15.........
นภาพรรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของธีรยุทธเมื่อหล่อนมาถึงบ้านแล้วเห็นสีหน้าและแววตาที่เศร้าหมองของเขา หล่อนเข้าใจว่าเขาคงจะทุกข์หนักเื่ที่ต้องขายรถและเื่ที่นวลพรรณขอร้องให้เขาขายบ้านด้วย
“คุณแม่ของธีมบอกแมวว่าธีมขายรถไปแล้วและตอนนี้คุณแม่ก็อยากจะให้ธีมขายบ้าน ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ทำไมธีมไม่บอกแมวบ้างล่ะคะ”
“ธีม..ไม่อยากให้แมวต้องมารับรู้ปัญหาของธีม”
เสียงของเขาเหมือนคนเป็หวัดเขากำลังต่อสู้กับน้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาอย่างสุดที่จะกลั้น เขาจะไม่ให้น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างเขาต้องหลั่งออกมาต่อหน้าคนรักเด็ดขาด
“ปัญหาของธีมก็เป็ปัญหาของแมวด้วยเหมือนกันธีมอย่าพูดอย่างนี้อีกนะคะ ถ้าไม่อยากให้แมวต้องเสียใจ”
“แมว...”
เขาได้แต่พึมพำชื่อของหล่อนด้วยความซาบซึ้งใจ
“ความจริง่นี้ธีมเอารถของแมวไปใช้ก่อนก็ได้ค่ะ..”
นภาพรบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหล่อนกุมมือของเขาไว้คล้ายจะถ่ายทอดพลังใจให้เขารับรู้ถึงความรักความจริงใจที่หล่อนมีต่อเขาด้วย
“ขอบคุณแมวมากแต่ธีมไม่อยากรบกวน..”
“โธ่..ธีมคิดมากไปได้..เราเป็แฟนกันนะคะไม่ใช่คนอื่นซะหน่อย..แล้วนี่แมวก็มีข่าวดีมาบอกธีมด้วยล่ะ คือตอนนี้แมวรู้จักกับเพื่อนของเอริคเขาเป็นักธุรกิจอยู่ที่แคนาดาเขาจะช่วยเราได้ค่ะ....”
“คนที่แมวพาเขาไปเที่ยวเชียงใหม่นั่นหรือเปล่า...”
คำถามของเขาทำให้นภาพรหน้าซีด แต่สักครู่หล่อนก็รีบยิ้มออกมา
“อ๋อ..ค่ะ..แต่เราไปกันหลายคน มีครอบครัวพี่หมอนด้วยเอ๊ะ..ธีมถามแบบนี้เหมือนหึงแมวเลยนะคะเนี่ย”
หล่อนพูดสัพยอกเขาเพื่อกลบเกลื่อนบางอย่าง
“ตอนนี้ธีมไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงหวงแมวหรอกครับ..เพราะธีมไม่สามารถที่จะทำให้แมวมีความสุขสบายได้แล้วถ้าแมวพบคนที่ดีกว่าและสามารถให้ความสุขแมวได้ดีกว่าธีม..ธีมก็จะไม่ดึงแมวให้มาตกต่ำด้วย..”
“ธีม...”
“ธีมพูดจริง ๆ นะแมว...”
“ธีมพูดแบบนี้เหมือนหมดรักแมวแล้ว...” นภาพรอดน้อยใจเขาไม่ได้
“ความรักที่ธีมมีให้แมวก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม...แต่ความรักของธีมคือการที่ได้เห็นแมวมี
ความสุขสบาย ไม่ใช่มาทนอยู่กับคนที่ไม่เหลืออะไรอย่างธีม”
เขาพูดด้วยความน้อยใจในชะตาชีวิตตัวเอง
“ธีมอย่าคิดแบบนี้อีกนะคะ..ถึงธีมจะเหลือแต่ตัวแมวก็จะอยู่เคียงข้างธีมไม่มีทางที่แมวจะทิ้งธีมไปมีคนอื่นเด็ดขาด...ทุกอย่างที่แมวทำก็ทำเพื่ออนาคตเราสองคนทั้งนั้น...”
