บทที่ 26 แผนการอันแยบยล
เหตุผลที่ฉินหยวนเสนอให้อนุหยางเป็ผู้รับผิดชอบตรวจสอบบัญชี ก็เพราะนางรู้ดีว่าอนุหยางเองก็เกลียดชังแม่ลูกคู่นั้นเข้ากระดูกดำ หากนางจำไม่ผิด ย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว ครั้นนั้นอนุหยางยังเป็ที่โปรดปรานของฉินจงเจิ้งอยู่ นางเคยตั้งครรภ์ ทว่าสุดท้ายก็แท้งไป เบื้องลึกทุกคนต่างรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้น แต่เนื่องจากภายหลังอนุหลี่ กลับมาเป็ที่โปรดปรานอีกครั้ง จึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึงเื่นี้ สุดท้ายก็เลยเงียบหายไป
“วิธีนี้ของคุณหนูช่างแยบยลยิ่งนัก! ไม่เพียงแต่จะทำให้นายท่านเชื่อว่าคุณหนูสนิทสนมกับองค์ชายหนิงมากขึ้นเท่านั้น ยังสามารถขัดขวางไม่ให้นางผู้นั้นออกไปขอความช่วยเหลือได้อีก ช่างเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริง ๆ” แม่นมหลินเอ่ยชมอย่างตื่นเต้น หลังจากฟังแผนการทั้งหมดจบ
“แม่นมหลิน เบาเสียงลงหน่อย ระวังจะมีคนแอบฟังอยู่” ฉินหยวนมองไปรอบ ๆ ด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยปากเตือนไว้
ใน่เวลาเช่นนี้ ย่อมต้องระมัดระวังให้มากจึงจะดี
ต่อไปนี้ พวกนางต้องใช้เื่บัญชีนี้เป็เครื่องมือ เพื่อทำให้อนุหลี่ต้องชดใช้อย่างสาสม
“เป็ความผิดของข้าเอง” แม่นมหลินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ส่วนเื่ต่อจากนี้ ก็คงต้องดูท่าทีขององค์ชายหนิง รวมถึงเื่ที่ว่า เมื่อไหร่ท่านแม่จะกลับมา… แม่นมหลินท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าชายผู้นั้นได้ส่งคนไปรับท่านแม่กลับมาจริง ๆ หรือไม่?” พอพูดถึงท่านแม่ ฉินหยวนก็อดกังวลไม่ได้
อย่างไรเสีย ในชาติที่แล้ว ถึงแม้ท่านแม่จะกลับมาอย่างปลอดภัย แต่สุดท้ายก็ถูกอนุหลี่ใส่ร้ายป้ายสี
ถึงแม้ในชาตินี้ ฉินหยวนจะใช้ความสามารถของตนเองเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างได้ แต่นางก็ยังคงอดกังวลไม่ได้ว่า จะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นอีกหรือไม่
ถึงอย่างไร การเดินทางก็ยาวไกล เื่ไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อกล่าวถึงเื่นี้แล้ว แม่นมหลินก็อดถอนหายใจออกมาอย่างจนใจไม่ได้ “คุณหนู ข้าได้ไปสอบถามมาแล้ว นายท่านส่งคนออกไปรับฮูหยินแล้วจริง ๆ เ้าค่ะ แต่ผ่านไปหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดเลย ข้ากังวลเื่ความปลอดภัยของฮูหยินเหลือเกิน”
เสียงของแม่นมหลินค่อย ๆ เบาลง…
ที่จริงแล้ว นางเป็กังวลเื่นี้มาตลอด แต่ที่ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะเกรงว่าคุณหนูและคุณชายน้อยจะต้องเป็กังวลไปด้วย
ฉินหยวนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าการหวังพึ่งชายผู้นั้นให้พาท่านแม่กลับมาคงเป็เื่ยาก ถึงแม้ในยามนี้เขาคงไม่กล้าทำร้ายท่านแม่ง่าย ๆ เพราะตอนนี้นางอยู่ภายใต้การคุ้มครองขององค์ชายหนิง แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเขาอาจจะแกล้งเมินเฉย ปล่อยท่านแม่ให้อยู่ลำพังก็เป็ได้
ท่านแม่มีนิสัยอ่อนโยนมาโดยตลอด ไม่มีความสามารถในการป้องกันตัว แม้แต่คนธรรมดา ๆ ก็สามารถทำร้ายนางได้
“ข้าเข้าใจแล้ว” สุดท้ายฉินหยวนก็พยักหน้ารับอย่างครุ่นคิด
นางตัดสินใจแล้ว วันนี้เมื่อไปถึงจวนองค์ชายหนิง นางจะต้องหาโอกาสเอ่ยปากขอเื่นี้กับเขาให้ได้ อย่างไรเสีย นางก็เพิ่งมอบข่าวดีให้เขานับว่าเป็การตอบแทนเช่นกัน
ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็เื่ที่สมควรทำมิใช่หรือ?
