หลังจากที่สังหารพวกมันเพื่อรับแต้มิญญามาอย่างเสร็จสรรพ
หวงเยี่ยยืนสงบนิ่งท่ามกลางเงาร่างอสูรัที่นอนเกลื่อนกลาดราวกับูเาเนื้อไร้ชีวิต
แววตาของเขาไม่สะท้อนความเวทนา มีเพียงประกายความคิดคำนวณที่ฉายชัดลึกลงไปในม่านตาสีฟ้าคราม
กระแสพลังจากระบบกลืนกินัยังคงไหลเวียนอยู่ในจิตสำนึก
เสียงแจ้งเตือนเงียบลงแล้ว ทว่าแต้มิญญาที่สะสมไว้กลับกลายเป็ตัวเลขที่กระตุ้นจิตใจให้ร้อนเร่า
“ระบบ.. ใช้แต้มที่มีอยู่พัฒนาพลังิญญาและร่างกายให้เลื่อนไปอีกหนึ่งระดับ!”
คำสั่งถูกถ่ายทอดผ่านความคิดโดยตรง และเสียงจากระบบก็ดังตอบรับอย่างเป็ระเบียบ
【ยืนยันการพัฒนาค่ะ】
ทันทีที่คำสั่งสิ้นสุด กระแสพลังมหาศาลพลันปะทุขึ้นภายในร่าง หวงเยี่ยรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืลึกลงไปถึงแก่นกระดูก เส้นเอ็นทุกเส้นเหมือนถูกขึงตึงด้วยพลังใหม่ กล้ามเนื้อขยายตัวอย่างควบคุมได้ เืในกายไหลเวียนเร็วขึ้นราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก
พลังิญญาในแกนกลางหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง จากกระแสที่เคยไหลอย่างสม่ำเสมอ บัดนี้กลับกลายเป็วังวนขนาดใหญ่ดูดกลืนทุกสิ่งที่ขวางหน้า ต้นไม้สีม่วงที่มีกิ่งก้านทั้งเจ็ดซึ่งฝังรากอยู่ภายในหัวใจก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ลำต้นหนาขึ้น กิ่งทั้งเจ็ดแตกแขนงยาวกว่าเดิม
เส้นใยสีม่วงเข้มแผ่กระจายลึกลงไปในเนื้อหัวใจอย่างแ่า
รากของมันหยั่งลึกลงอีกหนึ่งเท่าตัว เสมือนตรึงพลังทั้งหมดให้กลายเป็หนึ่งเดียวกับชีวิต
หวงเยี่ยสูดลมหายใจลึก อากาศรอบกายสั่นไหวตามจังหวะการหายใจ
【พลังิญญาระดับหนึ่งขั้นกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มิญญา 1,050
【ร่างกายระดับหนึ่งขั้นกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มิญญา 1,050
“นี่คือพลังของนักล่าัระดับหนึ่งขั้นกลาง..”
เขากำหมัดแน่น พละกำลังเพิ่มพูนอย่างมีนัยยะสำคัญ ความทนทานของิั เส้นเืใต้ผิวเต้นเป็จังหวะทรงพลัง
และยิ่งการพัฒนาดำเนินไปยังขั้นที่สูงมากขึ้นเท่าไหร่ การใช้แต้มิญญาก็ยิ่งทบทวีคูณมากขึ้นไปเรื่อยๆเท่านั้น
แต่หวงเยี่ยไม่ได้สนใจเลยพวกมันเลยซักนิด
แต้มมากขึ้นก็แค่ล่ามากขึ้น
ตราบใดที่สัตว์อสูรัยังปรากฏตัวอยู่ในสนามแห่งนี้ คะแนนก็จะยังหลั่งไหลเข้าสู่ระบบไม่ขาดสาย
สนามทดสอบการต่อสู้ที่เจ็ด และอาณาเขตเมืองที่พังทลายแห่งนี้ มันไม่ต่างอะไรไปจากสรวง์ของเขาเลยด้วยซ้ำ ซากตึกสูงเอียงพิงกันเหมือนกระดูกั์ที่ถูกทิ้งร้าง ถนนแตกเป็ร่องลึก พื้นที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและรอยการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับผู้อื่นมันอาจเป็นรก
แต่สำหรับหวงเยี่ย ที่นี่คือแหล่งทรัพยากร คือคลังแต้มิญญาที่รอการเก็บเกี่ยว
รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้า ความคึกคักพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
“เข้ามาอีกสิ!”
ราวกับได้ยินคำท้าทายนั้น เงาร่างอสูรัรูปแบบต่างๆก็ปรากฏขึ้นจากซอกตึกและเงามืด
บ้างมีเกล็ดสีเทาเข้ม บ้างมีเขาโค้งงอ บ้างลากหางยาวครูดพื้นดินเกิดประกายไฟ
เสียงคำรามก้องประสานกันเป็คลื่นะเื
ทว่าหวงเยี่ยไม่ถอยแม้ก้าวเดียว
“รากไม้พิฆาตดารา!”
