บทที่ 4 เส้นทางนักดาบ
ห้องนอนกว้างใหญ่ หลังลุกลงจากเตียง ต้องเดินสี่ห้าก้าวจึงจะพบโต๊ะอันหนึ่ง
จากนั้นอีกสี่ก้าว จึงจะพบประตูห้อง
“วังจันทร์แรม” แห่งนี้ เป็ของเมวีเลีย องค์หญิงแห่งนาวาริธ
ในหนึ่งปี นางจะมานอนห้องนี้สักคืนหนึ่ง ทว่าห้องหับกลับได้รับการดูแลสะอาดสะอ้านยิ่ง
นางเองไม่แน่ใจ มันสะอาดเช่นนี้เสมอ หรือหญิงรับใช้เ่าั้ เพียงปีละครั้งจึงมาทำความสะอาดห้องให้นาง
นางล้วนไม่ใส่ใจ
ที่จริงเมื่อก่อน นางเองมักมาค้างแรมที่นี่บ่อยครั้ง ทว่าเมื่อเติบโตขึ้น ด้วยเหตุผลหลายประการ ปีละครั้งยังนับว่าบ่อยเกินไป
“อย่าเสียใจไปเลย เมวีเลียน้อยของแม่” ราชินีออเรเลีย กล่าวกับองค์หญิงวัยสองขวบที่กำลังร่ำไห้น้ำตานองหน้า “ถึงลูกจะไม่มีพลังเวทมนตร์ ลูกก็ยังเป็ลูกของแม่ เป็องค์หญิงแห่งนาวาริธ เป็เพชรเม็ดน้อยของแม่เสมอ”
ราชินีลูบหัวองค์หญิงน้อยด้วยความเอ็นดู ขณะที่นางสะอื้นตัวโยน ไม่อาจกล่าวคำใดออกจากลำคออันตีบตันนั้น
ในห้องยังปรากฏ กีเดียน ศาสตราจารย์สำนักเวทมนตร์
มันได้รับเชิญมาตรวจสอบอณูพลังเวทมนตร์ในตัวองค์หญิงน้อย
ราชวงศ์และขุนนางส่วนใหญ่ล้วนต้องเชิญศาสตราจารย์ท่านนี้ไปสำรวจพลังเวทมนตร์ให้บุตรหลาน เพื่อชี้แนะการศึกษาให้เหมาะสมั้แ่เยาวว์วัย ไม่จำเป็ต้องรอจนเติบใหญ่จึงเริ่มต้นศึกษา เช่นนี้ เหล่าขุนนางราชวงศ์ยามเติบใหญ่ขึ้นมา มักสามารถพัฒนาพลังเวทของตนเองได้เหนือชั้นกว่าประชาชนทั่วไปที่เพิ่งมารับการศึกษาภายหลังจากค้นพบพลังของตนเองหลังจากโตขึ้น
วันนี้ท่านก็ได้รับเชิญมาสำรวจพลังองค์หญิงน้อยนางนี้เช่นกัน
“ไม่ปรากฏร่องรอยเวทมนตร์ในตัวนาง” เป็คำตอบของศาสตราจารย์ หลังจากดำเนินกระบวนการสำรวจอย่างละเอียดอยู่พักใหญ่
หลังจากได้ยินคำตอบ เสียงของของศาสตราจารย์นั้นราวกับสะท้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังก้องอยู่ในหัวองค์หญิงน้อย
คำปลอบใจของมารดานั้น นางล้วนไม่ได้ยิน
องค์หญิงแห่งราชินีออเรเลีย มารดาแห่งนักเวทย์ทั้งปวงเช่นนาง กลับไร้พลังเวทมนตร์เช่นนั้นหรือ
กับเด็กอายุสองขวบ สิ่งที่นางกังวลหาใช่เื่พลังอำนาจอันใหญ่ หรือตำแหน่งรัชทายาทใด
นางเพียงกลัวมารดาจะผิดหวัง
กลัวมารดาจะเสียใจ
กลัวมารดาไม่รักนาง
“หลังเสร็จสิ้น ไม่ว่าพลังเวทของข้าจะมีอยู่ในรูปแบบใด ข้าจะตั้งใจเรียนอย่างที่สุด ไม่ทำให้ท่านแม่ต้องผิดหวัง” คือคำกล่าวของนางก่อนเริ่มกระบวนการสำรวจในวันนี้
