บทที่ 12 เหวินหน่วนถูกตี
ในที่สุดพวกเขาก็ได้กินเนื้อสัตว์ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเอาเนื้อไปที่บ้านของโจวย่าหนี อีกฝ่ายกลับไม่กินแม้แต่คำเดียว
ใเหวินเจวียนรู้สึกแย่และโกรธเหวินหน่วนมากขึ้น เพราะนี่เป็เพราะพี่สาวของเธอล้วน ๆ
เหวินเจวียนถ่ายทอดคำพูดทั้งหมดของบ้านโจวย่าหนีให้พ่อฟัง
“ฉันไม่กล้ากินอาหารของพวกเธอหรอก ลุงเฟิงฉีสัญญากับฉันไว้แล้วแต่กลับคืนคำ หากเรากินเข้าไปแล้วพวกเธอขอคืนอีก ครอบครัวเราจ่ายไม่ไหวหรอก” โจวย่าหนีฝากคำพูดมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
จากนั้นเหวินเจวียนก็รู้ว่าที่เหวินหน่วนออกไปเมื่อวานนี้ก็เพื่อไปสมัครเป็ลูกจ้างชั่วคราวที่ฐานทัพพร้อมกับโจวย่าหนี
เธอโมโหพี่สาวของเธอมาก
เหวินเฟิงฉีบอกเื่นี้กับโจวย่าหนีคนเดียว เพื่อให้หญิงสาวได้รับโอกาสที่ดีในอนาคต แต่เขาไม่ได้มอบโอกาสนี้ให้กับเหวินหน่วน เมื่อรู้ว่าลูกสาวของตนแอบไปสมัครงานที่นั่น ความโกรธก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น
เหวินเจวียนเอาชามอาหารกลับมาที่บ้าน ร้องไห้ และพูดถึงความโกรธที่เธอได้รับมาจากบ้านของโจวย่าหนี และแน่นอนว่าเหวินเฟิงฉีไม่รอช้า รีบเดินออกไปด้วยใบหน้ามืดครึ้มทันที
มุมปากของเหวินเจวียนยกขึ้นเล็กน้อย เธอรีบติดตามผู้เป็พ่อไปเพื่อรอชมฉากที่กำลังจะเกิดขึ้น
ประตูบ้านหลุดและพังลงทันที เหวินเฟิงฉีไม่เคยคิดมาก่อนว่าประตูจะอ่อนแอพร้อมพังขนาดนี้ นับประสาอะไรกับแม่เฒ่าจ้าว เพราะแม้แต่เหวินเฟิงฉียังผงะ
โชคดีที่เหวินหน่วนสังหรใจได้ว่าต้องมีเื่ร้ายเกิดขึ้นกับประตูแน่ เธอจึงลากแม่เฒ่าจ้าวออกไปนั่งไกลจากประตูในระหว่างกินข้าว
ไม่อย่างนั้นเธอกับคุณย่าคงโดนประตูทับแน่นอน
"เกิดอะไรขึ้น" แม่เฒ่าจ้าวผงะ "มีแผ่นดินไหวเหรอ"
“เหวินหน่วน แกออกมาเดี๋ยวนี้!” จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงของเหวินเฟิงฉีเรียกเธอให้ออกไป
เขามองเห็นบ้านที่มีแต่ความว่างเปล่า
เหวินเฟิงฉีเดินไปที่หลังห้อง เขาเห็นเหวินหน่วนและแม่เฒ่าจ้าวนั่งกินข้าวอยู่บนเก้าอี้
ยิ่งเหวินหน่วนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเท่าไหร่ เหวินเฟิงฉีก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น
เขาไม่ชอบที่บางอย่างอยู่เหนือการควบคุมของเขา
"เกิดอะไรขึ้นกับงานชั่วคราวในโรงอาหารของฐานทัพ!" เหวินเฟิงฉีพูดด้วยใบหน้าดำมืด
"อ้อ" เหวินหน่วนทำราวกับว่าเพิ่งนึกขึ้นได้แล้วจึงพูดตอบ "หนูเพิ่งได้งานนั้นมาเมื่อวานนี้เอง"
"แกทำงานนั่นไม่ได้!" เหวินเฟิงฉีพูดทันที "ฉันสัญญากับย่าหนีไว้แล้วว่างานนี้ต้องเป็ของเธอ ฉันจะไปบอกพวกเขาให้เปลี่ยนคนซะ"
เหวินหน่วนยกยิ้ม
“หนูขอปฏิเสธ” เธอกล่าว
"ฉันเป็พ่อของแก แกต้องทำตามที่ฉันพูด" เหวินเฟิงฉีพูดต่อ "อีกไม่กี่วันแกก็จะแต่งงานอยู่แล้ว แกจะทำงานไปเพื่ออะไร"
"หนูได้งานนั้นมาด้วยตัวเอง หนูไม่ยกให้ใครทั้งนั้น" เหวินหน่วนมองไปที่เหวินเฟิงฉีและพูดทีละคำ "และหนูพูดไปแล้ว หนูจะแต่งงานกับคนที่หนูรักเท่านั้น ชาตินี้ทั้งชาติหนูก็ไม่มีทางแต่งกับลู่กัวจื่อเด็ดขาด!”
