บทที่ 19 อันตรายที่ใกล้เข้ามา
เซี่ยจื่ออวี้นอนอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็น
ไม่มีส่วนใดในร่างกายที่ไม่เ็ป เปลือกตาหนักจนตาแทบจะปิด
ความเหนื่อยล้าสุดขีดทำให้เขาหนาวเย็นเข้ากระดูก
แต่เขายังคงพยายามลุกขึ้นนั่งเพื่อมองดูเวลา
ตอนนี้เป็เวลาเกือบจะสี่ทุ่ม เด็กน้อยน่าจะเข้านอนไปแล้ว
จากนั้นเขาก็กดหมายเลขโทรศัพท์ของหลี่หยวน
หลี่หยวนมักจะเล่นเกมมือถือในเวลานี้และรับสายทันที
แต่คราวนี้เขาโทรไปสามครั้ง จนเขาเกือบจะหมดความอดทนไปก่อนที่หลี่หยวนจะรับสาย
เสียงของหลี่หยวนยังคงร่าเริง “พี่อวี้ มีอะไรเหรอ?”
นอกจากเสียงของเขาแล้ว ยังมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเด็ก ๆ ที่ปลายสายอีกด้วย
เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้วแน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ซิงซิงยังไม่นอนเหรอ?”
หลี่หยวนใกับเสียงของเซี่ยจื่ออวี้ เมื่อเขาดูเวลา เขาก็เห็นว่ามันสายไปมากแล้วนี่นา
เขาพลันไอออกมา
“แค่ก แค่ก พี่อวี้ อย่าเพิ่งโกรธนะ พอดีซิงซิงกำลังเล่นสนุกอยู่ที่บ้านของเรานิดหน่อยน่ะ”
“พอดีว่าบ้านเรามีน้องเล็กอีกสองคนอยู่ด้วย มาสิ ซิงซิง”
หลี่หยวนพูดแล้วยื่นมือถือส่งให้ซิงซิง “ซิงซิง บอกพี่ชายหนูสิว่าสนุกไหม?”
เมื่อซิงซิงได้ยินว่าเป็สายของเซี่ยจื่ออวี้ ดวงตาของเธอก็สว่างขึ้นทันทีและพูดเสียงสดใส
“สนุกมากเลยค่ะ!”
หลี่หยวนรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจ
แต่คำพูดถัดมาของซิงซิง “พี่ชาย พี่จะมารับหนูเมื่อไหร่ ซิงซิงคิดถึงพี่”
น้ำเสียงนุ่มนวลซ่อนความอยากรู้
เพียงได้ฟังเสียงใสบริสุทธิ์ของเด็กน้อย
มือของเซี่ยจื่ออวี้กระชับโทรศัพท์แน่น อาการาเ็บนร่างกายของเขาดูเหมือนจะไม่เจ็บอีกต่อไปชั่วขณะนั้น
เขาหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้เสียงของตัวเองดูเหนื่อยน้อยลง
น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนราวกับความฝัน
“ซิงซิงเด็กดี พรุ่งนี้พี่จะไปรับนะ ตอนนี้ดึกแล้ว ถึงเวลาที่ซิงซิงต้องไปนอนแล้ว”
เมื่อซิงซิงได้ยินว่าจะได้เจอพี่ชายของเธอวันพรุ่งนี้ เธอก็มีความสุขขึ้นมาทันที
แม้ว่าพี่ชายของเธอจะมองไม่เห็นท่าทาง แต่เด็กน้อยก็พยักหน้าไม่หยุด “ได้ค่ะ”
หลี่หยวนหยิบโทรศัพท์ของเขากลับมาด้วยสีหน้าเ็ป
“พี่อวี้นักโทษ นี่พี่โดนบุกบ้านอีกแล้ว...”
“หยุดพูดเื่ไร้สาระได้แล้ว” เซี่ยจื่ออวี้ขยับน่องของเขาและกลั้นเสียงที่เกิดจากความเ็ป “มาที่บ้านฉัน แล้วขับรถพาฉันไปโรงพยาบาล”
หลังจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “อย่าให้ซิงซิงรู้”
หลี่หยวนขมวดคิ้ว วางสายโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน
“แม่ครับถึงเวลาที่ซิงซิงต้องเข้านอนแล้วครับ”
สืออี๋ลืมเวลาไปเช่นกัน เมื่อดูเวลาตอนนี้ เด็ก ๆ ก็เข้านอนกันดึกมากแล้ว
เธออุ้มซิงซิงขึ้นมาและเตะลูกชายตัวน้อยสองคนของเธอ
“แม่จะพาน้องสาวไปล้างตัว พวกลูกไปเองแล้วกัน”
“ผมไม่ไป ผมอยากอยู่กับน้อง...” ก่อนที่เ้าสามจะพูดจบ เขาก็ถูกสืออี๋เขี่ยออกไปแล้ว
…
เมื่อหลี่หยวนมาถึงบ้านของเซี่ยจื่ออวี้ เขาก็ต้องใเมื่อเห็นเซี่ยจื่ออวี้นอนอยู่ในห้องนั่งเล่น
“เชี้ยเอ๊ยพี่อวี้ ใครทำพี่แบบนี้เนี่ย?”