บัดนี้นางไม่อาจทำตามคำมั่นได้ คำตอบของอาจารย์นั้นคล้ายทิวเขาเื้ันาวาริธทั้งลูกนั้นถล่มใส่หน้านาง
คล้ายกับเส้นทางในจินตนาการนับสิบสายของนาง ล้วนปิดตายไปทั้งสิ้น
ขุนนางราชวงศ์โดยรอบท้องพระโรงในวันนั้นล้วนมีหลากหลายสีหน้าปะปนกันไป
มีบ้างสงสารเห็นใจนาง
มีบ้างสมเพชเวทนา
ยังมีบ้าง ผิดหวังอย่างยิ่ง รัชทายาทแห่งนาวาริธ หากไร้พลังอาคม นาวาริธจะยืนหยัดอยู่ท่ามกลางอาณาจักรทั้งเจ็ดอย่างไร
มีบ้างคิดไปไกล ไปไกลถึงว่าหากการณ์เป็เช่นนี้ ควรวางผู้ใดขึ้นสืบทอดอำนาจแทนนาง
สีหน้าเหล่านี้ เมวีเลียล้วนไม่อาจมองเห็น เพราะในตาของนางยามนี้ คล้ายกับจมอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งน้ำตาของนางที่ทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน
“ท่านนี้คืออดีตผู้บัญชาการเคลัน” ราชินีออเรเลียแนะนำทหารวัยฉกรรจ์นายหนึ่งแก่องค์หญิงน้อย หลายวันหลังจากกระบวนการตรวจสอบเวทมนตร์ “จากนี้ไปเขาจะช่วยถ่ายทอดวิชาแก่เ้า”
เมวีเลียยังไม่คลายจากอาการผิดหวัง ล้วนไม่แยแสสนใจ
เคลันเห็นเช่นนั้นจึงลงไปคุกเข่าพูดคุยกับนาง
“องค์หญิงน้อย” เขากล่าวเสียงอ่อนโยน “องค์าาประชวรหนัก องค์ราชินีภารกิจมากหลาย องค์หญิงน้อยคิดปกป้องทั้งสองพระองค์หรือไม่”
“ข้าไร้เวทมนตร์” เมวีเลียน้อยกล่าวพลางก้มหน้า มุดลงไปในอ้อมแขน น้ำตาคล้ายจะหลั่งรินอีกครั้ง “ยังจะสามารถทำอันใดได้อีก”
“ท่านดูนี่เถิด” เคลันกล่าวพร้อมล้วงเอามีดเล่มน้อยออกมาให้นางชมดู เป็มีดเงินผสมโลหะลวดลายปราณีต สะท้อนแสงแวววาวยิ่ง “นี่เป็มีดอันดับหนึ่ง ชุบตีขึ้นด้วยช่างตีดาบชั้นยอดแห่ง เรย์กอร์น ยอดนครจ้าวศัสตราวุธแห่งเจ็ดอาณาจักร ก่อนนี้ข้าได้รับประทานจากองค์าา วันนี้มอบให้ท่านเป็อย่างไร”
“ของสิ่งนี้” เมวีเลียเห็นมีดนั้นงดงาม จึงรับมาชมดู แต่ไหนแต่ไรของมีคมเหล่านี้นางล้วนไม่เคยัั แม้กระทั่งห้องครัวก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ หยิบถือมีดน้อยนั้นด้ายท่าทางประหม่ายิ่ง “ของสิ่งนี้มีอันตรายหรือไม่”
“ย่อมมีอันตราย” เคลันตอบ “ของสิ่งนี้หากถือไม่ระวัง สามารถทำร้ายตัวเองาเ็”
เมวีเลียเงยหน้าขึ้นมอง ยื่นมีดคืนแก่ผู้บัญชาการ “ท่านให้ข้าไยกัน”
เคลันรับมา
ตวัดออกสองมีด
จ้วงแทงออกไปอีกสามครั้ง
“แม้อันตราย ทว่าหากฝึกฝนอย่างถูกวิธี ย่อมสามารถใช้ป้องกันตัวเอง ทั้งยังใช้ปกป้องผู้อื่นได้” กล่าวจบยื่นมีดคืนแก่องค์หญิงอีกครั้ง “ข้ามอบให้ท่าน จากนี้ไปจะอบรมสั่งสอนท่าน ใช้มันปกป้องท่านแม่ เป็อย่างไร ?”
