
ความเดิม
เสี่ยวฮวาเด็กน้อยน่ารัก ออกตามหาบิดาตามคำบอกเล่าของมารดา จนได้พบกับบิดาที่แท้จริง ในเื่ ท่านพ่อเ้าขา... เสี่ยวฮวามาแล้ว
และในตอนนี้ท่านแม่ท่านแม่กำลังเข้าพิธีแต่งงาน
-----------------------------
บทที่ 1 ถ่วงน้ำ
ณ จวนแม่ทัพอี้ ในวันแต่งงานของเหม่ยเซียนและแม่ทัพอี้ หลังเด็กน้อยทั้งสามเข้าห้องหอไปถามเหม่ยเซียนแล้ว ต่างพากันออกมาจากห้องหอ มุ่งหน้าไปเล่นกันต่อที่สวนดอกไม้ อี้ฮวาชวนเยว่ซินไปเก็บดอกไม้มาปักแจกันในห้องของนาง เยว่เล่อที่ได้ยินดังนั้นก็เบ้ปากก่อนจะกล่าวว่า
"ยัยเด็กผู้หญิงน่ารำคาญ เก็บดอกไม้อะไรกัน ไร้สาระ เสด็จพี่มาเล่นไล่จับกันดีกว่า"
เยว่เล่อที่ไม่อยากเก็บดอกไม้ชวนเยว่ซินไปวิ่งเล่นด้วยกัน
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวโต้ตอบไปว่า
"เ้าต่างหากที่ไร้สาระ ดูสิ่ผู้คนมากมายขนาดนี้ ขืนพวกเราวิ่งเล่นได้ไปชนถูกผู้อื่นกันพอดี"
อี้ฮวากล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ นานๆนางจะมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมาเล่นเก็บดอกไม้เป็เพื่อนนาง ไหนเลยนางจะยอมปล่อยไปง่ายๆ แต่เยว่เล่อยังคงไม่ยอมแพ้ ก็เขาอยากเล่นไล่จับนี่นา
"เสด็จพี่อย่าไปสนใจยัยเด็กหญิงน่ารำคาญนี่เลย มาเล่นกับข้าเถอะ"
"เ้าว่าใครน่ารำคาญ"
"เ้าสิ่น่ารำคาญ"
"ข้าเป็เด็กผู้หญิงย่อมชอบเก็บดอกไม้เป็ธรรมดา ข้าน่ารำคาญตรงไหน"
"หากข้าเกิดเป็เด็กผู้หญิงข้าไม่มามัวนั่งเล่นอะไรน่ารำคาญเช่นนี้หรอก เฮอะ"
เยว่เล่อพูดออกมา ไม่มีทางที่เขาจะมานั่งเล่นอะไรน่าเบื่อแบบนี้และยิ่งไม่มีทางที่เขาจะเป็เด็กผู้หญิง หลังพูดจบเยว่เล่อได้ยื่นมือไปผลักอี้ฮวาเบาๆ
"เ้าตัวนิสัยไม่ดี เ้ากล้าผลักข้างั้นหรือ"
"ยัยเด็กน่ารำคาญ แน่จริงก็เอาคืนให้ทันสิ่"
เมื่อกล่าวจบเยว่เล่อก็รีบวิ่งออกไปทันที อี้ฮวาที่ถูกยั่วยุวิ่งตามออกไปติดๆ เยว่ซินและอู๋มามาที่ฟังทั้งสองโต้เถียงกันได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วพากันเดินไปที่ส่วนหน้าของจวน เนื่องจากจวนแม่ทัพอี้มีการดูแลอย่างเข้มงวด พวกนางจึงไม่ค่อยเป็ห่วงความปลอดภัยของเด็กทั้งสองมากนัก ปล่อยให้สองคนนั้นเล่นกันให้พอเถอะ
อี้ฮวากับเยว่เล่อวิ่งไล่กันมาจนถึงหลังสวนที่ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปมามากนัก จังหวะนั้นเอง เยว่เล่อก้าวเท้าพลาดสะดุดก้อนหินที่เท้า เขาหันหน้าหาที่ไขว่คว้า อี้ฮวาที่วิ่งตามมาหยุดไม่ทันชนเข้ากับเยว่เล่ออย่างจัง ทั้งสองหันหน้าเข้าปะทะกัน หัวทั้งสองชนกันอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นและสลบไป
