หญิงสาววัยกลางคนเดินตรงมายัง เฉินเซี่ยงอย่างช้าๆ แต่ละก้าวของนางสร้างแรงกดดันให้กับ เฉินเซี่ยง เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเขาจะรู้สึกสับสนกับสาวงามนางนี้แต่ความรู้สึกนั้นไม่นานก็หายไป เหงื่อเย็นเยียบพรั่งพรูออกมาจากทั่วทั้งร่าง ทำให้ร่างกายของเขาดูราวกับอ่อนแอและกลายเป็แข็งค้างราวกับว่าเขาได้สูญเสียความแข็งแกร่งและไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ขณะที่สายตาดุจหงส์ของนางจับจ้องมายัง เฉินเซี่ยง เขารู้สึกราวกับตนเองเปลือยเปล่าโดยไม่สามารถปิดปังความลับใดๆได้เมื่ออยู่ต่อหน้านาง มันเหมือนกับว่านางมองทะลุผ่านจิตใจ ความปรารถนา และความสามารถของเขา
มันทำให้ เฉินเซี่ยง รับรู้ได้แจ่มชัดว่านี่คือหญิงสาวที่มีความสามารถและน่าหวาดกลัวเขารู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงสงบความคิดฟุ้งซ่านและเริ่มแข่งขันทักษะลมปราณศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมรัศมีเร้นลับของเขาที่อยู่ภายในเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์เขาต้องรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่ และเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดพบสิ่งที่เขามีหรือบางสิ่งที่เขาทำแม้ว่ามันจะใช้เวลาสักหน่อยในการอธิบาย แต่มันก็เกิดขึ้นในทันที
ขณะที่ทั้ง 2 เข้ามายังห้องที่ เฉินเซี่ยงอยู่ คิ้วของสาวงามตาหงส์พลันมีรอยย่น ร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตานาง เมื่อเข้ามาในห้องแล้วนางสังเกตเห็นว่า เฉินเซี่ยง มองนางอย่างใจเย็นราวกับนางไม่ต่างจากหญิงสาวธรรมดาสามัญสาวงามตาหงส์มักจะตระหนักถึงความงดงามและความสง่างามของตนอยู่เสมอ นางรู้ว่าพลังของนางช่วยเสริมความงดงามและด้านอื่นๆนางมีความมั่นใจในเื่นี้อย่างมาก เด็กหนุ่มวัยขบเผาะล้วนตกหลุมรักและติดกับเสน่ห์อันเย้ายวนของนางในทันทีหรือไม่ก็คงได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่หลังจากเห็น เฉินเซี่ยง นางเริ่มไม่มั่นใจในความงามของนางเองและนั่นได้ประทับลึกลงไปในจิตใจของนาง
“เซี่ยนเซี่ยน..คู่หมั้นของเ้ามีความสามารถมากนะดีกว่าอัจฉริยะตระกูลเหยานั่นเสียอีก!” หญิงสาววัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล น้ำเสียงนั่นคือน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและสง่างามเห็นได้ชัดว่านางคุ้นเคยกับการกล่าวในเชิงออกคำสั่ง และแน่นอนว่าคำสั่งนั้นต้องปฏิบัติตามด้วย
เฉินเซี่ยง เองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาประสานมือในลักษณะทักทายพร้อมกล่าว“ผู้เยาว์เฉินเซี่ยง ยินดีที่ได้พบผู้าุโ..ข้าใคร่ขอถามท่าน..ผู้าุโ..ท่านคืออาจารย์ของซู่เซี่ยนเซี่ยนหรือไม่?”