ในตอนนั้นแม่นมหลินแต่งตัวให้ฉินหยวนเสร็จแล้ว นางหันไปหยิบชุดกระโปรงตัวใหม่อีกสองสามชุดจากตู้ด้านหลัง แล้วนำมาวางตรงหน้าให้ฉินหยวนเลือก
“คุณหนู ลองดูชุดกระโปรงพวกนี้สิเ้าคะ? มีชุดไหนถูกใจท่านบ้างหรือไม่ ชุดพวกนี้เป็ชุดใหม่ที่สวยที่สุดทางคลังเพิ่งส่งมาให้เมื่อไม่นานมานี้เ้าค่ะ” แม่นมหลินกล่าวพลางยิ้มอย่างพอใจ
การปฏิบัติเช่นนี้?! เป็สิ่งที่คุณหนูของนางไม่เคยได้รับมาก่อน…
เมื่อครั้งที่ตระกูลไป๋ยังไม่ล่มสลาย ทุกคนก็ได้รับการดูแลอย่างดีเสมอมา แต่หลังจากที่ตระกูลไป๋ล่มสลายไปแล้ว ชีวิตความเป็อยู่ก็ตกต่ำลงอาหารการกินล้วนเป็ของคุณภาพต่ำทั้งสิ้น
ถึงแม้ภายนอก พวกนางจะเป็คนของฮูหยินใหญ่ของตระกูล…
คุณหนูก็เป็ถึงบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ แม้แต่คุณชายน้อยก็เป็บุตรชายคนเดียวในจวน ทว่าชีวิตความเป็อยู่ของพวกเขากลับเทียบไม่ได้แม้กระทั่งอนุภรรยาคนอื่น ๆ
เมื่อเห็นแม่นมหลินดีใจเช่นนี้ ฉินหยวนก็รู้สึกสะท้อนใจ นางรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเป็นางหรือแม่นมหลิน พวกนางต่างก็ลำบากกันมามาก แต่ฉินหยวนเชื่อว่า ชีวิตเช่นนี้จะผ่านพ้นไปในไม่ช้า ในวันข้างหน้า พวกนางจะต้องได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็อย่างแน่นอน
เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น…
“ตามใจแม่นมหลิน เ้าเห็นว่าชุดไหนดูดีก็เลือกชุดนั้นเถิด” ฉินหยวนตอบอย่างไม่ใส่ใจ ดูเหมือนว่านางจะไม่ทุกข์ร้อนอะไร เมื่อเทียบกับแม่นมหลิน ฉินหยวนกลับดูสงบนิ่งและไม่สนใจไยดีกว่ามาก ถึงแม้จะเป็งานเลี้ยงขององค์ชายหนิงก็ตาม แต่แล้วอย่างไรเล่า?
ฉินหยวนยังไม่รู้เลยว่าเขาเชิญนางไปที่นั่นเพื่อสิ่งใดกันแน่ ถ้าหากว่าแต่งตัวโดดเด่นจนเกินไป เกรงว่าจะไม่เหมาะสมนัก
เมื่อเห็นว่าฉินหยวนไม่ค่อยใส่ใจนัก แม่นมหลินก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ “คุณหนูเ้าคะ เื่สำคัญถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านจึงไม่ใส่ใจเอาเสียเลย” เหตุใดคุณหนูจึงไม่ทุกข์ร้อนเช่นเดียวกับนางบ้างเล่า!
