หลังจากค้นหาอยู่นาน ในที่สุดหูหลันเยวี่ยก็พบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผักในโรงเรือนจากหนังสือวิทยาศาสตร์การเกษตรที่น่าเบื่อเหล่านี้จนได้
ในหนังสือเล่มนี้มีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกในโรงเรือนอย่างละเอียด
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะแพงไปสักหน่อย แต่หูหลันเยวี่ยก็ตัดสินใจซื้อมันมา
ตอนออกจากบ้านพกเงินมาไม่มากนัก ดังนั้นหลังจากซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง เงินก็แทบจะหมดเกลี้ยง เมื่อออกจากร้านหนังสือ หูหลันเยวี่ยจึงไม่ได้พาถิงถิงเดินเล่นไปทั่ว แต่ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านทันที
หูหลันเยวี่ยให้ถิงถิงกลับบ้านไปก่อน ส่วนตัวเองแวะเอาของไปให้ย่าหลิน
ตอนที่หูหลันเยวี่ยไปถึง ย่าหลินกำลังนั่งอยู่ที่ลานบ้าน ปอกเปลือกถั่วลิสงที่เก็บมาจากในไร่
"ย่าใหญ่คะ นี่เป็นอาหารที่หลินซือหย่วนฝากหนูเอามาให้ค่ะ" หูหลันเยวี่ยยิ้มแย้มพร้อมกับยื่นของในมือไปให้ย่าหลิน "อาหารเหล่านี้ยังไม่ได้แตะเลยค่ะ"
ย่าหลินหัวเราะหึๆ พร้อมกับรับของมา "เจ้าซือหย่วนนี่ก็จริงๆ เลย ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไร ทำไมต้องให้หนูลำบากเอาของกินเล็กๆ น้อยๆ มาให้ฉันด้วยก็ไม่รู้"
แม้ว่าคุณย่าจะบ่นออกมา แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่อาจปิดบังไว้ได้
หลังจากนำของเข้าไปในห้องโถง ย่าหลินก็รีบถามไถ่หูหลันเยวี่ยเกี่ยวกับสถานการณ์การเปิดโรงงาน
หูหลันเยวี่ยจึงเล่าสถานการณ์โดยรวมให้คุณย่าฟัง
สุดท้าย หูหลันเยวี่ยก็พูดด้วยความเสียดายว่า "หนูดูออกว่าหลินซือหย่วนอยากให้ย่าใหญ่ไปร่วมงานมาก งานมงคลใหญ่โตแบบนี้ ถ้าย่าใหญ่ไปได้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยค่ะ"
ย่าหลินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก "ฉันจะไปหรือไม่ไปก็ไม่สำคัญหรอก แค่หนูไปให้กำลังใจเขาก็พอแล้ว"
หูหลันเยวี่ยอยู่นั่งเล่นที่บ้านสกุลหลินได้ไม่นานก็ลุกขึ้นและขอตัวกลับ
เธอเพิ่งกลับมาถึงบ้านตัวเอง ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า แม่เฒ่าหูก็มาถึงหน้าบ้านแล้ว
แม่เฒ่าหูเดินตรงเข้าไปในห้องโถง
ถิงถิงที่กลับมาก่อนหูหลันเยวี่ยได้สักพัก กำลังดื่มน้ำอยู่ในห้อง
เมื่อเห็นแม่เฒ่าหูเดินเข้ามา ถิงถิงก็รีบลุกขึ้นทักทายคุณย่าอย่างสุภาพ
จ้าวหงเหมยที่กำลังกล่อมลูกน้อยอยู่ที่ห้องด้านในได้ยินเสียงก็รีบออกมาต้อนรับ
"คุณแม่นี่เอง" จ้าวหงเหมยยิ้มทักทายแม่เฒ่าหู แล้วก็บอกให้ถิงถิงรินน้ำให้คุณย่าดื่ม
แม่เฒ่าหูรีบพูดขึ้นว่า "ฉันไม่หิวน้ำ ไม่ต้องรับใช้ฉันหรอก"
เมื่อได้ยินว่าคุณย่าไม่กระหายน้ำ ถิงถิงก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ
"ถิงถิงเอ๊ย แกกับพี่สาวไปไหนกันมาเหรอ?" สายตาคมกริบของแม่เฒ่าหูมองสำรวจถิงถิงตั้งแต่หัวจรดเท้า "กางเกงที่ใส่อยู่นี่ไม่เลวเลยนะ แกซื้อมาจากที่ไหนล่ะ?"
ถิงถิงรีบตอบ "กางเกงตัวนี้พี่สาวเป็นคนตัดให้ค่ะ เมื่อกี้หนูกับพี่สาวเพิ่งกลับมาจากบ้านป้าคนรองค่ะ"
แม่เฒ่าหูร้องฮึ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่เชื่อสิ่งที่ถิงถิงพูด
จากนั้นแม่เฒ่าหูก็เบนสายตาแข็งกร้าวจากถิงถิงไปยังจ้าวหงเหมย "สะใภ้ใหญ่ ฉันว่าถิงถิงเด็กคนนี้ยิ่งโตก็ยิ่งไม่ซื่อสัตย์ ใครกันนะที่สอนให้หลานฉันเป็นแบบนี้?"
คำว่า ‘ใคร’ จากปากของแม่เฒ่าหู ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าหมายถึงใคร
การเหน็บแนมของแม่เฒ่าหูทำให้จ้าวหงเหมยเกิดความขุ่นเคืองขึ้นมาทันที "แม่คะ แม่หมายความว่ายังไงคะ?"
"พวกแกอย่าคิดว่าฉันแก่แล้วจะหลอกง่ายนะ" แม่เฒ่าหูจ้องจ้าวหงเหมยที่กล้ากลอกตาใส่เธออย่างโกรธเคือง "แกสองคนไม่ได้ไปเยี่ยมญาติอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ไปค้าขายเก็งกำไรที่ตัวอำเภอมาอีกแล้วใช่ไหมล่ะ"
หูหลันเยวี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินแม่เฒ่าพูดว่าพวกเธอไปค้าขายเก็งกำไรที่ตัวอำเภอ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"คุณย่าคะ อะไรที่เรียกว่าพวกเราไปค้าขายเก็งกำไรที่ตัวอำเภอมาเหรอคะ?" หูหลันเยวี่ยเดินเข้ามาถามแม่เฒ่าหูที่นั่งอยู่อย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลานสาวที่ค่อนข้างดื้อรั้น แม่เฒ่าหูก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว
"พวกแกพูดว่าไปเยี่ยมญาติ แต่ฉันเห็นเต็มตาว่ายัยหนูเยวี่ยถือของพะรุงพะรังไปบ้านสกุลหลินที่อยู่ข้างๆ บ้านเรา เยวี่ยเยวี่ย ไหนแกลองอธิบายให้ย่าฟังหน่อยซิว่าทำไมถึงถือของไปบ้านสกุลหลิน?"
แม่เฒ่าหูรู้จากสะใภ้รองว่าพี่น้องหลันเยวี่ยอาจจะไปหาเงินที่ตัวอำเภอมาอีกแล้ว เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เธอโกรธมากที่บ้านลูกชายคนโตเอาแต่หาเงินเข้าบ้าน แต่ไม่คิดจะดูแลบ้านรองกับบ้านสามบ้าง
แม่เฒ่าหูยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นหลันเยวี่ยหอบของไปบ้านสกุลหลินข้างๆ
พอเห็นว่าบ้านใหญ่มีความสัมพันธ์อันดีกับบ้านสกุลหลิน แม่เฒ่าหูก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เมื่อเผชิญหน้ากับการซักถามของแม่เฒ่า หูหลันเยวี่ยก็แสดงสีหน้าเฉยเมยออกมา "คุณย่าคะ ข้างบ้านรู้ว่าหนูจะออกไปข้างนอก แกเลยฝากหนูไปซื้อของมาให้ค่ะ พอหนูเอาของกลับมาก็เลยตรงไปส่งให้ที่นั่น บ้านป้าคนรองของหนูอยู่ใกล้กับตัวอำเภอมาก ของที่ขายที่นั่นเลยมีครบครันกว่าที่นี่เยอะเลยค่ะ
จ้าวหงเหมยรีบรับคำพูดของลูกสาวมาพูดต่อ "ที่เยวี่ยเยวี่ยพูดมาก็ถูกค่ะ สหกรณ์ที่ป้าคนรองของเธอขายของอยู่ มีของเยอะกว่าที่นี่ แถมยังถูกกว่าด้วย แม่คะ ต่อไปถ้าพวกหนูไปที่นั่นอีก แล้วแม่ต้องการอะไร พวกหนูก็จะซื้อมาฝากนะคะ"
แม่ลูกสามคนยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าไม่ได้ไปตัวอำเภอ แต่ไปบ้านป้าคนรอง แม่เฒ่าหูก็ไม่รู้จะทำยังไง
พอนั่งอยู่ตรงนี้ก็รู้สึกว่ามันช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน ดังนั้นแม่เฒ่าหูจึงนั่งได้ไม่นานก็ต้องลุกกลับไปอย่างเสียไม่ได้
หลังจากแม่เฒ่าไปแล้ว หูหลันเยวี่ยก็หันไปบอกกับจ้าวหงเหมย "เมื่อเช้านี้ตอนที่หนูกับถิงถิงออกจากบ้าน เราเจอหูหลิงหลิงเข้าค่ะ หนูคิดว่าที่คุณย่ามาที่นี่ก็น่าจะเป็นเพราะบ้านรองยุให้มาแน่ๆ"
หลังจากได้รู้สาเหตุแล้ว จ้าวหงเหมยก็พยักหน้าเห็นด้วย "บ้านรองน่ะ เห็นบ้านเรามีชีวิตที่ดีขึ้นมาหน่อยก็ทนไม่ได้แล้ว คุณย่าของลูกก็หวังว่าพวกเราจะพาบ้านรองกับบ้านสามไปหาเงินด้วยกัน แต่พอถึงคราวบ้านรองกับบ้านสามมีผลประโยชน์ กลับไม่เคยคิดถึงพวกเราเลย"
เมื่อได้ระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับแม่สามีและบ้านรองกับบ้านสาม จ้าวหงเหมยก็แทบจะหยุดไม่อยู่
หูหลันเยวี่ยเข้าใจความรู้สึกอึดอัดใจของแม่ ดังนั้นในขณะที่จ้าวหงเหมยบ่นและระบายออกมา เธอจึงตั้งใจฟังเงียบๆ
หลังจากที่จ้าวหงเหมยได้ระบายออกมาจนหมดสิ้น เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมามาก
หูหลันเยวี่ยเข้าไปดูน้องสาวคนเล็กที่ยังนอนหลับอยู่ จากนั้นก็กลับเข้าไปในห้องเพื่ออ่านหนังสือต่อ
เธอเปิดหนังสือเกษตรกรรมที่ซื้อมาจากร้านหนังสือในวันนี้ แล้วอ่านอย่างตั้งใจและละเอียดถี่ถ้วน
หูหลันเยวี่ยต้องการเรียนรู้หลักการพื้นฐานของการเพาะปลูกในโรงเรือนก่อน แล้วค่อยอธิบายให้พ่อแม่ฟังด้วยวิธีที่เข้าใจง่าย
ขณะกินมื้อเย็นด้วยกัน หูหลันเยวี่ยก็พูดถึงเรื่องการเพาะปลูกในโรงเรือนกับพ่อแม่ "ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีคนสร้างโรงเรือนปลูกผักด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ที่บ้านจะมีผักกินตลอดทั้งปี แต่ผักที่ปลูกได้ยังเอาไปขายได้ด้วยค่ะ อย่างเช่นถั่วแขก พวกเราจะได้กินกันก็แค่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น กว่าจะได้กินอีกทีก็ต้องรอถึงฤดูร้อนปีหน้า ถ้าตอนนี้เราเริ่มปลูกในโรงเรือน ตอนตรุษจีนพวกเราก็จะได้กินถั่วแขกสดๆ แล้วค่ะ"
"การปลูกผักในโรงเรือนพลาสติก มันจะทำได้จริงๆ น่ะเหรอ?" หูฉางหมินทำไร่ทำสวนมาทั้งชีวิต เขาเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องการปลูกผักในโรงเรือนพลาสติกเป็นครั้งแรก
หูหลันเยวี่ยสบตาของพ่อด้วยสายตาจริงจัง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "จริงๆ แล้วการเพาะปลูกผักในโรงเรือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลยนะคะ บรรพบุรุษของเราก็เคยทดลองทำกันมานานแล้ว แต่ในช่วงสมัยโบราณ มีบันทึกไว้น้อยมาก แถมกระจัดกระจายอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มเท่านั้นเองค่ะ"