ท่านเทพตกสวรรค์ไปเป็นสามีภรรยาแสนขยันยุค 70 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 9 สลบไป

            “นายเก็บกล้วยหอมมาจากมิติเหรอ ลูกใหญ่น่ากินมาก” โจวต้าเฝิงถามน้องเขย

            “ผลผลิตในมิติโตไวมากเลยครับ แค่เดือนเดียวผลไม้ก็ออกลูกเต็มไปหมดเลย” เจียงโม่โฉวยังหยิบผลไม้สุกออกจากมิติมาเรื่อยๆ ดีที่ก่อนหน้านั้นเขากับโจวต้าเฝิงให้เสียนจื่อช่วยสอนให้พวกเขาสานตะกร้าไม้ไผ่ไว้ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงไม่มีภาชนะที่จะเอามาใส่พืชผลพวกนี้แน่

            “ผลไม้พวกนี้ต้องขายดีมากเลยล่ะ ลูกมันทั้งใหญ่ทั้งสวย ฉันเชื่อว่าทั่วทั้งอำเภอหยางเฉิง คงไม่มีผลไม้จากที่ไหนคุณภาพดีเท่าของเรา บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของนายมันดีจริงๆ”

            “รูปร่างหน้าตามันจะสวยยังไงก็ไม่สำคัญหรอกครับ มันต้องดูที่รสชาติ” เจียงโม่โฉวหันไปบอกภรรยา “รบกวนคุณช่วยแบ่งผลไม้พวกนี้ออกมาชิมหน่อยนะที่รัก ผมอยากรู้ว่ารสชาติมันจะเป็๞ยังไง เวลาไปขาย เราจะได้โฆษณาได้อย่างเต็มที่”

            “ได้เลยค่ะ” โจวอ้ายเหม่ยตอบรับ

            ไม่นานผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งกล้วยหอม แอปเปิล องุ่น ส้ม แตงโม สตรอว์เบอร์รี ก็ถูกล้างใส่ถาดมาวางไว้ สองหนุ่มรีบไปล้างมือแล้วมาชิมผลไม้ทันที

            “หวานมาก!” เจียงโม่โฉวพอใจในรสชาติของผลไม้จากฝีมือการปลูกของตัวเองมาก เขาหยิบผลไม้ทุกชนิดมาชิมอย่างเร็ว กว่าจะชิมครบทุกอย่าง ท้องของเขาก็อิ่มมากแล้ว

            “ฉันชอบแอปเปิลที่สุด มันทั้งกรอบทั้งหอม” โจวต้าเฝิงก็ชิมผลไม้จนอิ่มไม่แพ้กัน

            “คุณจะเอาผลไม้ไปขายทั้งหมดเลยหรือเปล่าคะ” โจวอ้ายเหม่ยถามสามี

            “คิดว่านะ หรือว่าคุณอยากเก็บผลไม้พวกนี้ไว้ทำอย่างอื่น”

            “ฉันจะเก็บลูกพลับไว้ทำลูกพลับอบแห้งเอาไว้ขายตอนปีใหม่น่ะค่ะ ๰่๥๹นั้นคนส่วนมากคง๻้๵๹๠า๱หาซื้อของขวัญไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ เก็บลูกพลับแห้งไว้๰่๥๹นั้นน่าจะขายได้ราคาดี แล้วฉันจะขอแบ่งกล้วยหอมบางส่วนไว้ทำเค้กกล้วยหอมนึ่งให้คุณไปขายพรุ่งนี้ด้วย”

            “ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป…คุณทำเกาลัดคั่วด้วยสิครับ ผมเห็นว่ามันขายดีมากเลย” เจียงโม่โฉวเสนอ

            “ได้สิคะ เพราะยังไงหน้าที่คั่วเกาลัดก็ต้องเป็๲ของคุณกับพี่ใหญ่อยู่แล้ว”

            “ได้เลย! เดี๋ยวพี่จะเป็๞คนคั่วเกาลัดให้เอง” โจวต้าเฝิงรีบขันอาสาให้น้องสาว ก่อนจะหันไปพูดกับน้องเขย “โม่โฉว ฉันเห็นว่ามีผลไม้บางส่วนมันแตกและช้ำด้วยนะ นายจะทำยังไงกับมัน”

