มรดกเทพอยู่ในกายข้า+7!!

    ตอนที่4

    จ้าวหยุนเห็นท่าไม่ดี เขารีบวิ่งออกจากจุดนั้นทันที ใบหน้าของเขายังคงซีดเผือด แม้ว่าแขนขวาของเขายังคงมีเลือดไหลริน แต่เขามิได้สนใจมัน เขารีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว"ข้าต้องรีบไปบอกผู้อาวุโสให้เร็วที่สุดไม่งั้น- " "ไม่งั้นทำไหมเหรอ" ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายข้างหูของเขา จ้าวหยุนหยุดลงทันที เขาหันหลังกลับไปพบกับซูเฉินที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว "จะเจ้า! เจ้ากำลังทำอะไร " จ้าวหยุนอดสั่นไม่ได้เขาเริ่มก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว "เป็นอะไรไป? เจ้ากลัวข้างั้นเหรอ"ซูเฉินยิ้มอ่อนขณะเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังขณะนั้นจ้าวหยุนก็หยิบกระดิ่งสีทองขึ้นมา แล้วพูดว่า"ซูเฉิน คุกเข่าลงซ่ะ แล้วก้มหัวขอโทษข้า ถ้าเป็นตอนนี้ข้ายังให้อภัยเจ้าได้"จ้าวหยุนพยายามขมขู่ซูเฉินด้วยกระดิ่งสีทองในมือของเขาซูเฉินเหลือบมองแต่ไม่พูดอะไร เขาทราบดีว่ากระดิ่งนี้คืออะไร จากความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ กระดิ่งนั้นคือ กระดิ่งเตือนภัย เป็นของที่ผู้อาวุโสของตระกูลมอบให้กับรุ่นเยาว์ในตระกูล เมื่อเวลาพวกเขาประสบภัยที่ตนไม่สามารถจัดการได้ พวกเขาก็จะสั่นกระดิ่งเพื่อเรียกความช่วยเหลือ แต่กระดิ่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน มีเพียงอัจฉริยะของตระกูลเท่านั้นที่สามารถพกติดตัวไว้ได้ อันที่จริงจ้าวหยุนไม่มีสิทธิ์ที่จะพกมันติดตัวไว้ แต่เนื่องจากปู่ของเขาเป็นผู้อาวุโสหลักเขาจึงได้รับสิทธิพิเศษ"ฮ่าๆๆ ซูเฉินแม้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดล้มศิษย์พี่จ้าวไป๋ได้ แต่เจ้าก็ยังเทียบไม่ได้กับเหล่าผู้อาวุโส เอาล่ะคุกเข่าลงซ่ะขอโทษข้าบัดเดี่ยวนี้!"จ้าวหยุนเริ่มหึกเหิมและยิ้มเหี้ยม เขาเริ่มใจชื่นขึ้นเมื่อเห็นว่าซูเฉินไม่โต้ตอบอะไรเขา ซูเฉินที่เงียบอยู่นั้นได้แต่ส่ายหัวแล้วพูดว่า"สั่นสิ""ห่ะ? เจ้าพูดว่าอะไรน่ะ"ใบหน้าของจ้าวหยุนชะงักค้าง"ข้าบอกให้เจ้าสั่นกระดิ่งยังไงเล่า เอาสิรออะไรอยู่ล่ะ"ซูเฉินกล่าวเสียงเรียบ ในใจของเขาคิดว่า'ถ้าไม่ใช่ผู้อาวุโสที่มีลมปราณระดับแปรผันลมปราณขั้นระดับสูงแล้ว ฉันแน่ใจว่าสามารถชนะได้'แปรผันลมปราณเป็นระดับที่อยู่สูงกว่าก่อตั้งลมปราณ โดยที่แปรผันลมปราณเป็นขั้นที่5ในอาณาจักรมนุษย์ เริ่มจาก1.รวบรวมลมปราณ2.กำเนิดลมปราณ3.หลอมรวมลมปราณ4.ก่อตั้งลมปราณ5.แปรผันลมปราณ...และจุดสูงสุดของอาณาจักรมนุษย์คือจักรพรรดิลมปราณ 'และต่อให้แปรผันลมปราณขั้นสูงมาฉันแน่ใจว่าตนเองสามารถหนีไปได้'เพราะฉะนั้นซูเฉินจึงไม่กังวลนักเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ส่วนใหญ่ในตระกูลจ้าว ผู้อาวุโสจะอยู่ก่อตั้งลมปราณขั้นปลาย-แปรผันลมปราณขั้นกลางเท่านั้น ส่วนผู้อาวุโสโถงหลักเป็นระดับแปรผันลมปราณขั้นสูงขึ้นไป แต่พวกเขาจะอาศัยอยู่แค่ในโถงหลักของตระกูลเท่านั้น การที่จะมายังมุมสุดของตระกูลที่เป็นที่ตั้งของบ้านของเขา ก็ต้องใช้เวลาสักพัก ในระหว่างนั้นเขาสามารถจัดการผู้อาวุโสคนอื่นไปได้หลายคนแล้ว"เจ้า! ดีๆ งั้นมารอดูการว่าเมื่อผู้อาวุโสมาถึงแล้วเจ้ายังกล้าพูดจาอวดดีอยู่ไหม"กริ่งๆ จ้าวหยุนรีบสั่นกระดิ่งอย่างรวดเร็ว เขากลัวว่าซูเฉินจะเปลี่ยนใจและฆ่าเขาในทันที แม้ว่าผู้อาวุโสจะมาถึงที่อย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันคงเป็นภาพที่เขาโดนฆ่าโดยซูเฉินต่อหน้าผู้อาวุโสก็เท่านั้น แล้วมันจะได้อะไรในเมื่อเขาตายอยู่ดี? เพราะฉะนั้นการรีบสั่นกระดิ่งเป็นเรื่องดีที่สุด จากนั้นจ้าวหยุนเริ่มเคลื่อนตัวไปด้านหลัง 'ก่อนที่ผู้อาวุโสจะมาข้าต่้องถอยห่างจากสารเลวนี้ให้มากที่สุด'พรืบๆ ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสที่สวมชุดคลุมสีเหลือง2คนได้มาถึง ชุดคลุมสีเหลืองของเขาแสดงถึงผู้อาวุโสระดับต่ำคนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนผอมสูง ใบหน้าสุดแสนธรรมดา แต่ความสูงของเขาแปลกประหลาดเขาสูง2.2เมตร ลมปราณที่เขาปลดปล่อยมาคือก่อตั้งลมปราณขั้นที่10อีกคนคือชายวัยกลางคนร่างเตี้ย ใบหน้าของเขามีความคล้ายคลึงกับชายก่อนหน้าถึง70-80เปอร์เซ็นต์แต่ส่วนสูงของเขาผิดถนัด เขาสูงแค่140เซนติเมตร และอ้วนกลมเมื่อทั้งคู่อยู่รวมกันทำให้ดูราวกับว่าเป็นการจับคู่ระหว่างคนแคระกับยักษ์ แต่อย่าดูถูกชายความสูงน้อย?คนนี้ เขามีระดับลมปราณถึง แปรผันลมปราณขั้นที่1!!!