ธีรยุทธ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น…ตลอดเวลาที่เขามีปัญหาเขารู้ว่านภาพรก็ไม่เคยนิ่งดูดายที่หล่อนพยายามตีสนิทกับเพื่อนของเอริคก็คงหวังจะช่วยเหลือเขานั่นเอง เขารู้สึกละอายใจที่ต้องให้คนรักลงทุนช่วยเขาถึงขนาดนั้นเพราะนั่นจะยิ่งทำให้ปรางทองกับสมรดูถูกเขามากกว่านี้ หากหล่อนจะสนิทสนมกับมาร์คเพื่อให้ปรางทองกับสมรพอใจเขายังจะรับได้มากกว่าที่จะให้หล่อนทำเพื่อเขา
“ยัยแมว…ตามาร์คโทรศัพท์มาแน่ะ..เห็นบอกว่าจะให้ไปดินเนอร์ที่โรงแรมด้วย”
ปรางทองเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา นภาพรหันมามองตาคนรักด้วยแววตายินดี
“แมวจะบอกมาร์คเื่ที่จะพาธีมไปแนะนำให้รู้จักนะคะ..”
นภาพรบอกกับธีรยุทธก่อนจะรีบเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ในบ้าน ธีรยุทธมองตามคนรักที่กำลังจะกลายเป็อดีตด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
“แม่ว่าธีมกลับบ้านไปเถอะนะ..ทุกอย่างปล่อยให้แม่จัดการเอง..ยังไงธีมก็รับปากแม่ไปแล้วอย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเลยนะ…”
ปรางทอง ออกปากไล่เขาทางอ้อม เขาจึงจำใจยกมือไหว้ลาจากไปขึ้นรถอย่างคนไม่มีปากมีเสียง ความจน ความตกต่ำของชีวิตทำให้ศักดิ์ศรีในตัวของเขาในสายตาของมารดาและพี่สาวของคนรักไม่มีอีกแล้ว
“แม่…ทำไมไม่บอกให้ธีมรอแมวก่อน”
นภาพรหน้าตาตื่นวิ่งออกมาจากในบ้านเมื่อได้ยินเสียงรถขับออกไป
“อ้าว..แม่จะไปรู้เรอะเห็นพูดคุยกันตั้งนานก็นึกว่าพูดกันจบแล้ว ตาธีมก็บอกว่ามีธุระด่วนรีบกลับไปดูแม่ที่ป่วย…จะมาโทษแม่ได้ไงล่ะ..”
ปรางทองทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ที่เห็นลูกสาวออกอาการหงุดหงิด
“แล้วไหนแม่บอกว่ามาร์คโทรมา…แมวอุตส่าห์วิ่งตาเหลือกไปรับไม่เห็นมีคนพูดเลย…”
“เหรอ…เอ..หรือว่าตามาร์คจะวางสายไปเสียก่อน”
นภาพรจ้องหน้ามารดาเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง แต่ปรางทองไม่สนใจเดินเข้าบ้านไป
“แม่!…เดี๋ยวก่อนสิคะ..” นภาพรเดินตามเข้าไปติด ๆ
“อะไรอีกล่ะยัยแมว…”
นางแกล้งทำสุ้มเสียงเหมือนกับรำคาญ
“แม่รู้ได้ไงว่าคุณมาร์คบอกว่าให้ไปดินเนอร์ด้วย…ในเมื่อแม่พูดหรือฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เื่เลย” ปรางทองหน้าซีด..แต่เพียงครู่เดียวก็ลอยหน้าตอบลูกสาวไปว่า
“แม่พูดไม่ได้ ฟังก็ไม่รู้เื่ แต่ก็รู้ว่าเป็ฝรั่งโทรมาแล้วคนที่โทรมาจะเป็ใครล่ะถ้าไม่ใช่มาร์ค”
“แล้วแม่รู้ได้ไงว่าเขาชวนไปดินเนอร์…”
หล่อนซักต่อด้วยความสงสัย
“อ้าว..แม่ก็เดาเอาน่ะสิ..ได้ยินว่าเน่อเน่อ ก็คิดว่าคงจะชวนไปดินเน่อร์น่ะสิ..”
“งั้นแมวจะไปโทรเข้ามือถือธีมให้เขากลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย..”
“นี่ยัยแมว..รู้ตัวหรือเปล่าว่าเราน่ะตามตาธีมมากเกินไป่นี้เขาเครียด ๆ อยู่ อย่าเพิ่งโทรไปกวนใจเขานักเลย...ที่เขารีบกลับก็เพื่อจะไปหาแม่เขา แล้วเราจะไปจิกตัวเขามาอีก ใช้ได้ที่ไหน”
ปรางทองพูดเตือนสติลูกสาว
“แต่ถึงยังไงแมวก็ต้องโทรไปให้กำลังใจเขาค่ะ..”
