“ เถ้าแก่ คุณจะเดินทางไปทิศใต้เหมือนฮันเตอร์คนอื่นๆด้วยไหม ”
เฉินห่าวหันไปยิ้มให้กับฮันเตอร์จำนวน 10 คนที่กำลังยืนรอเพื่อนออกกำลังกาย อีก 30 นาทีพวกเขาจะมุ่งหน้าเดินทางไปยังทิศใต้ตามคนอื่นๆ ด้วยสถานะที่เพิ่มขึ้น 10 หน่วยน่าจะทำให้พวกเขากอบโกยบางสิ่งบางอย่างจากทางตอนใต้ของเขต X ได้มากไม่น้อย
“ ไม่มีคนดูแลลูกสาวฉันน่ะสิ คงไม่ได้เดินทางไปหรอก ”
เฉินห่าวบอกปัด การปรากฎตัวของเขามีทั้งประโยชน์และมีทั้งโทษเกิดขึ้นพร้อมๆกัน
ประโยชน์ที่เขาได้รับคือการต้อนรับจากฮันเตอร์มากมายที่เข้ามาใช้งานร้านของเขา การเป็นเถ้าแก่ร้านฟิตเนสที่สามารถเพิ่มค่าสถานะได้ 10 หน่วยแล้วยังสามารถปรับแก้ไขทักษะได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าโรงฝึกทักษะที่ไหนจะทำได้ ผู้คนที่เห็นหน้าเขาจะต้อนรับอย่างดี
แต่มันก็มีโทษแฝงมาด้วยเช่นกันเพราะคนที่วางแผนเล่นงานเขาผ่านองค์กรนทีสดับแสงเดินทางมาด้วยตนเอง เขาได้ทดสอบด้วยการให้กลุ่มของอ้ายเสินไปโปรโมทฟิตเนสใกล้ๆแล้ว การถูกไล่ล่าจึงยืนยันได้ว่าคนที่เล่นงานเขามีคำสั่งส่งมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันเดินทางมาด้วยตนเองหรือเปล่า ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่บอกใครว่าจะเดินทางไปยังทางตอนใต้ การเดินทางไปเงียบๆพร้อมกับปกปิดตัวตนน่าจะทำให้เขาสนุกกว่าการเปิดเผยใบหน้า
“ น่าเสียดาย คุณน่าจะได้อะไรมากมายจากที่นี่ เห็นฮันเตอร์เขาเริ่มบอกกันแล้วว่าไอเทมที่ได้จากทางตอนใต้ส่วนใหญ่เป็นไอเทมที่ใช้ติดตั้งเข้ากับร่างกายแทนอวัยวะเทียม มีแม้กระทั่งตับ ไต ไส้ พุง ”
“ จริงเปล่าเนี่ย แบบนี้ถ้าตาบอดก็มีไอเทมพร้อมเปลี่ยนถ่ายได้เลยสิ”
เฉินห่าวแกล้งทำเป็นตกใจกับข้อมูลที่ฮันเตอร์เล่า เขาทำแบบนี้กับทุกกลุ่มที่บอกข่าวเนื่องจากมันง่ายที่จะสอบถามเพื่อหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆจากคนเหล่านี้
“ เสร็จหรือยัง ”
หนึ่งในฮันเตอร์วิ่งเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเร่งรีบ เขาไม่ลืมทักทายเจ้าของร้านที่ยังคงนั่งเล่นกับลูกสาวใกล้ๆกับประตูทางออก
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเร่งรีบแบบนั้นกัน ”
“ ตระกูลซูส่งคนไปทิศใต้แล้ว เห็นว่ามีกำลังราว 300 คน ”
“ นี่พวกเขาจะเอาจริงแล้วสินะ เราจะแบ่งกลุ่มกันก่อนไหม ยังไงก็เหลือเวลาอีกราว 20 นาที ”
สมาชิกกลุ่มเริ่มลงความเห็น การส่งใครสักคนเดินทางไปก่อนน่าจะทำให้รู้ข่าวทิศใต้เขต X
ชายที่พึ่งเข้ามาจึงพาเพื่อนออกไปจากร้านอีกหนึ่งเพื่อเก็บข้อมูลทางตอนใต้จะได้รู้ว่าตระกูลไหนเดินทางไปแล้วบ้าง
ขณะที่ฮันเตอร์กลุ่มที่พูดคุยกับเขาวิ่งจากไป เฉินห่าวมองไปยังฮันเตอร์อีกกลุ่มที่โบกมือลาเป่าเป้ยน้อย เพื่อนในกลุ่มของพวกเขาออกกำลังกายเสร็จหมดแล้วจึงเดินทางลงสู่ตอนใต้เพื่อไม่ให้พลาดอะไรสักอย่าง
