ภายในภัตตาคารซุ่นหัว ซินหยางเฟิ่ง ซินลี่ถัง และซินกังหาโต๊ะว่างตัวหนึ่งได้ก็นั่งลง
เสี่ยวเอ้อร์รีบเดินเข้ามาเพื่อให้บริการสายตาของเขาที่มองซินลี่ถังและซินกังฉายแววความดูถูกเพราะสองคนนั้นเสื้อผ้าเก่าซีด มีรอยปะหลายแห่งแต่สายตาของเขารู้สึกดีขึ้นเมื่อเห็นเสื้อผ้าของซินหยางเฟิ่งจากทางด้านหลังสีผ้ายังสดใหม่ เนื้อผ้าชั้นดี เป็ไปได้ว่าสองคนนั้นอาจเป็บ่าวรับใช้หรือผู้ติดตามแสดงว่าพวกเขาต้องมีเงินจ่ายแต่เมื่อเสี่ยวเอ้อร์เข้ามายืนในตำแหน่งที่สามารถเห็นหน้าลูกค้าได้ทั้งสามคนเสี่ยวเอ้อร์ก็ถึงกับผงะ ดวงตาไหวระริกกับความอัปลักษณ์ของซินหยางเฟิ่ง
ซินหยางเฟิ่งเลิกคิ้ว เข้าใจความคิดของเขาแต่นางไม่ใส่ใจ
เสี่ยวเอ้อร์รีบปรับสภาพจิตใจแล้วยิ้มแย้มต้อนรับด้วยความสุภาพ“แม่นาง้าสั่งอาหารอะไรบ้างขอรับ”
ซินหยางเฟิ่ง “มีรายการอาหารหรือไม่”
“มีขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์กล่าวพร้อมกับยื่นรายการอาหารให้
ที่ภัตตาคารแห่งนี้เป็ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงและค่าอาหารแพง ดังนั้นเพื่อความชัดเจนและสามารถรับประกันได้ว่าลูกค้าจ่ายไหว ทางภัตตาคารจึงระบุราคาอาหารแต่ละรายการชัดเจน
ซินหยางเฟิ่งรับรายการอาหารมาดูอย่างตั้งใจ แล้วหันมาถาม“มีบางรายการที่ข้าอยากกินแต่ไม่มีในนี้ ข้าสามารถสั่งได้หรือไม่”
“ไม่ทราบว่าแม่นางอยากสั่งอะไรหรือขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์ถามสุภาพ
“ข้าอยากกินหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานน่ะ มีหรือไม่”
“เอ่อ ท่านโปรดรอสักครู่นะขอรับข้าน้อยขอไปถามพ่อครัวก่อน” กล่าวจบเสี่ยวเอ้อร์ก็หันหลังจากไป
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเอ้อร์จากไปแล้ว ซินกังก็ถามเสียงเบา
“หากเ้าอยากกินหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานเ้ากลับไปทำกินที่บ้านก็ได้นี่”
ซินลี่ถังผงกศีรษะเห็นด้วย “ใช่ ฝีมือเ้าดีมาก”
“พวกเ้าอยู่เฉยๆ ไม่ต้องพูดมาก” ซินหยางเฟิ่งสั่งทำให้สองพี่น้องต้องหุบปากอีกครั้ง
นางไม่แน่ใจว่าที่เมืองนี้มีอาหารจานนี้หรือไม่ หากมีนางก็จะยอมจ่ายเงินเพื่อชิมรสชาติเพราะสั่งแล้วก็ต้องกิน แต่หากไม่มีมันก็จะเป็โอกาสให้นางทำเงินได้
สักพักหนึ่งเสี่ยวเอ้อร์คนเดิมก็กลับมา“ต้องขออภัยแม่นาง ร้านของเราไม่มีอาหารที่ท่าน้าท่านสั่งอย่างอื่นดีหรือไม่ขอรับ อาหารของเราอร่อยทุกอย่างคุ้มราคาแน่นอนขอรับ”
