ตอนที่ 2 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (8)
หนานิจวินหลุบตามองเ้าตัวเล็กหัวฟูตรงหน้า ช่วยเขาจัดระเบียบเสื้อผ้าเล็กน้อยแล้วกล่าว “เ้าสวมชุดของข้าค่อนข้างหลวมไปหน่อย ไปยืมชุดสือหนิงมาใส่แทนเถิด”
เหลียนเชวี่ยกล่าวอย่างไม่เต็มใจ “ไม่เอาของสือหนิง ข้าสวมชุดนี้ไปพลางๆ ก่อน รอลงเขาไปตัดชุดที่เข้ารูปสักสองสามชุดที่ร้านตัดเสื้อทีเดียว” บนเสื้อผ้าชุดนี้มีกลิ่นอายของหนานิจวินติดอยู่ ยังคงหอมกรุ่นทีเดียว กลิ่นของสือหนิงไม่ได้พึงประสงค์เท่าไรนัก
“แล้วแต่เ้า” หนานิจวินไม่สนใจเื่หยุมหยิมเหล่านี้ ความรู้สึกแปลกพิกลเมื่อครู่ก็กลับสู่สภาพปกติแล้ว แต่หนานิจวินยังเฝ้าคิดเื่ที่ให้ความสนใจมานานเื่นั้น ก่อนเอ่ยถาม “เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตัวเองจึงเชี่ยวชาญการหลอมรวมพลังิญญาฟ้าดินแต่กลับย่อยสลายได้ยาก”
เหลียนเชวี่ยเห็นหนานิจวินสอนศิษย์มานานขนาดนี้ แต่ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใส่เื่การบำเพ็ญเพียรของใครมาก่อนเลย จู่ๆ ถูกถามเช่นนี้จึงจับต้นชนปลายไม่ถูก เอียงศีรษะตอบอย่างอึ้งๆ “ไม่รู้...แต่ข้าไม่ได้แอบอู้ สิ่งที่เซียนจวินชี้แนะข้าก็ตั้งใจปฏิบัติตามทั้งหมดแล้ว”
“เช่นนั้นเ้าเปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์กะทันหัน เป็เพราะเมื่อครู่ทำเื่พิเศษอะไรหรือไม่”
เหลียนเชวี่ยส่ายหน้า “ไม่มี ข้านั่งสมาธิหนึ่งชั่วยามเหมือนในทุกๆ วัน พอครบกำหนดก็คิดจะออกไปกินองุ่นข้างนอกอยู่เลย”
หนานิจวินถามต่อ “แล้วที่ผ่านมาเ้าเคยเจอเื่แปลกๆ อะไร หรือเผลอกินอะไรเข้าไปหรือไม่”
“เื่แปลกๆ หรือ ข้าถูกปีศาจขนดำจับไปขังไว้นานนับหรือไม่”
“ปีศาจขนดำหรือ”
มองเห็นสีหน้าเหลอหลาของหนานิจวิน เหลียนเชวี่ยขุ่นเคืองอยู่บ้าง บุ้ยปากกล่าว “เมื่อครู่ท่านยังถามว่าข้ารู้จักชื่อของท่านได้อย่างไรไม่ใช่หรือ ท่านจำไม่ได้แล้วหรือว่าครั้งแรกที่พบข้าคือเมื่อไร”
ฆ่าปีศาจขนดำเป็เื่ก่อนที่หนานิจวินจะบรรลุเซียน อีกอย่างตอนนั้นประจวบกับจอมมารมาเกิดในโลกมนุษย์พอดี ทุกสองสามวันเป็ต้องสังหารมารปีศาจที่เหมือนกับปีศาจขนดำทิ้งหนึ่งตัว หนานิจวินจำไม่ได้แล้วจริงๆ
เื่ที่ตนจดจำฝังใจถูกผู้อื่นลืมไปเสียสนิท เหลียนเชวี่ยบุ้ยปาก ก่อนเล่าเื่ในวันนั้นให้ฟังหนึ่งรอบขณะหงุดหงิดหัวเสียเล็กน้อย
หนานิจวินฟังจบก็ยิ่งประหลาดใจ ทุกภพชาติในสังสารวัฏควรต้องจำอะไรไม่ได้ เว้นแต่บำเพ็ญจนบรรลุเซียน และหลุดพ้นสังสารวัฏแล้วเท่านั้นจึงสามารถเรียกความทรงจำทุกภพชาติกลับคืนมา และได้รับสังขารแท้ที่สมบูรณ์แบบ ต่อให้มารเป็ะไม่แก่เฒ่าพลังิญญาไร้ที่สิ้นสุดก็ไม่ใช่เซียนอย่างแท้จริง ไม่สามารถเรียกความทรงจำแต่ละภพชาติกลับคืนมาได้ แต่เหลียนเชวี่ยเล่าอย่างละเอียด ไม่มีทางโกหกแน่