นภาพรบอกก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะได้โทรศัพท์หาเขา
ธีรยุทธ ขับรถออกจากบ้านของปรางทองอย่างเลื่อนลอย ทุกอย่างในชีวิตของเขาในขณะนี้มันเหมือนกำลังจะพังพินาศไปทีละอย่าง เขาสูญเสียรถสูญเสียบริษัท และกำลังจะสูญเสียบ้านกับคนรัก แต่สิ่งที่เขาเ็ปที่สุดคือการที่จะต้องสูญเสียคนรัก เขากับนภาพรไม่ได้คบหากันมาแค่ปีสองปีแต่ได้ฟูมฟักทนุถนอมความรักด้วยกันมานาน จนไม่คิดว่าจะมีทางที่จะแยกกันไปได้ แต่บทจะต้องจากกันกลับจากกันอย่างง่ายดายเหลือเกิน…มันช่างเป็การจากลาที่ทรมานจิตใจเขายิ่งนักคำพูดของปรางทองยังติดอยู่ในสมองของเขาตลอดเวลา แม้นางจะไม่ได้พูดจาดูถูกดูิ่ที่เขาฐานะตกต่ำลง แต่มันก็ไม่ต่างกัน เขาไม่โกรธปรางทองแต่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็แม่ที่ไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาทนลำบากกับคนที่ไร้อนาคตอย่างเขา
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้ธีรยุทธถึงกับสะดุ้ง เมื่อเหลือบดูเบอร์ที่โชว์เป็เบอร์ของนภาพรเขาจึงปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเสียงเงียบหายไปแต่เพียงไม่นานก็ดังขึ้นมาอีก เขาดูเบอร์อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็ศรชัยเขาจึงกดรับ
“ว่าไงเ้าชัย...”
“นายอยู่ไหนวะธีม…อยู่กับคุณแมวหรือเปล่า..”
“เปล่า...”
“อ้าว..ก็ไหนนายบอกว่าจะไปหาเขาไม่ใช่เหรอ...”
“เพิ่งจะออกจากบ้านของแมวน่ะ...”
“งั้นนายมาที่ร้านอาหารแถวพุทธมณฑลสายสองสิ....”
“นี่นายกลับมาจากต่างจังหวัดั้แ่เมื่อไหร่”
“ก็ั้แ่พี่พลโทรตามให้มาช่วยงานที่ร้านอาหารนี่แหละ..มาถึงเมื่อเช้านี้”
“พี่พลเปิดร้านอาหารั้แ่เมื่อไหร่...” ธีรยุทธแปลกใจ
“ก็เพิ่งจะเปิดนี่แหละพี่เขาโทรหาฉันแล้วเขาก็บอกให้โทรชวนนายกับคุณแมวด้วย”
“ฉันกำลังกลุ้มว่ะ..อยากหาเพื่อนกินเหล้าอยู่พอดี”
“เอ๊า..จะช้าอยู่ทำไม มาฉลองความกลุ้มกันหน่อยสิวะเพื่อนถ้านายอยากจะเมาก็ตามมาสิ..”
ธีรยุทธบึ่งรถไปตามที่ศรชัยบอกทาง เขาสามารถหาสถานที่นัดหมายได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเนื่องจากอยู่ริมถนนพอดี ลักษณะร้านอาหารตกแต่งเป็สวนที่มีพันธุ์ไม้หลากชนิด มีโต๊ะอาหารวางไว้ตามมุมต่างๆ อย่างลงตัว
“สวัสดีครับพี่พล...ไม่เห็นบอกเลยว่ามาเปิดร้านอาหาร”
ธีรยุทธ ยกมือไหว้สุรพลที่ยืนคู่อยู่กับภรรยาที่หน้าร้าน
“พอดียุ่ง ๆเื่การเตรียมเปิดร้านน่ะครับ..กะไว้ว่าเอาไว้ให้ลงตัวกว่านี้ก่อนถึงจะบอกเพื่อนฝูง...” สุรพลบอก
“เรายังไม่ได้เปิดอย่างเป็ทางการเลยค่ะ..วันนี้เรานัดแม่ครัวให้ลองทำอาหารให้ทานกันน่ะค่ะยังไงก็ติชมเื่อาหารให้ด้วยนะคะ..”
