ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่22 ได้สิบโล

    เหงื่อออกซกเต็มหน้า ในสมองอื้ออึงคิดอะไรไม่ออก ลมเย็นใกล้เข้ามาที่ลำคอ บาสนั่งยองๆก่อนจะพนมมือเหนือศีรษะ “อย่ามาหลอกลูกช้างเลย ลูกแค่มาดักจับแมลงไปขายที่ตลาด หลังจากได้เงินมาสัญญาเลยว่าจะเอาเงินไปซื้อศาลให้ใหม่ เพราะงั้นอย่ามาหลอกลูกช้างเลย....” “บาส....” ถึงแม้เด็กหนุ่มจะพนมมือกราบไหว้แต่เสียงนั้นกลับไม่หายไป กลับยิ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงรองเท้าดัง แตะ แตะ แตะ...อยู่ข้างหลัง สัมผัสได้ถึงลมหวิวๆ ข้างหลังบาสร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว จะลุกขึ้นก็ลุกไม่ได้คล้ายกับมีบางอย่างยืนกดทับไว้ ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อลมหายใจอุ่นๆ เข้ามาใกล้หู“แกจะพนมมือไหว้ทำไรวะ คิดว่าพี่เป็นผีไง!” มือของเธอยื่นมาจับไหล่ บาสถึงกับสั่นไหวไปทั้งร่าง แต่เมื่อได้ยินเสียงนี้ร่างพลันหยุดชะงัก สูดลมหายใจช้าๆก่อนจะหันกลับไปมอง“พี่เมย์...เหรอ?” “ก็เออดิ คิดว่าเป็นผีไง” พี่เมย์ยืนเท้าสะเอวอยู่ เธอสวมชุดสีขาว ผมดำยาวปล่อยลงมา เมื่อมองดูในเวลากลางคืนแถวเถียงนาน่ากลัวยิ่ง ใครนะบอกให้เธอมานั่งแบบนี้ หากเป็นคนเฒ่าคนแก่มาเห็นอาจหัวใจวายได้“เออดิครับ! แม่งตกใจหมด” บาสเอามือจับหน้าอกที่เต้นดังตุบๆ เมื่อครู่นี้หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มจริงๆนะ ถึงแม้จะย้อนเวลาแต่ก็ไม่เคยเห็นผี “แกตกใจเวอร์ไปเปล่าวะ พี่สิที่ต้องตกใจแก อยู่ๆก็เดินมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” พี่เมย์ยื่นมือให้ “เอ้าลุกขึ้นมาสิ จะนั่งให้ไส้เดือนเข้าตูดไง”“บาสต่างหากล่ะที่ต้องพูดคำนั้น” บาสลุกขึ้นยืน “ว่าแต่พี่มาทำไมเนี่ย อีกอยากยังใส่ชุดสีขาว...ชุดอื่นไม่มีให้ใส่ไง”พี่เมย์มองชุดตัวเอง “ทำไมวะ ชุดสีขาวมันมีปัญหาอะไร...หรือว่ามันทำให้แกนึกถึงผี”“อื้ม..” สีหน้าเขาดูแย่ “เฮ้ย ไม่เอาน่าพี่ล้อเล่น” เมื่อเห็นว่าบาสอารมณ์ไม่ดีพี่เมย์ก็เลิกแกล้ง “ก็อยากรู้ว่าไฟดักแมลงเนี่ยมันจะดักได้จริงหรือเปล่า พี่เลยมารออยู่ที่นี่”“พี่บ้าหรือเปล่า” บาสมองพี่เมย์แปลกๆ เธอไม่กลัวเลยหรือไงนะ “คิดยังไงถึงมานั่งมืดๆคนเดียว”“เอ้า..