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ยังไม่มีผู้คนผ่านไปมาละแวกนี้ ทั้งสองรู้สึกตัวขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยที่เยว่เล่อฟื้นขึ้นมา ก่อนที่อี้ฮวาจะรู้สึกตัวตามมาติดๆ
ทั้งสองฟื้นขึ้นมาแล้วจ้องมองไปที่บุคคลเบื้องหน้าอย่างงุนงง เอ๋ ทำไมคนตรงหน้าถึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายตัวเองจัง เมื่อมองลงดูชุดที่สวมในตอนนี้ อี้ฮวาก็ร้องขึ้นว่า
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
เสียงที่เปล่งออกมาเป็เสียงที่เหมือนกับเยว่เล่อ อี้ฮวาที่พูดถึงออกถึงกับเอามือปิดปากตัวเองก่อนจะพูดต่อไปว่า
"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า อุบส์"
นางปิดปากตัวเองอีกครั้ง เยว่เล่อที่เห็นดังนั้นก็งุนงงเช่นกัน บุคคลตรงหน้านอกจากหน้าตาจะเหมือนตัวเองแล้ว เสียงพูดยังเหมือนตัวเองอีก เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"เ้าเป็ใครกัน"
เมื่อเยว่เล่อได้ยินเสียงที่เปล่งออกมาถึงกับเบิกตากว้าง นี่มันเสียงยัยเด็กอี้ฮวานั่นนี่นา เหตุใดถึงมาเป็เสียงของเขาได้ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ส่งเสียงขึ้นต่อ ได้มีสาวใช้สองคนเดินเลียบกำแพงห้อง มุ่งหน้ามาทางที่เด็กทั้งสองคนอยู่
มุมที่เด็กทั้งสองอยู่เป็ด้านหลังห้องรับรอง แต่สาวใช้ทั้งสองเดินเลียบมาทางด้านข้างจึงยังไม่เห็นเด็กทั้งสองที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้น สาวใช้คนหนึ่งได้เอ่ยกับเพื่อนขึ้นว่า
"นี่เ้ารู้ไหม เมื่อวันก่อนที่หมู่บ้านข้า มีหญิงต่างเมืองผู้หนึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน บอกว่านางถูกผีเข้า ยังบอกอีกว่าร่างกายที่นางอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ของนาง ผู้คนในหมู่บ้านต่างหวาดกลัวนางเป็อย่างมาก จึงไปเชิญท่านนักพรตมาปัดรังควาน"
สาวใช้หยุดพักหายใจก่อนจะเล่าต่อไปว่า
"แต่นักพรตผู้นั้นบอกว่าผีตนนี้ช่างเฮี้ยนนัก ต้องหาวิธีให้มันออกจากร่าง จึงสั่งให้คนในหมู่บ้านจับนางไปถ่วงน้ำ ท่านนักพรตบอกว่าหากร่างกายทนไม่ไหวผีตนนั้นจะหนีออกไปเอง"
" เอ๋ แล้วเป็ยังไงต่อ"
สาวใช้คนนั้นยังไม่ทันจะเล่าจบก็เดินมาพบกับเด็กน้อยที่นั่งอยู่กับพื้น
"องค์ชายน้อย คุณหนูน้อย ทำอะไรตรงนั้นเ้าคะ"
เด็กน้อยทั้งสองที่ได้ยินคำถามต่างมองหน้ากัน ไม่ตอบคำถามของสาวใช้ จับมือกันวิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