“แม่นมหลิน ข้ามิได้ไม่ใส่ใจ การได้เชื่อมสัมพันธ์กับองค์ชายหนิง ข้าย่อมยินดีเป็อย่างยิ่ง แต่เ้าก็รู้นี่ว่ามันเป็แค่งานเลี้ยงธรรมดาเท่านั้น เรายังไม่รู้เลยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคืออะไร ในสถานการณ์เช่นนี้ หากทำตัวโดดเด่นเกินไป คงไม่เหมาะสมเป็แน่” ฉินหยวนตอบอย่างจริงจัง
ฉินหยวนคิดเช่นนี้จริง ๆ ใน่เวลาสำคัญเช่นนี้ ทุกย่างก้าวที่นางก้าวออกไป นางจำเป็ต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
เพราะหากนางเดินผิดไปเพียงก้าวเดียว ความพยายามและแผนการทั้งหมดที่ผ่านมาของนางก็จะสูญเปล่า
เมื่อได้ฟังดังนั้น แม่นมหลินจึงครุ่นคิดอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉินหยวนกล่าวมานั้นมีเหตุผล สักพักหนึ่ง นางจึงพยักหน้าเห็นด้วย “คุณหนู สิ่งที่ท่านกล่าวก็มีเหตุผล”
“ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วสิ แม่นมหลินการกระทำทุกอย่างของเราต้องรอบคอบรัดกุม ส่วนเื่ชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงในบ่ายนี้จะเอาชุดไหน ก็ย่อมได้ทั้งนั้น” ฉินหยวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะชี้ไปที่ชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีขาว
แม่นมหลินมองไปยังทิศทางที่ฉินหยวนชี้ ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ไม่นานนัก พวกนางก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย
ทันใดนั้น ชิงเหอที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน
“ชิงเหอ! เ้ามีอันใด จึงได้รีบร้อนถึงเพียงนี้” แม่นมหลินมองชิงเหอด้วยสายตาตำหนิ นางไม่เข้าใจพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นเช่นนี้เลย
“ชิงเหอ หรือว่าชายผู้นั้นมาใช่หรือไม่?” เมื่อเทียบกับสีหน้าไม่พอใจของแม่นมหลิน ฉินหยวนกลับไม่รู้สึกอะไรกับการมาถึงของเขา… หากนางเดาไม่ผิด หลังจากที่หงอวี้ไปแจ้งข่าว เขาคงจะร้อนใจมาก จึงรีบร้อนมาที่นี่เพื่อที่จะขอให้นางพาเขาไปด้วยกระมัง?
อย่างไรเสีย หากสามารถสร้างสัมพันธ์อันดีกับองค์ชายหนิงได้ ในภายหน้าจวนตระกูลฉินย่อมรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
ชิงเหอหอบหายใจไม่หยุด ก่อนจะเอ่ยตอบ “เรียนคุณหนู นายท่านมาเ้าค่ะ”
ชิงเหอจำได้ว่าคุณหนูเคยกล่าวกับพวกนางไว้ว่าหากพบนายท่านมาอย่างกะทันหัน ต้องรายงานโดยเร็วที่สุด
เมื่อครู่นางตั้งใจจะมาดูว่าที่ห้องของคุณหนู มีสิ่งใดต้องจัดการอีกหรือไม่? ทว่ากลับบังเอิญเห็นนายท่านกำลังรีบร้อนตรงไปที่เรือนบัวหยก โดยมีหงอวี้เดินตามหลังมา ชั่วขณะนั้นนางไม่ทันได้คิดอะไรมาก จึงวิ่งเข้ามารายงานทันที
“ดูเหมือนว่าข้าคงเดาไม่ผิดจริง ๆ” ฉินหยวนยิ้มราวกับจิ้งจอกเ้าเล่ห์