ครั้งล่าสุดที่เซี่ยจื่ออวี้เป็แบบนี้คือเมื่อสองปีก่อน เซี่ยจื่ออวี้และกลุ่มของโจวอี้เฉวียนปะทะกันครั้งนั้นและเป็ครั้งแรกที่ยับเยิน
ครั้งนั้นเซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้ถูกพวกโจวอี้เฉวียนทุบตีอย่างจริงจัง แต่อาการาเ็ของอีกฝ่ายรุนแรงมากเมื่อกลับมาบ้าน ตอนเขาเห็นมันในเวลานั้น เขาคิดว่าเซี่ยจื่ออวี้กำลังจะตาย
เซี่ยจื่ออวี้หลับตา “กระดูกที่ขาหัก ฉันยืนไม่ได้ ช่วยพยุงหน่อย”
หลี่หยวนรีบช่วยพยุงเซี่ยจื่ออวี้ให้ลุกขึ้น พาขึ้นรถแล้วขับไปโรงพยาบาล
บนรถ เซี่ยจื่ออวี้เอ่ยประโยคแรกออกมา
“วันนี้ซิงซิงสนุกรึเปล่า?”
หลี่หยวนเหลือบมองสีหน้าของเซี่ยจื่ออวี้ผ่านกระจกมองหลัง
“สนุกมากเลยละ แต่ว่าพรุ่งนี้พี่จะมารับซิงซิงไปยังไงล่ะ?”
ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกแต่เดิมของเซี่ยจื่ออวี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้ยินคำว่า ‘ซิงซิง’
เขาหัวเราะเบา ๆ “รับปากเธอแล้วก็ต้องทำตามนั้น แค่ขาเป๋นิดหน่อยไม่ตายหรอก”
หลี่หยวนไม่กล้าถามมากอีก
เขารู้ว่าตัวเองเป็คนที่เซี่ยจื่ออวี้ไว้ใจมากที่สุด แต่เขาก็ยังไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับภูมิหลังของเซี่ยจื่ออวี้เลย
อย่างเช่นทำไมคนในครอบครัวถึงเป็คนทำให้เขาาเ็ขนาดนี้
และก็ซิงซิง...
หลี่หยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างระวัง
“นิสัยของซิงซิงค่อนข้างจะ... ตามใจคนอื่น ไม่รู้ว่าในอดีตเธอมีสภาพแวดล้อมแบบไหน”
“ฉันรู้” เสียงของเซี่ยจื่ออวี้เปลี่ยนเป็เ็า “ฉันจะปกป้องเธอให้ดี”
หลี่หยวน “ใช้ชีวิตอยู่กับพี่เนี่ยนะ ไม่ต้องพูดถึงว่าพี่ดูแลเด็กไม่เป็ สภาพแวดล้อมในบ้านก็เงียบเหงา นอกจากพี่ก็ไม่มีใครอีกแล้ว ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่จะเติบโตขึ้น...”
หลี่หยวนชื่นชอบซิงซิงมาก และเขารู้สึกเสียใจกับเธอ ดังนั้นเขาจึงกล้าพูดกับเซี่ยจื่ออวี้มากมาย
เดิมทีเขาคิดว่าเซี่ยจื่ออวี้จะโกรธและอาจบีบคอเขา บอกให้เขาลงจากรถ
แต่เซี่ยจื่ออวี้กลับเงียบอยู่นาน
หลี่หยวนเริ่มสับสนเล็กน้อย เซี่ยจื่ออวี้ทำเพียงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง
แสงนีออนของเมืองทอดเงาสะท้อนใบหน้าของเขา
เสียงของเขาเบามาก “ฉันอยากจะให้เธอเลือก”
…
บ้านของหลี่หยวน
หนึ่งคืนผ่านไป รุ่งเช้ามีแสงแดดอันอบอุ่นลอดผ่านช่องผ้าม่าน
ซิงซิงขยี้ตาแล้วลุกขึ้นจากเตียง สืออี๋อุ้มเธอพาไปอาบน้ำ
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซิงซิงเปลี่ยนเป็สีแดง “ขอบคุณคุณป้านะคะ ซิงซิงทำได้ค่ะ”
ยิ่งสืออี๋มองดูซิงซิงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งชอบมากขึ้นเท่านั้น เธอหวังว่าซิงซิงจะอยู่ในท้องของเธอและเป็เธอเองที่คลอดลูกสาว
ซิงซิงยืนเขย่งปลายเท้าบนเก้าอี้ตัวเล็ก แทบจะไม่ถึงก๊อกน้ำเลย
เธอใช้มือป้อม ๆ รองน้ำและเอาน้ำล้างหน้า
มีหยดน้ำบนใบหน้าขาวนุ่ม
หยดน้ำติดอยู่บนขนตายาวและร่วงลงเมื่อกะพริบตา
เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้อะไรขนาดนี้
หลังจากล้างตัวแล้ว ซิงซิงก็ปีนลงจากเก้าอี้ด้วยความยากลำบาก และค่อย ๆ แตะพื้นด้วยขาสั้นของเธอ
เหมือนคอร์กี้กำลังลงมาชั้นล่าง
ทำไมน่ารักอย่างนี้!! ความรักของคนเป็แม่อย่างสืออี๋นั้นปริ่มล้น
เกิดอะไรขึ้นนะ ฉันให้กำเนิดลูกชายถึงสามคน แต่มาตอนนี้เพิ่งได้รู้เสน่ห์ของเด็ก ๆ
อาหารเช้ามีหลากหลายเป็พิเศษซึ่งซิงซิงไม่เคยเห็นมาก่อน!