“ข้าจะสั่งอย่างอื่นด้วยก็ได้แต่วันนี้ข้าอยากกินหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานมากๆ ถ้าไม่ได้กิน ข้าคงนอนไม่หลับ”ซินหยางเฟิ่งกล่าว
เสี่ยวเอ้อร์ขมวดคิ้วเริ่มหงุดหงิดกับความเื่มากของนาง“ก็อาหารที่ท่าน้าไม่มีนี่ขอรับท่านกินแค่ที่ร้านมีไม่ได้หรือ”
“ก็ข้าอยากกินหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานนี่ เอาอย่างนี้ได้ไหมรายการอื่นเ้าก็ทำมา แต่อาหารที่ข้า้าแล้วที่ร้านไม่มี ข้าจะทำเอง”
สายตาของเสี่ยวเอ้อร์แสดงความไม่พอใจเขารู้สึกว่านางตั้งใจมาก่อกวนมากกว่า ทำให้เขาเสียเวลาเดินไปเดินมาแล้วก็มาอ้างนั่นอ้างนี่ มีที่ไหนที่ลูกค้าจะทำอาหารเองั้แ่ที่เขาอยู่ในร้านนี้มา ยังไม่เคยเจอลูกค้าเื่มากขนาดนี้เลยถ้าไม่เรียกว่าก่อกวนจะเรียกว่าอะไร เสียงของเขาเริ่มไม่เป็มิตร
“หากเ้าไม่อยากกินอาหารที่นี่ ก็ไม่ควรมาั้แ่แรกข้าว่าพอเ้าเห็นราคาแล้วเ้าสู้ไม่ไหว จึงหาเื่ก่อกวนเสียมากกว่า”ยิ่งพูดเสี่ยวเอ้อร์ก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดของเขาถูกต้อง
หากข้อเสนอของนางไม่สามารถทำได้ เพียงเสี่ยวเอ้อร์ปฏิเสธซินหยางเฟิ่งก็จะไม่ตำหนิว่าอะไรเขาเลย นางจะยินยอมปฏิบัติตามกฎของเขานางก็แค่ลองเสนอเท่านั้น แต่จากทัศนคติของเขาขณะมองพวกนางสามคน คือการดูถูกแล้วยังมาพูดใส่อารมณ์กับนางอีก ทำให้นางไม่พอใจจึงพูดโต้ตอบ
“อ้าว ใครบอกว่าข้าไม่อยากกิน ใครบอกว่าข้าไม่มีเงินจ่ายข้าก็แค่ร้องขอบางอย่างเพิ่มเติมนิดหน่อยเท่านั้น เ้าจะโวยวายทำไมเ้าดูถูกลูกค้าด้วยความเห็นส่วนตัวของเ้านี่ถ้าอย่างนั้นข้าไม่กินที่ร้านเ้าก็ได้ ไป! พวกเรากลับ”
เสียงพูดของซินหยางเฟิ่งไม่ดังไม่เบาแต่ปฏิกิริยาและสายตาที่ไม่พึงประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆหยุดกินแล้วหันไปมองด้วยความสนใจ พร้อมที่จะแทะเมล็ดแตงโมรอหากใครมีหูทิพย์ได้ยินเสียงในใจของผู้อื่นได้ก็อาจจะได้ยินเสียงให้กำลังใจจากแขกว่า “ตีกันเลย ตีกันเลย ตีกันเลย”
“เ้าอย่ามาเฉไฉไปเรื่อย เ้าพูดเช่นนี้จะทำให้คนอื่นๆเข้าใจภัตตาคารของเราผิดนะ” เสี่ยวเอ้อร์หน้าแดง สายตาเลิ่กลั่กไม่คิดว่าจะมีลูกค้าไม่ดูตาม้าตาเรือ เข้ามาในภัตตาคารซุ่นหัวแห่งนี้แล้วไม่คิดเกรงใจสถานที่
“มีอะไรกันหรือ” เสียงจากทางด้านหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองตามที่มาของเสียง