            เจียงโม่โฉวมองไปที่ผลไม้ลูกช้ำๆ ที่ตัวเองเพิ่งเลือกออกอย่างใช้ความคิด แต่คิดยังไงเขาก็คิดไม่ออกอยู่ดี ก็ความสามารถของเขามีแค่การเพาะปลูกเท่านั้นเอง

            “ไม่ยากหรอกค่ะ กล้วยหอมเราสามารถเอามาทำกล้วยตากได้ ส่วนแอปเปิล องุ่น ส้ม สตรอว์เบอร์รี เราก็เอามากวนทำเป็๞แยมผลไม้ได้ ในหนังสือคู่มือทำอาหารที่อยู่ในมิติของฉันบอกเอาไว้ว่าแยมพวกนี้เอาไปทานคู่กับขนมปังอบจะอร่อยมาก”

            “ผมบอกแล้วว่าความสามารถของเราสามคนจะทำให้เรารวยเป็๲เศรษฐีได้ไม่ยาก นี่ขนาดเราค้าขายแค่ในตลาดมืดเท่านั้นนะ รายได้เดือนหนึ่งก็ปาเข้าไปตั้งกี่พันแล้ว ผมแทบจะรอให้ประเทศของเราเปิดตลาดเสรีไม่ไหวแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นผมจะซื้อที่ดินผืนใหญ่แล้วก็จะปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกข้าวหลายๆ ชนิดส่งขายให้ทั่วประเทศเลย” เจียงโม่โฉวจินตนาการถึงอนาคตอย่างมีความสุข

            “อีกสองปีก็จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถึงตอนนั้นกฎระเบียบและข้อบังคับหลายๆ อย่างก็จะถูกยกเลิก ฉันยืนยันได้ว่าต่อไปนายอยากปลูกอะไรหรือขายอะไร นายจะทำได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาหาเงินให้ได้เยอะๆ พอเราไปถึงปักกิ่งเราจะได้ซื้อที่ดินหรือซื้อบ้าน จากนั้นเราก็มาทำตามฝันของเรากัน ว่าแต่พวกนายฝันว่าอยากจะทำอะไรต่อไป” โจวต้าเฝิงบอก

            “อย่างผมก็ต้องทำไร่และทำฟาร์มปศุสัตว์อยู่แล้วสิครับ” เจียงโม่โฉวตอบ

            “ฉันไม่มีความสามารถอื่นนอกจากทำอาหาร ก็เลยคิดว่าจะเอาผลผลิตในไร่ของโม่โฉวมาแปรรูป บางทีตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันอาจจะสอบเข้าเรียนสายวิชาชีพก็ได้ค่ะ” โจวอ้ายเหม่ยตอบ

            “ฉันจะทำงานที่ฉันยังทำไม่สำเร็จในชีวิตที่แล้วต่อให้จบ” โจวต้าเฝิงตอบยิ้ม

            “พี่อยากทำรถเข็นขายอาหารเหรอครับ”

            “มีโอกาสสร้างตัวทั้งที ฉันจะทำแค่รถเข็นได้ยังไง ฉันต้องเปิดร้านอาหารเป็๲ของตัวเองสิ” โจวต้าเฝิงหันไปยิ้มให้น้องสาว “เธอจะช่วยสานฝันให้พี่ชายคนนี้สักหน่อยไหม”

            “ทำธุรกิจกับใครจะไปสบายใจเท่ากับคนในครอบครัวล่ะคะ” โจวอ้ายเหม่ยตอบรับ “เรามาเปิดร้านอาหารกันเถอะค่ะ”

            “ถ้างั้นผมจะเป็๲คนหาวัตถุดิบส่งให้ที่ร้านเองนะครับ พวกพี่อยากได้วัตถุดิบแบบไหน ไร่ของผมจะเนรมิตให้ทุกอย่าง”

            “ความจริงแล้วยังมีธุรกิจอีกหลายอย่างที่เราสามารถทำร่วมกันได้ เอาไว้ให้ถึงตอนนั้นแล้วเราค่อยมาคุยกัน ฉันจะเอาความรู้ที่ฉันเคยเรียนมา และจะเอาข้อได้เปรียบที่ฉันรู้เ๹ื่๪๫ราวในอนาคตมาบอกพวกนายทีหลัง”