องค์หญิงน้อยรับคืนกลับมา สะบัดกวัดแกว่งเลียนท่าเคลันสองสามครา พลันรู้สึกเข้ามือยิ่ง
นางไม่คิดร่ำไห้แล้ว
นางเพียงคิด นี่อาจเป็เส้นทางสายใหม่ของนาง
ทางที่จะทำให้นาง ได้ปกป้องท่านแม่ องค์ราชินีของนาง
จากนี้ไปนี่จึงเป็สัญญาใหม่ของนาง
ในปีแรก การฝึกกับเคลันนั้นล้วนตื่นเต้นเร้าใจ หลากหลายทักษะที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน ล้วนปฏิบัติออกได้ตามคำสั่ง
ทุกสามสี่วัน นางมักกลับวังจันทร์แรมของนาง ทุกครั้งที่กลับมาล้วนเรียกหาท่านแม่ โอ้อวดวิชาใหม่ให้ราชินีรับชม
“ลูกแม่ฝีมือล้ำยิ่ง” ราชินีมักกล่าวชมทุกท่วงท่าของนาง ยิ่งทำให้นางรู้สึกปีติยิ่ง
เวลาผ่านไป ฝีมือของนางยิ่งรุดหน้า นางมักเข้ามาในวังขอพบราชินีหลายครั้ง
จนกระทั่งวันหนึ่ง
“วันนี้ราชินีเสด็จออกมาพบท่านมิได้” หญิงรับใช้ส่วนพระองค์กล่าวกับองค์หญิงน้อย “พระองค์ทรงตั้งครรภ์ ร่างกายอ่อนแอ ต้องพักผ่อนให้มากไว้”
“นั่นไม่เป็ไร” เมวีเลียตอบยิ้มแย้ม “ฝากเรียนท่านแม่ ไว้ข้าจะมาใหม่ ขอท่านแม่พักผ่อนให้แข็งแรง”
นางแม้กระทั่งคำ ตั้งครรภ์ ก็ไม่รู้จัก หลังจากไม่ได้พบจึงกลับไปฝึกฝนต่อ
มิคาด หลังจากวันนั้น การพบราชินีกลับเป็เื่ยากเย็นยิ่ง จากทุกสามสี่วัน เริ่มกลายเป็สามสี่สัปดาห์จึงได้พบหนหนึ่ง
ทุกครั้งล้วนได้รับคำชมเช่นเดิม
“ลูกแม่ฝีมือล้ำยิ่ง”
คำชมของราชินีล้วนกล่าวจากใจจริง ทว่าเมื่อฟังคำเดิมซ้ำแล้วซ่ำเล่า ความรู้สึกกลับต่างออกไป นางสังเกตดูท่าน องค์ราชินีไม่ทราบวิชาดาบ ล้วนชื่นชมเป็ปกติ ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าทางดาบนั้นเป็แนวทางใด ต่อให้ใช้ออกผิดพลาด ยังชื่นชมเช่นเดิม
นางคิดเอาเองว่า หรือความคืบหน้าแต่ละครั้งนั้นน้อยเกินไป หามีอันใดน่าตื่นตาให้ท่านแม่ต้องตระหนก
นางจึงทุ่มเทฝึกฝนยิ่งขึ้น เข้าวังน้อยลง
หวังว่าสักวันหนึ่ง หากฝีมือรุดหน้าก้าวใหญ่ ท่านแม่เป็ต้องพิศวงยิ่ง
จนกระทั่งไพมีราถือกำเนิด
โอกาสพบหน้ายิ่งน้อยลง
เวลาล่วงเลยไปจนเมวีเลียอายุห้าขวบ
ไพมีราน้อยนั้นอายุสามขวบ
วันนั้นนางเข้าพบราชินี
นางเพิ่งสำเร็จวิชาดาบไวขาเดียว สามารถทรงตัวบนท่อนไม้ขนาดเล็กด้วยขาเดียว ร่ายรำกระบวนท่าจนจบ
ในหมู่สำนักฝึกดาบของอดีตผู้บัญชาการเคลัน มีเพียงเด็กหนุ่มเจ็ดแปดขวบจึงสามารถฝึกฝนทำได้สำเร็จ
นางเพียงห้าขวบกลับทำได้ เป็ที่ภูมิใจอย่างยิ่ง
วันนั้นราชินีอุ้มองค์หญิงน้อยไพมีรามาชมด้วย
“ชมดูพี่สาวเ้า” ราชินีกล่าวกับทารกน้อย “นางจะเติบโตเป็นักดาบใหญ่ อันดับหนึ่งในเจ็ดอาณาจักร”
องค์หญิงน้อยแย้มยิ้มล้วนไม่ทราบความ
