ฮัวโต๋และหลี่อิงเดินทางไปยังทิศตะวันออกของเมืองฮูโต๋ตามคำแนะนำของชายชรา พวกเขาสังเกตจวนต่างๆ อย่างละเอียด มองหาลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็ที่พักของขุนศึก จวนส่วนใหญ่มักจะมีทหารยืนยามหน้าประตูอย่างเข้มแข็ง ทำให้การเข้าไปสอบถามโดยตรงเป็เื่เสี่ยง
ในที่สุด พวกเขาก็พบจวนหลังหนึ่งที่มีลักษณะสง่างาม แต่ทหารยามหน้าประตูกลับมีจำนวนน้อยกว่าที่อื่น ฮัวโต๋สังเกตเห็นป้ายชื่อเล็กๆ ที่ติดอยู่ข้างประตู แม้ตัวอักษรจะเลือนรางไปบ้าง แต่เขาก็พอจะอ่านออก
"นั่นคือจวนของท่านเตียวเลี้ยว" ฮัวโต๋กระซิบกับหลี่อิง "เราลองเข้าไปสอบถามดูอย่างสุภาพ บางทีอาจจะมีใครให้ข้อมูลเราได้"
ทั้งสองคนเดินเข้าไปใกล้ประตูและแจ้งกับทหารยามว่า้าขอพบท่านเตียวเลี้ยว ทหารยามมองพวกเขาด้วยความสงสัย แต่เมื่อฮัวโต๋กล่าวว่ามีเื่สำคัญจะแจ้งให้ท่านเตียวเลี้ยวทราบ ทหารยามคนหนึ่งก็เข้าไปแจ้งเื่ด้านใน
ไม่นานนัก ทหารยามคนนั้นก็กลับออกมาและเชิญทั้งสองคนเข้าไปด้านใน จวนของเตียวเลี้ยวดูเรียบง่ายแต่ก็สง่างาม มีสวนเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม
พวกเขาถูกนำตัวไปยังห้องโถงเล็กๆ และรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายร่างสูงใหญ่ ท่าทางองอาจ จะเดินเข้ามา ชายผู้นั้นสวมชุดขุนศึกสีดำ มีรอยแผลเป็เล็กน้อยบนใบหน้า ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่พวกเขาอย่างพิจารณา
"พวกท่านมีธุระอะไรกับข้า?" เสียงทุ้มต่ำของเตียวเลี้ยวเอ่ยถาม
ฮัวโต๋คารวะอย่างนอบน้อม "ท่านเตียวเลี้ยว ข้าน้อยฮัวโต๋ เป็แพทย์ที่เดินทางมาจากนอกเมือง ข้ามีเื่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับท่านแม่ทัพกวนอู อยากจะขอความอนุเคราะห์ท่านช่วยนำข้าและสหายของข้าเข้าพบท่านกวนอูด้วย"
เตียวเลี้ยวเลิกคิ้วเล็กน้อย มองสำรวจฮัวโต๋และหลี่อิงอย่างละเอียด "เื่ของกวนอู? พวกท่านเป็ใครกัน?"
หลี่อิงก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ เธอรวบรวมความกล้าและเริ่มเล่าเื่ราวของเธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง
"ท่านเตียวเลี้ยว ข้าชื่อหลี่อิง ข้ามาจากดินแดนที่แสนไกล และมีภารกิจสำคัญที่ต้องมายังยุคนี้ ภารกิจของข้าเกี่ยวข้องกับความสงบสุขของแผ่นดินในอนาคต และท่านแม่ทัพกวนอูคือบุคคลสำคัญที่จะช่วยข้าได้ ข้าทราบว่าท่านเป็เพื่อนสนิทของท่านกวนอู ข้าจึงหวังว่าท่านจะเมตตาให้โอกาสข้าได้พูดคุยกับท่านกวนอูสักครู่"
เตียวเลี้ยวจ้องมองหลี่อิงด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เื่ราวของเธอดูเหลือเชื่อและฟังดูเหมือนความเพ้อฝัน แต่แววตาที่มุ่งมั่นของหลี่อิงก็ทำให้เขารู้สึกถึงความพิเศษบางอย่างในตัวเธอ
"เื่ราวของเ้าฟังดูประหลาดนัก" เตียวเลี้ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงระแวดระวัง "เหตุใดข้าต้องเชื่อเ้า และเหตุใดกวนอูต้องพบเ้าด้วย?"
หลี่อิงสูดหายใจลึกๆ เธอรู้ว่าการโน้มน้าวขุนศึกผู้ภักดีและมีชื่อเสียงอย่างเตียวเลี้ยวไม่ใช่เื่ง่าย แต่เธอต้องพยายาม
"ท่านเตียวเลี้ยว" หลี่อิงกล่าวต่อด้วยความเคารพ "ข้าไม่สามารถเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ท่านฟังได้ในตอนนี้ แต่ข้าขอให้ท่านเชื่อมั่นในความจริงใจของข้า ภารกิจของข้ามีความสำคัญต่ออนาคตของทุกผู้คน และข้าเชื่อว่าท่านกวนอูจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าจะนำเสนอ ดังคำกล่าวที่ว่า 'สัตย์ซื่อดุจขุนเขา ซื่อตรงดุจสายน้ำไหล' ข้ามาที่นี่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ มิได้มีเจตนาอื่นใด หากท่านเมตตาให้โอกาสข้าได้พบท่านกวนอู แม้เพียงครู่เดียว ข้าเชื่อว่าท่านจะไม่ผิดหวัง"
เตียวเลี้ยวเงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงคำพูดของหลี่อิง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เอาล่ะ ข้าจะลองดู" เตียวเลี้ยวกล่าวในที่สุด "แต่ข้าไม่รับประกันว่ากวนอูจะยินดีพบเ้าหรือไม่ และเ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ ทั้งสิ้น"
หลี่อิงและฮัวโต๋มองหน้ากันด้วยความยินดี พวกเขารู้ว่านี่คือโอกาสสำคัญที่พวกเขาได้รับแล้ว...