้ยงลูกทำอาหารดูแลสามีเหมือนพวกเบื้องล่าง”
หลี่เจี่ยหลิงขยับยิ้ม“จึงเลี้ยงสามีบำเรอ?”
“ใช่แล้วพวกนางไม่อยากแต่งงานเพื่อรับใช้พวกจอมยุทธชาย จึงรับพวกคนธรรมดามาเป็สามีบำเรอ คอยดูแลรับใช้ปรนนิบัติสืบทายาทเลี้ยงลูกดูแลเรือนหลังแทน”
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะความคิดนี้คล้ายกับท่านอาจารย์ของนางยิ่งนักผู้คนในยุคสมัยนี้ล้วนให้ความสำคัญชายดูถูกหญิง มีกฎมากมายที่ใช้ควบคุมผู้หญิงอย่างเช่นการไร้ความรู้เท่ากับหญิงมีคุณธรรม ทำให้พวกนางถูกห้ามเรียนหนังสือเด็ดขาด
อาจารย์เคยเล่าว่านี่เป็พิธีที่พวกผู้ชายเขียนกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อใช้กดขี่ข่มเหงพวกผู้หญิงเพราะพวกเขาเกรงกลัวว่าวันใดผู้หญิงได้รับสิทธิ์เสรีเท่าเทียมกับผู้ชายได้เรียนหนังสือทำงานแล้วจะเก่งกว่าผู้ชาย แล้วเมื่อถึงตอนนั้นพวกผู้ชายก็ต้องไร้อำนาจที่จะควบคุมผู้หญิง
และหากเป็เช่นนั้นก็จะไม่มีพวกผู้หญิงคอยรับใช้ทำงานบ้านกวาดถูกบ้านเรือน ซักผ้าทำอาหาร เลี้ยงลูก คอยปรนเปรอความใคร่ให้กับพวกเขา
หลี่เจี่ยหลิงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนักที่จอมยุทธหญิงเลือกที่จะเลี้ยงสามีบำเรอคอยดูแลพวกนางแทนการเป็ภรรยาของใครสักคนเหล่าจอมยุทธในยุทธภพไร้กฎเกณฑ์เน้นไปที่พลังและระดับขั้นในการชี้วัดสถานะทางสังคมผู้แข็งแกร่งย่อมเหนือกว่าไร้ชายไร้หญิง
หากข้ามี‘สามีบำเรอ’ ก็ดีเหมือนกันใช่ไหม?
ชุนเชียงเห็นหลี่เจียหลิงนิ่งเงียบนางยิ้มหยอกล้อ “สนใจแล้วใช่ไหมล่า?”
“เ้าคิดง่ายเกินไปแล้วผู้ชายดี ๆ ที่ไหนจะยอมทนอยู่ภายใต้ชายกระโปรงผู้หญิงกันคงมีแต่พวกเกียจคร้านนิสัยชั่วช้าเท่านั้นแหละที่จะเอาแต่คอยเกาะผู้หญิงกินไปวันๆ”
ขืนเอาพวกแบบนี้มาเป็สามีไม่เท่ากับเสียใจไปทั้งชาติหรอกหรือ... นางไม่อยากเลี้ยงเ้าตัวไร้ประโยชน์เชื่อใจไม่ได้ไว้ข้างกายหรอกนะหากจะต้องแบกสามีที่เป็ตัวภาระสู้อยู่คนเดียวไปจนตายไม่ดีกว่าหรือ
หรือว่าข้าควรจะรับเด็กมาเลี้ยงข้างกายเหมือนกับที่อาจารย์ทำดีหรือไม่?
ชุนเชียงเกาหัวไม่เข้าใจทำไมต้องคิดมากมายขนาดนั้นด้วย “บางครั้งเ้าก็ฉลาด แต่บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าเ้าโง่เหลือเกิน”
หลี่เจี่ยหลิง“.....”