สาวใช้ทั้งสองมองตามอย่างงุนงง พวกนางคิดว่าคงเป็การละเล่นของเด็กๆ จึงไม่ได้สนใจมากนัก สาวใช้คนหนึ่งที่รอฟังเื่เล่าที่ยังเล่าไม่จบได้เอ่ยถามขึ้นว่า
"สรุปแล้ว ผีร้ายออกจากร่างหญิงคนนั้นไหม"
"ออกจากร่างที่ไหนกันเล่า"
"เอ๋ ผีตนนั้นเฮี้ยนมากเลยหรือ"
"เฮี้ยนกับผีน่ะสิ่ ข้าก็กลัวเสียตั้งนาน สุดท้ายมือปราบมาจับนักพรตคนนั้น ข้อหาหลอกลวงประชาชน เมื่อสืบที่มาที่ไปของหญิงคนนั้น ก็มีญาติมารับตัวกลับไป บอกว่านางสติฟั่นเฟือน ชอบบอกตัวเองผีเข้า"
สาวใช้ที่ได้ฟังเื่เล่าก็บ่นออกมา นึกว่าจะเป็เื่ลี้ลับเสียอีก เสียเวลามาฟังจริงๆ แล้วทั้งสองก็เดินจากไป
อี้ฮวาและเยว่เล่อที่วิ่งหนีออกมา พวกเขาหนีออกไปไกลจากสองสาวใช้พอสมควรจึงไม่ได้ยินเื่ต่อจากนักพรตสั่งให้ถ่วงน้ำเพื่อให้ผีร้ายออกจากร่าง ดังนั้นในตอนนี้พวกเขาต่างหวาดผวาเป็อย่างมาก พวกเขาพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
อี้ฮวาที่ตอนนี้อยู่ในร่างเยว่เล่อทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้อย่างหนัก นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ร่างที่นางอยู่ไม่ใช่ร่างของนาง
เยว่เล่อที่อยู่ในร่างอี้ฮวาก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน เขาก็ยังคงเป็เด็กอยู่นะ จะให้เขาไม่หวาดกลัวคงเป็ไปไม่ได้ หากมีคนรู้ว่าพวกเขาสลับร่างกัน พวกเขาจะโดนจับถ่วงน้ำไหม เยว่เล่อในร่างอี้ฮวาที่เห็นร่างตนเองตรงหน้านั่งร้องไห้อย่างหมดสภาพ ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาเช่นกัน
เสียงร้องไห้ของเด็กทั้งสองดังสนั่น จนผู้คนที่ได้ยินไปบอกกล่าวกับคนในจวนแม่ทัพอี้และเยว่ซิน เกี่ยวกับสองเด็กน้อยที่นั่งแข่งกันร้องไห้อยู่ตรงนี้
อี้ผิงกับเยว่ซินที่ได้ยินเข้าก็รีบมาหาเด็กน้อยทั้งสอง เมื่อพวกนางมาถึงก็พบกับเด็กน้อยทั้งสองคนที่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น น้ำมูกและน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า อี้ผิงที่เห็นดังนั้นรีบเข้าไปหาอี้ฮวาเพื่อสอบถามในทันที
"น้องเล็ก เ้าเป็อะไรไป บอกพี่สาวคนนี้ได้นะ"
เยว่เล่อยิ่งเห็นอี้ผิงวิ่งเข้ามาหาเขาแล้วร้องเรียกเขาว่าอี้ฮวา ยิ่งทำให้ความคับข้องใจและหวาดกลัวทวีคูณขึ้น หากเขาบอกออกไปว่าเขาคือหยางเยว่เล่อ ไม่ใช่ยัยเด็กอี้ฮวา เขาจะถูกจับถ่วงน้ำหรือไม่กันนะ เขาจึงไม่ได้ตอบคำถามและทำได้เพียงร้องไห้เสียงดังขึ้นกว่าเดิมจนอี้ผิงใ