แขนของเขาแปรเปลี่ยนในพริบตา รากสีม่วงเข้มทะลักออกมาพร้อมแรงกดดันมหาศาล
กิ่งก้านพุ่งทะลวงผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ปลายอันแหลมคมทะลุทะลวงเกราะหนังหนาแน่นของสัตว์อสูรัราวกระดาษบาง
ทว่าสัตว์อสูรัอีกตัวหนึ่งก็กระโจนเข้ามาจากด้านข้าง แต่รากไม้เส้นที่สองก็แบ่งตัวออกมาจากกิ่งก้านหลัก และพุ่งตัดทางกลางอากาศ เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แทงทะลุหน้าอกของมันก่อนที่กรงเล็บจะทันััเสื้อผ้าของเขา
ไม่มีการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ
ไม่มีการเสียเวลา
มีเพียงการปิดชีพอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกันบนซากตึกอาคารสูงที่เหลือเพียงโครงสร้างเหล็ก เ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสอบคนหนึ่งยืนมองภาพทั้งหมดด้วยดวงตาเบิกกว้าง เสื้อคลุมของเขาปลิวไหวตามลมแรง มือที่วางอยู่บนขอบปูนแตกหักสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
“นะ.. นั่นน่ะเหรอเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับาา มันมีพลังอำนาจที่ร้ายกาจอย่างมาก!”
เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนก สายตาไม่อาจละไปจากร่างของหวงเยี่ยได้เลยซักนิด
เขาเป็แค่นักล่าัระดับหนึ่ง แต่กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรัระดับหนึ่งเหล่านี้ได้เป็ผักปลา
คำเปรียบเปรยนั้นมิได้เกินจริง ภาพเบื้องหน้าคือการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว อสูรัที่ควรเป็ภัยคุกคาม กลับถูกตรึงกลางอากาศก่อนถูกฉีกทำลายอย่างไร้ทางต้าน มันไม่ต่างอะไรไปจากการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียวเลยด้วยซ้ำ
เ้าหน้าที่คนนั้นเป็ถึงนักล่าัระดับสาม ผ่านศึกการต่อสู้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เห็นเื เห็นความตาย เห็นพลังที่เหนืุ์มากมาย
ทว่ากลับไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้หัวใจของตนเองเกิดความตื่นตระหนกและหวาดกลัวขึ้นเช่นนี้
หวงเยี่ยเองก็วิ่งเข้าไปภายในอาณาเขตชั้นในมากขึ้นเรื่อยๆ รับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มพูนขึ้น เมื่อเข้าใกล้แกนกลางของพื้นที่ทดสอบ
อีกไม่นานก็ใกล้ที่จะถึงอาณาเขตส่วนกลาง บริเวณนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรัระดับสองที่แข็งแกร่ง พลังของพวกมันต่างจากระดับหนึ่งอย่างชัดเจน ทั้งความเร็ว ความทนทาน และสัญชาตญาณการต่อสู้
แน่นอนว่าเขาย่อมถูกให้การต้อนรับเป็อย่างดี
“กรร!”
“กรร!”
เสียงคำรามต่ำลึกดังขึ้นจากซอกตึกด้านหน้า ก่อนที่เงาร่างจำนวนมากจะก้าวออกมาพร้อมกัน
หมาป่าัเหล็กกล้ากว่ายี่สิบตัวปรากฏขึ้นอย่างดุร้าย ลำตัวของพวกมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีเทาเข้มดุจเหล็กหล่อ กล้ามเนื้อแน่นขึงใต้ิัที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ เขี้ยวแหลมคมยื่นพ้นริมฝีปาก น้ำลายหยดลงบนพื้นแตกเป็จุดเล็กๆ
พวกมันเป็สัตว์อสูรัระดับหนึ่งที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ชอบออกล่ากันเป็ฝูง
ไม่ใช่เพียงเพราะนิสัย หากเป็กลยุทธ์ที่ถูกหล่อหลอมจากการเอาชีวิตรอด
กระทั่งสัตว์อสูรระดับสองที่แข็งแกร่งก็ยังต้องหลีกทางให้กับพวกมัน
เหตุผลมันทำไมน่ะเหรอ
เพราะมันเยอะกว่ายังไงละ
หลักการง่ายๆที่ไม่จำเป็ต้องให้ใครมาอธิบาย
“หมาป่าัเหล็กกล้า?!”
หวงเยี่ยหยุดฝีเท้า ดวงตาสีฟ้าครามจับจ้องไปยังวงล้อมที่ก่อตัวอย่างจริงจัง เขาไม่ประมาทแม้แต่น้อย ต่อให้ตนเองจะแข็งแกร่งเหนือกว่าพวกมันเป็รายตัวหรือสามสี่ตัว แต่ด้วยจำนวนที่มากเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ศึกที่ปล่อยให้ใจลอยได้
แล้วมันก็เป็อย่างที่คิดจริงๆ
“โฮกกกกกกกกกก!”