“ฟังข้านะน้องสาวเ้าทั้งขาวทั้งสวยเพียงนี้มีคุณชายมากมายที่พร้อมพลีกายถวายตัวช่วยเ้าคลอดทายาทรุ่นสามอวบอ้วน”ชุนเชียงนับนิ้ว “คุณชายตระกูลใหญ่ จอมยุทธสำนักดัง เหล่าขุนนางมากความสามารถแม้แต่จักรพรรดิก็ยังเคยเกี้ยวเ้า เอ่อ... รวมนิ้วเท้าแล้วข้ายังนับไม่หมด”
ข้าไม่ได้ชอบพวกนั้นเสียหน่อยไม่ขี้อวด ก็ชอบข่ม ไม่เป็บัณฑิตอ่อนแอก็เป็พวกโฉดชั่ว ยิ่งพวกขุนนางและจักรพรรดิมีเมียแล้วกี่คน ยังจะต้องให้พูดอีก
“หลิงเอ๋อร์”ชุนเชียงยกสะโพกขึ้นเหนือหลังม้าชะโงกโน้มตัวไปข้างหน้าจนเกือบตกจากหลังม้า“นั่นมันลา ลาของใครมาตายที่นี่กัน”
“เกิดอะไรขึ้น?”หลี่เจี่ยหลิงมองฝ่าความมืดไป
“ไม่รู้สิพวกโง่แน่นอน เนื้อลาอร่อยจนต้องเคี้ยวลิ้นแท้ ๆ ไม่พากลับไปด้วยพวกไม่รู้จักของดี”
หลี่เจี่ยหลิง“....” ที่เ้าพูดก็เพราะเสียดายเนื้อลาเนี่ยนะ “อย่าได้แม้แต่จะคิดลาที่ตายไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ว่ามีเชื้อโรคระบาดติดตัวหรือไม่หากกินเข้าไปแล้วป่วยเ้าจะทำอย่างไร?”
“ไม่ใช่มีเ้าอยู่หรอกหรือต่อให้ข้าข้ามแม่น้ำเหลืองไปยังยมโลกแล้ว เ้าก็พากลับมาได้ใช่หรือไม่”ชุนเชียงไม่ใส่ใจ เร่งม้าเคลื่อนเข้าไปใกล้ลา ใครกันไม่รู้จักของดี “หือ?นั่นมันคนนี่”
“อย่าเข้าไป”หลี่เจี่ยหลิงห้ามชุนเชียงที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้
ชุนเชียงขมวดคิ้ว“ไม่ได้นะหลิงเอ๋อร์ อาจารย์สอนไว้เสมอช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้กุศลกว่าสร้างวัดแปดชั้น”
หลี่เจี่ยหลิงะโลงจากหลังม้า“ช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น[2]เ้านี่ชอบมั่วสำนวนอยู่เรื่อย”
ชุนเชียงกำลังจะเดินก้าวเข้ามาใกล้แต่หลี่เจี่ยหลิงห้ามเสียก่อนยิ่งห้ามก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น นางชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย“โอ้... ข้าเคยเห็นคนหน้าตาดีมาก็เยอะ แต่คุณชายท่านนี้หล่อเหลายิ่งนัก”ชุนเชียงพยักหน้ารู้ทัน “ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว”
หลี่เจี่ยหลิง“....” รู้อะไรของเ้า?
หลี่เจี่ยหลิงมีประสาทััไวั้แ่เด็กจมูกไวต่อกลิ่นลิ้นไวต่อรส ทำให้นางสามารถเรียนวิชาแพทย์ได้ดีกว่าคนอื่น
ั้แ่นางเข้าใกล้ชายหนุ่มในระยะหนึ่งจั้ง[3] นางก็ได้กลิ่นหอมยั่วยวนบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาหลี่เจี่ยหลิงล้วงเอาผ้าปิดหน้าจากแขนเสื้อมาผูกปิดปากจมูกตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากขึ้น
หลี่เจี่ยหลิงพิจารณาาแเืบางส่วนแห้งแล้ว แต่บางส่วนยังคงไม่หยุดไหลหากเป็แบบนี้เขาจะต้องเสียเืจนตาย นางจึงเรียกยาลูกกลอนห้ามเืยัดใส่ปากของชายหนุ่มก่อนจะจับชีพจรเพื่อตรวจอาการ
“หือ?ชายผู้นี้หอมยิ่งนัก” ชุนเชียงทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“เ้าเอาผ้าออกมาปิดจมูกเสีย”
ชุนเชียงทำสีหน้ารู้ทันกัน“ข้าไม่แย่งของเ้าหรอก หวงแม้แต่กลิ่นกายของท่านเขย เ้านี่มันปากไม่ตรงกับใจเมื่อครู่...”
ในสมองของเ้าคิดสิ่งใดบ้างนอกจากเื่พ่อไก่
“ชายผู้นี้ถูกพิษยวนยางสำราญรักอย่างน้อยก็น่าจะโดนพิษมาแล้วนานกว่าสามถึงสี่ชั่วยาม เป็่ที่พิษกำเริบขั้นสุดท้าย”
ชุนเชียงกระพริบตามึนงงนางเป็พวกสมองเส้นตรงไม่อาจซึมซับความซับซ้อนของวิชาแพทย์ได้ แต่นางมีพร์ด้านการต้มยาและคัดสมุนไพร
“พิษยวนยางสำราญรักคือพิษใดเขาจะตายหรือไม่?”