โต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารสวยงามและมีกลิ่นหอมทุกอย่างแบบนี้
ของหวาน นม ผลไม้...และของอร่อยอีกมากมายที่เรียกไม่ถูก เมื่อกลิ่นหวานหอมแตะถึงปลายจมูกของเธอ
ท้องเล็ก ๆ รู้สึกหิวทันที
เป็เื่ยากสำหรับเด็กที่จะต้านทานการล่อลวงจากอาหารอร่อย
ซิงซิงเลียริมฝีปาก กลืนน้ำลายและนั่งลงที่โต๊ะอย่างเชื่อฟังโดยไม่ขยับตัว
สืออี๋มองดูด้วยความชื่นชอบเอ็นดู
เธอรู้สึกอยู่เสมอว่านิสัยของซิงซิงค่อนข้างขัดแย้งกัน
ดูมีการศึกษาดีมาก และน่าจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
แต่นิสัยของเธออ่อนโยนเกินไป เธอมีความฉลาดแต่ก็มีความอ่อนไหว ไม่เหมือนเด็กที่ถูกตามใจ
ครั้งล่าสุดที่เธอเห็นเด็กผู้หญิงแบบนี้ก็คือเมื่อสิบปีก่อนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
…
ที่โรงพยาบาล หลี่หยวนมองไปยังเซี่ยจื่ออวี้ที่ะโลงจากเตียงด้วยความอับจนคำพูด
“พี่แน่ใจเหรอ ไม่้าขาแล้วรึไง?”
ทันทีที่ใส่เฝือก เซี่ยจื่ออวี้ก็หยิบยาแก้ปวดสองเม็ดแล้วะโลงจากเตียง
เขาเดินเหมือนคนปกติอย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่าอาการาเ็จะไม่ร้ายแรง แต่หลี่หยวนก็เคยกระดูกหัก เขารู้ว่ามันเ็ปเพียงใด และยาแก้ปวดก็ไม่มีประโยชน์
ไม่ต้องพูดถึงว่ามีอาการาเ็อื่น ๆ อีกมากมายบนร่างกาย
พี่อวี้นี่เป็คนโหดร้ายจริง ๆ
เซี่ยจื่ออวี้เดินไปที่หน้ากระจกแล้วมองดูใบหน้าของเขา
ไม่สามารถซ่อนรอยฟกช้ำที่มุมปากและที่หางตาได้ เขาจึงคิดอยู่ว่าจะบอกซิงซิงยังไงไม่ให้กังวล
“ซิงซิงคงจะคิดถึงฉันแล้ว” เขายกมุมปากขึ้นพลางหันไปทางหลี่หยวน
“ฉันในฐานะพี่ชาย ไม่สามารถทำให้น้องสาวรู้สึกเสียใจได้”
ใบหน้าของหลี่หยวนดูเคร่งขรึมขึ้นมา
ตราบใดที่เขาพูดถึงน้องสาว พี่อวี้ก็เหมือนติดหนี้บุญคุณมากมาย กลายเป็คนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
อิจฉาจังเลย!
แต่... มักจะรู้สึกว่าเซี่ยจื่ออวี้ดูมีความเป็มนุษย์มากในเวลานี้
หลี่หยวนขับรถไปส่งเซี่ยจื่ออวี้กลับบ้าน
โดยทั้งสองคนไม่ทันได้สังเกตว่าในขณะเดียวกันก็มีรถสีดำคันหนึ่งตามมาข้างหลัง