เมวีเลียจึงเริ่มการแสดง เริ่มด้วยนำเอาท่อนไม้ปักลงบนพื้น ขึ้นร่ายรำกระบวนท่า
ล้วนร่ายรำอย่างแม่นยำ ยังแม่นยำกว่าตอนฝึกฝนเสียอีก
นางคาดหวัง ครั้งนี้ทุ่มเทอย่างตั้งใจ อันใดล้วนไม่ผิดพลาด
วันนี้ราชินีต้องประทับใจอย่างยิ่ง ลอบมองหน้าราชินีแวบหนึ่ง
ทว่าภาพที่เห็น
องค์ราชินีก้มหน้าหยอกล้อกับองค์หญิงน้อยนั้น มิได้ชายตามองนางแม้แต่น้อย
เวลาเดียวกับที่ท่อนไม้นั้น มันกลับไม่ได้ปักหลักลึกเช่นเดียวกับที่สำนักฝึก ครั้นมีคนขึ้นมาร่ายรำจึงไม่อาจยึดได้มั่น พลันหลุดออกจากหลุมล้มลง
เมวีเลียที่กำลังร่ายรำพลันเสียการทรงตัว ล้มลงไปทางราชินีกับทารกน้อย
อุบัติเหตุนั้นทำให้ทั้งลานตระหนกเป็อย่างยิ่ง ทุกคนต่างเคลื่อนไหวลนลาน
สำหรับเมวีเลีย ่ขณะนั้นเวลาคล้ายเดินช้าลง นางเห็นทุกผู้คนล้วนวิ่งกลุ้มรุมเข้ามา ขณะที่ตัวนางพร้อมดาบไม้สำหรับทำการแสดงในมือ กำลังพุ่งตรงไปยังมารดากับน้องสาวของนาง
ทว่าที่เห็นชัดที่สุดคือองค์ราชินี
แขนข้างหนึ่งของพระองค์ โอบกอดองค์หญิงน้อยไว้แนบตัว
อีกข้างหนึ่ง พลันยื่นมาหานาง
ทันใดนั้น ลมวูบหนึ่งพลันพัดจากบนลงล่าง ก่อเกิดแรงดันอากาศขนาดใหญ่กดทับลงบนตัวนาง
แรงส่งจากการล้มลงจากท่อนไม้ของนางพลันชะงักลง แปรเปลี่ยนเป็แรงกดจากบนลงล่าง กดนางลงแนบติดกับพื้นดินอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
ดาบไม้ที่ใช้ทำการแสดงหลุดจากมือ ไปได้ไม่ไกลก็ถูกแรงลมนั้นกดทับไว้เช่นกัน
ผ่านไปชั่วลมหายใจลมกดทับนั้นพลันสลายไป
เมวีเลียได้สติขึ้นมาด้วยเสียงร้องแหลมดังของไพมีรา เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจึงพบกับภาพนั้น
ราชินีออเรเลีย มารดาของนาง มือข้างที่ยื่นออกมานั้นหุบลงไปแล้ว สีหน้าของนางดูไปคล้ายใ ดูไปคล้ายเสียใจยิ่ง
มีข้างนั้นยังโอบไพมีราไว้แแ่
แรงกระแทกนั้นสร้างาแให้นางหลายแห่ง ย่อมเ็ปยิ่ง
ทว่าความเ็ปนั้นนางกลับไม่รู้สึก นางรู้เพียงาแเหล่านี้ มารดานางเป็ผู้ลงมือ
นางกรีดร้อง ร่ำไห้ออกมาเช่นกัน
จากนั้นหันกายวิ่งจากไป
“เมวีเลีย” ราชินีร้องตามหลัง ทว่าหูนางไม่ได้ยินอันใดอีกต่อไปแล้ว
นับแต่นั้นมา เมวีเลียล้วนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ในสำนักฝึก
ผู้ที่ดูแลชุบเลี้ยงนาง คือเคลัน อดีตผู้บัญชาการทหาร อาจารย์ที่รับนางเป็ศิษย์
อบรมสั่งสอนทั้งวิชาดาบ การใช้ชีวิต
รวมไปถึงเื่ราวต่างๆในเจ็ดอาณาจักร
คล้ายเป็บิดาผู้หนึ่ง เป็เช่นนั้นตลอดมา
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงตามแก้ม
เมวีเลียวัยสิบแปด ยามนี้หวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงเสียใจ นับจากวันนั้นเป็ต้นมานางล้วนไม่กลับมาอาศัยในวังจันทร์แรมแห่งนี้อีก