“นังลูกสารเลว” เหวินเฟิงฉีหยิบฟืนที่อยู่ใต้กำแพงขึ้นมา แล้วโยนไปทางเหวินหน่วน
เหวินหน่วนกรีดร้อง
“เหวินหน่วนเป็อะไรหรือเปล่า!” แม่เฒ่าจ้าวมองไม่เห็น จึงใช้มือััร่างของอีกฝ่ายแทน “โดนอะไรไหม”
“ละ…เืออก”
อันที่จริงเธอหลบไม้นั่นพ้นแล้ว แต่เหวินหน่วนหันกลับไปกอดปกป้องแม่เฒ่าจ้าว เธอไม่คิดว่าไม้นั่นจะลอยมาโดนที่ศีรษะของเธอ
"หลาน…เป็อะไรมากไหม" แม่เฒ่าจ้าวถามอย่างร้อนรน
“คุณย่า หนูสบายดี” เหวินหน่วนแตะที่หลังศีรษะของเธอและเปล่งเสียงออกมาด้วยความเ็ป
“ไอ้บ้านี่!” แม่เฒ่าจ้าวร้องไห้ออกมา เธออยากเอาชนะเหวินเฟิงฉีให้ได้เหลือเกิน “มาตีฉันสิ ทำไมแกไม่ตีฉันให้ตายไปเลย แกเอาแต่รังแกครอบครัวและเหวินหน่วนหลานของฉัน!”
เธอไม่น่าคลอดชายคนนี้ออกมาเลย
"อย่าเอะอะ" เหวินเฟิงฉีชี้ไปที่เหวินหน่วนด้วยใบหน้ามืดครึ้ม "แม่รู้ไหมว่าแม่ทำให้หลานสาวเสียอะไรไปบ้าง ผมบอกไว้เลยนะ ตราบใดที่ผมยังเป็พ่อของมัน มันก็ต้องแต่งงานตามที่ผมสั่ง”
“ไม่อย่างนั้น ผมคงได้โชคใหญ่ถ้าเอาแม่ไปขายทิ้งบนูเา”
“ไอ้ลูกทรพี” แม่เฒ่าจ้าวดึงเสื้อผ้าอีกฝ่าย “ถ้าแกกล้าลงมือ ฉันจะตีแกให้หนัก”
“นังเฒ่านี่” เหวินเฟิงฉีเอาแขนเสื้อออกอย่างไม่สบอารมณ์จนจ้าวซีล้มลงไปกับพื้น
"คุณย่า!"
"พี่สะใภ้"
เหวินโหยวฟู่และจู้ซื้อะโพร้อมวิ่งไปช่วยแม่เฒ่าจ้าวให้ลุกขึ้นมา
“พี่สะใภ้ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” จู้ซือถามอย่างเป็ห่วง
ใน่ปีแรก ๆ แม่เฒ่าจ้าวช่วยชีวิตเหวินโหยวฟู่เอาไว้ สองสามีและภรรยาจึงเคารพเธอเสมอมา
“ฉันไม่เป็ไร ไปดูเหวินหน่วนเถอะ” จ้าวซีจับมือจู้ซือ “หัวเธอถูกไอ้บ้านั่นเขวี้ยงไม้ใส่ ไปดูเธอเร็วสิ”
สองสามีภรรยามาทันเห็นเหวินเฟิงฉีผลักจ้าวซีลงกับพื้นพอดี แล้วค่อยสังเกตเห็นเหวินหน่วน อดไม่ได้ที่จะใ เพราะหญิงสาวมีเืไหลซึมออกมาจากศีรษะ
“ไอ้เ้านี่” เหวินโหยวฟู่สบถออกมาอย่างโกรธจัด
“แค่ไม่เชื่อฟังต้องทำรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ” เหวินเฟิงฉีพูดด้วยใบหน้าที่มืดมน “นี่เป็เื่ในครอบครัวฉัน ลุงสามไม่ต้องมายุ่ง”
“แก!” เหวินโหยวฟู่ชี้ไปที่เขา “ฉันก็อยากจะบอกแกไว้เหมือนกัน ฉันจะจัดการเื่นี้เอง”
เหวินหน่วนโปะผ้าเช็ดหน้าไว้บนหัว “คุณย่าไม่ต้องห่วงหนู หนูสบายดี”
เมื่อแม่เฒ่าจ้าวได้ยินคำพูดของหลานสาว เธอก็ยิ่งรู้สึกเศร้าใจ "จู้ซือ หลานคนนี้ปกป้องฉันไว้"
“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล ฉันจะพาเหวินหน่วนไปสถานีอนามัยเดี๋ยวนี้” เหวินโหยวฟู่กล่าว
หมู่บ้านซานชามีสถานีอนามัยอยู่ าแบนศีรษะของเหวินหน่วนค่อนข้างใหญ่ เธอต้องโกนผมบางส่วนออกและเย็บแผลประมาณห้าเข็ม ซึ่งมันค่อนข้างน่าเกลียดน่ากลัว
“ลุงหมอ” เหวินหน่วนมองหมอประจำหมู่บ้านที่กำลังพันผ้าพันแผลให้เธออย่างเป็กังวล “พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานที่ฐานทัพได้ไหม?”
