เนื้อแพะตุ๋นอร่อยจนคนทั้งสี่ลืมความทุกข์ไปได้ขณะหนึ่งเสี่ยวหยี่ได้รับอนุญาตให้กินขนมดอกกุ้ยฮวาได้ถึงสามชิ้นนางยิ้มแก้มแทบปริรีบกระวีกระวาดไปช่วยทำความสะอาดห้องนักพรตจูเิบุรุษทั้งสามช่วยกันซ่อมประตูหน้าต่างกว่าจะใช้ได้ก็ใกล้เวลานอนเต็มที
ทุกคนตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อยนักพรตจูเิบอกให้ลูกศิษย์ไปเรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆเพื่อว่าจ้างให้มาช่วยกวาดเก็บซากอารามที่ถูกไฟไหม้เพราะเกรงว่าหากมีลมมาจะกลายเป็ฝุ่นสีดำเข้าไปในเรือนนอนและปลิวไปยังบ้านเรือนผู้อื่น
“ศิษย์พี่รองแบบนี้ท่านอาจารย์จะเหลือเงินหรือเ้าคะ?”
กงเชาถอนหายใจ“ถ้าคิดจะสร้างอารามใหม่ย่อมต้องใช้เงินอีกไม่น้อยดีที่เงินค่าขายเครื่องรางน่าจะเหลือเยอะอยู่ คงพอใช้ไปได้อีกหลายเดือน”
เสี่ยวหยี่ได้แต่นึกในใจว่านี่คงเป็เวรกรรมที่ได้หลอกลวงขายเครื่องรางให้เหล่าบัณฑิตเมื่อสูญเสียไปก็คงต้องได้แต่ทำใจ เด็กหญิงยืนมองการรื้อซากดำๆของอารามใส่รถเข็นไปทิ้งกระทั่งเบื้องหน้ากลายเป็ลานโล่งประตูหน้าอารามเองก็ถูกพังเสียหาย
“เอาล่ะประตูใหญ่ซ่อมเสร็จแล้ว พวกเราคงต้องไปหาที่พักในเมืองหลวงกันสักระยะจะได้มองหาลู่ทางทำมาหากินใหม่ๆ ด้วย”
“เราจะไม่มาพักที่นี่หรือเ้าคะ?”
“่นี้อาจจะไม่ปลอดภัยไปอยู่ในเมืองกันก่อนก็แล้วกัน”
คนทั้งสี่จึงพากันเก็บสัมภาระและเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงสอบถามหาบ้านเช่าราคาถูก กระทั่งไปเจอตรอกแห่งหนึ่งที่มีบ้านเช่าหลายหลังติดกัน
“ที่นี่ก็ถือว่าใช้ได้ราคาไม่แพง พอเรามีบ้านแล้ว ต่อไปก็ต้องเสาะหาแหล่งที่จะทำเงิน”
“เราคงไม่ขายเครื่องรางแบบเดิมอีกแล้วนะเ้าคะไม่เช่นนั้นถ้าพวกเขาตามมาอีกครั้งนี้เห็นทีจะแย่”
นักพรตจูเิยิ้มแหย“เอาน่าเสี่ยวหยี่ คราวนี้เราจะหากินกับิญญาน่าจะปลอดภัยกว่า”
“ิญญาท่านอาจารย์ติดต่อิญญาได้ด้วยหรือเ้าคะ?”
“ข้าเคยเห็น”จูเิเลือกจะพูดความจริงเขาไม่ได้โกหกเด็กหญิงเพราะตอนที่เขายังเป็หนุ่มน้อยเคยเห็นอยู่บ่อยๆเพราะบ้านเขาติดกับสุสานและท่านปู่กับท่านพ่อของเขาก็ทำอาชีพสัปเหร่อ
“ข้าหมายถึงท่านติดต่อกับิญญาได้จริงหรือเ้าคะ?”
“เอ่อ…ข้ายังไม่แน่ใจ แต่เื่ทำมาหากินข้าพอมีวิธี”
นักพรตจูเิออกไปหาช่างไม้ที่อยู่ปากตรอกให้ช่วยทำที่สวมป้ายผ้าน้ำหนักเบาเพื่อจะได้ออกป่าวร้องรับติดต่อกับิญญาเสี่ยวหยี่มองป้ายด้วยความคลางแคลงใจ
แม้นางจะเคยเห็นนักพรตจูเิเรียกลมเรียกฝนได้แต่ก็ไม่อาจทำสำเร็จทุกครั้งเื่นี้นักพรตจูเิเองก็ยอมรับการสวดเพื่อให้เครื่องรางเย็นคล้ายน้ำแข็งก็ทำได้แค่ชั่วประเดี๋ยวราวกับเล่นมายากลจะนับเป็คุณวิเศษไม่ได้
แต่....หากจะนับเป็การหลอกลวงนั่นก็เพราะในบางครั้งนักพรตผู้นี้ก็อ้างสิ่งไม่จริงเพื่อหวังเงินทองคราวนี้ยังจะอ้างว่าตนเองติดต่อกับิญญาได้อีก
ด้วยความที่เสี่ยวหยี่ไม่อาจจะคัดค้านคนทั้งสามได้พวกเขาจึงพากันออกถือป้ายตระเวนไปตามตรอกซอกซอยเพื่อหาว่ามีบ้านใด้าจะติดต่อกับิญญาของญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว
“ท่านนักพรต ท่านทำได้จริงหรือไม่?”พ่อบ้านจากเรือนหลังใหญ่เปิดออกมาพบก็รีบพุ่งเข้ามาถาม
“เื่นี้ต้องดูว่าิญญาของเขายังอยู่หรือว่าไปเกิดใหม่แล้ว”
“ท่านรออยู่ตรงนี้ก่อนขอข้าไปเรียนถามนายท่านสักครู่”
ไม่นานนักพ่อบ้านก็ออกมาเชิญให้นักพรตทั้งหลายเข้าไปในบ้าน
“หากท่านอยากทำพิธีทดสอบว่าิญญายังอยู่หรือไม่?มีค่าธรรมเนียมอยู่หนึ่งตำลึง”
เ้าของบ้านวัยกลางคนพยักหน้า“ได้สิ”
“ิญญาที่ท่าน้าจะติดต่อคือผู้ใด?”
“บุตรชายของข้า”
“ถ้าเช่นนั้นโปรดให้พวกเราเข้าไปในห้องนอนของเขาสักหน่อยเถิด”
เ้าของบ้านรีบหันไปสั่งพ่อบ้านให้พานักพรตทั้งสี่เดินไปดูเรือนพักของคุณชายที่ถูกปิดตายเอาไว้นับปีในห้องนั้นอับทึบมีตู้หนังสือวางอยู่มุมหนึ่งบนโต๊ะยังมีตำราวางเอาไว้หลายเล่มและเชิงเทียนที่ยังเหลือเทียนติดอยู่
“คุณชายของเราป่วยเสียชีวิตหลังจากที่ไปสอบตกเคอจวี่ถึงสองปี”
“คุณชายของเ้าป่วยเพราะตรอมใจหรือ?”
“มิได้ขอรับวันหนึ่งคุณชายนัดพบกับสหายที่โรงน้ำชาใกล้ๆ พอกลับมาถึงเรือนวันต่อมาก็เป็ไข้หวัด จากนั้นก็ล้มป่วยอยู่หลายเดือนค่อยเสียชีวิต”
นักพรตจูเิสะดุ้งเขามองเห็นบางอย่างที่มุมห้อง ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าจะหันไปดูเต็มตา
“คุณชายของเ้ามีภรรยาหรือไม่?”
“ยังไม่มีทั้งภรรยาและบุตรขอรับแต่มีสาวใช้อุ่นเตียงผู้หนึ่ง หลังจากคุณชายเสียชีวิตนางก็ลาออกไปแต่งงาน”
ไม่นานนักแท่นพิธีพร้อมด้วยป้ายิญญาก็ถูกตั้งขึ้นกลางแจ้งซูเยว่ทำหน้าที่เช่นเดิมคือกันคนให้ออกห่างจากบริเวณทำพิธีนักพรตจูเิแอบดูคาถาเรียกลมเรียกฝนที่เปียกปอนขาดไปครึ่งหนึ่ง เขาค่อยๆสวดไปเรื่อยๆ พลันท้องฟ้าเหนือเรือนใหญ่ก็มืดครึ้มสายลมโบกแรงจนธงผ้าสีขาวที่เขียนอักขระประหลาดสะบัดแทบจะเป็แนวนอนขนานกับพื้น
คนในเรือนนั้นมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความอัศจรรย์นักพรตจูเิที่หมดคาถาจะสวดเงยหน้ามองดูรอบๆเขารู้สึกโล่งใจที่ครั้งนี้คาถาที่สวดนับว่ายังได้ผลแม้จะเหลือเพียงครึ่งเดียว
ครู่หนึ่งลมก็สงบและเมฆครึ้มก็หายไปท่านเ้าของบ้านผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตื่นเต้น
“นี่แสดงว่าิญญาของบุตรชายข้ายังอยู่ใช่หรือไม่?”
“ใช่! วันที่เขาตายเขาสวมชุดสีขาวปักลายเมฆมงคลใช่หรือไม่?”
คนในบ้านที่ยืนมุงอยู่รอบๆนักพรตจูเิตกตะลึงไปตามๆ กันเพราะในวันที่คุณชายเสียชีวิตมีเพียงคนสนิทในบ้านเท่านั้นที่อยู่ในห้อง
“ใบหน้าของเขามีรอยจุดจ้ำๆขึ้นบนแก้มซ้ายด้วย”
“นี่ท่าน...ท่านติดต่อกับิญญาคุณชายได้จริงหรือขอรับ?”พ่อบ้านถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“เื่นี้...เป็เื่ที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้มาก่อน”
ร่างกายของชายวัยกลางคนผู้เป็เ้าของบ้านเริ่มโงนเงนจนพ่อบ้านต้องหันไปประคอง
“นายท่านขอรับ ไม่เป็อันใดใช่ไหม?”
คนผู้นั้นหันมาจ้องหน้านักพรตจูเิ“ข้าให้หมอมาตรวจร่างกายบุตรชายข้าแล้วแต่กลับไม่พบสิ่งใด? พวกเขาสรุปว่าบุตรชายของข้าป่วยตาย”
************************