มีเพียงวันรำลึกนี้ ที่อาจารย์เคลันของนางยังคงบังคับนางมาเข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งหลังเสร็จงาน นางจึงนอนที่นี่สักคืนหนึ่ง แล้วจึงกลับไปนอนที่สำนักฝึกไปอีกหนึ่งปี
เมวีเลียเปิดกล่องใบหนึ่งที่วางบนโต๊ะ กวาดเอาเหรียญทอง เงิน ทองแดงทั้งหมดใส่กระเป๋า
เงินเหล่านี้มักเติมให้เต็มทุกครั้งเมื่อนางมาพักยังวังแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้นางจึงยอมมาเข้าร่วมงานตามคำสั่งอาจารย์ไม่เคยขาด
นางคิด ถือถุงเงินร่ำไห้ อย่างไรทุกข์โศกน้อยกว่าทั้งร่ำไห้ ทั้งยากจน
นางออกจากห้องแล้ว ผลัดเปลี่ยนเป็ชุดประจำของนาง ทิ้งชุดอาภรณ์หรูหราไว้ภายในวัง เดินผ่านผู้คนมากหลายทว่าหามีใครใส่ใจนาง
นางก็หาได้ใส่ใจผู้ใดไม่
นางออกจากวัง ทว่าไม่ได้มุ่งตรงไปยังสำนักฝึกเช่นทุกปี
วันนี้นางมีธุระใหม่ให้กระทำ
นีน่า แม่ค้านางนั้น เื่ที่นางกล่าวกระตุ้นความสนใจนางอย่างยิ่ง อย่างไรวันนี้นางต้องได้รับทราบความจริง
ตลาดผู้ค้าเขตเมืองชั้นในนั้นกว้างใหญ่ยิ่ง
ตรอกซอยเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยผู้ค้าสินค้าหลากชนิด ว่ากันว่าหากมีเงินมากพอ ตำแหน่งาาก็มีขายที่นี่
วันนี้นางก็พกเงินมามาก ทว่ามิได้ตามหาตำแหน่งราชินีใด เพียงตามหาอาคารสมาคมผู้ค้าของท่านหญิงนีน่าผู้นั้น
สมาคมผู้ค้า เป็ตึกใหญ่ตกแต่งหรูหรา ล้วนคลาคล่ำไปด้วยทั้งพ่อค้า ผู้ซื้อ และเกวียนขนส่งเบียดเสียดทั้งมาส่งของ และรอรับของไปขายยังต่างเมือง
“ท่านหญิงตามหาสิ่งใดหรือ” ผู้รับใช้นายหนึ่งค้อมตัวเข้าหา
“ข้ามาตามหาท่านหญิงนีน่า” เมวีเลียกล่าวตอบ
“ท่านหญิงนีน่าหรือ ?” ผู้รับใช้นั้นทำท่าทางสงสัย
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ห่างออกไป
“ใช่ท่านหญิงเมวีเลีย ที่มาซื้อกระดาษใช่หรือไม่” เป็ผู้รับใช้อีกนายหนึ่งะโข้ามมา
“กระดาษหรือ?” เมวีเลียสงสัย ทว่ายังตอบรับไป “ใช่แล้ว ข้ามาซื้อกระดาษ”
“ซื้อกระดาษราคาเท่าใด” ผู้รับใช้นั้นเข้ามารับหน้าแทน ผู้รับใช้คนแรกจึงถอยห่างไป
“เป็กระดาษราคาหนึ่งเหรียญเงิน” เมวีเลียตอบ
“ราคาดี ราคาดี” ผู้รับใช้นั้นผงกหัวรับ “ด้านนี้เถิด ท่านหญิงพำนักอยู่ด้านหลัง”
นางเดินตามหลังผู้รับใช้นั้นไปยังด้านหลังตึกสมาคม ลดเลี้ยวตามตรอกเล็กน้อย จึงไปถึงห้องหับแห่งหนึ่ง
“เชิญด้านใน” ผู้รับใช้กล่าว
เมวีเลียเดินผ่านธรณีเข้าไป พบเห็นด้านในตั้งไว้ด้วยโต๊ะตัวหนึ่ง โดยรอบเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่มีหนังสือ เอกสาร เครื่องแจกันงานฝีมือวางกองกันสะเปะสะปะวุ่นวาย
