ตอนที่ 6 ัเคลื่อนสมุทร
ในทันที ที่ฝ่ามือประสานกันคิ้วทั้งสองข้างของ ชุนเกียงตู้ ขมวดจนแทบจะชนกันความรู้สึกที่ได้รับไม่ใช่แรงปะทะ แต่เป็ความว่างเปล่า!!
'พลังลมปราณสีครามสิบส่วนของข้า เหตุจึงรู้สึกราวซัดฝ่ามือใส่อากาศธาตุ ที่ว่างเปล่า บ้าน่า!!'
แสงประกายสีครามจากฝ่ามือของ ชุนเกียงตู้ เมื่อััเข้ากับฝ่ามือของเล้งซานประกายแสงมันมิได้หยุดอยู่กับที่แต่มันกลับวิ่งเข้าไปในร่างของเล้งซานราวกับมีชีวิตวิ่งผ่านมือขวา สู่แขนขวา ไหลจากแขนขวา ผ่านจุดตันเถียน และแยกเป็ 2 สายสู่ขาทั้งสองข้างจากนั้นก็ไหลลงสู่พื้นปฐี
ตรึ้มมมมมมมมมม!!
เสียงดังสนั่นทั่วทั้งบริเวณโดยรอบพื้นดินที่เท้าของเล้งซานแตกเป็รอยแยกและทรุดตัวลงจนมองมิเห็นเท้าของเล้งซานชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
"ขอบคุณท่านผู้ดูแลที่ออมมือผู้เยาว์จะไม่ทำให้ท่านผู้ดูแลต้องผิดหวังในการทดสอบนี่ก็สายโด่งแล้วผู้เยาว์ขอตัวไปรดน้ำต้นไม้ตามหน้าที่"
จากนั้นเล้งซานประสานมือโค้งเล็กน้อย และหันหลังเดินไปที่สวนอีกด้านในทันที
ชุนเกียงตู้มิได้ขยับออกจากท่าเดิมแม้แต่น้อยราวกลับสิ่งที่เล้งซานกล่าวได้ผ่านหูมันไปมันยังคงยื่นมือค้างไว้ดังเช่นตอนออกฝ่ามือที่สามแต่กายนั้นสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้นจิตใจระส่ำระสายคล้ายโดนซัดตีด้วยคลื่นสมุทร
'มหัศจรรย์ราวกลับมิใช่วิทยายุทธ มันเป็อัจริยะโดยแท้จริงนี่ข้าพบัในสวนหลังบ้านจริงๆหรือนี่!
คำพูดที่มันเคยเปรียบเปยให้เล้งซานฟังในตอนแรกดังเข้ามาในจิตใจราวกับสายฟ้าที่ฟาดใส่จิตใจ
หลังจากที่เล้งเดินมาถึงสวนอีกด้านเืไหลออกมาจากมุมปากของเล้งซาน มันเก็บอาการไว้และรีบรุดหน้ามาเพื่อมิให้ชุนเกียงตู้ จับสังเกตได้ ลมปราณภายในร่างล้วนปั่นป่วน
"การตั้งรับกระบวนท่าที่สูงกว่า1 ระดับชั้นลมปราณ นี่มันตึงมือเกินไปจริงๆแต่หากข้ามิทำขนาดนี้คงยากที่จะมีคนยอมรับให้บุคคลที่มีลมปราณชั้นสีม่วงขั้นต้นอันต้อยต่ำ อย่างข้าได้เข้ารับการทดสอบ"
"ท่าสุดท้ายนั่นมันอะไรกันเหตุใดจึงเคลื่อนย้ายพลังปราณที่สูงกว่าตนเอง 1 ระดับชั้นเยี่ยงนั้นลงสู่ปฐีได้"
เสียงของเฟรย่าที่เงียบไปนานดังออกมาในที่สุด
"ท่านยอมสนธนากับข้าแล้วหรอ?"