ไอ้นี่ มันก็ไม่เห็นเป็นไรปะ นี่หลังบ้านเรานะเว้ยไม่ใช่บ้านคนอื่น” “อือๆ งั้นช่างมัน” บาสเปิดสวิตช์ไฟแล้วหลอดไฟแบล็คไลท์ก็สว่างวาบใบหน้าของพี่เมย์ดูประหลาด “มันจะได้ผลจริงเหรอ”“จริงสิ แต่ปกตินะการดักจับแมลงแบบนี้ต้องหลังหน้าเกี่ยวข้าวถึงจะมีแมลงเยอะ”“อ้าว แล้วตอนนี้ล่ะ” พี่เมย์มองบาสแปลกๆ ถ้าหากมันจับได้หลังเกี่ยวข้าวแล้วตอนนี้ไม่ใช่เสียค่าไฟโดยเปล่าเหรอ?“ตอนนี้ก็ได้ แต่ได้น้อยกว่าหลังเกี่ยวข้าว จากการคาดการณ์ของบาส คิดว่าน่าจะได้สักสองโล” ใช่ นั่นคือสิ่งที่ควรเป็นถ้าหากหลายบ้านดักแมลงพร้อมกันนั่นเลิกหวังไปได้เลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีและมันน่าจะได้หลายกิโลอยู่“สองกิโล! ว้าว นั่นมันมากเลยไม่ใช่เหรอ” พี่เมย์ชอบใจไม่น้อยบาสส่ายศีรษะ “ไม่เยอะหรอก ถ้าเยอะนู่นสิบโล” สองโลสำหรับเขามันน้อยมาก แค่คิดถึงค่าไฟก็ไม่ได้แล้ว เปิดไฟทั้งคืนได้แมลงแค่สองกิโลกรัมเหรอ? ถ้างั้นล่ะอย่าเปิดเลยเปลืองไฟเปล่าๆ และถ้าหากมันได้ไม่เกินสองกิโลบาสก็คงล้มเลิกที่จะจับแมลงไปขาย คงต้องหาช่องทางอื่นแทน“หวังมากจังนะ ถ้าเป็นพี่ขอแค่ได้แมลงไปทอดกินก็พอใจแล้ว” พี่เมย์หยิบไม้ที่พื้น มาขีดๆโคลนเล่น เธอไม่คิดอะไรมาก แค่ได้แมลงทอดกินก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วบาสไม่ได้มองไปที่พี่เมย์ หากมองไม่ยังศาลพระภูมิ “เอาล่ะพี่ ตอนนี้ก็เปิดไฟแล้ว เรากลับเข้าบ้านกันเถอะ”“เอ้าไม่นั่งรอจับแมลงเหรอ” พี่เมย์ทิ้งไม้ในมือ แล้วเดินมาดูกะละมังที่ใส่น้ำ“จะนั่งรอเนี่ยนะ? ยุงกัดตายแย่ ถ้าหากพี่อยากมาดูอีกสองชั่วโมงก่อนสี่ทุ่มค่อยมาดูก็ได้” บาสคะยั้นคะยอให้พี่เมย์กลับบ้าน พี่เมย์เองอยากจะค้าน แต่ยุงก็เยอะจริงๆนั่นแหละ จำต้องเดินส่องไฟกลับกับน้องชายอย่างไม่พอใจนักที่ไฟดักแมลง...ไฟกระพริบอยู่วูบหนึ่งก่อนจะติดดังเดิม เเล้วมีเสียงเหมือนเล็บข่วนดัง แกรก แกรก แกรก...สามครั้งแล้วหายไป............. กลับเข้าบ้านบาสก็ขึ้นไปนอนทันที ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพี่เมย์จะไปดูไฟดักแมลงอีกมั้ย เพราะตอนนี้เขาอยากนอนเหลือเกิน ไม่สิความจริงไม่ง่วงหรอกแค่ไม่อยากไปเท่านั้น เที่ยงคืนแล้วยังนอนไม่หลับ เสียงนาฬิกาจากใต้ถุนบ้านดังแต๊ก แต๊ก แต๊ก น่าหนวกหูจริงๆ บาสเอามืออุดหูสองข้างเสียงนาฬิกาที่ได้ยินลดลงเล็กน้อย แต่แล้วกลับมีเสียงใหม่เพิ่มเข้ามา เป็นเสียงลมจากบานหน้าต่างที่เปิดไว้ บาสเหลือบไปมองหน้าต่าง หน้าต่างแกว่งไปมาดูท่าลมแรงไม่น้อย เสียงบานหน้าต่างตีดังเหมือนมีคนเคาะ แต่น่าแปลก...