ภายในห้องปรุงยา ขณะนี้ความร้อนระอุเมื่อครู่ก็บรรเทาเบาบางลง จนหลงเหลือเพียงแค่สภาพอุณหภูมิปกติ
ปรมาจารย์ซูหยานที่นั่งอยู่ด้านหลังของจางหลินเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ “กะ-เกิดอะไรขึ้น!? พลังงานที่ใกล้ปะทุของเม็ดยาหยางหวนคืนหายไปได้อย่างไร!?”
เมื่อครู่นี้เขามั่นใจมากว่าจะต้องเกิดการะเิครั้งใหญ่ และอาจจะส่งผลให้เส้นลมปราณของจางหลินได้รับความเสียหายอย่างหนัก
แต่ใครจะคาดคิดว่าทันทีที่เขาจะพยายามส่งพลังปราณเพื่อระงับการปะทุ จู่ๆผลของเม็ดยาเ่าั้ที่กำลังจะะเิก็พลันสูญสลายไปในความว่างเปล่า ราวกับว่ามีหลุมดำขนาดใหญ่ได้ดูดกลืนมันเข้าไป
ซึ่งหากจางหลินเป็ผู้ฝึกยุทธ์และสามารถใช้ตันเถียนในการดูดซับพลังงานเ่าั้ได้ก็คงจะไม่น่าแปลกใจนัก แต่ต้องเข้าใจว่าแม้แต่จุดชีพจรที่สี่ของจางหลินก็ยังไม่ได้ถูกเปิดออก นั่นหมายความว่าเส้นลมปราณที่ทอดยาวไปถึงตันเถียนจะไม่มีวันถูกเปิดใช้งาน!
ผลของเม็ดยาที่เหลืออยู่ไม่ได้หายไปในตันเถียน แต่มันหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความลึกลับ
จากนั้นดวงตาที่ปิดสนิทของจางหลินค่อยๆเบิกขึ้นมา ตรงหน้าของเขาคือจางหยินเซียวที่อยู่ในระยะใกล้และมีแววตาที่ขมขื่นแฝงอยู่ภายใน “หลินเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
จางหลินมองไปรอบๆ และต้องพบเข้ากับใบหน้าของใครหลายๆคนที่แลดูจะถมึงทึงราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาคาดหวังไม่ได้เป็ดั่งหวัง
เขาก้มลงมองร่างกาย ก่อนจะพบว่าความหนักอึ้งและอาการาเ็จากภายในค่อยๆทุเลาลง
จางหลินค่อยๆลุกขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำก็คือหันกลับไปประสานมือให้แก่ปรมาจารย์ซูหยานด้วยน้ำเสียงที่เสียใจอย่างสุดซึ้ง “ท่านปรมาจารย์ซู ข้าต้องขออภัยจริงๆที่แม้แต่เม็ดยาระดับ 5 ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาของข้าได้ ดูเหมือนว่าสมุนไพรทั้งหลายที่ท่านเสียไปคงจะสูญเปล่าแล้ว…”
มุมปากของปรมาจารย์ซูหยานกระตุกอย่างหนัก
[เหตุใดฟังดูเหมือนว่าข้าไร้ความสามารถอย่างไรอย่างนั้น?]
[ถ้าเม็ดยาระดับ 5 ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เ้าได้ คงมีแต่พระเ้าเท่านั้นที่สามารถรักษาอาการของเ้าได้]
นี่ถือได้ว่าเป็กรณีที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในฐานะนักปรุงยา เพราะเม็ดยาระดับ 5 ถือได้ว่าเป็เม็ดยาที่อยู่ในระดับเกือบจะสูงสุดของแคว้นฉู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่สามารถทำให้จางหลินกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้
นั่นหมายความว่าแทบจะหมดความหวังที่จางหลินจะสามารถกลับมาฝึกฝนปราณได้อีกครั้ง...
ชิงเหลียนเฟิงเข้ามาหาจางหลิน ก่อนจะตบไหล่เขาเพื่อปลอบใจ “เ้าหนูหลิน อย่าเพิ่งหมดหวังไป ต่อให้เ้าไม่สามารถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้ แต่เ้าก็ยังมีพร์ด้านอื่นอยู่ ฉะนั้นข้าหวังว่าเ้าจะไล่ตามเส้นทางอื่นๆเพื่อสร้างชื่อเสียงของเ้าได้”
ใบหน้าของจางหลินแลดูเศร้าสร้อย แต่เขาก็ฝืนยิ้มออกมา “ขอบคุณลุงชิง”
ชิงเยว่ที่ยืนมองในระยะไกลก็อดไม่ได้ที่จะเป็กังวล “พี่จาง…”
จางหลินเหลียวมองไปยังชิงเยว่ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ แต่เขาไม่ได้กล่าวอะไรกับนางแม้แต่ประโยคเดียว ราวกับว่าเขากำลังเศร้าโศกที่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝึกฝนปราณได้
แต่จู่ๆหยางเซี่ยก็พุ่งเข้ามาหาจางหลินด้วยการแสดงออกที่เดือดดาลอย่างไร้เหตุผล “ไอ้สารเลว! เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านอาจารย์ของข้าต้องสูญเสียอะไรไปบ้างกว่าจะปรุงเม็ดยาระดับ 5 ให้เ้าได้! เ้าจะทำให้มันสูญเปล่าไปเช่นนี้งั้นรึ!?”