“หลงจู๊ฮั่ว” เสี่ยวเอ้อร์เรียกผู้ที่เข้ามาใหม่แววตาฉายความยินดี มีคนมาช่วยเขาพูดแล้ว หลงจู๊ฮั่วต้องเข้าข้างเขาอย่างแน่นอน เพราะหลงจู๊ฮั่วเป็สามีของลูกพี่ลูกน้องของเขา
“ก็ลูกค้าโต๊ะนี่น่ะสิ พวกเขาไม่สั่งอาหาร เอาแต่ก่อกวน”เสี่ยวเอ้อร์รีบชิงฟ้องก่อน
ซินหยางเฟิ่งเลิกคิ้ว กระตุกยิ้มมุมปาก“ข้าก่อกวนอย่างไรหรือ”
ขณะนี้ซินกังและซินลี่ถังหน้าซีดยิ่งกว่าตอนก่อนเข้าภัตตาคารเสียอีกรีบลุกขึ้นกระตุกแขนเสื้อของซินหยางเฟิ่งคนละข้าง แต่นางไม่สนใจ
“เ้า เ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือ” เสี่ยวเอ้อร์ชี้หน้าตะคอกถาม
“อย่ามาชี้หน้าข้า ข้าไม่ชอบ”ซินหยางเฟิ่งตวัดสายตาดุขณะกล่าว ทำให้เสี่ยวเอ้อร์นึกกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุรีบเก็บนิ้วที่ชี้หน้านาง
“เื่มันเป็มาเช่นไรกันแน่ เ้าเล่ามา”หลงจู๊ฮั่วหันไปถามเสี่ยวเอ้อร์เสียงเข้ม แขกโต๊ะอื่นก็สนใจใคร่รู้เช่นกัน
“แม่นางท่านนี้ขอดูรายการอาหาร ข้าก็ให้นางพอนางดูเสร็จนางก็ไม่พอใจอาหารในร้านเรา บอกว่าอยากกินอย่างอื่นที่ไม่มีในรายการข้าไปถามพ่อครัวให้ แต่พ่อครัวบอกว่าไม่มี พอนางรู้ว่าไม่มี นางก็จะขอทำเองนี่มันเป็การดูถูกฝีมือพ่อครัวในร้านของเราชัดๆ หากไม่เรียกว่าก่อกวนแล้วจะเรียกว่าอะไรเล่าขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์เล่าเหตุการณ์ และใส่ไฟด้วยความคิดเห็นของตนเองอีกเล็กน้อย
“ท่านดูสิ ดูสภาพของพวกนางข้าว่าพอพวกนางเห็นราคาในรายการอาหาร ก็คงคิดว่าต้องไม่มีเงินจ่ายแน่ๆแต่ก็ยังกลัวเสียหน้า ถึงได้คิดแผนก่อกวนเช่นนี้ ต้องเป็เช่นนั้นแน่นอนขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์กลัวไฟไม่แรงพอ จึงพัดกระพือเพื่อโหมไฟให้แรงขึ้นอีกพูดให้สิ่งที่เขาคิดน่าเชื่อถือมากขึ้น
“แล้วแม่นางอยากกินอะไรหรือ”หลงจู๊ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อเสี่ยวเอ้อร์ดีหรือไม่แต่ก็ไม่เห็นว่านางจะคัดค้านเื่ที่เสี่ยวเอ้อร์พูดไม่แน่ว่านางอาจจะมาก่อกวนจริงๆก็ได้ ไม่ใช่ว่าคนก่อกวนจะไม่มีเลยแต่ด้วยอิทธิพลของภัตตาคารซุ่นหัว ทำให้ไม่มีคนใจกล้าแบบนี้เข้ามานานแล้ว