พี่เมย์พี่น้ำกลับไม่รู้สึกตัวเลยทั้งที่เสียงนี้มันดังไปทั้งบ้านถึงแม้อากาศตอนกลางคืนจะเย็นแต่บาสกลับรู้สึกร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เสียงหน้าต่างหนวกหูเหลือเกินอีกทั้งยังร้อนจนเนื้อตัวเปียกซก “พัดลมดับไปหรือเปล่านะ ไม่ได้ยินเสียงเลย” เมื่อปิดหน้าต่างแล้วค่อยโล่งหูหน่อย แต่มันก็ร้อนกว่าเดิมไม่น้อย บาสเลยส่องไฟฉายดูพัดลมเล็กที่ตั้งอยู่ปลายฟูก พัดลมดับอาจเพราะว่ามันเก่าเกินไป มันเป็นพัดลมมือสองสภาพทรุดโทรมแต่ยังหมุนได้ ราคาแค่ 50 บาทเท่านั้นจะเอาอะไรมาก บาสเคาะพัดลมสองสามครั้งก็ติด พัดลมหมุนส่งเสียงหึ่งๆ “เฮ้อ...ค่อยเย็นขึ้นหน่อย” เขาล้มตัวลงนอน ตะแคงไปด้านขวา ดวงตาที่กำลังจะปิดกลับเบิกโพลงขึ้นเมื่อเห็นมีคนนอนอยู่ข้างๆ เธอมีผมยาวสลวย ริมฝีปากหวานหยดย้อย ใบหน้ารูปไข่ แต่ทว่า...ดวงตากลับกลวงโบ๋!
    รุ่งเช้ามาเยือน แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่าง วงหน้าเด็กหนุ่มเวลานี้ขมวดมุ่น ใช้มือบังแสงที่ลอดเข้ามาก่อนจะลืมตาช้าๆ “แฮ่กๆ” บาสตื่นขึ้นมาเหงื่อซก รีบหันไปมองข้างๆอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อเห็นว่าตรงนั้นว่างเปล่าก็ถอนหายใจ “ฉันฝัน...ใช่มันเป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้น” ฝันเมื่อคืนทำเอาหัวใจแทบวาย และยิ่งมองข้างๆที่เธอเคยอยู่ก็รู้สึกหวิวแปลกๆ ฝันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย มันหมายความว่าจะเกิดเรื่องแย่ๆที่ไม่ดีขึ้นแล้วก็มีเสียงตึงตังที่บันไดบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นมา“บาสจะนอนไปถึงเมื่อไหรวะ ไม่ไปดูไฟดักแมลงหรือไง” คนที่วิ่งขึ้นมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่เมย์ พี่สาวสุดห้าวประจำบ้าน “มีอะไรเหรอพี่เมย์ ไฟดักแมลงมันทำไม? แล้วนี่มันกี่โมงวันเสาร์ไม่ใช่เหรอ” บาสหาวหวอดๆขณะถาม ให้ตายสิเขามีตาเหมือนกับหมีแพนด้า“หกโมงเช้า ใช่วันเสาร์พี่รู้ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรก็ลงมาดูสิ แล้วจะรู้!” ว่าแล้วพี่เมย์ก็ลงไปด้านล่าง บาสไม่ได้ล้างหน้าล้างตา เพียงเอามือลูบหน้าเล็กน้อยแล้วเดินตามพี่เมย์ไปทั้งสองเดินมาที่ดักแมลง พี่เมย์ชี้มือไปที่กะละมัง“ดูสิ” “นี่มัน...” บาสมองไม่ที่กะละมัง ในนั้นเต็มไปด้วยแมลงกระชอน“คิดว่าจะดักไม่ได้เลยซะอีก เมื่อคืนนี้พี่ก็มาดูนะ แต่ก็แค่เเป๊บเดียว”“จริงดิ พี่ไม่กลัวเหรอ” บาสถึงกับหันไปมองพี่เมย์ ทำไมเธอถึงกล้ามาคนเดียวนะ “กลัวอะไร? ผีเหรอ ผีมันมีจริงที่ไหนล่ะ เมื่อคืนนี้พี่มาก็ไม่เห็นมีอะไรเลย” พี่เมย์มองบาสเหมือนคนโง่ หลายวันมานี้ชื่นชมน้องชายไม่น้อย แต่ดูเขาตอนนี้สิ กลับกลัวเหมือนเด็กไปได้“ก็ใช่สิ พี่ไม่กลัวเหรอ เอ้อแล้วจะถามตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ศาลพระภูมิเนี่ยใครเป็นคน...” คำพูดของบาสขาดห้วงไปเสียดื้อๆ นิ้วมือสั่นระริกชี้ไปยังต้นไม้ที่มีศาลพระภูมิล้มยู่ แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า ศาลพระภูมิที่ควรอยู่กลับหายไป มันหายไปไหนกันนะ?“ศาลพระภูมิ?” พี่เมย์เดินเข้ามาดู มันไม่มีอะไรเลยตรงที่ที่เขาชี้ “เห้ยตรงนั้นมันไม่เคยมีศาลพระภูมิเลยนะเว้ยบาส”“แต่เมื่อคืนนี้...” บาสไม่เข้าใจเลย ทำไมล่ะ...แล้วเมื่อคืนที่เห็นคืออะไร“แกตาฝาดหรือเปล่า เดินมามืดๆกับไฟฉายกระบอกเล็ก ก็นะแกคงตาฝาดเเหละ เพราะแม้แต่พี่ตัวเองก็ยังกลัว คิคิ” พูดไปแล้วพี่เมย์ก็หัวเราะ“ก็...อาจจะเป็นอย่างนั้น” ไม่มีอะไรอธิบายได้ และเขาก็ไม่อยากคิดให้มากความ ไม่งั้นจะเสียสุขภาพจิตไปเปล่าๆ “แล้วเนี่ย คิดว่าได้สักกี่โล” พี่เมย์เลิกสนใจเรื่องศาลพระภูมิแล้ว เธอสนใจเพียงแมลงกระชอนในกะละมังบาสนั่งยองๆ ขยี้ตาเล็กน้อย “น่าจะสิบโลได้นะพี่”“สิบโล! เห้ยจริงดิแบบนี้มันต้องฉลองแมลง!” พี่เมย์และบาสเทน้ำทิ้งก่อนจะยกกะละมังกลับไปทั้งอย่างนั้น..............“นี่แม่ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย! ทำไมแมลงมันถึงเยอะแบบนี้” แม่รุ้งหัวใจแทบวาย แมลงในกะละมังนี่เยอะจริงๆ พี่น้ำที่ยืนอยู่ข้างๆ เองก็ดูสนใจไม่น้อย“ไม่ได้ฝันครับแม่ เดี๋ยวฝากด้วยนะบาสอาบน้ำก่อน” ตื่นขึ้นมายังไม่ได้ล้างหน้าล้างตา ตอนนี้เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว บาสจึงโบกมือแล้วเข้าห้องน้ำไป“จ้า เดี๋ยวแม่จะแยกแมลงรอนะ” “เดี๋ยวน้ำช่วยค่ะ”“เมย์ด้วย”แมลงที่อยู่ในกะละมังมีแมลงอื่นปนมาด้วยนอกจากแมลงกระชอน มีทั้งกินได้และกินไม่ได้ จำเป็นต้องคัดและล้างน้ำซะก่อนลงไปทอด พ่อรุ้งที่ท้องเสียเมื่อคืนดูอิดโรยไม่น้อย แต่เมื่อรู้ว่าไฟดักแมลงได้ถึงสิบกิโลกรัมถึงกับดีดผึงขึ้นจากที่นอน ไปล้างหน้าล้างตาระคนหายดี บาสเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หวีผมเล็กน้อยกำลังจะลงไปข้างล่าง แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาหันไปมองหน้าต่างที่เปิดเมื่อคืน...