เมื่อได้รับโทรศัพท์จากหลิวชิงหยู่ ผู้ว่าการเสวี่ยเหวินหลงก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยายขึ้นมา ในความคิดของเขา หลิวชิงหยู่เป็คนโผงผางและไร้เดียงสาเกินไป การที่เขากล้าพูดกับผู้ที่าุโกว่าแบบนี้มันออกจะไร้มารยาท แต่เมื่อพิจารณาถึงภูมิหลังอันลึกลับของหลิวชิงหยู่ ก็ทำให้เขาไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งกับหลิวชิงหยู่ ดังนั้นเขาจึงฝืนใจอธิบายไปว่า “เสี่ยวหลิว คุณนี่ช่างไม่เข้าใจอะไรเสียเลย หากผมไม่ระบายน้ำออก เทศมณฑลจิงหลินจะต้องเจอวิกฤตน้ำท่วม ในฐานะผู้นำ คุณต้องรู้จักการเสียสละและคำนึงถึงสถานการณ์ส่วนรวม แม้ผมจะรู้ว่าระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำกวนซานเข้าขั้นวิกฤต แต่ผมก็จำเป็ต้องทำ ด้วยวิธีนี้จะทำให้เทศมณฑลเรารอดพ้นจากน้ำท่วมซึ่งทางเราก็ได้แจ้งไปทางตำบลต่างๆ แล้ว ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือเตรียมการหาทางป้องกันให้ดี โดยเฉพาะกวนซานของคุณ คุณจะต้องเตรียมการรับมืออย่างระมัดระวัง อย่าได้ประมาทเลินเล่อรีบทำการอพยพผู้คนให้ทันท่วงที เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สิน นี่คืองานของคุณในฐานะนายกเทศมนตรีประจำตำบล หากมีปัญหาเกิดขึ้นคุณก็ควรหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง “พูดจบเสวี่ยเหวินหลงก็วางสาย โดยไม่สนใจจะฟังคำตอบของหลิวชิงหยู่
หลังจากวางสาย โทรศัพท์ของหลิวชิงหยู่ก็มีสายอื่นโทรเข้ามา คราวนี้เป็เลขาธิการซือเจิ้นเฉียงที่โทรหาเขา “เสี่ยวหลิว รองนายกหู่กวงหยวน และสหายหวางเสวี่ยเหวินรวมทั้งผมกำลังเดินทางไปประชุมยังเทศมณฑลคืนนี้ ดังนั้นระหว่างที่พวกผมไปประชุม คุณจะต้องหามาตรการรับมือกับภัยน้ำท่วมและทำการอพยพคน รวมถึงการจัดหาที่พัก คุณต้องจัดการเื่นี้ให้ดีล่ะ มิฉะนั้นผมก็ไม่สามารถช่วยคุณได้ หากเกิดอะไรผิดพลาด” ซือเจิ้นเฉียงวางโทรศัพท์พร้อมขับรถออกไปพร้อมกับ หู่กวงหยวนและหวางเสวี่ยเหวิน
ในรถคันนั้นหวางเสวี่ยเหวินมองไปยัง ซือเจิ้นเฉียงด้วยความลำบากใจเล็กน้อย “ท่านเลขาธิการ ตอนนี้เราฝากทุกอย่างไว้ที่หลิวชิงหยู่หากเกิดอะไรผิดพลาดเราจะไม่เดือดร้อนไปด้วยหรอ?”