“ ทางฝั่งตระกูลเหยาก็เริ่มแล้วสินะ ”
ทุกการเคลื่อนไหวภายในเขต X ตกอยู่ภายใต้การสอดส่องของเฉินห่าว ต่อให้เขาจะมองไม่เห็นรายละเอียดสิ่งที่ฮันเตอร์แต่ละคนพกพาไป เขาสามารถตรวจสอบจำนวนฮันเตอร์แต่ละคนที่กำลังเดินทางไปยังทิศใต้เขต X ได้ทั้งหมด
ฮันเตอร์ทุกกลุ่มที่รวมทีมกันล้วนแล้วถูกเขาตรวจสอบจำนวนและเส้นทาง ตลอดทั้งวันนอกจากตระกูลซูที่ส่งคนไปทิศใต้ 300 คนแล้วตระกูลเหยาก็ส่งสมาชิกในตระกูลจำนวนที่เท่ากันเดินทางไป
ทันใดนั้น
ตระกูลฟู่ก็เริ่มเดินทางออกจากเขตด้วยการขึ้นรถมุ่งหน้าสู่เขต X จนทำให้เขาเห็นผู้คนราว 300 แบ่งกันขึ้นรถแต่ละคันราวกับกำลังจะเดินทางไปทำสงคราม
“ ได้ยินฉันไหม ”
โทรศัพท์ยกขึ้นมาติดต่อหน้าคนที่อยู่ปลายสาย อวี้หลงที่เดินทางลงสู่ทิศใต้รีบรับเมื่อรู้ว่าใครติดต่อมา
“ ตระกูลเกานำคนไปราว 300 ฉันไม่รู้ว่ามีเลเวลสูงแค่ไหน แต่ที่แน่ๆพวกมันไม่น่าจะเคี้ยวยากเหมือน 3 ตระกูลที่มาฟิตเนสฉัน ”
“ ขอบคุณมากเจ้าของตึก ”
เฉินห่าวอุ้มเป่าเป้ยออกไปนอกร้าน การเดินทางลงสู่ทิศใต้กำลังสร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ บนท้องฟ้ามียานมากมายจากต่างเมืองบินผ่านเขต X
ไม่ได้มีเพียงขุมอำนาจขนาดใหญ่ที่เดินทางลงสู่ทิศใต้เขต X เท่านั้น ขุมอำนาจระดับกลางหรือแม้กระทั่งขุมอำนาจขนาดเล็กล้วนแล้วเดินทางมาที่เขต X กันมากมายเพื่อเก็บเกี่ยวสิ่งที่อยู่ภายในซากโบราณสถาน
“จานบิน ”
“ ยานบินฟิ้วฟิ้ว ”
“ หยูพูดผิดเหยอ”
“ ใช่ สิ่งนั้นเรียกว่ายานบินครับ ”
“ จานนน” เป่าเป้ยพยายามเลียนเสียงของพ่อ แต่เมื่อเห็นว่าพ่อหัวเราะด้วยท่าทางพอใจเธอจึงหัวเราะตามเพราะออกเสียงไม่ชัด
“ นั่นใยเหยอ ”
เฉินห่าวมองท้องฟ้าก่อนที่เขาจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นว่ามีบางขุมอำนาจไม่ได้ใช้ยานในการเดินทาง พวกเขากำลังขี่มอนสเตอร์บินข้ามเขต X เพื่อลงสู่ทิศใต้
“ อินทรีย์ยักษ์ ”
“ อินชียัด ”
“ช่าย อินทรีย์ยักษ์กางปีกบินผึบผับไปทิศใต้ ”
“ ไปทำไมเหยอ ”
“ พวกเขากำลังไปล่ามอนสเตอร์ใจร้ายทางทิศใต้ของบ้านเรา ”
“ เราไปดูได้ไหมเหยอ ”
“ ไม่ได้ๆ มันอันตรายมาก ที่นั่นมีมอนสเตอร์ยักษ์ตัวโตมากๆ มันสามารถเขมือบเราไปทั้งตัวได้เลยแหละ เป่าเป้ยจะถูกมันกินเข้าไปแค่คำเดียวเหมือนแครอทที่ป้อนให้เฟยหลงเลย ”
เด็กสาวกอดแขนแสดงท่าทางกลัว บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็นว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นจะเป็นอะไร
“ ป๊ะป๋านั่นใยเหยอ ”
“ ฝูงหมาป่า ”
“ ต้องไล่มัน ”
“ ไม่ๆ พวกมันเป็นหมาป่าที่เลี้ยงดูโดยฮันเตอร์ไม่ใช่เจ้าตูบข้างบ้านเราที่แอบมาฉี่ใส่หน้าบ้าน โบกมือให้หมาป่าหน่อยเร็ว.. ”
