ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    บทที่ 114 500 ล้านคน

    “โลกเบื้องหน้าเจ้ามีจิตวิญญาณเป็นของตนเองเจ้าต้องสื่อสารเอาเอง เจ้าพร้อมหรือไม่?

    นาฟพยักหน้าจิตวิญญาณสาวค่อยๆ สลายร่างเป็นลำแสงสีขาว พุ่งหายไปในลูกทรงกลมเบื้องหน้า

    นาฟยืนอยู่ตรงหน้าโลกเสมือนเขารู้ว่าตนมีเจตจำนงที่จะหาที่พักพิงและปกป้องผู้คนจากความโหดร้ายในโลกใบนี้ไม่แพ้ใคร การเป็นเจ้าของโลกมิติใบนี้จะทำให้ความหวังที่เขาปรารถนาเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

    “ข้าขอเสนอตัวเป็นเจ้าของ... เจ้า!"

    นาฟกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง

    ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาฟ รูปร่างของวิญญาณผู้ดูแลโลกมิติปรากฏขึ้นมันเป็นร่างที่โปร่งแสง มีรูปลักษณ์ที่สง่างามและดวงตาที่แฝงไปด้วยปัญญาและความเมตตา

    “เจ้ามีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นเจ้าของโลกเสมือนนี้แต่การที่จะได้รับสิทธิ์นั้น

    เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ"วิญญาณผู้ดูแลกล่าวด้วยเสียงที่กังวาน

    นาฟน้อมศีรษะเล็กน้อยแสดงถึงความเคารพ

    "ข้าพร้อมพิสูจน์ว่าข้ามีความเหมาะสม!"

    “ดีแล้ว!" วิญญาณผู้ดูแลกล่าวพลางยิ้มอ่อนๆ

    "ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องตอบคำถามสามประการเพื่อเป็นการทดสอบแห่งจิตใจ การทดสอบแห่งปัญญา และการทดสอบแห่งความกล้าหาญ"

    นาฟฟังด้วยความตั้งใจเขารู้ว่านี่คือโอกาสที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเอง

    แสงสว่างคลอบคลุมไปทั่วร่างแทรกซึมเข้าร่างกายแทบทุกส่วนตรวจสอบสภาพจิตใจ และความจริงใจในคำพูด

    "เจ้าต้องแสดงให้เห็นว่าหัวใจของเจ้าเต็มไปด้วยความเมตตาและพร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น"

     

    “ข้ารู้สึกเป็นสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือผู้คนในยามลำบาก ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นและมั่นใจ

    "ข้าเชื่อในความรักและความเมตตาข้าพร้อมที่จะทำเพื่อผู้อื่นเสมอ

    ผู้ดูแลกล่าวต่อ"เจ้าต้องแสดงให้เห็นว่ามีปัญญาในการแก้ไขปัญหาและมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น"

    นาฟนึกถึงการแก้ไขปัญหาที่เขาเคยประสบมาการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาทางออกที่ดีที่สุด

    "ข้าใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาและมองเห็นโอกาสในทุกๆ สถานการณ์"

    แสงสว่างที่แทรกซึมอยู่ในร่างของนาฟยังไม่ไหวติงเหมือนรับรู้ในความนึกคิดของเด็กหนุ่มไปพร้อมๆกัน

    วิญญาณผู้ดูแลกล่าว

    "เจ้าต้องแสดงให้เห็นว่ามีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความท้าทายโดยไม่ย่อท้อ"

    นาฟนึกถึงประสบการณ์ การต่อสู้ที่เขาเคยผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย

    การปกป้องผู้คนหรือคนที่ตนรัก

    "ทุกๆ ครั้งที่ข้าเผชิญหน้ากับความยากลำบากข้าไม่เคยท้อแท้ ข้ากล้าที่จะเผชิญกับทุกสิ่งแม้แต่ความตาย!"