ทางอี้ฮวาก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน เมื่อได้ยินเื่ที่สาวใช้พูด ตอนที่พี่อี้ผิงถาม นางอยากะโออกไปว่านางต่างหากคืออี้ฮวา ไม่ใช่เ้าเด็กนิสัยไม่ดีคนนั้น แต่นางกลัว นางกลัวจะถูกจับถ่วงน้ำเหมือนที่พี่สาวใช้คนนั้นเล่า นางว่ายน้ำไม่เป็ หากถูกถ่วงน้ำ นางต้องตายแน่ๆ ดังนั้นเด็กทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา นอกจากร้องไห้แล้วพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
อี้ผิงเห็นอี้ฮวาไม่ตอบแถมยังร้องไห้หนักขึ้นก็เข้าไปสำรวจลูบๆคลำๆร่างกายของอี้ฮวา ดูว่านางาเ็ตรงไหนหรือไม่
เยว่เล่อในร่างอี้ฮวา เมื่อถูกสตรีมาลูบๆคลำๆก็รู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง เขาเป็บุรุษนะ จะมาจับตัวเขาง่ายๆได้อย่างไร เขาจึงเบี่ยงตัวหลบมือของอี้ผิงไปทางซ้ายทีขวาที
อี้ผิงที่สำรวจร่างอี้ฮวาก็รู้สึกเบาใจที่น้องสาวของนางไม่ได้รับาเ็ แต่ก่อนที่จะสบายใจ นางสังเกตเห็นรอยนูนบนหน้าผากของเด็กคนหนึ่ง ก่อนจะชำเลืองมองไปที่เด็กอีกคน ก็พบเข้ากับรอยแบบเดียวกัน นางจึงเข้าใจว่าทั้งสองคงวิ่งชนกันจนได้รับาเ็ที่หน้าผาก จึงถามขึ้นว่า
"พวกเ้าวิ่งชนกันหรือ หัวปูดเชียว"
เยว่ซินที่ได้ยินดังนั้นก็สังเกตไปที่น้องชายตัวเอง ก็เห็นร่องรอยดังที่อี้ผิงพูด จึงอดที่จะบ่นขึ้นมาไม่ได้ว่า
"เยว่เล่อ เ้าเป็คนไปชนน้องอี้ฮวาก่อนใช่หรือไม่ ขอโทษน้องเขาหรือยัง"
เมื่ออี้ฮวา ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย และกำลังรอคำขอโทษจากเยว่เล่อ นางหยุดร้องไห้แล้วแต่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ นางลืมไปแล้วว่าเยว่เล่อที่ถูกกล่าวถึงคือนางในตอนนี้เอง
เยว่เล่อก็ลืมตัวเช่นกันว่าตอนนี้เขาคืออี้ฮวา รีบเอ่ยตอบพี่สาวขึ้นว่า
"เหตุใดข้าต้องขอโทษยัยเด็ก.... "
แต่เสียงที่เปล่งออกมาเป็เสียงของอี้ฮวา ทำให้ผู้คนที่ได้ยินถึงกับงุนงง
อี้ฮวารีบเอามือตะครุบปากของเยว่เล่อในร่างตัวเองทันที ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นว่า
"ขอโทษๆ เป็ความผิดข้าเอง"
เยว่ซินที่ได้ยินดังนั่นถึงกับเบิกตาโตขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่าน้องชายนางจะเอ่ยขอโทษง่ายๆเช่นนี้ออกมาได้ ปกติหากนางไม่บังคับอย่าหวังว่าเขาจะเอ่ยเช่นนี้ออกมา จึงสร้างความประหลาดใจให้แก่นางมาก
"ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกเ้าถึงมานั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ตรงนี้"
เยว่ซินมองไปทางเด็กน้อยทั้งสองเพื่อขอคำตอบแต่เด็กทั้งสองเงียบกริบ ไม่มีใครตอบคำถามนี้ พวกเขากลัวว่าหากตอบคำถามออกไปทุกคนอาจจะรู้เื่ที่พวกเขาสลับร่างกัน ทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองอย่างมีพิรุธ