นางยิ้มพลางกล่าวตอบ นั่นทำให้ เฉินเซี่ยงพูดไม่ออก แม้เพียงคำกับการตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มที่สวยงามราวกับจะกระชากิญญาของบุรุษทุกผู้เฉินเซี่ยง รีบทำใจให้สงบ เนื่องจากเขาได้พบเจอผู้คนที่แตกต่างจำนวนมากทำให้เขารักษาความเยือกเย็นไว้ได้เฉินเซี่ยง เองก็ยังใกับอำนาจในการควบคุมตนเองของเขา
“ใช่... ขอให้เ้ามั่นใจและวางใจที่จะฝากภรรยาตัวน้อยของเ้าไว้กับข้า!” หญิงสาววัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพต่างกับน้ำเสียงของนางก่อนหน้านี้ซึ่งถูกแทนที่ด้วยความนุ่มนวล ซู่เซี่ยนเซี่ยน ลอบถอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกนางกังวลกับความรู้สึกอาจารย์ของนางที่มีต่อคู่หมั้นของนาง อย่างไรก็ตามอีกไม่นาน...นางและเฉินเซี่ยง ก็จะเป็ส่วนหนึ่งของกันและกัน ความโศกเศร้าเข้าครอบงำพร้อมกับแทรกซึมลงไปในหัวใจของนางนางขบริมฝีปากอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่งจึงหยิบเอาห่อสมุนไพรส่งให้ เฉินเซี่ยง
“ข้าต้องไปพร้อมกับท่านอาจารย์ ท่านต้องรีบมาหาข้านะ!” นางพึมพำขณะก้มศีรษะ
เฉินเซี่ยง ไม่คาดคิดว่าเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันช่างสั้นนักหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความท้อใจ สองมือของเขาััไปที่ใบหน้าของนางพลางกล่าวว่า “ข้าขอให้เ้ามีความสุข...เราทั้งสองจะต้องได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งอย่างแน่นอน จงรอข้า...ข้าจะไปหาเ้าในภายหลัง”
อาจารย์ของซู่เซี่ยนเซี่ยนกล่าวด้วยเสียงต่ำ“เด็กน้อยจะดีกว่าถ้าเ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่าระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ก่อนที่จะค้นหานิกายผู้ฝึกตนเ่าั้เ้ากล่าวว่าเ้า้าตามหาเซี่ยนเซี่ยน? สิ่งที่จำต้องทำเป็สิ่งแรกคือสืบค้นตัวตนของข้าการที่เ้าจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้าไม่สมควรยากจนเกินไป หลังจากสืบค้นตัวตนของข้าพบแล้วเช่นนั้น เ้าจึงสามารถพบนางได้อีกครั้ง”
หลังจากนั้นสาวงามดวงตาหงส์หันกลับมาหาซู่เซี่ยนเซี่ยน“สาวน้อย..ไปกันได้แล้ว เ้าเด็กคนนี้แข็งแกร่งมากกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้ ไม่ต้องเป็กังวลเกี่ยวกับเขามันไร้ประโยชน์เสียเปล่า”
ก่อนที่สาวงามตาหงส์จะจากไป เฉินเซี่ยงและซู่เซี่ยนเซี่ยนต่างสวมกอดซึ่งกันและกันหลังจากนั้นสาวงามตาหงส์ก็ได้พาซู่เซี่ยนเซี่ยนจากไป เฉินเซี่ยง มองตามพวกนางทะยานผ่านท้องฟ้าไกลออกไปจนสุดลูกหูลูกตา….
เมื่อ เฉินเซี่ยง มั่นใจแล้วว่าสาวงามตาหงส์ได้จากไปแล้วเขาแค่นเสียง “ฮึ่ม!ทำท่าทางลึกลับและซับซ้อน ไม่บอกข้อมูลอะไรกับข้าสักอย่าง ก่อนจะจากไปยังมีน่ามาบอกให้สืบค้นตัวตนของนาง!ให้ตายสิ! อย่างน้อยๆ ก็น่าจะบอกชื่อของเ้าก่อนแล้วค่อยจากไป!”
“ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งมาก ตัวนางเองเป็ที่รู้จักกันในนาม‘จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเฉินปิงเทียน’ เป็ที่รู้กันดีว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งหงส์เพลิงที่เป็หนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งสัตว์ทั้ง4 อยู่ในมือของนาง การที่นางรับภรรยาตัวน้อยของเ้าเป็ลูกศิษย์ล้วนเป็โชคดีของนางแล้ว” ซูเหม่ยเหยากล่าว
จักรวรรดิเฉินปิงเทียน? เฉินเซี่ยงไม่เคยได้ยินมาก่อน ขณะที่ เฉินเซี่ยง สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเื่นี้ เป่ยยู่ยู่ขัดจังหวะขึ้นมา“นางน่าหวาดกลัวอย่างอย่างมากพลังของนางคล้ายคลึงกับพวกเรา ทั้งนางยังเป็หนึ่งในผู้นำแห่งแปดนิกายหลักในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่นั่นคือสิ่งที่คาดเดาได้ แต่ข้าไม่นึกเลยว่านางจะมาที่นี่เพื่อรับศิษย์จริงๆ”
เฉินเซี่ยง กล่าวถามซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่เกี่ยวกับเื่ของเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่มันคือ 1 ในพื้นที่ขนาดใหญ่มากมายของดินแดนแห่งผู้ฝึกตนนี้ ภายในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่ประกอบไปด้วยนิกายทั้ง8 แต่ละนิกายล้วนมีผู้นำและกฎเกณฑ์ที่ยึดถือแตกต่างกันไป
นิกายเ่าั้ล้วนอยู่ในจุดสูงสุดของความแข็งแกร่งและเป็เสาหลักของขอบเขตนักสู้
“จักรวรรดิเฉินปิงเทียนแต่เดิมเป็เพียงนิกายแห่งหนึ่งแต่ต่อมาได้กลายเป็อาณาจักรด้วยการพึ่งพาอาศัยทักษะในการสร้างอาวุธที่น่าเกรงขาม!และนางเองก็ได้เป็จักรพรรดินีในตอนนี้” ซูเหม่ยเหยากล่าว
เฉินเซี่ยง รู้สึกมีความสุขที่รู้ว่าอาจารย์ของซู่เซี่ยนเซี่ยน มีภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามเช่นนี้ เขารู้สึกผ่อนคลายมากขั้น แม้ เฉินเซี่ยงจะมีความรู้สึกว่าเขาได้สูญเสียซู่เซี่ยนเซี่ยนไป แต่เขาก็เชื่อมั่นว่านั่นน่าจะเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนางเมื่อนึกถึงสมุนไพร 6 ชุดที่ซู่เซี่ยนเซี่ยนนำมาให้เขา เขาจึงเริ่มสกัดกลั่นเม็ดยาชำระไขกระดูกต่อในทันที...
สามวันผ่านไป
เฉินเซี่ยง ประสบความสำเร็จในการสกัดกลั่นเม็ดยาชำระไขกระดูกในอัตราที่4 ครั้งล้มเหลวเพียง 1 เขาพึงพอใจกับผลลัพธ์ทั้งหมดนี้และในวันนี้เป็วันเริ่มงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งผู้นำตระกูลเฉินคนใหม่หลายตระกูลถูกเชิญให้มาเข้าร่วมงาน และแต่ละตระกูลก็จะส่งตัวแทนมา ผู้เข้าร่วมงานทุกคนต่างกำลังจับจ้องการแข่งขันระหว่างเฉินเซี่ยงและเหยาเทียนหัว
งานเลี้ยงตระกูลเฉินประกอบไปด้วยตระกูลมากมายหลากหลายที่เข้าร่วมคนเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อรับประทานอาหาร แต่พวกเขามาเพื่อชมการแข่งขัน! จิติญญาในการแข่งขันในหมู่สมาชิกรุ่นเยาว์ถึงจุดเดือดจากความตื่นเต้น!
งานเลี้ยงนี้กินเวลานานตลอดทั้งคืน แเื่มากมายต่างพูดคุยจอแจขณะที่พวกเขาจิบไวน์พลางสั่งอาหารไปด้วยทุกคนต่างได้รับประสบการณ์ในการร่วมรับประทานอาหารยามค่ำคืนอย่างเต็มที่และมีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ผู้นำจากตระกูลต่างๆ เองก็มาร่วมงานแต่ก็มีหลายตระกูลเช่นเดียวกันที่มีความสัมพันธ์ค่อนข้างย่ำแย่กับตระกูลเฉิน พวกเขาจึงส่งตัวแทนมาร่วมงานแทนแต่ตระกูลใดที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเฉิน แน่นอนว่าผู้นำตระกูลย่อมต้องมาด้วยตนเอง
ภายในพื้นที่กว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลเฉินมีสมาชิกรุ่นเยาว์จากมากมายหลายตระกูลในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้รวมตัวกันอยู่ แม้ว่าการแข่งขันระหว่างของพวกเขาจะยิ่งใหญ่และรุนแรงแต่ฝูงชนส่วนใหญ่ที่รวมตัวกันต่างก็สนใจการแข่งขันหลักที่จัดเตรียมขึ้นระหว่างเ ฉินเซี่ยงและ เหยาเทียนหัว
ข่าวที่ เฉินเซี่ยง สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระงับร่างกายได้แพร่กระจายออกไปนอกจากนั้น คืนนี้ยังเป็วันแข่งขันปรุงยากับเหยาเทียนหัว หลังจากได้รับรู้ทักษะของผู้เข้าแข่งขันทั้ง2 แล้ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่เป็ผลให้ความสนใจต่อการแข่งขันนี้พุ่งทะยานสูงขึ้น
เมื่องานเลี้ยงฉลองล่วงเลยมาถึงครึ่งค่อนคืนแขกร่วมงานผู้หนึ่งะโขึ้น “ท่านผู้นำตระกูลเฉินเมื่อใดการแข่งขันปรุงยาระหว่าง เฉินเซี่ยง และ เหยาเทียนหัว จะเริ่มขึ้น? พวกเรารอคอยอย่างอดทนมาเนิ่นนานนักจนถึงวันนี้การแข่งขันระหว่างคนทั้งสองย่อมเป็ที่สนอกสนใจมากกว่าสิ่งอื่นใดฝนค่ำคืนนี้!”