เล้งซานยิ้มที่มุมปากทันทีที่ได้ยินเสียงจากเฟรย่า
"เลิกเล่นลิ้นได้แล้วเ้าเด็กน้อยบอกเรามาวิชาเมื่อครู่ เรามิเคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อนมันช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก"
"ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าร่างกายของข้าต่างจากผู้อื่น ข้านั้นจึงบัญญัติวิชาเฉพาะตัวมา 3 ประเภท 1 คือเคล็ดวิชาที่ใช้ยกระดับพลังปราณที่ใช้เมื่อคืน เส้นลมปราณั 2 คือเคล็ดวิชาป้องกัน ัเคลื่อนสมุทร และสุดท้ายเป็เคล็ดวิชาโจมตี ตราประทับั
ทั้ง 3 วิชานี้ล้วนเกิดขึ้นได้เพราะอาการผิดปรกติทางเส้นลมปราณของข้าที่มีความใหญ่หนา และยืดหยุ่นกว่าผู้อื่น ในเคล็ดวิชา ัเคลื่อนสมุทร ข้าใช้เส้นลมปราณที่หนาและยืดหยุ่นของข้ารับพลังที่เข้ามาแล้วปล่อยไหลผ่านเส้นลมปราณในร่างลงสู่เท้าและเคลื่อนลงสู่พื้นดินแม้เคล็ดวิชานี้จะร้ายกาจมาก แต่ก็มาพร้อมเงื่อนไขการใช้ที่มากมาย เช่นกัน"
"เงื่อนไข?"เฟรย่ายังคงอยากรับรู้ในพลังมันร้ายกาจนี้
เล้งซานยิ้มเล็กน้อยและกล่าวต่อว่า
"นี่คือความลับของข้ามิเคยแพร่งพรายออกไปเพราะลังแต่จะเป็ดาบมาสังหารตัวข้าเองแต่ท่านและข้าในตอนนี้ล้วนเป็ตายร่วมกันข้ายังติดหนี้ท่านมากมายที่ช่วยเหลือตระกูลข้าจนต้องจบชีวิตหากท่านสัญญาว่าจะมิแพร่งพรายออกไปข้าจึงจะบอกท่าน
"เราสัญญาเราธิดาแห่งเผ่าเทพ มิเคยผิดสัญญา"
"ดี!!เงื่อนไขของเคล็ดวิชานี้ มี 2 ข้อนั่นคือข้าไม่สามารถเคลื่อนย้ายถ่ายพลังที่สูงกว่าข้าได้เกิน 1 ระดับชั้นลมปราณเพราะหากมากกว่านี้เส้นลมปราณในร่างข้าจะได้รับความเสียหายดังเช่นเมื่อครู่
และอีกข้อคือแม้ข้าจะสามารถย้ายพลังปราณที่เข้ามากระทบร่างได้แต่ไม่ได้หมายถึงจะรับกระบวนท่าโจมตีได้หากอีกฝ่ายใช้พลังปราณหลอมรวมกับธาตุอัคคีโจมตีใส่แม้ข้าจะย้ายพลังลมปราณลงสูงปฐีทำให้พลังลดลง 5 ส่วนแต่ก็ต้องแลกกับการโดนธาตุอัคคีนั้นแผดเผาจาก 5ส่วนที่เหลือ หรือหากอีกฝ่ายใช้กระบี่รวมเข้ากับพลังลมปราณแม้สลายพลังลมปราณออกไปได้ แต่ข้าก็จะต้องถูกกระบี่ทิ่มแทงอยู่ดี"
เล้งซานกล่าวจบก็ได้นั่งโคจรพลังขับลมปราณที่ยังหลงเหลือของชุนเกียงตู้ ส่วนเฟรย่าก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของเล้งซาน จนต้องเอ่ยปากถามอีกรอบ
"แล้วเคล็ดวิชาโจมตี ตราประทับั ของเ้าล่ะ!!"