            ตลอดทั้ง๰่๥๹บ่าย ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันทำงานเพื่อเตรียมเอาของไปขายในตลาดมืดในวันรุ่งขึ้น 

     

            “วันนี้เอาอะไรมาขายบ้างล่ะพ่อหนุ่ม”

            “สวัสดีครับคุณยายจาง คราวนี้ผมมีของมาขายเต็มรถเข็นเลยล่ะครับ” เจียงโม่โฉวตอบอย่างอารมณ์ดี 

            “แล้วพ่อหนุ่มคนนี้เป็๲ใครกัน” ยายจางหันไปมองโจวต้าเฝิง “หน้าตาหล่อเหลาเหมือนกันนะเรา”

            “พี่ต้าเฝิงเป็๞พี่ชายของภรรยาผมเองครับ ๰่๭๫นี้ผมมีของมาขายหลายอย่างก็เลยให้พี่เขามาช่วยขายด้วย คุณยายดูสิครับ ตอนนี้ผมไม่ได้แบกของใส่ตะกร้ามาขายเหมือนเดิมแล้วนะ สินค้าของผมเต็มสองรถเข็นแล้วตอนนี้”

            “สวัสดีครับคุณยายจาง โม่โฉวเล่าเ๱ื่๵๹คุณยายให้ผมกับน้องสาวฟังบ่อยๆ ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากคุณยาย น้องเขยของผมคงไม่ค้าขายดีอย่างทุกวันนี้” โจวต้าเฝิงทักทายอย่างสุภาพ

            “ฉันล่ะอยากเห็นพ่อแม่ของพวกเธอจริงๆ เลี้ยงลูกยังไงให้สุภาพกันได้ขนาดนี้เนี่ย” ยายจางมองสองหนุ่มอย่างถูกใจ “ฉันต้องขอตัวก่อนนะ พอดีวันนี้มีผู้ค้ารายใหม่เข้ามา ฉันต้องไปดูแลเขาสักหน่อย อ้อ...ลูกชายของฉันมีเ๹ื่๪๫อยากคุยกับเธอน่ะ”

            “น้องชายอยากพบผมทำไมเหรอครับ” เจียงโม่โฉวถามอย่างสงสัย “แต่วันนี้ผมยังไม่เห็นน้องชายที่หน้าตลาดเลยนะครับ”

            “เฮ้อ...ฉันต้องรบกวนให้เธอไปหาเขาตามที่อยู่นี้ ไปถึงเธอก็จะรู้เอง ยายจางถอนหายใจแล้วเดินเข้าตลาดไป

            เจียงโม่โฉวได้แต่ส่ายหน้าไม่เข้าใจ เขากับจางปินเซ่อ ลูกชายคนเล็กของยายจางไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก จะได้ทักทายกันก็แค่ตอนบอกรหัสเข้าตลาด หรือไม่ก็ตอนที่จางปินเซ่อมาช่วยเขายกของเท่านั้น

            กว่าที่เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงจะขายของหมดก็ใช้เวลาเกือบเที่ยงแล้ว เพราะวันนี้มีโจวต้าเฝิงมาช่วยขาย พวกเขาจึงมีเวลาสับเปลี่ยนกันไปเอาของจากมิติมาขายได้หลายเที่ยว เรียกว่าผักและผลไม้ทั้งหมดที่กลัวว่าจะขายไม่หมด กลับไม่พอขายเสียอย่างนั้น

            แถมยังมีลูกค้าเก่าช่วยประชาสัมพันธ์ให้อย่างดีว่าสินค้าที่เจียงโม่โฉวเอามาขายช่วยบำรุงสุขภาพและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น บางคนก็เชื่อตามคำโฆษณาจึงกลายมาเป็๲ลูกค้าประจำ แต่บางคนไม่เชื่อ เพราะการได้กินอาหารดีๆ มันก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วไม่ใช่หรือ เพียงแต่ที่ทุกคนไม่รู้คือผลิตผลจากไร่ของเจียงโม่โฉวมีสรรพคุณบำรุงร่างกายจริงๆ ต้องยกความดีความชอบให้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อน้อยนั่นแล้ว

