อี้เฉินออกจากที่พักของผู้เป็อาจารย์ เดินกลับที่พักตน ระหว่างทางพบเจอสายตา หมู่ชนหลายคู่จ้องมองมาที่ตัวเขา ด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้อี้เฉินสีหน้าฉุนเฉียวขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก
อี้เฉินเดินลัดเลาะกลับที่พัก พบเจอซีเยว่เข้าพอดี จึงเข้าไปกล่าวทักทายตัวนาง “พี่ซีเยว่ ไม่ได้เจอกันหลายวันเลย... ข้าถามอะไรหน่อย ทำไมพวกเขามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเล่า?”
ซีเยว่หน้าแดงพูดกระอักกระอ่วน "เ้าคงไม่ได้ ทำอะไรไม่ดีมาใช่หรือไม่? "
อี้เฉินส่ายหัว พร้อมกล่าวเสียงเรียบออกมา “ข้าปิดขั้นพลังไม่ได้รู้เื่อะไรภายในสำนักเลย พี่ซีเยว่ บอกกล่าวข้าไม่ได้หรือ?”
ซีเยว่ทำปากมุ่ยเล็กๆ ก่อนเปิดปากพูดออกมา "ข้าก็อยากจะบอกเ้าอี้เฉิน แต่ข้าอธิบายแล้ว ข้าเองลำบากใจ… เ้าไปอยู่กับรองเ้าสำนัก สองต่อสองเป็เวลาหลายวัน จึงทำให้มีข่าวลือนินทาพวกเ้า ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้าเหวอไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหัวออกมา “ช่างคิดกันเสียจริงๆ คนพวกนี้”
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวไต่ถามซีเยว่ มองนางด้วยสายตาคมกล้าอีกครั้ง “พี่ซีเผิงล่ะ เขาไม่ได้อยู่กับท่านหรือ”
“เ้าสำนักรับไปเป็ศิษย์ ตอนนี้พี่ข้า น่าจะปิดขั้นพลังอยู่”
“อ่าๆ ช่างเป็เื่ที่น่ายินดีนัก” ก่อนพวกเขาจะขำกันออกมาน้อยๆ
ทว่าจู่ๆ หารสิ้น กับหลินหลงก็เข้ามา ขัดจังหวะการคุยของพวกเขา พวกมันสองคนอยากจะแก้แค้น อี้เฉินที่ทำให้พวกมันเสียหน้าคราวก่อน “มีอะไรให้ต้องขำยินดี ออกมาเช่นนั้นหรือ ไอ้เด็กโอหัง”
พวกมันทั้งสองอยากจะท้าสู้ ประลองกับอี้เฉินใหม่อีกครั้ง ก่อนเสียงโอหังจะกล่าวพูดออกมา “เ้าชื่ออี้เฉินใช่หรือไม่ มาประลองกับข้าอีกครั้ง... ข้าขอท้าเ้าสู้!!”
“แล้วเ้า 2 คนเข้ามาในสำนักได้อย่างไร เ้าไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์เข้าสำนักั ไปแล้วหรอกหรือ” อี้เฉินเอ่ยพูดโพล่งขึ้นมาทันที
พวกเขาทั้งสองหน้าบูดเบี้ยวทันใด “ผู้าุโชาง รับพวกเราเป็ลูกศิษย์ ข้าท้าเ้าประลอง เ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่"
แม้น้ำเสียงพวกเขา จะกล่าวท้าอี้เฉินออกมาเป็การส่วนตัว ทว่าประกาศกร้าวออกมาดังก้อง เห็นได้ชัดพวกเขา ้ากดดันตัวอี้เฉิน จากสายตาหมู่ชนที่หันปรายตามามอง
อี้เฉินบอกออกมาตามตรง “พลังของข้าเพียงแค่ขั้นสร้างรากฐาน ส่วนเ้าขั้นพลังรวมลมปราณ ถือว่าสูงกว่าข้าอยู่ 1ขั้น เ้ามาท้าสู้เช่นนี้ มันไม่น่าอายหน่อยหรือ ถ้าเ้าแพ้มันจะอายขายขี้หน้าขนาดไหน เ้าคิดให้ดี ดี ชนะข้าไปก็ไม่มีประโยชน์”
หลิงหลงอยากล้างความอับอาย จากคราวก่อน ยังไงก็อยากตะบันหน้าอี้เฉินให้ได้ เมื่อลูบใบหน้า ที่เคยมีรูปส้นตีนบนใบหน้า ที่อี้เฉินฝากไว้ยามก่อน “เ้า!! เ้า!! ไอ้เด็กโอหัง อย่างไรวันนี้ ข้าจะท้าเ้าประลองให้ได้”
ฝูงชนที่ได้ยิน พากันป่าวประกาศออกไปทั่วสำนักทันที พร้อมกับรอยยิ้มพวกเขา อยากจะเห็นความยากลำบากของอี้เฉินน้อย “ลูกศิษย์ของรองเ้าสำนักเยว่ฉาน จะประลองกับ หลินหลงลูกศิษย์ของผู้าุโชางแล้ว!!”