ซือเจิ้นเฉียง โบกมืออย่างมั่นใจแล้วกล่าวว่า “เราจะเดือดร้อนได้อย่างไร เราไปเพื่อประชุม ส่วนหลิวชิงหยู่ต้องอยู่รับผิดชอบ เขาเป็คนที่ทำงานและจัดระเบียบการควบคุมน้ำท่วมโดยลำพัง ดังนั้นเขาจะต้องเป็คนรับผิดชอบ ไม่ต้องกังวลไป เหลือเวลาอีกชั่วโมงหนึ่งก่อนน้ำจะท่วม ผมไม่รู้ว่าเมืองของเราจะเป็อย่างไร แต่เราต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด พวกคุณได้พาครอบครัวอพยพไปที่เทศมณฑลเรียบร้อยหรือยัง”
ทั้งสองพยักหน้าแล้วเป็หู่กวงหยวนที่กล่าวขึ้นว่า “เมื่อคืนผมพาพวกเขาย้ายไปแล้ว”
ซือเจิ้นเฉียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เรียบร้อยก็ดีแล้ว ปล่อยให้หลิวชิงหยู่ รับมือต่อไป” หลังจากกล่าวจบซือเจิ้นเฉียงก็แสดงสีหน้าอันภาคภูมิใจออกมา จากสีหน้าของเขามันมิอาจบอกได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ในขณะนี้ หลิวชิงหยู่กำลังยืนอยู่ข้างๆ อ่างเก็บน้ำกวนซาน เขามองไปยังปริมาณระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ดวงตาของเขาก็เกิดประกายมุ่งมั่น เขาหันไปมองเทียนเหล่าซวนแล้วกล่าวขึ้นว่า “ผู้ใหญ่บ้านเทียน ดูเหมือนว่าอ่างเก็บน้ำของเราจะไม่ปลอดภัยแล้ว เราคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงภัยน้ำท่วมได้จริงๆ แต่เพื่อลดการสูญเสียคุณต้องอพยพชาวบ้านอย่างรวดเร็ว นอกจากของมีค่าพยายามอย่านำของอย่างอื่นติดตัวไปด้วย เสร็จแล้วให้มุ่งหน้าตรงไปที่สันเขาเทียนหวางให้เร็วที่สุด ตราบใดที่ชีวิตผู้คนยังปลอดภัย เราสามารถซ่อมแซมทุกอย่างให้กลับมาเป็เหมือนเดิมได้ นอกจากนี้ช่วยแจ้งผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านอื่นๆ ให้ผมด้วย ว่าให้พวกเขาทำการอพยพไปที่สันเขาเทียนหวางชั่วคราว หรือไม่ก็หาที่สูงที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะหาคนไปะเิเขื่อนเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำจะท่วมบ้านเรือนของพวกคุณน้อยที่สุด และจะพยายามควบคุมทิศทางให้น้ำทะลักเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูก “เทียนเหล่าซวน พยักหน้าอย่างเคร่งครัด “ตกลงท่านนายกหลิวผมเชื่อท่าน” กล่าวจบเทียนเหล่าซวนก็จากไปพร้อมกับความรู้สึกเป็กังวล
หลิวชิงหยู่ หยิบโทรศัพท์ของเขาแล้วโทรไปหา หานกั๋วชิ่ง ผู้กำกับสถานีตำรวจกวนซาน “ผู้กำกับหาน ผมคือหลิวชิงหยู่นายกเทศมนตรีประจำตำบล ขอออกคำสั่งให้คุณขนย้ายวัตถุะเิปริมาณ 2-3 กิโลกรัมมาที่เขื่อนบริเวณอ่างเก็บน้ำกวนซาน บริเวณหมู่บ้านหม่าหลานตอนนี้ "
หานกั๋วชิ่งได้รับข่าวว่าน้ำกำลังจะท่วมซึ่งเขากำลังเตรียมอพยพครอบครัวของเขา เมื่อได้รับโทรศัพท์จากหลิวชิงหยู่ เขาก็รีบกล่าวปฏิเสธทันที “ท่านนายกเทศมนตรีหลิว ผมต้องขอโทษจริงๆ ตอนนี้ผมยุ่งมาก คุณไปหาคนอื่นก่อนได้ไหม”
หลิวชิงหยู่ ก้มหน้าลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “หานกั๋วชิง ผมไม่สนว่าคุณกำลังยุ่งเื่อะไรอยู่ แต่ที่ผมจะบอกคุณก็คือตอนนี้เลขาธิการซือ ได้เดินทางไปยังเทศมณฑลเพื่อเข้าประชุม ดังนั้นผมตอนนี้คือคนที่รับผิดชอบงานทั้งหมด หากคุณขัดขืนคำสั่งผม ผมจะปลดคุณออกจากตำแหน่งทันที”