“ คุงหมาป่าไปดีนา! ”
กลองป๋องแป๋งเคาะเป็นจังหวะเชียร์ให้หมาป่าวิ่งถูกทาง จากนั้นจึงมองดูรถมากมายที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังกันด้วยความตื่นเต้น
ขณะที่เฉินห่าวพาลูกสาวดูฮันเตอร์เดินทางลงสู่ทิศใต้ราวกับกำลังตั้งขบวนพาเหรด จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกระหึ่มมาจากทางฝั่งซ้ายมือ เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นราวกับว่ามีอุบัติเหตุบางอย่าง เขาจึงตรวจสอบผ่านอาณาเขตปลอดภัยพบว่ามีตึกถล่มลงมาขวางเส้นทาง ห่างจากตึกของเขาไปเพียง 200 เมตรเท่านั้น
“ คายจุดพลุเหยอ ”
“ ไม่ใช่เสียงพลุ เมื่อกี้เป็นเสียงตึกถล่มครับ ตึกถล่มโครม! ”
เฉินห่าวอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป่าเป้ยฟังก่อนที่เขาจะอุ้มเธอเดินออกจากหน้าร้านไปยืนบนฟุตบาทข้างถนนเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมตึกถึงถล่มลงมา
เมื่อโคจรเนตรเซียนหมื่นวิถีภายในแววตาของเขาก็เริ่มปรากฎแสงสีทองมองเห็นไกลขึ้น
สิ่งที่เฉินห่าวเห็นคือชั้นที่ 23 ไปจนถึงชั้นที่ 25 ของตึกร่วงถล่มลงมาทับเส้นทางพร้อมกับมีเปลวไฟโหมกระหน่ำ
ท่ามกลางเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้เขามองเห็นฮันเตอร์สองคนกำลังต่อสู้กัน เลเวลของพวกเขาทั้งสองสูงมากเพราะคนหนึ่งมีเลเวล 102 ส่วนอีกคน 105 เฉินห่าวไม่รู้สาเหตุที่ทั้งสองต่อสู้กัน ดูท่ามันคงจะเป็นผลกระทบของการรวมตัวกันของเหล่าฮันเตอร์จากเมืองต่างๆ โดยมีเป้าหมายคือทิศใต้เขต X
การที่ฮันเตอร์เดินทางมาจากต่างเมืองคงทำให้คู่อริเจอกันโดยบังเอิญจนลงมือต่อสู้กัน แม้จะทำผิดกฎหมายก็ตาม ทั้งสองที่กำลังต่อสู้ดูจะไม่ได้หวาดกลัวกฎหมายเลย ดูท่าคงมีขุมอำนาจขนาดใหญ่หนุนหลัง
“ ใครเหยอคะ ”
“ พวกคนนิสัยไม่ดีต่อสู้ในเมือง ”
“ น่ากลัวจัง ”
“ ใช่ๆ น่ากลัวมากๆเลย ถ้าเป่าเป้ยอยู่ใกล้ๆต้องรีบถอยห่างให้เร็วนะ ”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักรับฟังอย่างตั้งใจ ทันใดนั้นรถตำรวจของเมืองก็วิ่งเข้ามาที่จุดเกิดเหตุทำให้ฮันเตอร์ทั้งสองรีบวิ่งหนีไป ถึงอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ยังคงไล่ตามทั้งสองให้ได้เพราะพวกเขาสร้างความเสียหายให้กับเมืองและคนอื่นๆ ในจุดต่อสู้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคนแต่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในครั้งนี้
รถผ่านหน้าร้านเริ่มลดน้อยลงไป มีเพียงยานที่บินผ่านร้านได้ เฉินห่าวจึงพาเป่าเป้ยกลับไปยืนหน้าร้านมองดูยานและสัตว์ขี่บินไปทางทิศใต้
“ ใช่สิ เฟยหลงก็บินได้หนิ เราน่าจะพาเป่าเป้ยบินเล่นสักวัน งั้นไว้รอให้ท้องฟ้าไม่มียานก็แล้วกัน ”