ไม่นานข่าวการประลองของอี้เฉินกับหลิงหลง กลายเป็ข่าวใหญ่ประจำวันของสำนักัทันใด ศิษย์หลายๆ คนที่ว่างจากการฝึกฝน ต่างก็มารอชมเื่นี้จะจบลงเช่นไร
ขนาดศิษย์พี่ชั้นใน ที่อยากเห็นหน้ารองเ้าสำนักเยว่ฉาน เป็การส่วนตัว หลายคนจึงออกจากการปิดขั้นพลัง หวังเพื่อให้เยว่ฉาน ปรากฏกายหน้าสนามประลองคนดู ลานประลองบัดนี้ จึงเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนมีงานเลี้ยงสังสรรค์ พบปะผู้คน
บางคนถึงกับรับพนัน แต่หลายคนคิดว่าหลิงหลง จะชนะการประลองคราวนี้ เนื่องด้วยหลิงหลงขั้นพลังสูงกว่า 1 ขั้น บางส่วนที่รู้เื่การสอบเข้าสำนัก พวกเขาต่างก็ส่ายหัวออกมา
ก่อนเสียงหนึ่งจะกล่าวพูดขึ้นมา “อี้เฉินมาแล้ว!!” ทำให้ การพนันครั้งนี้ ยิ่งดุเดือดขึ้นหลายเท่า “คนหนึ่งก็ขั้นพลังสูงกว่า ส่วนคนหนึ่งก็เคยชนะมาก่อน ใครจะเป็ผู้ชนะกันแน่”
“อ่า ๆ เกรงว่าจะคาดเดายากแล้ว เช่นนั้นข้าพนันด้วย สมุนไพร ระดับ ศักดิ์สิทธิ์”
"ข้าพนัน10เหรียญเงิน” เสียงวางเดิมพันดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ซีเผิงที่ออกจากการปิดขั้นพลัง เขาเองก็ลงพนัน เลือกข้างอี้เฉินเช่นกัน เอาสมุนไพร ระดับ สามัญ 10ต้นพนันอย่างไม่เกรงกลัว
ก่อนเสียงแค่นหลิงหลง จะกล่าวพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “เ้ามาแล้วก็ขึ้นลานประลองมาเสีย อย่าทำให้ข้าต้องเสียเวลา ข้าจะทำให้เ้า สำนึกผิดอี้เฉิน ที่ทำให้ข้าต้องอับอาย”
ด้านอี้เฉินส่ายหัว ก้าวฝีเท้าขึ้นลานประลองไปด้วยฝีเท้า เล็กๆ ของเขา พร้อมชุดสำนักัที่พัดไหว เมื่อะเิปราณพลัง ห่อหุ้มร่างกายตัวเอง เพิ่มพลังโจมตี ส่งหมัดเข้าบดขยี้หลิงหลงทันที มาพร้อมเสียงหมัด แหวกอากาศ ดังขึ้นมา
ย๊าก!!
หลิงหลง เองก็ไม่คิดปะทะกับอี้เฉินตรงๆ รับรู้ว่าด้านกายาเขาเสียเปรียบอี้เฉิน เขาสร้างปราณพลังเป็หอก มีปราณัล้อมรอบตัว เข้าปะทะ เสียงปัง!!ดังสนั่น พื้นที่รอบๆ ออกมาทันที
กระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า ที่พวกเขาปะทะกัน ต่างก็ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้ครั้งนี้ หลินหลงที่รู้สึกได้ อี้เฉินเขายังไม่ได้เอาจริง เขาถึงกับเดือดดาลเล็กๆ เมื่อไม่เห็นอี้เฉินสำแดงวิชาใดออกมา เริ่มจะยอมรับร่างกาย ของอี้เฉินแข็งแกร่งมาก
หลินหลงไม่เก็บออมพลังอีกต่อไป เมื่อประสานฝ่ามือขับเคลื่อน สำแดงวิชากายาคงกระพัน ร่างกายของหลิงหลง เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราวกับคนตกบ่อทอง เพิ่มพลังป้องกันเด็กหนุ่มไปหลายเท่า พร้อมปราณพลังหลินหลงโพยพุ่งออกมาทั่วกายา ส่งแรงกดดันเล็กๆ
อี้เฉินเองก็ขับเคลื่อน ปราณพลังสูงสุดของเขา รวมไว้ในหนึ่งกำปั้น ยังดีที่่นี้เขาฝึกการควบคุมปราณพลัง แม้แต่หมู่ชนยังรับรู้ได้ ถึงการควบคุมปราณพลังของอี้เฉินไปอยู่ ระดับเทียบเคียง เหล่าศิษย์หลายๆ คนแล้ว
ก่อนทั้งสองจะะโก้อง ราวกับเป็การตัดสิน “แหลกไปซะ!!”