ดวงใจ ภรรยาของสุรพลเป็คนบอกก่อนจะขอตัวเข้าไปดูในครัว
“คุณชัยนั่งอยู่โต๊ะด้านในครับ..มียัยป่านกับยัยตานั่งคุยเป็เพื่อน..ส่วนโต๊ะอีกมุมหนึ่งเป็เพื่อนๆ ของเมียผมที่ชวนมาช่วยชิมอาหารน่ะครับ...” สุรพลชี้มือประกอบให้ดูด้วย
“พี่พลโชคดีนะครับที่หาทางออกให้กับชีวิตได้แล้วแต่ผมสิไม่รู้จะทำอะไรดี..”
“ลำพังผมเองก็คิดไม่ออกหรอก เมียผมเขาเป็คนออกไอเดีย หาทุนให้ผมเปิดร้านอาหารแล้วก็แต่งตั้งให้ผมเป็คนดูแลร้านดูแลการเงิน..แต่แค่ดูแลเฉย ๆนะครับขายได้เท่าไหร่ต้องให้เธอเป็คนเก็บ สรุปก็คือเป็ลูกน้องเมียน่ะครับ..”
สุรพลพูดติดตลก
“ภรรยาพี่พลไม่ได้มาดูแลด้วยหรือครับ...”
“เขาทำงานบริษัทครับ...ยังไงก็คงไม่ให้ลาออกมาช่วยกันหรอกครับกลัวว่าร้านอาหารไปไม่รอดจะได้ไม่เดือดร้อนกันทั้งครอบครัว..ให้เมียเป็หลักไว้สักคนก่อนดีกว่าตอนนี้ต้องเกาะเมียแน่นยิ่งกว่าปลิงอีกครับ”
ธีรยุทธหัวเราะเขารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้พูดคุยกับคนอารมณ์ดีไม่เคร่งเครียดกับชีวิตอย่างสุรพล เขาอยากจะเป็คนไม่คิดมากแบบนี้บ้าง
“เชิญคุณธีมด้านในเลยครับ..เดี๋ยวผมจะไปดูที่ครัวแล้วจะตามไปสมทบด้วย”
ธีรยุทธเดินผ่านซุ้มไม้เลื้อยเข้าไปด้านใน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล
“เฮ้ย..ทางนี้เพื่อน..” ศรชัยโบกไม้โบกมือเรียก
ธีรยุทธรับไหว้จากเปมิกากับสิตาก่อนจะนั่งลงข้างศรชัย
“คุณป่าน..คุณตา..มานานหรือยังครับ..”
ธีรยุทธกล่าวทักทายสองสาว
“เราสองคนมาั้แ่เช้าแล้วค่ะ..” สิตาบอกยิ้ม ๆ
“ถูกเชิญมาใช้แรงงานน่ะค่ะ..”
เปมิกาพูดต่อทำให้สองหนุ่มอดยิ้มไม่ได้
“ฉันก็ถูกเกณฑ์แรงงานั้แ่มาถึงร้านเป็คนแรก...”
ศรชัยบอกด้วยสีหน้ามีความสุข
“พี่พลใช้ให้ทำอะไร...” ธีรยุทธอยากรู้
“ก็จัดตกแต่งต้นไม้ดอกไม้ที่เห็นนี่ไง....”ศรชัยชี้มือ
“นี่ฝีมือนายหรือเนี่ย..ไม่เลวนี่..” ธีรยุทธชมเพื่อน
“มีคุณตากับคุณป่านแล้วก็พี่ดวงเมียพี่พลช่วยยกช่วยจัดด้วยอีกแรง” ศรชัยเล่าต่อ
“พี่พลแกประหยัดงบประมาณสุดฤทธิ์เลยค่ะ..ป่านกับยัยตาก็ต้องช่วยเขียนเมนูอาหารด้วยไม่รู้ว่าจะถูกเกณฑ์ไปช่วยล้างจานอีกหรือเปล่า..” เปมิกาพูดอย่างขบขัน
“เฮ้ย!...ใครนินทาเ้าของร้านอดกินฟรีโว้ย...”
เสียงของสุรพลดังขึ้นมาพร้อมกับจานอาหารที่เขากำลังเดินถือเข้ามา