“พอแล้ว!” ปรมาจารย์ซูหยานตะคอกเสียงแข็ง “เื่นี้ไม่สามารถโทษใครได้ นอกจากโทษโชคชะตาเท่านั้นที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ และดูเหมือนว่าเขาคงจะถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่มีทางเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนปราณได้”
ปรมาจารย์ซูหยานไม่ได้ดูโกรธเคืองแต่อย่างใด และดูเหมือนว่าเขากำลังให้กำลังใจจางหลินอีกต่างหาก
หยางเซี่ยทำได้เพียงกัดฟันและจ้องมองจางหลินครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง “ฮึ่ม!”
จางหลินอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่รู้สึกผิด “ท่านปรมาจารย์ซู หากมีอะไรที่ข้าพอจะตอบแทนได้ ขอให้ท่านบอกมา ข้าจะทำให้อย่างสุดความสามารถ”
ปรมาจารย์ซูเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ “เื่นั้นไม่จำเป็ ตอนนี้เ้าควรกลับไปก่อนเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับพิธีแต่งงานของเ้าในอีกสองวันข้างหน้า... ข้าเองก็จะไปที่งานพิธีเป็การส่วนตัว”
“ลำบากท่านแล้ว” ดวงตาของจางหลินเผยให้เห็นถึงความรู้สึกขอบคุณ เขาพูดคุยกับตระกูลชิงอีกเล็กน้อย หลังจากที่จางหยินเซียวขอโทษตระกูลชิงและปรมาจารย์ซูหยานอย่างจริงจัง พวกเขาทั้งสองก็ขอตัวกลับไปที่ตระกูลจางในทันทีโดยที่ไม่้าให้ผู้ใดไปส่ง
ใครจะคาดคิดว่าความคาดหวังและความทุ่มเทของพวกเขาจะสูญเปล่าไปโดยไร้ประโยชน์
เมื่อััได้ว่าสองพ่อลูกตระกูลจางได้ออกไปจากตำหนักแล้ว ชิงเหลียนเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรีบหันไปหาปรมาจารย์ซูหยานพลันเอ่ยถาม “ทะ-ท่านปรมาจารย์ เหตุใดจางหลินถึงไม่สามารถทลายจุดชีพจรได้?”
ปรมาจารย์ซูหยานสายหน้าอย่างว่างเปล่า “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น... ข้าไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน”
ใบหน้าของชิงเหลียนเฟิงมืดลง “ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็หมายความว่าแผนการของท่าน…”
จู่ๆ ใบหน้าที่หมดหนทางของปรมาจารย์ซูหยานก็ค่อยๆเผยให้เห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก “ไม่ต้องกังวล ต่อให้เม็ดยาหยางหวนคืนจะไม่สามารถทำให้เขาฝึกฝนปราณได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายาพิษจะไร้ผล”
ดวงตาของชิงเหลียนเฟิงเป็ประกาย “ท่านจะบอกว่า…”
ปรมาจารย์ซูหยานพยักหน้าอย่างหนักหน่วง “ตอนนี้ยาพิษคงจะเข้าสู่กระแสเืของจางหลินไปแล้ว เพียงแต่ยาพิษที่ข้าได้รับมาอาจจะต้องใช้ระยะเวลาถึงสามวันกว่าที่มันจะออกฤทธิ์โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ”
ดวงตาของชิงเยว่และหยางเซี่ยเผยให้เห็นแววตาที่เป็ประกาย ทั้งสองมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
ชิงเหลียนเฟิงยิ้มออกมาเล็กน้อย “แล้วพวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไป?”
ปรมาจารย์ซูหยางลูบเคราครุ่นคิด ก่อนที่มันจะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มมุ่งร้าย “พวกเราเพียงแค่ต้องรอจนกว่ายาพิษจะออกฤทธิ์ เมื่อนั้นจางหยินเซียวจะกลับมาขอความช่วยเหลือจากพวกเราเอง คราวนี้มันต้องเลือกแล้วว่าจะให้ข้ารักษาบุตรชายของมันโดยการมอบสิ่งประดิษฐ์นั้นเป็การแลกเปลี่ยน หรือจะปล่อยให้บุตรชายของมันตายไป แต่มันยังจะสามารถเก็บสิ่งประดิษฐ์น้้นไว้กับตัวได้!”
“สิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในมือของจางหยินเซียวมีค่ามากเกินไป ข้า้าได้สิ่งนั้นมาไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามโดยที่ไม่ไปกระตุ้นความโกรธของชายชราผู้นั้น… หากข้าใช้วิธีการสังหารเพื่อ่ชิง ข้ามั่นใจว่าจางหยินเซียวจะทำลายสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนั้นทิ้งในทันที! และข้าก็อาจจะถูกชายชราผู้นั้นไล่ล่า! หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นคนที่จะประสบปัญหาไม่ใช่ตระกูลจางแต่เป็ข้าเอง!”
“ฉะนั้นพวกเราต้องให้ทางเลือกแก่จางหยินเซียว หากมัน้าช่วยเหลือจางหลินให้พ้นจากผลของพิษ ข้าจะใช้ชีวิตของจางหลินเป็การแลกเปลี่ยนกับสิ่งประดิษฐ์! ซ้ำแล้วยาพิษนั้นเป็พิษที่มีชื่อเสียงในสำนักจักรพรรดิเหมันต์ หากพวกเราสามารถเบี่ยงเบนเป้าไปที่สำนักจักรพรรดิเหมันต์ได้ การกระทำของข้าก็ถือได้ว่าไม่อยู่ในสายตาของชายชราผู้นั้นอีกต่อไป” ปรมาจารย์ซูหยานหยิบถ้วยชาขึ้นมาและจิบหนึ่งคำอย่างใจเย็น