เมื่อฟังสิ่งที่หลิวชิงหยู่พูด หานกั๋วชิงก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดอย่างเ็าว่า “ผมต้องขอโทษด้วยท่านนายกหลิว แต่คุณไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเื่แต่งตั้งและถอดถอนบุคลากร เื่นี้ต้องมีการหารือในคณะกรรมาธิการพรรค และตอนนี้ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการซือ มอบหมายให้ ดังนั้นผมจึงไม่สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้ ขอโทษด้วย” พูดจบหานกั๋วชิงก็วางสายลงทันที
ในตอนนี้หลิวชิงหยู่โมโหมาก แม้เขาจะไม่เห็นว่าหานกั๋วชิงกำลังทำอะไร แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่คำนึงถึงส่วนรวมเลย หลิวชิงหยู่ คิดจะใช้งานนี้เพื่อให้ หานกั๋วชิง สร้างความดีความชอบ แต่ตอนนี้เขาไม่อาจรอได้อีกต่อไป เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายไปที่รองผู้กำกับ เจี่ยซินหยู่ “ท่านรองเจี่ย ผมหลิวชิงหยู่นะ ก่อนหน้านี้ผมโทรหาหานกั๋วชิง แต่เขาไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งผม จึงจำเป็ต้องโทรหาคุณที่เป็รองผู้กำกับ คุณช่วยส่งวัตถุะเิสัก 5 กิโลกรัม มาให้ผมที่หมู่บ้านหม่าหลานภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงนี้ได้หรือไม่”
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา ผมจะรีบดำเนินการทันที” เจี่ยซินหยู่ ตอบรับทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ตอนนี้เจี่ยซินหยู่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สถานีตำรวจตำบลกวนซาน แม้ว่าเขาจะเป็รองผู้กำกับ แต่เขาก็ขอเข้าเวรใน่กลางคืนของฤดูน้ำหลากเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เขามีพื้นเพมาจากครอบครัวชาวนาที่ยากจน เขาจึงรู้ถึงผลลัพธ์จากภัยพิบัติน้ำท่วม หากมีตำรวจคอยให้ความช่วยเหลือมันจะทำให้ชาวบ้านสามารถอุ่นใจได้ แม้ไม่รู้ว่าหลิวชิงหยู่้าะเิไปทำอะไร แต่การที่หลิวชิงหยู่เลือกประจำอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำกวนซานมันก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ตรงนี้ทำให้เขารู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายจากใจจริง ดังนั้นเขาจึงไม่รอช้า รีบติดต่อไปยังรัฐมนตรีกรมสรรพาวุธหยินชุนฮวา และประสานงานในการเบิกวัตถุะเิ ประมาณ 5 กิโลกรัมอย่างไม่ลังเล เมื่อได้รับของเขาก็รีบให้ลูกน้องขับรถไปยังอ่างเก็บน้ำทันที เมื่อส่งวัตถุะเิถึงมือหลิวชิงหยู่เขาก็กล่าวขึ้นว่า .” ท่านนายกหลิวผมได้ประสานงานติดต่อกับกรมสรรพาวุธและได้รับวัตถุะเิชนิดพิเศษ มันสามารถใช้รีโมทควบคุมการจุดะเิจากระยะไกลถึง 200 เมตร ผมหวังว่ามันจะช่วยคุณได้”
หลิวชิงหยู่เห็นหยาดเหงื่อบริเวณหน้าผากของ เจี่ยซินหยู่ พร้อมกับอาการเหนื่อยหอบของเขาขณะที่ถือถุงบรรจุวัตถุะเิ เขาก็ยิ้มขึ้นด้วยความชื่นชม เ้าหน้าที่หลายคนต่างพาครอบครัวอพยพหนีไป แต่รองผู้กำกับที่มีตำแหน่งไม่สูงมากตรงหน้าเขากลับหิ้ววัตถุะเิมาส่งให้ถึงมือเขา ในเวลาเพียง 40 นาที คนคนนี้ สามารถคบหาเป็สหายได้
หลิวชิงหยู่ พยักหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณจะเอายังไงต่อ จะอยู่กับผมและรอดูการะเิเขื่อนด้วยกันหรือเปล่า?”
เจี่ยซินหยู่พยักหน้าโดยไม่ลังเล: "ในเมื่อนายกเทศมนตรีตัดสินใจจะอยู่นี่ แล้วทำไมผมจะไม่อยู่”
จากนั้นหลิวซิงหยู่ก็โทรหาฉินรุ่ยเจียรองเลขาธิการคนสวยเพื่อเร่งมือดำเนินการ ทำการอพยพชาวบ้านไปยังสันเขาเทียนหวาง ซึ่งฉินรุ่ยเจีย ก็รับปากอย่างไม่ลังเล ที่สำคัญเธอกำลังดำเนินการอยู่
ในขณะนี้ในตำบลกวนซานไม่ว่าจะเป็ในเมืองหรือในหมู่บ้านต่างๆ ล้วนได้รับข้อมูลข่าวสาร ที่พูดถึงเื่ประตูอ่างเก็บน้ำจิงหลินที่กำลังจะทำการระบายน้ำออกมา ซึ่งได้มีการเตือนให้ผู้คนรีบอพยพโดยด่วน ดังนั้นผู้คนจึงรีบพากันเก็บข้าวของและขับรถตรงไปยังสันเขาเทียนหวาง
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ไม่นานเวลาสองชั่วโมงที่ได้ประกาศไว้ก็ได้ครบกำหนด หลิวชิงหยู่ได้รับโทรศัพท์จากฉินรุ่ยเจีย และผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาบอกว่าชาวบ้านได้ทำการอพยพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันน้ำก็ได้ไหลทะลักเข้ามาในอ่างเก็บน้ำกวนซานราวกับทัพม้านับหมื่น น้ำที่ทะลักเข้ามาได้กระจายไปทั่วเขื่อนจนกระทั่งเพิ่มปริมาณถึงขีดอันตราย หลิวชิงหยู่ รู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้น เขากลัวว่าน้ำทั้งหมดจะซัดมายังบริเวณเขา ดังนั้นเพื่อลดความสูญเสีย เขาจึงตัดสินใจะเิเขื่อนบางจุดเพื่อจะระบายน้ำออก และเป็การป้องกันไม่ให้เขื่อนทั้งหมดพังทลายลงในคราเดียวจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมได้ เมื่อนึกถึงสิ่งนี้หลิวชิงหยู่ก็ได้ตระเวนตรวจตราและติดตั้งะเิตามจุดที่เหมาะสม จากนั้นเขาก็เคลื่อนย้ายตำแหน่งเว้นระยะห่างออกมาราวๆ 200 เมตร ก่อนจะทำการกดปุ่มะเิ
ตูมมมมม
ทันใดนั้นเสียงะเิก็ดังขึ้น เขื่อนบางจุดถูกะเิออก
หลังจากที่เสียงะเิดังขึ้น เขื่อนที่อยู่ห่างไป 200 เมตรได้ถูกเปิดทาง น้ำได้ทะลักออกจากบริเวณรูที่ถูกะเิ ไหลเข้าสู่พื้นที่การเกษตรและกลืนหายไปในทันที
ในเวลานี้ หงซานจิน ได้ขับรถไปตามทางอย่างเร่งรีบ หลังจากมายังจุดปลอดภัย พวกเขาก็หยุดลง เจี่ยซินหยู่ เองก็ขอตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส่วนหลิวชิงหยู่ที่เหนื่อยมา 2 วัน 2 คืนในที่สุดเขาก็ได้หลับสนิท นี่อาจเป็ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้แล้ว
ระหว่างที่ หลิวชิงหยู่ อ่อนเพลียจนหลับไป คงคิดไม่ถึงว่า ในสำนักงานเทศมณฑล ฝ่ายที่เป็ปฏิปักษ์กับเขาได้มีการหารือวางแผนชั่วอย่างเงียบๆ
……………….