ตอนที่ 18 – ผู้เล่นคนสุดท้าย
เสียงไวโอลินดังเบา ๆ จากบ้านฝั่งตรงข้าม
ท่วงทำนองนั้นไม่ใช่เพลงใดที่เมฆารู้จัก มันเหมือนเสียงคนหายใจแผ่วผสานกับเสียงสายไม้
ทุกโน้ตสั่นสะเทือนเหมือนมีบางอย่างกำลังจะหลุดออกมาจากภายในตัวเครื่อง
“พี่...พี่แน่ใจนะว่าอยากเข้าไปตอนนี้เลย?”
วรุฒถามพลางถือไมค์ EMF ตัวใหญ่แทบจะชนหัวตัวเอง
“พี่ว่า...เรารอให้เช้าก่อนก็ดีไหมครับ ผีมันไม่ชอบแดด—”
“ดีสิ” เมฆาพูดเรียบ ๆ “งั้นผีก็ไม่อยู่ รออะไรล่ะ ไปกัน”
“...ครับพี่”
วรุฒกลืนน้ำลาย ก่อนจะคว้าไฟฉาย เดินตามหลังอย่างกับลูกหมากลัวโดนทิ้ง
จิตราถือกล้องวิดีโอไว้แน่น “พี่...ถ้ามันมีอะไรออกมา ฉันขอวิ่งก่อนเลยนะ ไม่ได้กลัวนะ แต่กลัวกล้องพัง”
เมฆาอมยิ้มมุมปาก “วิ่งเลย ถ้าไม่ทันเดี๋ยวพี่ถ่ายต่อให้”
ประตูบ้านฝั่งตรงข้ามเปิดออกอย่างเงียบงัน
ภายในกลิ่นฝุ่นกับน้ำยาฟอร์มาลีนจาง ๆ ลอยปะปนอยู่
บนโต๊ะกลางห้อง มีไวโอลินเก่าที่ส่องแสงซีดสะท้อนจากหลอดไฟกระพริบ
เมฆาเดินเข้าไปช้า ๆ มือหนึ่งถือเครื่องสแกน อีกมือจับสมุดบันทึก
“โครงสร้างไม้แอช...สายเหล็กเดิมไม่ใช่ของโรงงานทั่วไป” เขาพึมพำ “ฝีมือคนซ่อมเก่า...”
“พี่เมฆา หมายถึง...ผีมันซ่อมเองเหรอครับ?” วรุฒกระซิบ
“ไม่ วรุฒ...หมายถึงมีคนซ่อมให้มัน”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากชั้นบน — เสียงสายไวโอลินดีดแผ่ว ๆ เหมือนใครกำลังตั้งเสียง
จิตราขนลุก “มีคนอยู่ข้างบนแน่เลย!”
“ถ้ามีคนอยู่ เราจะรู้ว่าผีอยู่ตรงไหน” เมฆาพูดพร้อมเดินขึ้นบันได
บันไดไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกก้าว
จนถึงห้องชั้นบน ประตูปิดสนิท แต่ภายในมีแสงไฟลอดออกมาจากช่องล่าง
เมฆาเปิดประตูออกเบา ๆ
ภายใน...คือห้องทดลองเล็ก ๆ
เต็มไปด้วยสายไฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องขยายเสียงรุ่นเก่าที่ต่อเข้ากับไวโอลินอีกตัวหนึ่ง
บนโต๊ะ มีเอกสารเขียนว่า
“Project Resonance II – ก.ภักดีรัตน์”
“พี่...นี่มันชื่อในแฟ้มเมื่อคืนเลย!”
“ใช่ จิตรา เธอยังไม่ตายแน่ ๆ”
จู่ ๆ เสียงไวโอลินก็ดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่มีใครเล่น
สายไม้สั่นเอง...ราวกับมีมือโปร่งใสมองไม่เห็นกำลังจับคันสี
เสียงแหลมลากยาว ทำให้ทุกคนขนลุก
วรุฒสะดุ้งโยนไมค์หล่น “ผีเล่นไวโอลินครับพี่! ผีจริง ๆ !”