    วิญญาณผู้ดูแลมองนาฟด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเด็กหนุ่มคนนี้แล้วพยักหน้า

    ไม่นานแสงสว่างจากวิญญาณผู้ดูแลก็ค่อยๆ จางหายไป

    มีเสียงแหบพร่าโบราณเอ่ยออกมา

    "จงใช้สิ่งนี้ด้วยความรับผิดชอบและสร้างโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความสงบสุขและความรัก"

     

    แสงที่เปล่งประกายอยู่รอบตัวนาฟก็ม้วนตัวแทรกเข้าไปในร่างอย่างสมบูรณ์

    “เอ๊ะ ความรู้สึกนี่มัน!  เหมือนกับโลกมิติเบื้องหน้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของตน  ความรู้สึก การรับรู้ทุกอย่างภายในโลกแห่งนั้นล้วนอยู่ในความนึกคิดของตน

     

    อยู่ๆ โลกมิติเบื้องหน้าก็ขยับตัวค่อยๆ หมุนวนรอบตัวเองและเร็วขึ้นเรื่อยๆเหมือนโลกที่หมุนรอบตัวเองย้อนกลับ ไม่นานก็ค่อยๆ หมุนช้าลงจนหยุดนิ่งในที่สุด

    ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเป็นโลกที่ไม่ได้ผุพังดังเก่าแล้วแต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์มากนักเพียงแต่มีการแซ่มแซมม่านปราการที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลกให้ดีดังเก่าภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินแยกตัวธารลาวาไหลนอง ก็ไม่มีให้เห็นแล้วแต่กลับทิ้งร่องรอยความเสียหายเอาไว้

     

    จิตวิญญาณสาวปรากฏตัวอยูด้านข้างนาฟอีกครั้ง

    “ท่านวิญญาณผู้ดูแล ได้สละวิญญาณสุดท้ายแล้ว! ท่านคงต่ออายุโลกใบนี้ให้กับเจ้า

    หลังจากได้เป็นเจ้าของโลกใบใหม่นาฟก็สัมผัสได้ว่าท่านผู้ดูแลได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการยับยั้งภัยพิบัติในภายโลกดังกล่าว และยังฟื้นฟูวัฎจักรของสภาพแวดล้อม เท่าที่จะทำได้เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ให้ตนดูแลต่อ

     

    นาฟที่มองโลกเบื้องหน้า เข้าใจทุกสิ่งความรู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน

    “ข้าจะขอเข้าไปได้หรือไม่!

    “เจ้าถือสิทธิ์เป็นผู้ครอบครองแล้วทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เจ้าต้องการ

    นาฟมองไปที่บางตำแหน่งในพื้นที่ ห้วงนึกคิดจินตนาการว่าตนไปยืนอยู่ที่นั้นแล้วร่างกายก็ค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นประกายแสงพุ่งผ่านเข้าไปทันที

    นาฟมาปรากฏตัวในตำแหน่งดังกล่าวภายในชั่วพริบตาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของโลกใบนี้นาฟสัมผัสทุกสิ่งอย่างใกล้ชิดรับรู้ทุกสิ่งในผืนแผ่นดินนี้แม้เพียงอณูของฝุ่นก็ยังสัมผัสได้

    “ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก! ไม่รู้ว่าอาณานิคมใหญ่แค่ไหนแต่ที่นี่คงสามารถรองรับประชากรมนุษย์ได้มากกว่า 500 ล้านคนเป็นอย่างต่ำ

    นาฟที่เข้ามาอยู่ในโลกที่ตนเองเป็นเจ้าของสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนแผ่นดินนี้ได้

    มองไปยังอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ตนได้เข้ามายังโลกแห่งนี้

    ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจนาฟก็มายืนอยู่บริเวณดังกล่าวแล้ว เหม่อมองซากสัตว์ป่าที่ล้มตาย อยู่เต็มไปหมด

    พื้นที่หลังภัยพิบัติเต็มไปด้วยซากปรักหักพังเศษซากต้นไม้ใหญ่และเศษซากหินผาที่พังทลาย

    ท้องฟ้ายังคงหม่นหมองด้วยฝุ่นควันและเถ้าถ่านที่ยังคงลอยค้างอยู่