เป็เวลาค่ำมากแล้วตอนคนกลุ่มหนึ่งขี่ม้าผ่านเข้ามาในเขตเวียงเงินยางฟ้ากำลังจะมืดสนิทในไม่ช้า คนยามเดินถือคบไฟมาต่อคบบนหอรบและหน้าป้อมทหารภายนอกซึ่งรายล้อมด้วยเรือกสวนนาไร่และป่าโปร่งปกติแล้วจะมีแสงไต้แสงไฟอยู่ภายนอกบ้าง มีคนเฝ้าวัวควาย มีคนนอนห้างเฝ้านาชาวเวียงเงินยางทุกผู้ทุกคนอยู่ในบ้าน จุดเทียนจุดไต้สว่าง ดาบ ธนูหน้าไม้พร้อมสรรพ เมื่อไม่นานมานี้ ไกลออกไปจากเขตเวียงหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งถูกโจรป่าเข้าปล้น ได้ข้าวปลาอาหารแห้งจำนวนมากสูญชีวิตคนไปมากหลายร้อนถึงนายทหารผู้นั่งเป็เ้าเมืองต้องแต่งกองทหารขนาดเล็กออกติดตามและปราบปรามทั้งติดประกาศตั้งค่าหัวโจรอีกหลายคนแต่ยังไม่มีโจรคนใดถูกจับตัวได้ ในยามค่ำคืนจึงไม่มีใครประมาทเลินเล่อออกมานอกบ้าน
มีเพียงสถานที่เดียวในเมืองที่ยังมีผู้คนยังสนุกสนานม่วนงันสันเล้ากันอยู่ก็คือผามขายเหล้าและจี่หนังควายของเฒ่าไซแหล่งรวมขี้เหล้าและเหล่าพ่อค้าคนเดินทางทั้งหลายที่ไม่ว่าฤดูกาลใด ๆ ก็มีคนเข้าออกเสมอ
“เอาเหล้ามาไห หนังควายมาสักแถวใหญ่ทุบมาให้นุ่มๆ เหมาะๆ” คนสั่งเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ปานหมีควายไว้หนวดเรียวเหนือริมฝีปาก ด้วยเสียงที่ดังและมีน้ำเสียงแสดงถึงความเป็คนโผงผางชายผู้มาใหม่ดึงดูดสายตาของชาวบ้านในผามมาไว้ที่ตนแทบจะทันที
“นั่งลง”ชายผู้พูดเป็ชายสูงวัยกว่าคนอื่นๆในกลุ่ม หลังจากแตะบ่าชายร่างใหญ่ที่เข้ามาก่อนเป็คนแรกชายสูงวัยก็นำคนที่ขี่ม้าทั้งหมดไปนั่งบนแคร่ที่ยังไม่มีใครจับจอง พอไหเหล้าและจอกดินเผาถูกยกมาวางชายร่างใหญ่ก็รินเหล้าแจกจ่าย แล้วต่างยกเหล้าขึ้นซดอย่างกระหายยกดื่มตำจอกไม่นานเหล้าทั้งไหก็หมดเกลี้ยง
“เอามาอีกไห เร็ว ๆเดียวจะไปปราบโจรแล้ว”ชายตัวใหญ่สั่งเสียงดัง
คำของชายตัวใหญ่ทำให้ชาวบ้านหูผึ่งต่างเพ่งความสนใจไปยังผู้พูดและคนที่นั่งร่วมวงหูของชาวเมืองมักกระดิกฟังเื่ประเภทนี้เสมอการจะรับข่าวบ้านข่าวเมืองเื่ซุบซิบต่าง ๆ ก็ต้องหูไวฟังเอาจากคนเดินทางวันพรุ่งจะได้ไปเล่าต่อกันอีก คืนนี้พวกเขาคงได้ยินเื่ราวต่าง ๆจากผู้มาใหม่สี่คนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“อย่าเดือดไป!”ชายผู้าุโสุดในกลุ่มคนมาปราบโจรเตือนเสียงเข้มไม่ให้คนติดตามเอะอะ พลางแตะแขนห้ามแม้ท่าทางจะดูสงบเสงี่ยมกว่าตอนแรก ทว่าก็กดให้ชายตัวใหญ่เงียบได้เพียงครู่เดียว
“จะไปกลัวมัน พวกโจรป่าโจรดอยต่อให้มีสายในเวียงคาบข่าวไปก็ไม่พอมือ อยากจะประมือรอบเดียวสักสี่ห้าคนจะสอนหลาบมันสักหน่อย”คนตัวใหญ่ประกาศจะสั่งสอนพวกโจรให้หลาบจำ
“ฟังพี่ปันเขาเตือนดีกว่าอย่าเดือดอย่าเอ็ดไป”ชายหน้าแหลมที่นั่งข้างชายสูงวัยเตือนอีกคนพอพูดจบก็ยกเหล้าขึ้นจรดปากแล้ววางลงคล้ายจะมีบางอย่างขัดจังหวะกะทันหัน