หนานิจวินยิ่งแปลกใจกับความลับของเหลียนเชวี่ย เรียกมันมานอนลงบนเตียง ้าตรวจสอบจุดพิเศษในร่างกายของมันอีกครั้งโดยละเอียด แม้ว่าตอนอยู่ในร่างเดิมจะไม่พบจุดผิดปกติ แต่ไม่แน่ว่าหลังเปลี่ยนร่างมนุษย์อาจมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ ก็เป็ได้
เหลียนเชวี่ยนอนลงอย่างว่าง่าย หนานิจวินหันฝ่ามือเข้าหาตัวของมัน จากนั้นรวบรวมพลังิญญาไว้ที่ฝ่ามือ พลังิญญารินรดเข้าสู่กายภายในแต่ยังเชื่อมโยงกับฝ่ามือไม่ขาดสาย เช่นนี้หนานิจวินก็สามารถรับรู้การไหลเวียนของพลังิญญาภายในตัวเหลียนเชวี่ย หากผิดแผกจากคนทั่วไปน่าจะสามารถตรวจสอบออกมาได้
แม้ว่าฝ่ามือจะไม่ได้แตะโดนร่างกายของเหลียนเชวี่ย แต่พลังิญญานั่นหยอกเย้าร่างกายของเหลียนเชวี่ยอยู่เนืองๆ นี่ทำให้มันสบายตัวสุดขีด เหมือนหนานิจวินกำลังลูบมันอยู่ไม่มีผิด
ดีใจนัก
เหลียนเชวี่ยหลับตาลงอย่างสบายอีกครั้ง ััพลังิญญาอันอบอุ่นของหนานิจวินค่อยๆ เคลื่อนจากกระหม่อมย้ายมายังบริเวณหน้าอกทีละนิด หลังจากไหลเวียนรอบแขนสองข้างก็ค่อยๆ ย้ายลงมาที่ท้องน้อย มันอุ่นร้อนและจักจี้ ยิ่งสบายตัวขึ้นเรื่อยๆ เืไหลไปหล่อเลี้ยงร่างกายท่อนล่างอย่างราบรื่นเป็พิเศษ เนื้ออ่อนตรงกลางระหว่างขาค่อยๆ แข็งตัวขึ้นมา...
เอ๋?! เหลียนเชวี่ยเบิกตาโพลง มองเห็นน้องชายน้อยที่ตั้งโด่ตรงเป้าของตนจริงๆ...แม้ว่าตอนเป็นกจะไม่มีโครงสร้างนี้ แต่จากปีศาจขนดำเรื่อยมาถึงสิงโตตัวใหญ่ เหลียนเชวี่ยเคยเห็นอวัยะสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตมาไม่น้อยจริงๆ ย่อมรู้ว่าการตอบสนองเช่นนี้ของตนคืออะไร...
หะ เหตุใดจึงกะทันหันนัก...ซ้ำยังต่อหน้าหนานิจวินอีก...เหลียนเชวี่ยเืสูบฉีดด้วยความอายั้แ่หัวจรดฝ่าเท้าในบัดดล หันมองหนานิจวินด้วยอาการใกลัวตัวสั่น
หนานิจวินก็หันมองเหลียนเชวี่ยพอดี พลางเอ่ยถาม “ทำไม ไม่สบายหรือ”
“สะ...สบายดี...มะ ไม่ได้รู้สึกไม่สบาย...” เหลียนเชวี่ยคิดว่าตัวเองใกล้ตายแล้ว พูดก็พูดไม่ชัด หน้าร้อนผ่าวจนเกือบสุก
“ไม่ต้องตื่นกลัว ไม่ได้ทำร้ายเ้าหรอก” สีหน้าหนานิจวินไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากตรวจสอบขาซ้ายเสร็จฝ่ามือก็ย้ายมาบริเวณส่วนบนขาขวา
หนานิจวินไม่สังเกตเห็นหรือ เหลียนเชวี่ยมองกระโจมน้อยตรงเป้าของตนเองอีกครั้งอย่างร้อนตัว...จุ๊ๆ ไม่น้อยแล้ว หนานิจวินต้องมองเห็นแล้วเป็แน่
แต่หนานิจวินที่มองเห็นแล้วก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร หลังตรวจสอบเสร็จก็เก็บมือกลับไป ขมวดคิ้วน้อยๆ พลางกล่าว “ก็ยังหาจุดผิดปกติอะไรไม่พบ”
เหลียนเชวี่ยรีบขดตัวทันที ปิดบัง ‘จุดผิดปกติ’ ตรงนั้นเอาไว้ มันไม่ค่อยสนใจเื่ที่หนานิจวินสนใจนัก ก่อนถามอย่างไม่ได้ใช้หัวคิด “ต่อไปข้าไม่สามารถพักร่วมกับท่านได้แล้วใช่หรือไม่”
หนานิจวินเอ่ยตอบสบายๆ “ห้องว่างเยอะแยะ เ้าเข้าพักได้ตามใจชอบ”
“อ้อ” เหลียนเชวี่ยยังคงขดอยู่บนเตียง เหตุผลแรกคือเ้าสิ่งที่อยู่ตรงเป้ายังไม่สงบ อีกเหตุผลคือเขายังอยากอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงหนานิจวินต่ออีกสักพัก