แสงรุ่งอรุณสาดส่องเงาทมิฬของเมืองที่ตั้งตระหง่านราวกับขุนเขาเบื้องหน้าขยับใกล้เข้ามาทุกขณะผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งเมื่อไหลหลากมาถึงจุดนี้กลับเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
เหล่าฝีพายบนเรือขนส่งสินค้าถึงกับดับเครื่องยนต์ลงทว่าความเร็วของเรือกลับไม่ได้ลดถอยลงแม้แต่น้อยมันยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้าประหนึ่งถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากระยะไกลฉุดกระชากไป
หมอกยามเช้าค่อยๆจางหาย เซียวเยี่ยที่ลุกขึ้นยืนบนดาดฟ้าเรือโดยไม่รู้ตัวในที่สุดก็ได้ยลโฉมสิ่งก่อสร้างขนาดั์ตรงหน้าสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือผืนน้ำนั้น แท้จริงแล้วคือเขื่อนอันยิ่งใหญ่อลังการ!
กระแสน้ำที่ไหลหลากมาไม่ขาดสายถูกตัดขาดลงณ จุดนี้ และด้วยการเปิดปิดประตูระบายน้ำที่สูงตระหง่านดั่งยอดเขาของเขื่อนเรือรอบข้างจึงถูกกระแสน้ำดูดกลืนเข้าไปตามกลไกธรรมชาติ
ภายใต้เงาทึบของเขื่อนลมหวนผืนน้ำที่เดิมทีขุ่นมัวด้วยดินทรายกลับกลายเป็สีเข้มประหนึ่งน้ำหมึกมิน่าเล่าสถานที่แห่งนี้ถึงได้ถูกขนานนามว่าเมืองเฮยสุ่ยที่แปลว่าน้ำสีดำ!
"ว่ากันว่าเขื่อนแห่งนี้เหลือเพียงหนึ่งในสามของยุคที่รุ่งเรืองที่สุดเท่านั้นหากไม่ถูกมอนสเตอร์ขั้นภัยพิบัติทำลายลงในตอนนั้นล่ะก็ปัจจุบันมันคงจะสง่างามกว่านี้อีกหลายเท่า!"
หน้ากากลายก้าวมาหยุดยืนข้างกายเซียวเยี่ยเมื่อไรไม่รู้ในยามนี้เขากลับมาพันผ้าคลุมใบหน้าจนมิดชิดอีกครั้งเขาเอ่ยขึ้นคล้าย้าอธิบายให้เซียวเยี่ยฟัง ทว่าก็เหมือนกับการพึมพำกับตนเอง"แต่ถึงจะเหลือเพียงประตูระบายน้ำแห่งเดียวก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงกระแสไฟฟ้าให้คนทั้งเมืองได้แล้ว"
ขณะนั้นจิ่วเยว่ก็เดินมาที่ดาดฟ้าเรือเช่นกันเมื่อเธอจ้องมองเขื่อนั์ที่ราวกับสัตว์ประหลาดมหึมาเบื้องหน้าใบหน้าก็ฉายแววตื่นเต้นระคนยินดี "ในที่สุดก็ถึงเสียที!"
เรือลำหน้าเริ่มเรียงรายต่อแถวกันยาวเหยียดประหนึ่งัั์ก่อนจะค่อยๆแล่นผ่านประตูระบายน้ำย่อยเข้าสู่เมืองที่สร้างขึ้นบนเขื่อนแห่งนี้ทีละน้อย
เรือขนส่งสินค้าเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง"ไปกันเถอะ!"
ชายหน้าบากที่ยืนอยู่หัวเรือกวักมือเรียกพวกเซียวเยี่ยก่อนจะะโลงบนฝั่งเป็คนแรก "ให้ตายเถอะััพื้นดินแน่นๆ แบบนี้สิถึงจะรู้สึกสบายตัวหน่อย!"
หน้าบากสบถพึมพำเบาๆพร้อมกับกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรงหลายครั้งจนพอใจจากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับชายผ้าพันแผล "หน้ากากลายคนที่เราติดต่อไว้ล่ะ อยู่ที่ไหนนะ?"
"โรงเตี๊ยมไนติงเกล"
ชายผ้าพันแผลเอ่ยตอบเสียงต่ำก่อนจะเดินนำออกไปเป็คนแรก
จิ่วเยว่แอบกระซิบข้างหูเซียวเยี่ยว่า"ความจริงพี่หน้าบากเองก็เพิ่งเคยมาเมืองเฮยสุ่ยเป็ครั้งแรกเหมือนกันแต่พี่หน้ากากลายไม่ใช่อย่างนั้น เขาช่ำชองที่นี่มากกว่าเขตเมืองเก่าเสียอีก"
"พวกเราตามเขาไปก็พอ!"
เส้นทางที่หน้ากากลายนำไปนั้นเป็เพียงตรอกเล็กๆที่คับแคบและคดเคี้ยวไปมา ตลอดทางแทบไม่พบปะผู้คนเลย
ทว่าเมื่อเสียงอื้ออึงจากเบื้องหน้าแว่วเข้ามาตรอกเล็กๆ ก็พลันเปิดกว้างออกหน้ากากลายนำพาพวกเขาแทรกตัวเข้าสู่ตลาดของเมืองเฮยสุ่ยในทันที!
วินาทีนี้เองที่เซียวเยี่ยเข้าใจถึงคำพูดที่คุณอาฉินเคยกล่าวไว้...สินค้าในตลาดมืดของเมืองซ่างจิงกว่า 90% ล้วนมีที่มาจากที่นี่
เมื่อกวาดสายตามองไปสถานที่แห่งนี้ราวกับตลาดผีขนาดั์!
ตลาดบนพื้นดินคลาคล่ำไปด้วยผู้คนส่วนบนตึกแถวรอบด้านยังมีระเบียงทางเดินที่สร้างต่อเติมเชื่อมถึงกันไปมาและเหนือระเบียงนั้นก็ยังมีระเบียงซ้อนทับขึ้นไปอีก!
มันวางซ้อนกันเป็ชั้นๆสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต
สินค้าที่วางเรียงรายอยู่ในร้านล้วนทำให้เซียวเยี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
ทั้งอุปกรณ์สวมใส่และอาวุธที่ยังชะล้างคราบเืออกไม่หมดลูกสัตว์อสูรอันตรายที่กองทัพสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดหรือแม้กระทั่งมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ซึ่งถูกจองจำอยู่ในกรงเหล็ก...
ทั้งอึกทึกวุ่นวาย ทว่าในขณะเดียวกันกลับชวนให้สยองขวัญสั่นประสาท
นี่แหละคือเมืองเฮยสุ่ย!
..........
โรงเตี๊ยมไนติงเกลที่หน้ากากลายนำทางมาตั้งอยู่ในย่านที่ค่อนข้างเงียบสงบ
แสงนีออนนำสมัยประดับอยู่บนป้ายไม้เขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า... โรงเตี๊ยมไนติงเกล
ตัวอาคารหลักของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูเหมือนจะตั้งอยู่ใต้ดินโดยมีเพียงทางเข้าเล็กๆ ที่สร้างไว้บนพื้นดินเท่านั้น
หน้ากากลายและหน้าบากเดินนำหน้าลงบันไดลึกลงไปเรื่อยๆ
ใต้ดินแห่งนี้เป็โลกอีกใบอย่างแท้จริงเพียงแค่โถงทางเข้าก็กว้างขวางราวกับโรงงานอุตสาหกรรมลึกเข้าไปด้านในเป็ทางเดินที่เจาะทะลุถึงกันประหนึ่งหลุมหลบภัยใต้ดินที่สมบูรณ์แบบ
หน้ากากลายเดินไปสนทนากับคนหน้าเคาน์เตอร์อยู่ครู่หนึ่งไม่นานนักหญิงสาวผมสีม่วงคนหนึ่งก็เดินเข้ามานำทางพวกเซียวเยี่ยไปยังห้องพักที่อยู่ลึกสุดของระเบียงทางเดิน
"วันนี้พวกเธอพักที่นี่ มีเื่อะไรก็บอกคนของโรงเตี๊ยมได้ที่นี่มีแต่คนกันเองทั้งนั้น"
หน้ากากลายกำชับเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่"ฉันกับหน้าบากมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อยพวกเธอรออยู่ในห้องไปก่อน พยายามอย่าออกไปข้างนอกล่ะ"
จิ่วเยว่แอบเบ้ปากใส่เซียวเยี่ยลับหลังแต่ก็ยอมหิ้วสัมภาระเดินเข้าไปในห้องพักแต่โดยดี
ห้องชุดนี้ประกอบไปด้วยสี่ห้องนอนแม้จะอยู่ใต้ดินแต่ก็ไม่ได้คับแคบนัก อย่างน้อยก็ดีกว่าห้องพักบนเรือหลายขุม
จิ่วเยว่เปิดประตูห้องทั้งสี่ทิ้งไว้อย่างไม่ถือสาก่อนจะเลือกห้องที่ถูกใจที่สุดให้ตนเอง แล้วชี้ไปยังห้องข้างๆ พลางบอกเซียวเยี่ย"เด็กใหม่ ฉันนอนห้องนี้ นายก็นอนห้องข้างในนั่นแล้วกัน!"
เซียวเยี่ยไม่ได้ใส่ใจอะไรอย่างไรเสียห้องเหล่านี้ก็อยู่ใต้ดินและไม่มีหน้าต่างเหมือนกันหมดเขาเดินเข้าไปปิดประตูห้องแล้วล้มลงบนเตียง
การเดินทางทางน้ำที่น่าตื่นเต้นมาตลอดทั้งคืนทำให้ทันทีที่เซียวเยี่ยเอนกายลง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ถาโถมเข้ามา
ห้องข้างๆมีเสียงน้ำไหลซ่าคล้ายกับจิ่วเยว่กำลังอาบน้ำอยู่
เซียวเยี่ยสำรวมจิตนั่งขัดสมาธิบนเตียงก่อนจะเปิดแผงสถานะของตนเองขึ้นมาค่าประสบการณ์จากการร่วมสังหารปูั์ก้ามปีศาจและลูกปูนับร้อยตัวบนดาดเรือเมื่อคืนทำให้ระดับของเซียวเยี่ยพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 4 ระดับ!
และในตอนที่จัดการกับซากศพเซียวเยี่ยยังแอบนำเพลิงประทีปของปูั์ก้ามปีศาจทั้งสองตัวและลูกปูจำนวนมหาศาลมาสังเวยอย่างเงียบเชียบ
จนถึงตอนนี้ในหัวของเซียวเยี่ยยังคงก้องกังวานด้วยเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะ
[สังเวยเพลิงประทีปของปูั์ก้ามปีศาจสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +489!]
ซากปูั์ก้ามปีศาจเ่าั้รวมกันแล้วมอบแต้มแก่นอัคคีให้เซียวเยี่ยเกือบ 500 แต้มช่างเป็ลาภลอยที่ตกลงมาจากฟ้าแท้ๆ!
นอกจากนี้เซียวเยี่ยยังได้รับคุณสมบัติเสริมพร์อย่างหนึ่งของปูั์ก้ามปีศาจมาด้วย...
[ร่ายระบำโกรธา]
[ระดับ: A]
[ผลกระทบ:ก้ามปูที่มีหนามแหลมคมของปูั์ก้ามปีศาจคือหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของพวกมันมันช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงบนพื้นผิวที่ลาดเอียงทุกองศา]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่15%]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: เมื่อยืนหยัดอย่างมั่นคงจะได้รับสถานะคุ้มกันผลจากการบังคับเคลื่อนย้ายตำแหน่งเกือบทั้งหมด]
ท่ามกลางห้องที่เงียบสงัดเซียวเยี่ยลองเปิดใช้งานร่ายระบำโกรธาขึ้นมาทันทีทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลรวมอยู่ที่มือและเท้าทุกก้าวย่างที่เหยียบลงไปประหนึ่งถูกตอกตะปูลงบนพื้นอย่างแ่าและมั่นคง
เซียวเยี่ยลองปีนขึ้นไปบนผนังห้องแล้วะโขึ้นอย่างแรงเขาพบว่าสามารถเดินต่อเนื่องบนผนังที่ตั้งฉากกับพื้นได้หลายก้าว!
อีกทั้งความเร็วในการเคลื่อนที่ยังเพิ่มขึ้นอีก15%
ช่างเป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!
เซียวเยี่ยพลันนึกถึงทักษะเพิ่มความเร็วอีกอย่างของตนนั่นคือ [ก้าวย่างกระแสวารี]ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มเติมในการคุ้มกันทักษะควบคุมส่วนใหญ่เช่นเดียวกัน!
ไม่รู้ว่าหากหลอมรวมสองทักษะนี้เข้าด้วยกันผลลัพธ์จะเป็อย่างไร?
ในคืนหลังจากที่เซียวเยี่ยจุติครั้งที่1สำเร็จ เขาก็ได้พบกับคุณอาฉินและถูกดึงเข้าสู่กงล้อแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ทันที
วิชาผสานคุณสมบัติเสริมพร์ที่ได้เรียนรู้จากจดหมายที่ผู้าุโรุ่นก่อนทิ้งไว้ในพิธีเปลี่ยนอาชีพนั้นเขายังไม่มีโอกาสได้ลองใช้เลยสักครั้ง
ยามนี้เซียวเยี่ยจึงขยับความคิดเพียงนิดข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
[คุณ้าใช้แต้มแก่นอัคคี 100 แต้มเพื่อผสานคุณสมบัติเสริม ก้าวย่างกระแสวารี เข้ากับ ร่ายระบำโกรธา หรือไม่?]