ปันผู้สูงวัยสุดในกลุ่มมองไปยังทางเข้าจอกเหล้าในมือนิ่งค้าง แม้แต่เหล้าในจอกก็ไม่ไหวกระเพื่อมคนอื่นพอเห็นอาการนั้นก็พากันมองตามด้วยความสงสัย
แสงไต้ที่สาดมาจากภายนอกถูกบดบังด้วยร่างสูงในผ้าคลุมยาวถึงเอวและสวมหมวกกุบหรุบลงบังใบหน้าดูลึกลับท่วงท่าการเดินและขยับมือขยับไม้เชื่องช้าไร้กำลังอย่างคนป่วยไข้เป็ที่เตะตาขี้เหล้านกเค้าทั้งหลายครั้นแล้วร่างสูงนั้นก็ผ่านทุกคนไปยังแคร่ว่างตรงมุมหลังจากหยุดชั่วครู่เพื่อพูดกับตาเฒ่าเ้าของผามเหล้าตลอดเวลานั้นไม่มีใครได้ยินแม้แต่เสียงพื้นเกือกแตะหนังย่ำเศษขี้ทรายฝีเท้าของผู้มาใหม่เบาเหมือนผีก็ไม่ปาน
ทุกคนเงียบมอง พอกุบถูกถอดวางไว้ทุกคนจึงได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงกำลังมองไปยังแสงไต้ข้างนอกด้วยสายตาเลื่อนลอยไม่นานก็หลับตาลงคล้ายจะงีบรอสิ่งที่ได้สั่งไปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เสียงนกเค้าแว่วมาจากยอดไม้ใหญ่ถูกกลืนเงียบหาย หมาใต้ท้องเรือนครางในคอ แมวโพงแมวผีร้องแหง่วหง่าวติดต่อเป็ทอดๆ ไม่นานเสียงขี้เหล้าเมามายก็เริ่มเอะอะอีกครั้งยังจะมีก็แต่หนุ่มหน้าเกลี้ยงตรงมุมผามเท่านั้นที่ยังนั่งนิ่งเงียบเช่นเดิม
“ฮ้า โจรป่าโจรดอยมันไม่ออกมาละได้ยินเสียงข้ามันก็กลัวหัวหด ใช่ไหมไอ้หนุ่ม!”คำถามนั้นถูกส่งข้ามมาหาผู้มาใหม่ผู้นั่งก้มหน้าหลับอยู่
“จะไปเดือด เสาะหาเื่ไอ้กองเอ้ย”เพื่อนไอ้กองอีกคนเตือนบ้าง
ไอ้กองไม่ฟังคำเตือน เดินอาดๆมาหยุดยืนค้ำหัวชายหนุ่มแล้วย้ำคำถามเดิมอีกรอบด้วยเสียงห้าวราวหมาเห่ากระโชก “ใช่ไหมไอ้หนุ่ม!”
พออีกฝ่ายไม่ตอบไอ้กองคนดุก็เดินกลับไปที่แคร่ ยกเหล้าขึ้นซดโฮก ๆ พอเหล้าลงคอหมดก็หน้าตาย่นยู่ลากเสียง “ข่า!”ออกมาด้วยเหล้านั้นแรงถูกใจ
“นั่งลงดีๆ ”เพื่อนคนเดิมเตือนอีกแม้จะรู้ว่าคงไม่เป็ผลแล้ว
ฉับพลัน จอกเหล้าในมือไอ้กองบินลิ่วไปหาชายหนุ่มประหนึ่งติดปีกไม่มีใครทันได้ทักได้ห้ามคนทั้งผามคงเห็นภาพพ่อหนุ่มท่าทางขี้โรคนั่นเือาบหัวจรดตีนแน่แล้ว แต่ผิดคาด กุบบนโต๊ะลอยหวือเข้ามือชายหนุ่มด้วยความเร็วปานฟ้าแลบ ช้อนรับเอาจอกเหล้าเปล่าที่พุ่งใส่ตนเต็มแรงแล้วเลี้ยงให้จอกดินเผาหมุนควงเป็ลูกข่างอยู่ในกุบพริบตาก็ดีดขึ้นไปกลางอากาศแล้วตกลงมาบนมือชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ทุกคนรู้ตัวอีกทีจอกเหล้านั้นก็หมุนผัดเป็จักรผัน ลอยเข้าใส่หางคิ้วไอ้กอง เืไหลย้อยอาบแก้ม
"บ่านี่!"กองคนอันธพาลชี้หน้าชายหนุ่ม "มา!! ไอ้ผีตาย มาสู้กัน" กองไม่รีรอสาวเท้าเข้าหาชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ แต่ไม่ได้ตั้งท่าอย่างคนจะสู้ด้วย
"ตาย!"