“ฮึ” ซินหยางเฟิ่งพ่นลมออกจมูกเสี่ยวเอ้อร์คนนี้ไม่เบาเลย พูดเื่จริงแต่พูดไม่หมดทำให้นางฟังดูแย่ในสายตาคนอื่นตอนแรกนางคิดว่านางจะทำหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานกินให้ดูเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลงจู๊และลูกค้าคนอื่นๆ จากนั้นก็จะขายสูตรอาหารซึ่งได้รับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนใจแล้วขายสูตรอาหารน่ะยังขายอยู่หากมีคนสนใจ และนางก็ค่อนข้างมั่นใจด้วยว่าจะต้องขายได้แต่นางจะไม่ขายให้ภัตตาคารนี้แน่นอน
“ช่างเถอะ เพราะถึงบอกไป ที่ร้านท่านก็ไม่มีขายอยู่ดีแต่ข้าจะไม่ขอโทษ เพราะข้าไม่คิดว่าข้าผิด และข้าก็ไม่ได้ก่อกวนด้วยเป็เสี่ยวเอ้อร์คนนี้ต่างหากที่ดูถูกลูกค้า คิดเองเออเองว่าข้าไม่มีเงินจ่ายท่านคิดว่าคนสติดีที่ไหนจะมาหาเื่ก่อกวนภัตตาคารของท่านกัน ข้าเป็ลูกค้าไม่มีสิทธิ์ถามถึงอาหารที่ข้า้าหรือ ส่วนเงิน ใครว่าข้าไม่มี” กล่าวจบซินหยางเฟิ่งก็วางเงินสามตำลึงห้าสิบสองอีแปะให้ดูบนโต๊ะ
ซินกังและซินลี่ถังตาโตเมื่อเห็นเงินที่ซินหยางเฟิ่งวางบนโต๊ะ พวกเขาไม่คิดว่านางจะมีเงินมากขนาดนี้เป็ไปได้ว่านี่อาจจะเป็เงินติดตัวั้แ่นางยังอยู่จวนโหว มิน่าเล่านางถึงได้ชวนพวกเขามากินข้าวในภัตตาคารซินกังและซินลี่ถังคิดไม่ต่างกันมากนัก
ลูกค้าคนอื่นๆ เห็นการโต้ตอบและเงินบนโต๊ะของหญิงสาวก็รู้สึกว่าที่นางพูดเป็เื่จริง หากนางไม่นำเงินมาแสดงให้ดูก็อาจเป็ไปได้ตามความเห็นของเสี่ยวเอ้อร์แต่เมื่อนางมีเงินมายืนยันว่านางตั้งใจมากินข้าวจริงๆแต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เกิดความเข้าใจผิด เมื่อเสี่ยวเอ้อร์พูดเช่นนั้นเื่จึงกลับกลายเป็การดูถูกนาง
เมื่อเห็นสายตาคล้อยตามของลูกค้าคนอื่นๆก็ทำให้หลงจู๊ไม่พอใจ เขาไม่พอใจทั้งซินหยางเฟิ่งและเสี่ยวเอ้อร์ เพราะมันทำให้ภัตตาคารของเขาเสียชื่อเสียงและถูกมองเป็เชิงลบ
หลงจู๊ไม่สามารถหาเื่กล่าวโทษลูกค้าได้เพื่อลดความสูญเสีย เขาจึงได้แต่หันไปมองเสี่ยวเอ้อร์ตาเขียว“เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าเ้าเข้าใจนางผิด ยังไม่รีบขอโทษแม่นางท่านนี้อีก”
เสี่ยวเอ้อร์ไม่พอใจ เห็นอยู่ชัดๆ ว่านางก่อกวนร่างแกร็นๆ สวมผ้าเก่าๆ เช่นนั้นจะไม่ให้เขาคิดว่าพวกนางไม่มีเงินจ่ายได้อย่างไรเขาจึงได้แต่กัดฟันกล่าวอย่างไม่เต็มใจ “ข้าน้อยขอโทษ ขอท่านโปรดอย่าถือสา”
“ฮึ คราวหน้าก็อย่ามองใครเพียงเปลือกนอกอีกเล่าข้าเป็ผู้ใหญ่มีเหตุผลจะไม่ถือสาเ้าก็แล้วกัน” หญิงสาววัยสิบห้าปีกล่าวทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะมองหน้านางอีกครั้ง