เมฆามองนิ่ง ก่อนพูดเบา ๆ
“ไม่ใช่ผี...เป็นคลื่นเสียงย้อนกลับที่กระตุ้นวัตถุในระดับโมเลกุล”
“พี่...ฟังดูเหมือนพูดปลอบใจตัวเองเลยนะครับ”
“เปล่า ปลอบนายต่างหาก”
อยู่ ๆ เครื่องบันทึกเสียงก็เปิดเอง
เสียงผู้หญิงดังขึ้นแผ่วเบาในอากาศ
“เสียงนี้...คือประตู ระหว่างชีวิตกับการสั่นสะเทือน”
“ถ้าใครฟังจบ...จิตของคนที่เรารักจะกลับมา”
จิตราหน้าซีด “ดร.กมลวรรณ...เธอกำลังจะฟื้นวิญญาณของดร.ปิยะ?”
“ไม่ใช่แค่ฟื้น” เมฆาตอบ “เธอกำลัง ‘เชื่อม’ จิตตัวเองเข้ากับเขา”
วรุฒยกมือสั่น ๆ “พี่ครับ ผมขอพูดตรง ๆ นะ ผมไม่รู้ว่าอะไรจะหลอนกว่ากัน ระหว่างผี หรือผู้หญิงที่อยากกลายเป็นคลื่นเสียง”
“อันหลังน่ากลัวกว่าแน่ ๆ” เมฆาว่า “เพราะมันมีเหตุผลรองรับ”
เสียงไวโอลินยังดังต่อเนื่อง
และไฟในห้องกะพริบแรงขึ้นทุกขณะ
เมฆารีบเดินไปปิดสวิตช์ แต่ไม่ทัน —
จู่ ๆ ภาพหญิงสาวผมยาวในชุดกราวน์ขาว ปรากฏกลางห้อง
เธอไม่พูดอะไร นอกจากยกคันสีขึ้น...
แล้วเล่นต่ออย่างช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มเศร้า
จิตรากรี๊ด “พี่! พี่เห็นใช่ไหม!”
“เห็นสิ” เมฆาว่า “แต่นั่นไม่ใช่ผี...เป็นภาพโฮโลแกรมจากคลื่นสะท้อนเสียงที่เธอสร้างไว้เอง”
“แล้ว...เราจะทำยังไงดีคะ?”
“ง่ายมาก” เมฆายิ้มบาง “เล่นให้เพี้ยนกว่าเธอสิ”
เขาหยิบไวโอลินอีกตัวขึ้นมา
แล้วเริ่มสีสวนทาง ท่วงทำนองตรงข้าม
จังหวะหนัก เบา สะเปะสะปะเหมือนคนเล่นไม่เป็น
แต่เสียงนั้นกลับทำให้ภาพหญิงสาวเริ่มสั่น...
แล้วค่อย ๆ จางหายไปพร้อมเสียงสุดท้ายที่บิดเบี้ยว
ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ
เหลือเพียงเสียงหัวใจของทั้งสามที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
วรุฒยืนหอบหายใจ “พี่...ผมไม่อยากฟังเพลงคลาสสิกอีกแล้วตลอดชีวิตเลยครับ”
เมฆาหัวเราะเบา ๆ “ดี...งั้นพี่จะเปิดแจ๊สให้แทน”
“พี่! ผีแจ๊สนี่ยิ่งน่ากลัวกว่าอีกนะ!”
จบตอนที่ 18 – ผู้เล่นคนสุดท้าย
Next ตอนที่ 19 – คลื่นที่ไม่มีวันดับ
เมฆาพบว่าแม้ภาพโฮโลแกรมจะหายไป แต่คลื่นเสียงนั้นยังคงกระจายอยู่ทั่วเมือง และใครก็ตามที่เคยได้ยิน “เพลงนั้น” กำลังเริ่มเห็นภาพหญิงสาวคนเดียวกัน...