เด็กทั้งสองเหลือบตาขึ้นมองไปทางอี้ผิงและเยว่ซินตรงหน้า ก่อนที่เยว่เล่อจะเอ่ยขึ้นว่า
"ข้ากับอี้... เยว่เล่อขอไปเล่นกันต่อนะ"
กล่าวจบเขารีบจับมืออี้ฮวาในร่างเขาที่ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี วิ่งออกไปโดยไม่รอคำอนุญาต
อี้ผิงและเยว่ซินมองตามทั้งสองที่วิ่งออกไปอย่างแปลกใจ สองคนนั้นสนิทกันขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ ปกติเห็นมีแต่จะปะทะคารมหรือไม่ก็ประชันความแข็งแกร่ง นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นทั้งสองดูรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้ ทั้งสองได้แต่ส่ายหน้าและพากันไปทำสิ่งที่ทำค้างไว้กันต่อ
เด็กทั้งสองที่วิ่งออกมาห่างไกลผู้คนพอสมควรก็หยุดวิ่ง พวกเขาหอบออกมาเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงกับพื้นเพื่อปรึกษาหารือเื่ที่เกิดขึ้นกัน
ทั้งสองกระซิบกันด้วยเสียงที่เบ๊าเบา กลัวจะมีผู้คนมาแอบฟังว่า
"เราจะทำยังไงกันดี หากมีคนรู้เข้าเราต้องถูกจัยถ่วงน้ำแน่ๆ"
"ข้าว่ายน้ำไม่เป็ ข้าไม่อยากถูกถ่วงน้ำ"
อี้ฮวากล่าวจบ น้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอขึ้นมา
"หยุดร้องไห้น่าเกลียดๆในร่างข้านะ"
เยว่เล่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงบ่งบอกถึงความรังเกียจ
"เ้าก็ร้องไห้น่าเกลียดในร่างข้าเหมือนกันนั่นแหละ"
เมื่อได้ยินเยว่เล่อพูดขึ้น น้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาก็หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยความโมโห
เมื่อครู่ที่เยว่เล่อในร่างของนางร้องไห้ นางดูน่าเกลียดมากจริงๆ หากเป็นางที่อยู่ในร่างตัวเองร้องไห้ ไม่มีทางน่าเกลียดเช่นนั้นแน่ๆ
ก่อนที่เื่ราวจะเลยเถิดไปไกล อี้ฮวาในร่างเยว่เล่อได้เอ่ยถามขึ้นอย่างอายๆว่า
"เอ่อ ข้า เอ่อ..."
"จะพูดอะไรก็รีบๆพูดสิ่ เอ่ออ่าอยู่ได้"
"ข้าว่า ข้าปวดชิ้งฉ่อง เอ่อ... ข้าไม่รู้ว่าชุดนี้มันต้องถอดยังไง"
แม้ทั้งสองจะยังเด็กแต่ก็ไม่เด็กมากจนไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง
เยว่เล่อเบิกตากว้าง หากนางอยู่ในร่างของเขา ในอนาคตเขาจะหาสตรีมาแต่งงานด้วยได้อย่างไร เสด็จแม่เคยบอกไว้ว่าอย่าให้ผู้ใดเห็นน้องชายของเขาได้ นอกจากสตรีที่เป็ภรรยาของเขาเท่านั้น เยว่เล่อคิดวนไปวนมา จนอี้ฮวาเริ่มจะทนไม่ไหว
"ข้าจะทนไม่ไหวแล้วนะ"
"อย่าๆๆ เ้าต้อง เอ่อ..."