ด้านหลังเป็ท่านหญิงนีน่าผู้นั้น
“องค์หญิงเดินทางมารวดเร็วยิ่ง” นางกล่าวทักพลางผายมือให้องค์หญิงแห่งนาวาริธนั่งที่ฝั่งตรงข้าม
“เื่ที่ท่านกล่าว” เมวีเลียเข้าเื่ตรงไปตรงมา “ที่แท้เื่ราวเป็อย่างไร”
“องค์หญิงไม่ต้องเร่งรีบไป” นีน่ากล่าวพลางล้วนเอาม้วนกระดาษเก่าโทรมแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะนั้น “นี่เป็เอกสารเก่ายิ่ง ได้รับมาจากส่วนลึกสุดภายในหอสมุดราชวัง ท่านยามหยิบฉวย ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง”
“เอกสารสำคัญเช่นนี้” เมวีเลียถาม “ท่านได้มาอย่างไรกัน”
“องค์หญิง เอกสารนี้ ค่าขายให้ท่านหนึ่งเหรียญเงิน” นีน่าโน้มตัวเข้าหา ถามเสียงเรียบเฉย “แท้จริงแล้วหาได้้าเงินจากท่าน ทว่าข้าทำการค้าไม่เคยเข้าเนื้อ หนึ่งเหรียญเงินนี้ต้องใช้จ่ายกับสายข่าวที่ยากลำบากนำมาให้ ทว่าหากท่าน้าทราบว่าสายข่าวเป็ผู้ใด มีวิธีการได้มาอย่างไร ข้ายอมขายข้อมูลนั้นให้ท่านในราคาห้าเหรียญทอง (มีมูลค่าเท่ากับห้าร้อยเหรียญเงิน) ท่าน ที่แท้สนใจใคร่รู้หรือไม่”
“ข้า..” เมวีเลียอ้ำอึ้ง
“ข้าทราบว่าท่านย่อมมีมากกว่าห้าเหรียญทอง” นีน่ากล่าวขัด “ทว่าหากข้าเป็ท่าน ข้าจะเก็บเงินนั้นไว้ หลังจากอ่านเอกสารนี้แล้ว ไม่แน่อาจมีความจำเป็ต้องใช้เงินอย่างหนัก”
เมวีเลียเงียบไป จากนั้นล้วงเอาหนึ่งเหรียญเงินออกมา ยื่นส่งให้นาง
“ขอบคุณองค์หญิง” นีน่ารับเงินมาอย่างสุภาพ จากนั้นจึงกล่าว “พวกเ้าออกไปรอด้านนอก”
“พวกใด…” เมวีเลียที่เห็นในห้องไม่ปรากฏผู้ใดกล่าวถาม
ทว่ายังไม่ทันกล่าวจบ พลันปรากฏที่มุมห้อง หลังเสา เหลี่ยมมุมชั้นหนังสือเ่าั้พลันปรากฏบุคคลแต่งกายชุดรัดกุมขยับกาย ทั้งหมดขยับกายแ่เบา เคลื่อนกายคล่องแคล่วผ่านองค์หญิงออกไปยังด้านนอก
“ขออภัยองค์หญิง” นีน่ากล่าว “อาชีพเช่นข้า เดินถือเอกสารลับไปมา หากท่านซ้อนแผนนำคนของทางการมาสืบนั่นจึงย่ำแย่อย่างยิ่ง ทางที่ดีระวังตัวให้มากไว้”
เมวีเลียอึ้งไปครู่หนึ่ง พยายามมองหาตามซอกมุมเหลี่ยมภายในห้อง
“ภายในห้องเหลือเพียงข้ากับท่านแล้ว” นีน่ากล่าว “เปิดอ่านเถิด”
เมวีเลียคลี่ม้วนกระดาษนั้นออกอย่างแ่เบา จากนั้นจึงเริ่มอ่าน
พระราชวังนาวาริธ เดือน 4 ปีศักราช 135
องค์หญิงกำเนิด ร่างกายแข็งแรง
พระนามบันทึก : เมวีเลีย
สัญญาณพลังเวทมนตร์ : ระดับสี่
เริ่มทำการถอดถอน : ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
เสร็จสิ้นการถอดถอน : เที่ยงตรง
ผลการตรวจสอบ : ไม่พบพลังเวทหลงเหลือ
สถานที่บรรจุ : “โบรอส”
ลงนามผู้ปฏิบัติการ
กีเดียน
เคลัน