     

            “ผมคิดว่าเป็๲บ้านหลังนี้นะครับ” เจียงโม่โฉวขมวดคิ้ว “แต่เท่าที่ผมรู้มา บ้านของคุณยายจางเป็๲บ้านส่วนตัวที่คุณยายเคยซื้อไว้กับสามี แต่ที่เราเห็นอยู่นี้ทำไมมันถึงกลายเป็๲ห้องแถวสำหรับเช่าไปแล้วล่ะครับ”

            “เราลองถามคนแถวนี้ดูไหม” โจวต้าเฝิงบอก

            “พวกเธอมาหาใครกัน หรือว่ามาหาบ้านเช่า ถ้างั้นก็คุยกับฉันได้เลยนะ ฉันเป็๲เ๽้าของที่นี่ อ้อ...ฉันชื่อป้าสวีนะ คนแถวนี้เรียกฉันอย่างนี้ทั้งนั้น ว่ายังไง ๻้๵๹๠า๱ห้องเช่ากี่ห้องกันล่ะ”

            “สวัสดีครับป้าสวี ผมไม่ได้มาหาบ้านเช่าหรอกครับ แค่มาหาคนเท่านั้น คุณป้าพอจะรู้จักคนที่ชื่อจางปินเซ่อไหมครับ” เจียงโม่โฉวยิ้มพร้อมกับเอาลูกอมให้ป้าสวีหนึ่งกำ

            ป้าสวียิ้มกว้างอย่างพอใจ หลานชายของนางกำลังอยากกินลูกอมอยู่พอดี แต่มันแพงนางเลยไม่อยากซื้อให้ “รู้จักสิ เขาเช่าบ้านของฉันอยู่เองล่ะ พวกเธอเป็๲ญาติเขาหรือเปล่า”

            “ใช่ครับ”

            “เป็๲ญาติแล้วทำไมเพิ่งมาหาเอาป่านนี้ เขาถูกทำร้ายมาหลายวันแล้วนะ ฉันกะว่าถ้าวันนี้เขายังไม่ออกจากห้อง ฉันจะให้คนพังประตูเข้าไปดูเขาสักหน่อยแล้ว ถ้าเกิดมาตายในบ้านของฉันขึ้นมาก็ซวยน่ะสิ”

            “ปินเซ่อถูกคนทำร้ายมาเหรอครับ”

            “ก็ใช่น่ะสิ เจ็บหนักเชียวล่ะ ประตูก็เคาะเบาๆ หน่อยนะ เดี๋ยวเกิดพังขึ้นมา ฉันเรียกเงินอย่างเดียว คำขอโทษฉันไม่อยากได้”

            “ครับๆ ยังไงก็ขอบคุณคุณป้ามากๆ คุณป้ามีธุระอะไรก็ไปทำเถอะครับ” เจียงโม่โฉวรีบไล่ป้าสวีไปทันที เขาทนปั้นหน้ายิ้มกับคนงกอย่างนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ

            โจวต้าเฝิงเป็๲คนเดินไปเคาะประตูห้อง โดยเจียงโม่โฉวยืนรออยู่ข้างกัน เคาะเรียกอยู่นานก็ไม่มีใครขาน ทั้งคู่ตัดสินใจจะพังประตูเข้าไป ยังดีที่ประตูเปิดออกมาเสียก่อน

            “ปินเซ่อ! ทำไมนายถึงเป็๞อย่างงี้เนี่ย” เจียงโม่โฉวรีบเข้าไปประคองเด็กหนุ่ม “ตัวร้อนจี๋เลย ไป! ฉันจะพานายไปโรงพยาบาล”

            “ไม่เป็๲ไรครับพี่โม่โฉว เดี๋ยวมันก็หายเอง” จางปินเซ่อตอบเสียงเบา

            “หายเองบ้าอะไรของนาย! ไม่ต้องมาห่วงเ๹ื่๪๫เงินตอนนี้ ฉันจะจ่ายให้นายก่อน”

            “ผมไม่เป็๲ไรจริงๆ” จางปินเซ่อปฏิเสธ แต่หลังจากนั้นเขาก็สลบไป