เฉินห่าวคิดกิจกรรมสนุกๆไว้ทำกับลูกสาวเอาไว้แล้ว จากนั้นเขาก็นั่งมองผู้คนต่อไปอีกไม่นานเขาคงตามคนอื่นๆเดินทางลงสู่ทิศใต้
“ เถ้าแก่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ”
หนึ่งในสมาชิกเดินทางเข้ามาที่ร้านด้วยใบหน้าสงสัย เขามารับเพื่อนไปทิศใต้แต่มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นเสียก่อน
“ อ๋อ มีฮันเตอร์ต่างเมืองต่อสู้กัน น่าจะเลเวลร้อยต้นๆ ตอนนี้ตำรวจกำลังวิ่งไล่จับอยู่ ”
“ คนนิสัยม่ายลี ”
ฮันเตอร์หัวเราะท่าทางของเป่าเป้ยด้วยท่าทางพอใจก่อนจะเข้าไปแตะแก้มที่เหมือนซาลาเปาด้วยความเอ็นดู เฉินห่าวเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมเข้าไปในร้านเขาจึงสอบถาม
“ แล้วนี่มาทำอะไรเหรอ ”
“ ผมมารับเพื่อน มันบอกว่าอีก 20 นาทีก็จะเสร็จ ผมได้ยินเสียงระเบิดก่อนก็เลยออกมาก่อนเวลา ”
“ อ๋อ แล้วนี่นายเพิ่มค่าสถานะครบ 10 หน่วยหรือยัง ”
“ ครบเมื่อวานเถ้าแก่ รวมแล้วตอนนี้ค่าเฉลี่ยความสามารถของผมน่าจะเท่าเลเวล 70 เลยล่ะ โครตดีเลยที่มาเจอร้านเถ้าแก่ หากว่าไม่มีซากโบราณสถานทิศใต้เขตเราเปิดขึ้นมานะ ผมคิดว่า 1 เดือนนี้น่าจะเลเวลอัพไปที่ 80 หรือไม่ก็ 90 ได้เลยล่ะจากค่าสถานะที่เกินตัวแบบนี้ ”
“ ในอนาคตฉันจะติดตั้งอุปกรณ์ที่เพิ่มค่าสถานะได้อีก 10 หน่วย รวมแล้วก็ 20 หน่วยอย่าลืมแวะมาล่ะ ”
“ หา! แบบนี้ไม่เท่ากับว่าร้านเถ้าแก่กำลังสร้างสัตว์ประหลาดหรือไง ถ้าจบคอร์สสามารถฆ่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าได้มากถึง 20 เลเวลเลยนะเถ้าแก่ เออ… ว่าแต่เถ้าแก่ได้ยินข่าวนี้แล้วหรือยัง”
“ ข่าวอะไรเหรอ ”
เฉินห่าวทำหน้าสนใจ เขาอยากรู้ว่าชายที่นั่งอยู่ทางขึ้นได้รับข่าวอะไรมา
“ ก่อนมาที่นี่ผมได้ยินฮันเตอร์คุยกัน พวกเขาบอกว่าทหารกำลังระดมพลไปทางทิศใต้ด้วยนะ น่าจะมีกำลังราว 500 คนเลยแหละ นอกจากนั้นยังมีพันโทเดินทางไปด้วย 2 - 3 คน ”
“ อย่างกับไปทำสงคราม ”
“ นั่นนะสิเถ้าแก่ แบบนี้ฮันเตอร์ไร้สังกัดก็แทบไม่มีที่ว่างให้เข้าสำรวจ ตระกูลในเขตเราก็ปาไปตระกูลละ 300 แล้วยังมีทหารอีก 500 ไม่นับรวมขุมอำนาจจากเมืองอื่นและเขตอื่น ดูรวมๆแล้วอาจจะถึงหลักหมื่นเลยก็ได้นะ ”
เฉินห่าวพยักหน้าแสดงความเห็นอกเห็นใจฮันเตอร์ที่กำลังเดินทางไปยังพื้นที่ล่าทิศใต้เขต X การมาของขุมอำนาจต่างๆไม่ได้สร้างความกังวลให้กับฮันเตอร์เขต X เขาเองยังรู้สึกกังวลเพราะมอนสเตอร์ที่สังหารจะลดน้อยตามลงไป
ถึงอย่างนั้นเขากลับสนใจซากโบราณสถานมากกว่าเพราะอยากรู้ว่าอะไรอยู่ภายในนั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาในการเดินทางเขาจึงนั่งหน้าร้านต่อไปอีกสักหน่อยก่อน
“ นี่ระบบ ฉันสงสัยจังว่าลูกสาวของฉันจะเป็นอมตะด้วยไหม ”