เท้าของนักล่าโจรร่างใหญ่ปานั์เหวี่ยงฟาดขึ้นสูงหมายแก้มกับก้านคอของชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่าฝ่ายตกเป็เป้าหลบแวบ มือซ้ายคว้าข้อเท้าแล้วดึงเข้าหาตัวดันกลับเพียงนิดเดียวร่างใหญ่ปานหมีควายของกองก็เสียหลักมือขวาของชายหนุ่มสอดลอดขึ้นมาราวกับท่าฟ้อน ส้นมือกระแทกเข้าใต้คางนิ้วมือจิ้มรูจมูกแล้วผลักตามจังหวะหงายหลังของนักล่าโจรอันธพาลส่งร่างใหญ่ั์ฟาดลงกับพื้นดินแดงจนพื้นไหวะเื
กลุ่มนักล่าค่าหัวลุกขึ้นชักดาบพร้อมกันทันทีที่เห็นกองลงไปนอนพังพาบไม่ได้สติคนทั้งผามตกอยู่ในอาการตะลึงพรึงเพริด
“ใจเย็นไว้สู!”
ปันก้าวเข้าขว้างคนของตน ปาดมือห้ามนักล่าค่าหัวที่เหลืออีกสองบัดนี้ชักดาบพร้อมจัดการอีกฝ่ายหากไม่มีปันมาห้ามไว้ก่อน ทั้งคู่คงเข้าถึงตัวชายหนุ่มแน่นอนทางอีกฝ่ายก็จับด้ามดาบที่สะพายไว้ใต้แขนพร้อมรับมือหากมีใครสักคนเข้าไปคงได้มีคนเจ็บถึงเืกันบ้าง
“ขอโทษสูจริง ๆคนของข้าเป็ฝ่ายหาเื่เอง อย่าให้มีการประดาบจนถึงเืถึงชีวิตกันเลย”ปันหันมาหาคนของตน ชี้ไปที่หมีควายไร้สติ “เก็บดาบหามเอามันไปนอนบนแคร่”
ดาบทุกเล่มคืนฝักตามคำของปัน ไม่มีแม้แต่จะเถียงสักคำร่างของกองหมีควายถูกหิ้วปีกขึ้นจากพื้น ต้องใช้คนถึงสามคนเพื่อจะพาเขาไปยังแคร่ว่างขณะเดียวกันชายหนุ่มก็พาร่างสูงเปรียวของตัวเองกลับไปยังแคร่นั่งของตัวเองหยิบกุบมาสวม คว้าสัมภาระทุกอย่างคล้องไหล่ ไม่ระแวงระวังไม่มีทำอะไรบ่งบอกว่าเคร่งเครียดแม้เพิ่งถูกหาเื่มาหมาด ๆ
“เอาอย่างใดต่อพี่ปัน”
ปันหันหาคนถาม เหลือบมองหน้าอาบเืของไอ้กองแล้วส่ายหน้านิดหนึ่ง “ปล่อยมันไว้นั่น เดี๋ยวมันก็ฟื้น ช่วยไม่ได้มันเองที่ทำอะไรโง่ง่าวไม่ใช่เื่”
ผามเหล้าเงียบอย่างป่าช้าปกติแล้วชาวบ้านจะชอบดูเื่ตีรันฟันแทงแต่การประมือที่จบลงรวดเร็วเมื่อครู่อาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นกันได้บ่อย ๆแม้เ้านายผู้ถูกแต่งตั้งมานั่งว่าการในเมืองจะโปรดให้มีคนมีฝีมือมารับใช้บ้านเมืองจนทำให้เวียงเงินยางมียอดฝีมือมากมายทว่าน้อยนักที่จะมีใครจัดการเผด็จศึกได้รวดเร็วเช่นนี้ชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็ที่เล่าลือในวันรุ่งขึ้นค้นข้าวของส่วนตัวพอล้วงเบี้ยวางไว้บนโตกแล้ว ก็พาร่างสูงเปรียวผ่านนักล่าค่าหัวและชาวเมืองที่นั่งเงียบไปยังทางออกแต่ไปไม่ถึงทางออก ร่างสูงนั้นก็หยุดมองออกไปข้างนอก