“แต่เดิม ข้าวางแผนไว้ว่า เราจะเริ่มจากการประลองยุทธ์เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของผู้เข้าร่วมงานทุกคนแต่เท่าที่เห็น ทุกๆ คนล้วนรอคอยการแข่งขันปรุงยากันมาเนิ่นนาน ฉะนั้น..ข้าขอเริ่มการแข่งขันณ บัดนี้! ให้ผู้แข่งขันทั้งสองเริ่มการแข่งขันได้!” ขณะที่บรรยากาศรอบข้างกลายเป็เงียบเชียบ เสียงของเฉินเทียนหู่ดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่
ในพื้นที่ส่วนกลางของลานกว้าง เวทีสูงถูกสร้างขึ้นโดยชายชราเพียงไม่กี่คน..ขณะที่ใกล้ๆ กับเวที...เฉินเซี่ยงยืนอยู่ตรงนั้นแต่เหยาเทียนหัวกลับสะดุดตามากกว่า
เฉินเซี่ยง สวมชุดรัดรูปสีดำซึ่งทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวแต่ถ้าเทียบกับ เฉินเซี่ยงแล้ว ชุดที่หรูหราเปล่งประกายไปด้วยรัศมีสีทองพร้อมกับกระบี่ที่เหน็บอยู่เอวของเหยาเทียนหัวกลับโดดเด่นกว่าด้ามจับของมันทำจากอัญมณีเรียงรายส่องแสงแพรวพราว เหยาเทียนหัวในตอนนี้ดูราวกับเป็บุตรแห่ง์ทั้งท่วงท่าและเครื่องแต่งกายล้วนให้ความรู้สึกเย่อหยิ่ง แม้แต่ใบหน้าของเขาเองก็แสดงออกถึงความเอาแต่ใจซึ่งชวนให้อึดอัดและไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว
“เหยาเทียนหัว..เ้าชื่นชอบเดิมพันของพวกเราหรือไม่? ทำไมถึงไม่ทำให้มันเป็การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่เล่า?” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเ็า
“ไม่ว่าสิ่งเดิมพันของเ้าคืออะไร ตระกูลเหยาของข้าก็สามารถสรรหาให้เท่าเทียมได้” เหยาเทียนหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเ็า
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าย่อมเดิมพันด้วยตัวทรัพย์สินของข้าเองไม่ใช่ของตระกูลเฉินทั้งหมด! ข้าไม่คาดคิดว่าเ้าที่เป็ถึงนักปรุงยารุ่นเยาว์ที่สง่างามจะต้องพึ่งพาทั้งตระกูลเพียงเพื่อให้เท่าเทียมกับการเดิมพันของข้า” เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าของเหยาเทียนหัวกลายเป็บูดเบี้ยวเขารู้ว่าถ้าเขาไม่พึ่งพาตระกูล เขาก็ไม่สามารถหาสิ่งเดิมพันที่เทียบเท่ากับหญ้าิญญาโลหิตพันปีได้
“นายน้อยตระกูลเฉิน อย่างได้กล่าวไร้สาระเช่นนั้นเทียนหัวคือตัวแทนของตระกูลเหยาทั้งหมดในการแข่งขันครั้งนี้ ดังนั้นมันย่อมไม่ใช่เื่ใหญ่ที่พวกเราจะสนับสนุนเ้าคือตัวเ้า และเขาก็คือตัวเขา” ชายชราคนหนึ่งกล่าวขึ้นในทันทีเขาคือผู้าุโของตระกูลเหยาที่มาพร้อมกับเหยาเทียนหัว…….
..........................................