“เธอทำงานอะไร” เหวินโหย่วฟู่ถาม
“โรงอาหารที่ฐานทัพกำลังหาคนงานชั่วคราว หนูไปสมัครมาเมื่อวาน” เหวินหน่วนพูดอย่างเศร้าใจ “โจวย่าหนีไม่ได้งานนี้ เมื่อครู่พ่อของหนูบอกให้หนูยกงานนี้ให้กับเธอ”
“ปู่สามคะ หนูไม่อยากเสียงานนี้ไป” เหวินหน่วนก้มหัวลงด้วยท่าทีเศร้าสร้อย
น่าสงสารเสียจริง
“ไอ้เ้าคนคลั่งนี่ เขาคงไม่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” เหวินโหยวฟู่สาปแช่งอีกฝ่ายออกไปอย่างเดือดดาน
ระหว่างทางกลับเหวินหน่วนก้มหน้าลงโดยมีผ้าก๊อซสีขาวพันอยู่บนศีรษะ ใครก็ตามที่เห็นคงจะถามอย่างสงสัย
จากนั้นชาวบ้านทุกคนก็จะรู้ว่าเหวินเฟิงฉีเป็คนทุบตีเธอ
และทุกคนก็จะรู้อีกว่าคนคลั่งนั่นยังบังคับให้เหวินหน่วนมอบงานในโรงอาหารของฐานทัพให้โจวย่าหนี และเธอถูกเฆี่ยนตีเพราะเธอไม่ยินยอม
“โชคดีที่โดนหลังหัว ถ้าโดนหน้าเหวินหน่วนจะไม่เสียโฉมเหรอ” ชาวบ้านคนหนึ่งพูด
“ตีลูกสาวตัวเองแรงขนาดนี้ได้อย่างไร ถ้ากลายเป็คนปัญญาอ่อนขึ้นมาจะทำอย่างไร?” มีอีกคนพูดเสริมทันที
ปู่หลานทั้งสองมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ
เหวินโหยวฟู่สาปแช่งเหวินเฟิงฉีเสียงต่ำ "ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะหญิงม่ายคนนั้นแท้ ๆ จิ๊...จิ๊... "
“หรือว่าโจวย่าหนีจะเป็..."
“อย่าพูดอะไรไร้สาระ ตอนโจวย่าหนี เกิดพ่อของโจวย่าหนียังมีชีวิตอยู่เลย” อีกฝ่ายพูด
“ครอบครัวนี้มันน่าสมเพชนัก เหวินหน่วนช่างเป็เด็กดีอะไรอย่างนี้” ใครบางคนพูดพร้อมกับถอนหายใจ “มีพ่อแย่ ๆ แบบนี้อย่ามีมันเลยดีกว่า”
“ถูกต้อง มีพ่อแบบนี้ไม่มีดีกว่า”
เสียงฝีเท้าของหวินโหยวฟู่หยุดลง เขามองไปที่เหวินหน่วนที่ยังคงก้มหน้าก้มตาลงอยู่ข้างกายเขา
ผ้าก๊อซสีขาวบนหัวของอีกฝ่ายสะดุดตาเขามาก
คืนนั้นแม่เฒ่าจ้าวฝันแปลก ๆ และร้องไห้ออกมา
ในวันรุ่งขึ้น หญิงชรามาหาเหวินโหยวฟู่แต่เช้า
“พี่สะใภ้ คุณฝันถึงเฟิงไป๋จริง ๆ เหรอ” เหวินโหยวฟู่ถาม “เขาบอกอะไรคุณหรือเปล่า”
เขาบอกอะไรคุณหรือเปล่างั้นเหรอ?
"แม้ว่าฉันไม่ได้ฝันจริง ๆ แต่ฉันก็พอเดาได้" แม่เฒ่าจ้าวชี้ไปที่ห้องมืดเล็ก ๆ ของเธอ "ต่อให้หญิงชราตาบอดในห้องมืดเล็ก ๆ นั่นจะตายไป ก็ไม่มีความหมายอะไร"
“แต่ฉันปล่อยให้เขาทำร้ายเหวินหน่วนอีกไม่ได้”