“พิษยวนยางสำราญรักเป็ยากำหนัดที่ใช้ปลุกอารมณ์ผู้ชาย แต่ความแตกต่างคือพิษชนิดนี้จะสร้างความกำหนัดให้แก่ผู้ชายพิษจะผสมกับร่างกายของผู้ถูกพิษและจะปล่อยกลิ่นออกมาหญิงใดที่ได้กลิ่นจากตัวของชายหนุ่มจะทำให้เคลิบเคลิ้มและเกิดความกำหนัดเช่นเดียวกัน”
ชุนเชียงขมวดคิ้ว“ไม่ใช่มีเพียงพวกไร้ความสามารถหรอกหรือที่จะใช้ยากำหนัด เ้าเด็กคนนี้ดูแล้วน่าจะแค่สิบสี่สิบห้าด้วยซ้ำ”เท่าที่นางรู้มีเพียงพวกตาแก่มากตัญหากันทั้งนั้นที่จะใช้ยากำหนดเพื่อช่วยให้ตัวเองคึกคัก
“ข้าคิดว่าเ้าหนุ่มนี่ไม่ยินยอมที่จะโดนพิษแต่โดนบังคับมากกว่า”
“บังคับ?ใครจะบังคับให้ผู้ชายเกิดกำหนัดกันเล่า”
“ไม่ใช่เมื่อกี้เ้าบอกว่ามีจอมยุทธหญิงที่แต่งสามีบำเรอคอยปรนนิบัติรับใช้หรอกหรือมีผู้หญิงบางคนที่รวบรวมผู้ชายหน้าตาดีเป็ชายบำเรอเช่นกันและเพื่อให้ชายหนุ่มที่โดนจับตัวมายินยอมและทำให้ตัวเองมีแรงพอที่จะมีความสุขร่วมด้วยจึงใช้พิษนี้กันแทบทั้งสิ้น”
ชุนเชียงมีสีหน้าเห็นใจ“เ้าหมายความว่า เ้าหนุ่มนี่โดนบังคับให้ถวายตัวให้อย่างนั้นสินะเฮ้อ....น่าสงสารนัก มีภัยเพราะหน้าตานี่เอง”
จ้าวห่าวหลินรู้สึกทนฟังไม่ได้คิ้วกระตุกหญิงอ้วนนางนี้ช่างจิตนาการสูงส่งนัก หากเป็โลกอนาคต นางต้องได้รับรางวัลนักเขียนขายดีโด่งดังไปทั่วโลกเป็แน่
หลี่เจี่ยหลิงสังเกตุเห็นคิ้วชายหนุ่มกระตุกนางโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น “เ้าพูดได้หรือไม่?”
จ้าวห่าวหลินพ่นลมแ่เบาออกมานี่คือแรงเฮือกสุดท้ายของเขาแล้ว
“เ้าาเ็หนักแม้เ้าจะหลีกเลี่ยงจุดสำคัญไว้ได้แต่ก็ยังาเ็หนัก ข้าให้ยาห้ามเืเ้าแล้วเ้าจะต้องผ่าตัดเย็บาแจึงจะพ้นขีดอันตราย แต่ว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะรักษาข้าจะพาเ้ากลับบ้าน”
“พากลับบ้าน”ชุนเชียงที่ฟังอยู่ตลอดดวงตาเป็ประกายรู้เท่านั้น “ร้ายกาจ”
หว่างคิ้วทั้งสองข้างจ้าวห่าวหลินย่นเข้าหากันนี่คงไม่ใช่หนีหญิงโรคจิตคนหนึ่ง พบอีกคนหนึ่งหรอกใช่หรือไม่
ชุนเชียงกระแทกไหล่หลี่เจี่ยหลิงที่ลุกขึ้นยืน“เ้าใจกล้ากว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกน้องสาว ได้! ข้าจะช่วยเ้ามีสามีเอง” นางพยักหน้าอย่างหนักแน่นนี่เป็เื่ที่สาวใช้อันดับหนึ่งอย่างนางสมควรทำเพื่อคุณหนู
“หากเ้ายังพูดมากอีกข้าคงต้องคิดให้ดีกว่านี้เื่ให้เ้าออกเรือนข้าว่าตอนนี้อายุเ้าควรออกเรือนได้แล้ว และข้าควรจะหาคนใหม่”
“หาคนใหม่?จะมีใครที่รู้ใจเ้าได้เท่ากับข้าอีกเล่าคุณหนู”
หลี่เจี่ยหลิงพ่นลมหายใจรำคาญชี้จ้าวห่าวหลินที่นอนรวยรินใกล้ตาย “พาเขาขึ้นหลังม้าข้า ข้าจะพาเขากลับเรือนก่อน”