ตู้ม!! เคร้ง!! เมื่อเสียงหมัด ปะทะกันอย่างรุนแรง วัดปราณพลังกัน จนสนามประลองสั่นไหวไปชั่วอึดใจ ร่างทองคำหลินหลงเริ่มแตกร้าว พร้อมเสียง อัก!! ริมฝีปาก หลินหลงกระอักเืสด ออกมาคำใหญ่
หมู่ชนที่เห็นยังตกตะลึง เมื่อเห็นอี้เฉินจับคว้าหมับ เข้าที่แขนของหลิงหลง ก่อนจะหมุนเหวี่ยงตัวของหลิงหลง ปลิวกระเด็น ตก ลานประลองไปอย่างรวดเร็ว
ปัก!!
“เ้า! เ้า! ไอ้เด็กบัดซบ!!” ร่างหลิงหลงที่ลุกขึ้นมาโซเซ ไม่มั่นคง จากอาการตาลาย ที่ถูกอี้เฉินหมุนเหวี่ยง ชี้นิ้วออกมาหาอี้เฉินทันที ก่อนจะสะบัดชายเสื้อ ใบหน้าเขียวคล้ำบูดเบี้ยวไม่น่ามอง สืบฝีเท้าจากไป จากลานประลองด้วยความอับอาย
ฝูงชนที่มองชมการต่อสู้ต่างก็ฮือฮา เมื่อเห็นอี้เฉิน ชนะการประลองครั้งนี้ แม้แต่ผู้าุโบางคนยังยกฝ่ามือถูคาง
แต่ศิษย์บางคนก็ยังมีสายตาดูถูกอี้เฉิน เนื่องด้วยอย่างไร พวกเขาก็ต้องแก่งแย่งชิงดีกัน ย่อมมีความโอหังเป็ธรรมดา แล้วยิ่งเห็นสามัญชนอย่างอี้เฉินด้วยแล้ว ยิ่งทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์ “เกรงว่าจะเกี่ยวข้อง กับรองเ้าสำนักเยว่ฉาน นางสอนวิชาอะไรสักอย่าง ให้เ้าเด็กนั่นมากกว่า ถึงทำให้ชนะการประลองไปได้”
“อ่าๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มที่ดวงตาไม่อยากเชื่อ” กล่าวพูดท่ามกลางผู้คนออกมาเช่นกัน
...ด้านอี้เฉิน กลับที่พักกระท่อมเก่าริมน้ำ เวลา2วัน ชื่อของเขาก็ถูกลืมเลือน ไปจากผู้คนภายในสำนักหมดแล้ว เขาบัดนี้เริ่มปิดขั้นพลัง ตระหนักรู้การควบคุมพลังปราณอีกครั้ง
เขาพยายามปรับควบคุมปราณพลัง ให้เป็อาวุธต่างๆ ควบคุมสร้างธาตุต่างๆ อยู่หลายวัน แต่หลายครั้งจะได้ยินเสียงแตก ของเศษปราณพลังมากกว่า
สลับกับที่อี้เฉินกินสมุนไพร เพิ่มความเร็ว การบำเพ็ญเพียรของเขาพุ่งสูงขึ้นไปหลายส่วน ร่างกายอี้เฉินเริ่มส่งสัญญาณ มีเสียงท่องคัมภีร์ ดังอึกทึกครึกโครมภายในทะเลความรู้ อักขระที่หยั่งรู้ เริ่มสลักลงกายาช้าๆ จนทะเลความรู้สว่างพร่างพราว
อี้เฉินเริ่มค่อยๆ จมดิ่งลงไปในทะเลความรู้ ปราณพลังค่อยๆ เพิ่มพูนไปอีกระดับ เขาใช้เวลาไปหลายวัน กว่าจะทะลวงขั้นสร้างรากฐาน ระดับ ปลายสำเร็จ
อี้เฉินคลี่ยิ้มบริเวณมุมปากออกมาเล็กๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาสำรวจกายาอีกครั้ง ตอนนี้เขา้าทรัพยากร ในการบ่มเพาะ ขั้นพลังเป็อย่างมาก ทรัพยากรในการบ่มเพาะ ของเขาหมดลงแล้ว
ทว่าการรีบเร่งมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อขั้นพลัง อี้เฉินจึงต้องพึงระวังในข้อนี้ เขาที่อ่านศึกษา เริ่มจะพอเข้าใจบางสิ่งขึ้นมาบ้าง ครั้นเขาคิดจะไปศาลา 15 ชั้น เพื่อผ่านด่าน รับแต้มสำนัก มาแลกสมุนไพรกับวิชาโจมตีที่เขาไม่มี
จู่ๆ เสียงศิษย์พี่หญิงในสำนัก เอ่ยคำพูดบอกกล่าวอี้เฉินออกมาหน้าที่พักของเขา ก่อนที่นางจะจากไป “รองเ้าสำนักเยว่ฉาน เรียกเ้าเข้าไปพบ”
“ขอบคุณศิษย์พี่” อี้เฉินที่บอกกล่าวศิษย์พี่ เขาที่นั่งขัดสมาธิ อยู่ภายในที่พัก มีสีหน้าครุ่นคิดออกมาทันใด เหตุใดอาจารย์เรียกเขาไปตอนนี้