ภายในห้องนอนยังมืดสนิทแม้จะเป็นเวลาเกือบจะเที่ยงเพราะมีผ้าม่านกันแสงอย่างดี เมญาวียังซุกตัวอยู่กับแผงอกแกร่งของคนรัก เธอเพิ่งได้นอนพักในเวลาเกือบจะหกโมงเข้า
แต่เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ทั้งเขาและเธอก็เลยไม่ต้องรีบไปทำอะไรที่ไหน เมื่อคืนเมญาวีตามใจเขามากกว่าทุกครั้งเพราะเห็นว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาชายหนุ่มทำงานอย่างหนักเพื่อบริษัทมาตลอด
เมญาวีไม่คิดจะไปเรียนต่อแล้วเพราะไม่อยากห่างจากคนรักแต่เธอก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเวหา หญิงสาวใช้เวลาช่วงที่ไม่ตามคนรักไปบริษัทเรียนรู้งานกับคุณสิงหลที่บ้านหลังใหญ่ของเขา เพราะอยากช่วยงานของเวหาให้ได้มากกว่านี้
พอได้ไปบ้านของเวหาบ่อยขึ้นเมญาวีก็สนิทสนทกับคุณวราพรมารดาของชายหนุ่มมากขึ้นด้วย
หญิงสาวจึงรู้ว่าที่ผ่านมาเวหาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนในบริษัทและบิดายอมรับในตัวเขา เมญาวีรู้สึกเห็นใจคนรักมากขึ้น บริษัทที่เขาทุ่มเททำงานอย่างหนักให้นั้นอีกส่วนหนึ่งก็เป็นของเธอด้วย การจะไปเรียนและให้เขาทำงานที่นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนรักควรทำสักเท่าไหร่
ที่ผ่านมาเธอคิดถึงแต่ตัวเองมาตลอด แม้ตอนแรกเวหาจะไม่ยอมให้ไปเรียนแต่ในที่สุดเขาก็ยอมตามใจเธอ เขาบอกว่าจะรอแม้ไม่รู้ว่าเธอจะเรียนอะไร ที่ไหนและใช้เวลาเท่าไหร่ เวหายอมรับในการตัดสินใจของเธออย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แล้วเธอจะยังใจร้ายปล่อยให้เขารอได้อย่างไร
ในเมื่อตัดสินใจได้แล้วหญิงสาวก็ปรึกษาเรื่องนี้กับมารดาของตนเอง คุณเพชรลดาดีใจที่ลูกสาวคนเดียวตัดสินใจแบบนี้ เพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องอยู่ห่างกัน เธอไม่อยากให้ใครคนหนึ่งต้องรอคอยอย่างโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว เพราะเข้าใจดีว่าการรักใครสักคนและรอคอยนั้นมันทรมานมากแค่ไหน
“แม่ไม่โกรธเมยเหรอคะ ที่เห็นผู้ชายสำคัญกว่าเรื่องเรียน”
“ถ้าตอนนี้เมยยังไม่จบปริญญาตรีแม่ก็คงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่เมยก็จบแล้ว อีกอย่างนะเมย การเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนแค่ในห้องเรียนอย่างเดียวนะคะลูก เรียนรู้จากการทำงานก็ได้ ยิ่งได้อยู่ใกล้คนเก่งอย่างเวหา แม่ว่าลูกจะเรียนรู้ทุกอย่างจากเขาได้มากกว่าการไปเรียนต่างประเทศด้วยซ้ำ” เพชรลดาบอกสิ่งที่ตัวเองคิดให้กับลูกสาวคนเดียวได้รับรู้
ในคราแรกที่เสนอให้เมญาวีไปเรียนต่อก็เพราะตอนนั้นอยากให้ลูกสาวลืมเรื่องราวของเธอกับคนรัก
แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วเธอก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนห่างกัน และมันคงดีกว่าที่เมญาวีกับเวหาจะได้อยู่ด้วยกัน
“เมยยังไม่กล้าบอกพี่เวย์เลยค่ะ เมยกลัวเขาคิดว่าเมยทำอะไรเป็นเด็ก เดี๋ยวไปเรียนเดี๋ยวไม่ไปเรียน”
“แม่ว่าพี่เขาคงดีใจมากกว่าเมยตัดสินใจแบบนี้”
“แม่คิดอย่างนั้นเหรอคะ” เธอถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“จ้ะลูก แม่ผ่านอะไรมาเยอะแล้ว แม่ดูออกว่าเวหาเขารักลูกสาวแม่มากแค่ไหน และที่เขายอมให้หนูไปเรียนก็เพราะเขารักหนูเขาอยากให้หนูได้ทำอย่างที่ตั้งใจ แต่แม่รู้นะว่าเรื่องไปเรียนมันไม่เคยอยู่ในความคิดเมยตั้งแต่แรก”
“เมยคงไม่ไปเรียนแล้วค่ะ” เมญาวีบอกมารดาอย่างมั่นใจ
“ถ้าแน่ใจแล้วก็บอกพี่เขาให้รู้เรื่อง”
“ค่ะแม่ เมยขอบคุณนะคะที่แม่พูดให้เมยได้คิด”
“แม่ไม่ได้พูดอะไรเลย แม่ว่าเมยก็ไม่ได้อยากไปเท่าไหร่ใช่ไหม” เธอถามอย่างรู้ทัน
“แม่รู้ใจเมยที่สุดเลยค่ะ”
เสียงหัวเราะอย่างสดใสของลูกสาวทำให้เพชรลดารู้สึกดีไปด้วย
วางสาวจากมารดาแล้วเมญาวีก็เดินเข้าไปหาคนรักที่ตอนนี้กำลังนั่งดูอะไรสักอย่างในไอแพด
“ดูอะไรคะ”
“พี่กำลังดูว่ามีที่ไหนเหมาะสมกับเมยบ้าง” เขาส่งไอแพดให้หญิงสาวช่วยดู
“แล้วเจอไหมคะ”
“ยังเลย บางที่ก็น่าเรียนแต่ใกล้ ๆ ไม่ค่อยมีหอพักเลย บางที่มีหอพักใกล้มหาวิทยาลัยมากก็จริง แต่บรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนพลุกพล่านเกินไป” เวหาเป็นห่วงคนรักที่ต้องไปอยู่หอคนเดียว เขาจึงอยากเลือกทั้งที่พักและมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุดสำหรับเมญาวี
“หายากจังนะคะ”
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ค่อย ๆ หาเดี๋ยวก็เจอเอง บางทีคงต้องไปดูด้วยตัวเองก่อน” เวหารับบอกคนรัก
“พี่เวย์อย่าเสียเวลาเลยค่ะ งานที่บริษัทยุ่งมากไม่ใช่เหรอคะ”
“งานก็ส่วนงานครับ ยังไงเมยก็ต้องมาก่อน”
“ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณอะไรครับ”
“ก็ขอบคุณที่เห็นเมยสำคัญ”
“ก็ต้องสำคัญที่ครับ เมยเป็นเมียพี่ เป็นคนที่พี่รัก”
“รักมากไหมคะ”
“มากที่สุดค่ะ” ชายหนุ่มวางไอแพดลงแล้วดึงเมญาวีมานั่งบนตัก เกยคางสากไปบนไหล่เล็กสองมือกอดคนรักไว้อย่างรักใคร่
“จะว่าอะไรไหมถ้าเมยจะบอกว่าพี่เวย์ไต้องรอเมยแล้ว”
คำตอบที่ได้คือความเงียบแต่รู้สึกได้ว่าเขากอดเธอแรงขึ้นทีละนิด
“บอกได้ไหมว่าเพราะอะไร บอกได้ไหมว่าพี่ทำอะไรผิด ที่จะปรับปรุงตัวเองทุกอย่าง นะคะบอกพี่นะคะ” เสียงนั้นฟังดูสิ้นหวัง
“เปล่าเลยค่ะ พี่เวย์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
“แล้วทำไมถึงไม่ให้พี่รอ พี่ขอรอน้องเมยนะคะ ขออยู่ตรงนี้นะคะ สัญญาเลยไม่ว่าจะนานแค่ไหนพี่ก็จะรอนะคะ” เสียงอ้อนวอนของเวหาฟังดูน่าสงสาร
“พี่เวย์ ตั้งใจฟังเมยนะคะ ที่เมยบอกว่าไม่ต้องรอก็เพราะเมยเปลี่ยนใจแล้ว เมยจะไม่ไปเรียนแล้วค่ะ”
“พี่ฟังไม่ผิดใช่ไหม เมยจะไม่ไปเรียนจริง ๆ ใช่ไหมคะ” เขาถามย้ำสีหน้าแสดงออกถึงความดีใจจนปิดไม่มิด
“ค่ะ เมยจะไม่ไปเรียนแล้ว เมยจะอยู่กับพี่ จะช่วยพี่ทำงานดีไหมคะ”
“ดีครับถ้างั้นพี่ว่าเย็นนี้เราไปฉลองกันดีไหม เมยอยากไปร้านไหนบอกมาเลย”
“ไม่ได้หรอกค่ะ เมยมีนัดแล้ว”
“นัดกับใครที่ไหนยกเลิกก่อนได้ไหมครับ”
“นัดกับแม่พี่เวย์นั่นแหละค่ะ แม่ให้เมยชวนพี่ไปทานข้าวที่บ้าน”
“ว้า ไม่อยากไปเลยอยากไปฉลองกันสองคนมากกว่า”
“ไปเถอะค่ะ พี่ไม่ได้ไปที่บ้านเกือบสองอาทิตย์แล้วนะคะ”
“ถ้างั้นขากลับเราไปฟังเพลงกันต่อนะคะ โอเคไหม”
“แม่ชวนค้างที่บ้านค่ะ แล้วเมยก็ตอบตกลงไปแล้ว เราไปฟังเพลงกันวันหลังก็ได้นะคะ”
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ”
เวหาทำหน้าเซ็ง พอรู้ว่าเมญาวีไม่ไปเรียนต่อแล้วชายหนุ่มเลยคิดจะขอเธอแต่งงาน แม้จะจดทะเบียนสมรสกันไปแล้วแต่เขาก็อยากทำอะไรที่โรแมนติกสำหรับคนรักบ้าง
แต่วันนี้ต้องไปทานข้าวที่บ้านและต้องค้างที่นั่นด้วยเวหาก็คงต้องเลื่อนไปเป็นวันอื่น
เวหาวางแผนขอแต่งงานอีกครั้ง วันนี้เขานัดเมญาวีไปทานอาหารเย็นหลังเลิกงาน ชายหนุ่มโทรไปบอกทางร้านถึงแผนที่เขาวางไว้ เขาบอกว่าให้ทางร้านเปิดเพลงคลอเบา ๆ ตอนที่เขาหยิบกล่องแหวานออกมาให้คนรัก แต่เพราะความไม่รอบคอบบวกกับไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเวหาเลยลืมบอกทางร้านว่าจะใช้เพลงไหน ทางร้านเลยโทรกลับมาที่บริษัทและโอเปอร์เรเตอร์ก็ต่อสายมายังโต๊ะเลขา ซึ่งตอนนี้เมญาวีกลับมาทำงานในตำแหน่งนี้แล้ว
พอวางสายจากร้านอาหารเมญาวีก็นั่งยิ้ม หญิงสาวรีบเคลียร์งานทุกอย่างจนเรียบร้อย
พอพนักงานกลับกันหมดแล้วเมญาวีก็เดินเข้าไปยังห้องทำงานของเวหาซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังทำหน้ากรุ้มกริ่มเพราะคิดถึงแผนที่ตัวเองวางไว้
“พี่เวย์จะกลับเลยไหมคะ มีงานค้างหรือเปล่า”
“ไม่มีครับเคลียร์ทุกอย่างหมดแล้ว เราไปกันเลยไหม”
“ได้ค่ะ แต่เมยว่าพี่เวย์โทรกลับไปที่ร้านอาหารก่อนดีไหมคะ เมื่อกี้ทางร้านเขาโทรกลับมาถามว่าพี่เวย์จะให้เปิดเพลงไหนตอยที่หยิบแหวนออกมาขอแต่งงาน”
“เมย”
เวหาทำหน้าเซ็งสุดขีดเมื่อแผมที่ว่างไว้ล้มไม่เป็นท่า ไม่คิดมาก่อนว่าทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้
“พี่เวย์ขา อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ยิ้มหน่อยนะคะ แค่เมยรูว่าพี่เวย์ตั้งใจจะขอเมยแต่งงานเมยก็ดีใจแล้วล่ะคะ เมยจะไม่บอกพี่ก็ได้ว่าเมยรู้แล้วและแกล้งดีใจ แต่เมยไม่อยากโกหก”
“พี่เข้าใจครับ เฮ้อ” ชายหนุ่ถอนหายใจ
“ไม่เห็นต้องทำให้ยุ่งยากเลยนี่คะ พี่เวย์ขอเมยตรงนี้ก็ได้”
“มันไม่โรแมนติกเลย”
“โรแมนติกสิคะ ที่นี่มีแค่เราสองคนนะคะ ถ้าไปที่ร้านอาหารก็มีคนอื่น”
เวหาคิดตามที่คนรักพูด ก่อนจะหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เปิดต่อหน้าคนรักที่ตอนนี้ยังอยู่บนตักของเขา
“เมยคะ แต่งงานกับพี่นะคะ”
เมญาวีพยักหน้า แล้วก้มลงจูบไปบนเรียวปากหยักของคนรัก อย่างแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้นเมื่อเวหาสอดลิ้นเข้ามาหยอกล้อ พร้อมดูดดุนจนเมญาวีแทบละลายอยู่ในอ้อมกอด
เขาจูบเนิ่นนานกว่าจะยอมปล่อย
“พอเถอะคะพี่เวย์ ห้องทำงานนะคะ”
“ก็เมยบอกเองว่าห้องนี้มีแค่เราสองคน”
หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบเมื่อมือหนาบรรจงสวมแหวนลงไปบนนิ้วเรียวซึ่งตอนนี้มีแหวนวงแรกที่ทั้งคู่แลกกันในวันจดทะเบียนสมรส
“ขอบคุณนะคะพี่เวย์”
“พี่รักเมยนะคะ จากนี้เราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอด วันหยุดหน้าเราไปโคราชกันดีไหมครับ พี่อยากให้แม่ของเมยช่วยหาฤกษ์แต่งงานให้”
“ค่ะ”