แสงไต้ไหววูบชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนเห็นเด่นชัดถูกชนจนเซไปชิดกับฝาฟากไม้ไผ่คนชนเดินตรงเข้ามาหาปันที่ยืนมองอยู่
“ใครทำพี่กองเือาบแบบนั้น”เสียงหญิงสาวถามขึ้นห้าว ๆ ทันทีที่เห็นสภาพไอ้กองนอนสลบอยู่บนแคร่หนึ่งในพรรคพวกของนางชี้ไปยังชายหนุ่มที่นางเพิ่งชนเมื่อครู่นางเห็นร่างสูงของเขายืนนิ่งอยู่ ดูราวกับต้นไม้ตายแห้งยืนแข็งตลอดกาลนางแทบไม่อยากเชื่อว่าคนแบบนั้นจะล้มกองที่มีแรงมหาศาลปานกระทิงได้
“มันหาเื่เอง ช่วยไม่ได้”ปันตัดบทกันไม่ให้คนมาใหม่หาเื่เพิ่ม”ไปสืบมาได้อะไรบ้างแก้ว”
แก้วยังไม่เลิกสนใจคนสูงเป็ต้นไม้ตายนั่นครั้นปันถามนางก็สะดุ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนถาม
“ได้ไม่มากน้าปันรู้แต่ว่ามันมีกำลังคนอยู่สักยี่สิบคน”
“แล้วรู้ไหมว่ามันไปไหน”
“มันปล้นทางบ้านเหนือ ห่างไปพู้นไกลจากนี่ไม่มากไม่น้อย ใจกล้าไม่ใช่เล่นเลยน้าปันแต่ละครั้งที่ปล้นก็ห่างกันแค่สามถึงสี่วันเท่านั้น”
ปันจับคางครุ่นคิด “แสดงว่ามันอยู่ไม่ไกลจากละแวกนี้ มีที่ซ่อนอย่างดีทำให้ไปมาได้สะดวกและรวดเร็ว คงจะต้องออกไปดูรอยมันวันพรุ่งนี้”
“ทหารก็คงจะมัวแต่กินเบี้ยหลวงไม่ทำการทำงาน”
“จะไปว่าทหารก็ไม่ได้นะอ้ายผาน”ปันรีบแย้งนักรบมือดีที่เขาไปขอร้องให้ลาสึกพระมาช่วยงาน ผานแม้เคยเดินในทางธรรมอยู่พุกามมาหลายปีทว่าก็ยังละนิสัยปากด่าคนของหลวงไม่ได้เพราะเมื่อวัยเด็กผานและครอบครัวเคยถูกทหารบุกปล้นหมู่บ้านเมื่อสมัยแต่ละแคว้นยังแย่งชิงดินแดนกันอยู่
“แล้วเอาใดต่อพี่ปัน”ผานถามต่อ
“ก็อย่างที่บอกพรุ่งนี้จะตามรอยพวกมันดู คงได้เจอรอยพาไปค่ายของมันได้”ปันรู้ว่าทุกคนคันไม้คันมือเหลือเกินแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองที่นอนไม่ได้สติอยู่ส่วนหนึ่งก็ค่าหัวของโจรบางคนที่เ้าเมืองตั้งเอาไว้นั้นสูงจนไม่อาจละไปได้
“ไอ้หนุ่มนั่นไปไหนแล้ว”
ทุกคนหันมองไอ้กองที่โงหัวแดงเถือกขึ้นมาถามพอมาถึงตอนนี้ทุกคนถึงรู้ว่าตลอดเวลาที่ทุกคนปรึกษากันนั้นไม่มีใครทันได้สนใจชายหนุ่มนิรนามคนนั้นเลย ไอ้กองยันตัวเองลุกขึ้นนั่งความโกรธเริ่มผุดขึ้นบนสีหน้า สิ่งที่ชายหนุ่มคนนั้นทิ้งไว้ให้มีเพียงความว่างเปล่าและเปลวไฟสีส้มปลายไต้ด้านนอกที่ไหววูบกับเสียงทุบหนังควายตุบๆ เท่านั้นที่ตอบคำถามของกอง