หมาป่าัเหล็กกล้าพวกนี้มีสติปัญญาอยู่ไม่น้อย พวกมันไม่ได้เข้าโจมตีอย่างบุ่มบ่าม ไม่กระโจนเข้ามาเพียงตัวสองตัว
แต่เลือกที่จะเคลื่อนไหวล้อมกรอบให้เหยื่ออยู่ในวงกลม
ฝีเท้าของพวกมันประสานจังหวะอย่างแม่นยำ บางตัวเคลื่อนที่ทางซ้าย บางตัวอ้อมไปด้านหลัง ช่องว่างทุกทิศทางถูกปิดตายอย่างเป็ระบบ
เสียงกรงเล็บครูดพื้นดังเสียดหู
การโจมตีดั่งห่าฝนได้เริ่มต้นขึ้น
เงาร่างสีเทาพุ่งเข้าหาพร้อมกันจากหลายทิศ เขี้ยวและกรงเล็บสะท้อนแสงวาบวาว
หวงเยี่ยแปรเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างให้เป็รากไม้พิฆาตดาราโดยไม่รอช้า เส้นใยสีม่วงเข้มปะทุออกจากิัอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยายตัวเป็รากขนาดใหญ่ ทว่าเขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น
พลังิญญาถูกอัดแน่นเข้าไปมากกว่าเดิม
กระแสสีม่วงหมุนวนรอบลำแขน รากไม้จากสองเส้นขยายตัวออกเป็สิบเส้น แตกแขนงออกไปราวกับเครือเถาที่มีชีวิต
รากไม้สีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวเคลื่อนไหวพร้อมกัน
“เอ๋ง?!”
ตัวหนึ่งกระโจนเข้ามาจากด้านขวา รากไม้เส้นหนึ่งพุ่งทะลวงหน้าอกของมันอย่างเฉียบคม
“เอ๋ง?!”
อีกตัวพยายามตะปบจากด้านหลัง แต่รากอีกเส้นกวาดกลับไปฟาดลำตัวจนกระเด็นไปไกล
เสียงกระดูกแตกหักดังระงม ซากร่างจำนวนมากถูกบดขยี้ใต้แรงกระแทกอันมหาศาล
【สังหารสัตว์อสูรัระดับหนึ่ง ได้รับแต้มิญญา 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรัระดับหนึ่ง ได้รับแต้มิญญา 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรัระดับหนึ่ง ได้รับแต้มิญญา 100 แต้มค่ะ】
เสียงแจ้งเตือนดังต่อเนื่องท่ามกลางความวุ่นวาย
ทว่าฝูงหมาป่าัเหล็กกล้ายังไม่แตกกระเจิง
มีบางตนที่วิ่งหลบอย่างรวดเร็ว อาศัยความคล่องแคล่วพุ่งออกจากระยะรากไม้ พยายามจะถอยให้ห่างจากวงโจมตี
“คิดจะหนีงั้นหรือ?”
ริมฝีปากของหวงเยี่ยแสยะยิ้ม เขาควบคุมรากไม้ให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้น ดั่งสายฟ้าฟาดที่ฉีกอากาศเป็เส้นยาว
การเคลื่อนไหวของมันคดเคี้ยวพลิ้วไหว เปรียบได้กับอสรพิษที่ไล่ล่าเหยื่อ
“เอ๋ง?!”
รากไม้เส้นหนึ่งเลื้อยต่ำไปตามพื้นก่อนจะพุ่งขึ้นแทงทะลุท้องของหมาป่าที่กำลังหลบหนี ส่งร่างของมันให้ไร้ซึ่งชีวิต
ฝูงหมาป่าัเหล็กกล้าซึ่งเคยล่าเป็หมู่ บัดนี้กลับกลายเป็ฝ่ายถูกล่า
พื้นที่รอบตัวหวงเยี่ยกลายเป็เขตต้องห้ามที่เต็มไปด้วยรากสีม่วงสลับซับซ้อนนับสิบ เสียงคำรามแปรเปลี่ยนเป็เสียงโหยหวนทีละตัว
บนซากตึกอาคารสูง เ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสอบที่กำลังเฝ้ามองอยู่เบื้องบนแทบไม่อาจขยับกายได้
“นี่มัน..”
เขาทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงเบิกตากว้างและสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดหวั่น
ต่อให้เป็นักล่าัระดับสามอย่างเขา ก็ไม่อาจมั่นใจว่าจะรับมือฝูงหมาป่าจำนวนนี้ได้โดยไม่เกิดาแเล็กๆ
แต่ชายหนุ่มหน้ามลเบื้องล่างกลับบดขยี้พวกมันอย่างไร้ความลังเล
มันคือการสังหารที่เป็ระบบ และมันคืออำนาจของเจตจำนงระดับาาที่กำลังกวาดล้างผู้ท้าทายทิ้ง