ห้องทำงานหลัก – 14:00 น.
เหว่ยหลง เดินเข้ามาในห้องทำงานของพริมาอย่างเงียบเชียบ เขายืนกอดอกมองเธอที่กำลังจดจ่ออยู่กับการเขียนตัวอักษรจีนอย่างตั้งใจ ตำราบัญชีถูกวางกองอยู่ด้านข้าง
“ฉันสั่งให้เธอวิเคราะห์งบดุลของมาเลเซีย แต่ดูเหมือนเธอจะสนใจการสนทนาในร้านอาหารมากกว่าตัวเลขนะ พริม”
เขาพูดด้วยภาษาไทย น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่มีความเย้ยหยันเล็กน้อย
พริมาวางปากกาลงทันที เธอตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษที่หนักแน่น “ฉันเห็นถึงความจำเป็ในการทำลายกำแพงภาษาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงานค่ะ การทำความเข้าใจคู่สนทนาจะช่วยให้ฉันหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีได้”
เหว่ยหลงเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ “ฉลาดมาก” เขาเปลี่ยนเป็ภาษาจีนกลาง “แต่ตอนนี้... ความรู้ทางการเงินของเธอสำคัญกว่าภาษา”
เขาตัดสินใจในทันที “ย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์และเอกสารทั้งหมดมาทำงานที่ห้องทำงานหลักของฉันซะ”
พริมาไม่มีทางเลือก เธอต้องย้ายตัวเองและกองเอกสารเข้าไปทำงานในห้องทำงานส่วนตัวของเหว่ยหลง พื้นที่ที่เคยเป็อิสระของเธอถูกบีบอัดจนหมดสิ้น เธอต้องนั่งทำงานที่โต๊ะเสริมใกล้กับเขา ทำให้ถูกจับตามองทุกการกระทำ
ขณะที่พริมาจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์การถือครองหุ้นของ Long Corp เหว่ยหลงก็ทำงานเอกสารและรับสายโทรศัพท์ไปด้วย เขาใช้ภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษสลับกัน ในการสั่งการทางธุรกิจ ส่วนภาษาจีนกวางตุ้งจะใช้เมื่อต้องคุยเื่ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับปู่หรือเื่ละเอียดอ่อนของตระกูล
เขาจงใจนั่งทำงานใกล้เธอ บ่อยครั้งที่เขาโน้มตัวข้ามมาดูเอกสารของเธอ กลิ่นน้ำหอมและไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ การััเล็กๆ น้อยๆ นั้นทำให้พริมาต้องเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลา
เหว่ยหลงเงยหน้าขึ้นมองพริมาที่ดูเคร่งเครียดอยู่ครู่หนึ่ง เขาพูดด้วยภาษาไทย ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ
“ทำไมถึงไม่ไว้ใจฉันเลย พริม”
พริมาเงียบไปครู่หนึ่ง “ความไว้ใจสร้างได้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยอำนาจค่ะคุณเหว่ยหลง”
เหว่ยหลงถอนหายใจหนักหน่วง เขาไม่ได้ตอบเธอด้วยคำพูด แต่ด้วยความคิดภายใน
‘ฉันไม่ได้ไม่ไว้ใจเธอ แต่ฉันไม่ไว้ใจโลกใบนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย* (ปมในอดีต)** คนที่ฉันรักต้องไม่เป็เหยื่อความมืดของตระกูลหลงอีก’*
ความควบคุมของเขาคือ การให้คำมั่นสัญญาต่อความกลัวของตัวเอง ว่าเขาจะไม่สูญเสียเธอไปเหมือนที่เคยสูญเสียสิ่งสำคัญในอดีต
ประตูห้องทำงานเปิดออก ิฮวา ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามโดยไม่เคาะประตู เธอสวมชุดทำงานราคาแพงที่แสดงถึงสถานะทายาทธุรกิจอย่างชัดเจน
ิฮวาเมินพริมาโดยสิ้นเชิง แล้วหันไปพูดกับเหว่ยหลง ด้วยภาษาจีนกลางที่ไพเราะและเปี่ยมด้วยความเป็กันเอง เธอพูดเกี่ยวกับงานเลี้ยงต้อนรับที่ปู่จะจัดให้เหว่ยหลงในคืนนี้ และวางแผนงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึง
พริมาทำงานต่อไป แต่หูของเธอจดจ่ออยู่กับการสนทนา เธอใช้ความรู้ภาษาจีนกลางที่เพิ่งเรียนมาวิเคราะห์โทนเสียงและคำศัพท์ที่คุ้นเคย เธอไม่เข้าใจรายละเอียด แต่เข้าใจว่าิฮวากำลัง ประกาศอาณาเขต อย่างชัดเจน
เมื่อิฮวาเห็นว่าเหว่ยหลงไม่สามารถเมินเฉยต่อพริมาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้อีกต่อไป เธอจึงหันมาหาพริมา และเปลี่ยนภาษาทันที
“คุณ พริมา” ิฮวาพูดด้วยภาษาอังกฤษที่เชื่องช้าและง่ายเกินจริง ราวกับกำลังพูดกับเด็ก “อาหลงกำลังยุ่งกับเื่ สำคัญ มากนะคะ ฉันแนะนำให้เธอพักผ่อนไปก่อน... งานบัญชีเล็กๆ น้อยๆ นั้นรอได้”
การใช้ ภาษาอังกฤษที่เชื่องช้า ของิฮวาคือการ ลดระดับ สถานะของพริมาอย่างชัดเจน
พริมายิ้มอย่างสุภาพ เธอตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษที่สำเนียงดีและไวยากรณ์ซับซ้อนกว่า “ขอบคุณสำหรับความเป็ห่วงค่ะคุณิฮวา แต่ดิฉันได้รับคำสั่งจากคุณเหว่ยหลงให้ทำงานนี้ให้เสร็จภายในเย็นนี้ ตามกำหนดการของงบประมาณโครงการ”
คำตอบที่เน้นศัพท์ บัญชี และ กำหนดการ ของพริมา ทำให้ิฮวาต้องชะงัก เธอไม่ได้คาดหวังว่านักศึกษาคนไทยจะตอบโต้ด้วยความเฉลียวฉลาดในด้านวิชาชีพ
เหว่ยหลงมองปฏิกิริยาของทั้งสองคน แววตาของเขามีประกายพึงพอใจ เขาชอบที่ ดอกไม้ ของเขาสามารถป้องกันตัวเองด้วย สติปัญญา
“ิฮวา” เหว่ยหลงขัดจังหวะ เขาใช้ภาษาจีนกลางที่หนักแน่น “พริมาเป็มืออาชีพ เธอรู้ว่าอะไรสำคัญกว่า และตอนนี้เธอต้องทำงานให้เสร็จ”
ิฮวาถอยออกไปอย่างเสียหน้า แต่ก่อนจะเดินออกไป เธอมองพริมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความเป็ศัตรู
พริมามองตามแผ่นหลังของิฮวาและกลับมามองที่ตัวอักษรจีนในตำรา แรงผลักดันที่จะทำลายกำแพงภาษาจีนกลางของเธอเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด เพราะเธอรู้แล้วว่า การต่อสู้ในกรงทองแห่งนี้ไ
ม่ใช่แค่เื่ของตัวเลข แต่คือการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี