จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 42 : ศิลาแห่งโชคชะตา

    หน้าต่างทุกบานในห้องของ หวัง ชง ถูกปิดเอาไว้ แม้แต่ประตูหน้าก็ลงกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนา มันดูราวกับว่าห้องของเขาได้เป็นโลกอีกใบที่แยกออกมา

     

    และ หวัง ชง ก็เป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้

     

    “คิดสิคิด!! ข้าเพิ่งได้ยินอะไรมา โชคชะตา!! โชคชะตา ……!!”

     

    หวัง ชง นั่งอยู่ด้านข้างเตียงพลางหลับตาแน่นครุ่นคิดถึงเสียงที่เขาได้ยินในห้องโถง

     

    หวัง ชง ไม่เคยมีความกังวลแม้แต่นิดเดียว เมื่อเขาได้นำกองทัพนับหมื่นเข้าโรมรันศัตรูในสนามรบจากช่วงชีวิตที่แล้วของเขา

     

    แต่ทว่า ในเวลานี้เขากลับกังวลอย่างมาก

     

    “ใช่แล้ว!! มันคือ ผู้เคลื่อนคล้อยโชคชะตา!! ผู้เคลื่อนคล้อยโชคชะตา!!”

     

    ในที่สุด หวัง ชง ก็ตระหนักได้ถึงคำกล่าวที่เด่นชัดที่สุดได้ มันเปรียบได้กับว่าเขาพบกุญแจสำคัญในการไขปริศนาสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น

     

    [ผู้ถูกเลือกได้ตื่นขึ้น : เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตระกูล และได้รับการยอมรับจากตระกูลสำเร็จ ท่านได้รับรางวัลเป็น “เคลื่อนคล้อยชะตากรรม”]

     

    [นักรบแห่งโชคชะตา : ทุกชีวิตเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ เมื่อต้องเผชิญกับโยงใยแห่งโชคชะตา ยิ่งดิ้นรนมากเพียงใด ก็ยิ่งจมดิ่งลึกลงไปเท่านั้น]

     

    [หัวข้อ เคลื่อนคล้อยชะตากรรม : ผลตอบแทน พลังงานโชคชะตา 50 แต้ม]

     

    ..........

     

    เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้าของ หวัง ชง ก็บิดเบี้ยวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหตุการณ์ตั้งแต่ที่เขากลับมามีชีวิตได้ฉายย้อนขึ้นมาต่อหน้าของเขา เริ่มจากการยอมรับความผิดต่อหน้าบิดา และมารดา , การสร้างความวุ่นวายภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล , ให้คำแนะนำต่อบิดา ........ ทุกเรื่องราวได้ฉายออกมาอย่างช้าๆ หวัง ชง รู้สึกราวกับว่าเขาเป็นเพียงผู้เฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น

     

    “นี่......!!”

     

    ขณะที่เหตุการณ์เหล่านั้นกำลังฉายขึ้นมาอย่างช้าๆ หวัง ชง ทำได้เพียงอ้าปากค้าง โดยไม่อาจกล่าวอะไรออกมาได้แม้แต่นิดเดียว

     

    แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าเสียงแปลกๆ นั้นดังขึ้นมาจากที่ใด และไม่รู้ว่า ผู้เคลื่อนคล้อยโชคชะตา หมายความว่าอะไรก็ตาม แต่ หวัง ชง ก็พอจะเข้าใจได้ในที่สุด ว่าทำไมหลังจากที่เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งเช่นนี้ เขาถึงสามารถฝึกฝนเคล็ดกระดูกมังกรได้ง่ายขึ้น และไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาจึงดูดซับพลังจากโอสถกายาพิทักษ์ได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้.......

     

    ในที่สุด หวัง ชง ก็เข้าใจได้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลวงตา แต่ทว่ามีพลังลึกลับบางอย่างแฝงเร้นอยู่ภายในร่างกายของเขา

     

    แต่ว่า ...... ทำไมเขาถึงไม่เคยสัมผัสถึงมันได้มาก่อน

     

    ความสับสนมากมายได้ถาโถมเข้ามาภายในใจของเขา ทันทีที่เขาได้รับการยอมรับจากลุงใหญ่ เสียงแปลกๆ ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนี้ก็ดังขึ้น

     

    “.......ดูเหมือนว่าพลังงานลึกลับนี้จะมีเงื่อนไขบางอย่างอยู่!!”

     

    หวัง ชง ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ

     

    สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนี้ มันทำให้เขาต้องตกตะลึงอย่างมาก และทำให้เขาต้องไตร่ตรองอย่างละเอียด ว่ามีสิ่งใดกำลังเกิดขึ้นกับเขา

     

    “ผู้ถูกเลือกได้ตื่นขึ้น ........ นั่นหมายถึงข้าหรือเปล่า!? เมื่อมันเกิดขึ้นกับข้า มันก็หมายถึงข้างั้นรึ!? แล้ว ผู้เคลื่อนคล้อยโชคชะตา หมายถึงอะไร!? มันเป็นเพราะข้าสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของตระกูล หวัง ได้งั้นรึ!?”

     

    ความคิดมากมายพวยพุ่งขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา ข้อความทั้งสามที่ดังขึ้นมานั้นให้ข้อมูลน้อยเกินไป เขาจึงทำได้เพียงครุ่นคิดให้มากยิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้

     

    นอกจากนี้ ไม่ว่าเสียงลึกลับที่ดังขึ้นมาจะเกิดขึ้นได้เช่นไรก็ตาม สัญชาตญาณของเขาก็บอกว่ามันเกี่ยวพันถึงการกลับมาชีวิตใหม่อีกครั้งของเขา

     

    ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาก่อน

     

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

     

    “.....ทั้งหมดเป็นเพราะดาวตกนั่นใช่ไหม!?”

     

    ท่ามกลางความอับจนหนทาง เขาหวนนึกถึงดาวตกที่ซึ่งเป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นในชีวิตก่อน นับจากนั้นเขาก็ต้องเผชิญกับปริศนาที่ยากจะไขได้ในตอนนี้

     

    ***** วูบบบบบบ *****

     

    ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั้น ทัศนียภาพโดยรอบของ หวัง ชง ก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ในครั้งนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ทอดยาวออกไปไร้จุดสิ้นสุด

     

    ความมืดมิดแผ่ขยายออกไปอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความเงียบสงัดแสงสว่างที่ดูเหมือนจะเป็นจุดศูนย์กลางของความมืดได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับเริ่มขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานมันก็มีขนาดใหญ่กว่าเดิมกว่าร้อยเท่า ดูราวกับภูเขาแสงสว่างขนาดใหญ่

     

    “นั่นมันดาวตกดวงนั้น!!”

     

    หัวใจของ หวัง ชง สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง เมื่อเขาได้เห็นแสงสว่างนี้

     

    กลุ่มแสงสว่างที่เขากำลังมองเห็นอยู่นี้ คือแสงสุดท้ายก่อนที่เขาจะตาย และมันยังเป็นตัวการที่นำพาเขาผ่านช่วงเวลา และกาลอวกาศมายังโลกใบนี้

     

    เมื่อจ้องมองไปยังดาวตกดวงนั้น หวัง ชง ก็ไม่อาจหาคำกล่าวใดๆ ออกมาได้

     

    หลังจากผ่านเวลามาเนิ่นนาน หวัง ชง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะได้เห็นดาวตกดวงนี้อีกครั้งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

     

    “เช่นนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นคงเกี่ยวข้องกับมันอย่างแน่นอนแล้ว!!”

     

    หวัง ชง พึมพำออกมาเบาๆ ขณะที่เขาครุ่นคิดอย่างรอบคอบ เขาสัมผัสได้ถึงความซับซ้อนจากดาวตกดวงนี้ ขณะเดียวกันนั้น เขาก็ยังรู้สึกเกลียดชังมันที่ทำลายชีวิตแรกของเขา และส่งเขามายังโลกแห่งนี้

     

    ในทำนองเดียวกันนั้น มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และมีโอกาสได้แก้ไขในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมไปถึงความเสียใจที่เกิดขึ้นกับเขา

     

    ในด้านนี้ หวัง ชง รู้สึกขอบคุณมันไม่น้อยทีเดียว

     

    โดยรวมแล้วมันเปรียบได้กับสายหมอกรอบตัวของเขา แม้ว่าจะมองเห็นได้ แต่ก็ไม่สามารถแตะต้องได้ ขณะเดียวกันนั้น ดูเหมือนว่าตัวมันเองจะมีพลังลึกลับที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าเขาจะล่วงรู้ได้ อีกทั้งเขาก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงได้พาเขามาที่นี่ และเหตุใดมันจึงมีพลังอันน่าเหลือเชื่อที่สามารถชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้งเช่นนั้น

     

    เมื่อความคิดดังกล่าวพวยพุ่งขึ้นมาในใจ เสียงลึกลับก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

     

    [ศิลาแห่งโชคชะตา]

     

    ราวกับมีก้อนหินโยนลงไปบนผิวน้ำที่สงบนิ่ง ความผันผวนแพร่กระจายไปทั่วทั้งความมืดมิดที่ทอดยาวออกไป ขณะเดียวกันแสงสว่างที่แพร่กระจายออกมาก็ถูกดูดกลับไปในดาวตกที่ลอยอยู่กลางอากาศ

     

    เพียงไม่นานดวงดาวขนาดใหญ่ก็เหลือเพียงแค่ก้อนผลึกที่มีขนาดเท่ากับกำปั้น ลอยคว้างอยู่กลางอากาศต่อหน้าของ หวัง ชง ขณะที่มันยังคงเปล่งคลื่นพลังมหาศาลออกมาอย่างชัดเจน

     

    หวัง ชง รับรู้ได้ทันทีว่ามันคือ ศิลาแห่งโชคชะตา

     

    [ชะตากรรมจะไม่ถูกควบคุมโดยผู้ใด]

     

    จู่ๆ คำกล่าวนี้ก็ปรากฏขึ้นภายในใจของเขา ขณะเดียวกับที่เงาบางอย่างเกิดขึ้นด้านข้างของ หินแห่งโชคชะตา

     

    หวัง ชง จดจำภาพเงานั้นได้อย่างดี มันคือภูเขา

     

    [มีเพียงผู้ถูกเลือกจากโชคชะตาเท่านั้น จึงจะสามารถเป็นบุตรแห่งชะตาได้ อย่างไรก็ตาม บุตรแห่งชะตา ไม่ใช่สิ่งที่น่าอิจฉา นั่นเป็นเพราะยังไม่รู้ว่าราคาที่ผู้ถูกเลือกจำต้องจ่ายนั้นมากเพียงใด]

     

    เสียงที่ไร้ความรู้สึกดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งห้องจะเงียบสงัดลงไปอีกครา

     

    แม้ว่าจะนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง แต่ทว่า หวัง ชง กลับไม่สามารถสงบจิตใจของเขาได้ เพียงแค่คำกล่าวสั้นๆ กลับทำให้เขาเกิดความกังวลเกินกว่าจะทำให้สงบลงได้

     

    ในคำกล่าวนั้น หวัง ชง สัมผัสได้ถึงการคุกคามอย่างชัดเจน

     

    “บุตรแห่งชะตา นั่นหมายถึงข้างั้นรึ!? ข้าถูกเลือกโดยศิลาแห่งโชคชะตา นั่นหมายความว่าข้าคือ บุตรแห่งชะตา แต่ว่าราคาที่ต้องจ่ายหมายถึงอะไร!? ทำไมถึงได้บอกว่า ไม่มีทางรู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายไปนั้นมากเท่าไหร่!?”