ชุนเชียงตาวาวเ้าไม่ให้ข้าพูดเื่นี้แต่เ้าใจร้อนเสียยิ่งกว่าที่ข้าคิดเสียอีก อืม...เ้าคงไม่ได้จะกินตอนนี้ใช่ไหม? เ้าหนุ่มนี้ยังาเ็อยู่เลยนะ
นางอยากจะเตือนหลี่เจี่ยหลิงแต่ก็กังวลว่าหากพูดมากก็โดนออกเรือนจึงได้แต่เม้มปากอึดอัด
ชุนเชียงชั่งใจแล้วจึงหันไปพยุงตัวจ้าวห่าวหลินขึ้นอย่างนุ่มนวลหลี่เจี่ยหลิงะโขึ้นบนหลังม้าก่อนจะช่วยดึงชายหนุ่มไปนั่งด้านหน้าตนเอง ส่วนนางก็โอบตัวเขาข้างหลัง
ชุนเชียงมองไปทางลาที่ตายอย่างเสียดาย“พากลับไปไม่ได้จริงหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงเมินชุนเชียงสำหรับสาวน้อยนักกินผู้นี้ นางไม่มีคำสรรหามาพูดอีกแล้ว ั้แ่รู้จักกันมานางก็เห็นว่าชุนเชียงกินทุกอย่างได้อย่างเอร็ดอร่อยทั้งสิ้น
“ไม่ใช่ว่าเมื่อวันก่อนพี่เฉินเหลียงล่าหมูป่ามาได้หรือไง”แววตาหลี่เจี่ยหลิงเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย “เลิกพูดได้แล้ว เ้าทำลายร่องรอยที่นี่จัดการลาและคราบเืเสีย ข้าจะกลับไปรอที่บ้าน”
ชุนเชียงมองรอบด้านพ่นลมหายใจไม่พอใจ“ใช่สิ ตอนนี้เ้ามีสามีแล้ว ย่อมไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”
“รีบจัดการเข้าละก่อนที่พวกที่ตามไล่ล่าจะตามมาทัน” หลี่เจี่ยหลิงไม่อยากเถียงกับชุนเชียง กระทุ้งสะโพกม้าเคลื่อนไปข้างหน้าชุนเชียงหน้าเหวอะโไล่หลัง“เ้าใจร้ายนัก ทิ้งสาวน้อยน่ารักเช่นข้าไว้ในป่าเขาเพียงลำพังได้อย่างไรไม่กลัวว่าข้าจะโดนโจรร้ายฉุดหรอกหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงกลอกตามองบนมีแต่นางเท่านั้นแหละที่จะไปฉุดโจรป่าพวกนั้น หากมีโจรมีตาไร้แวว นางก็ขอภาวนาให้ยังครบสามสิบสองหลังเจอกับชุนเชียงด้วยซ้ำ
ลมหนาวกลางคืนพัดผ่านร่างที่เต็มไปด้วยาแของชายหนุ่มร่างของจ้าวห่าวหลินสั่นเบา ๆ หลี่เจี่ยหลิงสะบัดผ้าคลุมนางครอบตัวชายหนุ่ม
จ้าวห่าวหลินมองสะลึมสะลือแนบพิงอกหญิงสาวมองใบหน้าด้านล่าง อาศัยเพียงแสงจันทร์ยามค่ำคืนก็ยังพอเห็นเค้าโครงความงามของหญิงสาว
หลี่เจี่ยหลิงรับรู้ถึงสายตาของชายหนุ่มนางกระชับผ้าคลุมให้ชายหนุ่มแนบตัวมากขึ้น “อดทนหน่อย อีกไม่นานก็ถึงหมู่บ้าน”
ไม่รู้เพราะเหตุใดคำพูดของหญิงสาวทำให้จิตใจที่ระแวดระวังของจ้าวห่าวหลินผ่อนคลายลงผล็อยหลับในอ้อมแขนหญิงสาว
--------------------------------------
[1] คำพูดวิญญูชนแม้รถเทียบม้าแปดตัวยากตามทัน เป็สำนวนหมายถึง คำพูดของบัณฑิตพูดแล้วไม่คืนคำ
[2] ช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นการช่วยเหลือคนเป็บุญกุศลยิ่งนัก
[3] จั้งเป็หน่วยวัดความยาวเท่ากับ 10 ฉื่อหรือ 3.33 เมตร