แล้วเขาก็เอ่ยสอนวิธีถอดชุดให้อี้ฮวา แต่อี้ฮวาที่ทนไม่ไหว และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น น้ำไหลนองเปียกปอนไปทั้งชุดเบื้องล่าง
นางหัวเราะแหะๆออกมาและก้มหัวลงอย่างขออภัย ก็เขามัวแต่พูดจนนางทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
เยว่เล่อเห็นดังนั้นก็โกรธจัด เขาเป็ถึงองค์ชาย โอรสฮ่องเต้และฮองเฮา แต่กลับปัสสาวะรดกางเกงจนเปียกปอนไปหมด หากมีผู้ใดรู้เข้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบพาเสี่ยวฮวาในร่างของเขาไปหาที่เปลี่ยนชุด
ขณะที่ทั้งสองกำลังย่องไปหาที่เปลี่ยนชุดได้พบเข้ากับไป๋หานที่ผ่านมาพอดี เมื่อเขาเห็นเด็กน้อยทั้งสองก็อดที่จะเอ่ยทักทายขึ้นไม่ได้ว่า
"ถวายบังคมพะยะค่ะองค์ชายน้อย กำลังทำอะไรกันอยู่หรือ"
เยว่เล่อรีบผลักร่างตัวเองไปไว้ที่ด้านหลัง หากมีคนเห็นเข้าเขาคงไม่มีหน้าไปพบผู้คนอีกต่อไป
"ข้ากำลัง เอ่อ ไปเดินเล่นกับอี้... เยว่เล่อน่ะ"
อี้ฮวาได้ยินเขาตอบไป๋หานก็สะกิดที่ด้านหลังเขาเบาๆทีหนึ่งก่อนจะกระซิบว่า
" ต้องลงท้ายคำว่าเ้าค่ะด้วย"
นางเป็เด็กที่พูดเพราะมาตลอด เพราะท่านแม่เคยสอนไว้ว่า เด็กที่พูดไพเราะจะมีแต่คนรัก นาง้าให้มีคนรักนางมากๆ ดังนั้นนางจึงพูดเพราะๆกับทุกคน แต่ตอนนี้เ้าเด็กนิสัยเสียจะทำให้คนอื่นไม่รักนาง นางไม่ยอมให้เป็เช่นนั้นแน่
เยว่เล่อที่ได้ยินเสียงกระซิบก็ไม่สนใจจะทำตาม นี่มันไม่ใช่ร่างของเขาเสียหน่อย เขาจะพูดแบบที่เขาพูด นางก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ใช่ไหมล่ะ
อี้ฮวาที่รู้ทันก็กระซิบต่อไปอีกว่า
"ถ้าเ้าไม่ทำตาม ข้าจะวิ่งโชว์ให้ทั่วเลยว่าเ้าชิ้งฉ่องรดกางเกง"
เยว่เล่อเบิกตากว้าง กล้าดีอย่างไรมาขู่องค์ชายอย่างเขา คิดหรอว่าเขาจะกลัว เขาไม่ได้กลัวหรอกนะแต่เขาแค่ไม่อยากอับอาย ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นใหม่ว่า
"พวกเรากำลังเดินเล่น...เ้าค่ะ"
แม้หางเสียงจะเบามาก แต่ก็ถือว่าเขาพูดแล้วนะ
ไป๋หานที่งุนงงกับการกระทำของเด็กทั้งสอง แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เด็กมักจะมีจินตนาการของเด็ก ดังนั้นเมื่อเขาทักทายเด็กน้อยทั้งสองเรียบร้อยก็คิดจะขอตัวจากไป แต่เขากลับได้กลิ่นสาบแปลกๆลอยเข้ามาเตะจมูก
"พวกเ้าได้กลิ่นอะไรไหม"
ไป๋หานทำจมูกฟุดฟิด เพื่อหาต้นตอของกลิ่น
เยว่เล่อรีบตอบขึ้นทันทีว่า
"ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย ใช่มั้ยเยว่เล่อ"
อี้ฮวาในร่างเยว่เล่อก็พยักหน้ารัวๆราวกับไก่จิกข้าวเปลือก ก่อนจะตอบด้วยเสียงสูงปรี๊ดว่า
"ใช่ๆๆ ไม่มี๊ ไม่มี ข้าก็ไม่ได้กลิ่น"
ไป๋หานมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัย แต่ช่างเถอะ สงสัยว่าเด็กทั้งสองคงไปเล่นอะไรกันมาถึงมีกลิ่นแปลกๆติดตัวเป็แน่ เขาจึงเอ่ยคุยกับทั้งสองอีกสองสามคำ ก่อนจะเดินจากไป
เด็กน้อยทั้งสองได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปหาสถานที่เปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเขาลงความเห็นแล้วว่าจะไปเปลี่ยนชุดที่ห้องอี้ฮวา