     

    หวัง ชง รู้สึกกังวลอย่างมาก

     

    มนุษย์มักจะหวาดวิตกถึงสิ่งที่ไม่อาจหาคำตอบได้

     

    การกลับมามีชีวิตอีกครั้งเช่นนี้ หวัง ชง เชื่อมาเสมอว่ามันเป็นความเมตตาจากสวรรค์ อย่างไรก็ตาม เขาสังหรณ์ว่า......บางทีศิลาแห่งโชคชะตามันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่เขาคิดเอาไว้

     

    คำกล่าวจากศิลาแห่งโชคชะตายังคงดังก้อนอยู่ภายในใจของเขา เขาพยายามค้นหาคำตอบภายในใจของเขา

     

    แต่ในครั้งนี้ หวัง ชง ไม่สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากคำกล่าวนั้นได้

     

    “ใช่แล้ว!! พลังงานแห่งโชคชะตา มันคืออะไร!?”

     

    หวัง ชง โพล่งออกมาด้วยเสียงดัง หลังจากที่เขาค้นพบวิธีกระตุ้นเสียงลึกลับ หรือวิธีการสื่อสารกับหินแห่งโชคชะตา

     

    ตราบใดก็ตามที่เขาถามคำถามที่ถูกต้อง ศิลาแห่งโชคชะตา จะตอบรับเสียงของเขา

     

    ***** วูบบบบบ *****

     

    ขณะที่สิ้นเสียงของ หวัง ชง ข้อมูลใหม่ก็พุ่งเข้ามาในห้วงความคิดของเขาอีกครั้ง พร้อมกับที่เสียงลึกลับดังขึ้น

     

    [ศิลาแห่งโชคชะตา คือหินขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าบุตรแห่งชะตา ความพยายาม หรือการต่อต้านใดๆ จากโชคชะตา จะถูกลงโทษด้วยอานุภาพแห่งโลก มีเพียงพลังงานแห่งโชคชะตาเท่านั้น ที่จะสามารถต้านทานบทลงโทษจากอานุภาพแห่งโลกได้ นี่คือรากเหง้า และความเป็นอยู่ของบุตรแห่งชะตา]

     

    เมื่อเสียงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกดังขึ้น พื้นแผ่นดินก็เริ่มสั่นไหวอย่างรวดเร็ว ทัศนียภาพรอบตัวของเขาเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ภาพหุบเขา และแม่น้ำโดยรอบจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย กลายเป็นเส้นใยสีขาวที่เชื่อมเข้าหากันทอดยาวออกไปจนสุดสายตา โดยที่ผูกติดกับ หวัง ชง เอาไว้ตรงกลาง มองโดยรวมคล้ายกับโครงข่ายขนาดใหญ่

     

    หวัง ชง สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์ และความเป็นศัตรูได้จากเส้นใยที่ผูกติดอยู่กับร่างกายของเขาได้

     

    โครงข่ายเส้นด้ายสีขาวเหล่านี้กำลังบีบเล็กลงมาเรื่อยๆ ราวกับว่ามันพยายามจะบดขยี้ หวัง ชง ให้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อก็ว่าได้

     

    ***** วูบบบบ *****

     

    เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หวัง ชง ก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างที่สำคัญขึ้น แต่เดิมแล้วเขาคิดว่าการกลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นพรจากสวรรค์สำหรับเขา

     

    หวัง ชง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างง่ายดาย

     

    แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับกันง่ายๆ อย่างแน่นอน

     

    แม้ว่าเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์จะไม่ได้อธิบายออกมาก็ตาม แต่ หวัง ชง ก็รับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าเส้นใยสีขาวรอบตัวของเขาเหล่านี้ มันคืออานุภาพแห่งโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    เมื่อมองไปยังพลังอำนาจที่แผ่ขยายอยู่รอบตัวของเขา หวัง ชง ก็สามารถเข้าใจได้

     

    การกลับมามีชีวิตอีกครั้งของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ได้รับมาโดยไม่ต้องเสียสิ่งใดไป มันเป็นดั่งที่เสียงลึกลับได้กล่าวเอาไว้ การต่อสู้ หรือดิ้นรนจากโชคชะตาจะถูกลงโทษด้วยอานุภาพแห่งโลก และนั่นเท่ากับการต่อสู้กับโลกทั้งใบ

     

    นั่นคือความหมายจากคำกล่าวของ ศิลาแห่งโชคชะตา “การต่อต้าน จะถูกลงโทษด้วยอานุภาพแห่งโลก!!”

     

    ...................

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน