ตอนที่ 7 น้องชายเป็เทพผู้ช่วย (1)
ใช้เวลาไม่นาน ลานบ้านของผู้เฒ่าอันก็เต็มไปด้วยผู้คน ถึงอันหยวนเซิงจะอายุแค่ห้าขวบแต่กลับเฉลียวฉลาด ไม่เพียงแต่เชิญผู้ใหญ่บ้านมา เขายังะโเสียงดังระหว่างทางด้วย ทำให้มีเพื่อนบ้านไม่น้อยที่้าชมเื่สนุกตามมาด้วย
เดิมทีคนในหมู่บ้านก็สนใจอยากรู้เื่ของอันเสี่ยวเย่ว์อยู่แล้ว เพราะการที่เ้าทึ่มป่าเถื่อนจู่ๆ ก็หายดี ทั้งยังรักษาลูกชายของเ้าของที่ดินเกาที่ใกล้ตายให้กลับมาะโโลดเต้นได้แบบนี้ เรียกได้ว่าเป็เื่อัศจรรย์นัก! ดังนั้นจึงพากันมาดูความครึกครื้นที่ยากจะเกิดขึ้นนี้ด้วยเลย
อันเสี่ยวเย่ว์้าผลลัพธ์เช่นนี้ เธอรู้ว่าปู่ที่ขี้ลำเอียงคนนั้นเป็พวกรักษาหน้าตา ถ้าเกิดปิดประตูบ้านจัดการเื่นี้กันเอง เธอจะต้องเสียเปรียบแน่ แต่ถ้าเกิดจัดการต่อหน้าทุกคนทั้งผู้ใหญ่บ้านและคนในหมู่บ้านมากมายเช่นนี้ ผลที่ได้จะต้องยุติธรรมแน่
ตอนนั้นอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้บอกให้อันหยวนเซิงเชิญคนในหมู่บ้านมา แต่ต่อให้เธอใช้หัวแม่เท้าคิดก็ยังคิดได้ว่า การที่อันหยวนเซิงโหวกเหวกโวยวายไปหาผู้ใหญ่บ้านแล้วบอกว่าบ้านผู้เฒ่าอันจะมีคนตาย ย่อมต้องมีคนในหมู่บ้านที่อยากรู้อยากเห็นมาดูเื่สนุกแน่ นี่ไม่ใช่เื่อะไรที่ต้องจงใจทำขึ้นเลย
“พี่หญิงรอง พ่อของพวกเรายังไม่กลับมา” อันหยวนเซิงพูดอย่างเซื่องซึม
“น้องชายคนดี เ้าทำได้ดีมาก มีผู้ใหญ่บ้านที่ยุติธรรมมาจัดการให้ มีคนในหมู่บ้านที่ซื่อตรงเหล่านี้มาเป็พยานให้ วันนี้พวกเราจะต้องไม่ถูกรังแกแน่” อันเสี่ยวเย่ว์ลูบผมทรงอันเดอร์คัตของอันหยวนเซิง เสียงของเธอดังมาก เพราะอยากให้คนอื่นได้ยินด้วย โดยการใส่หมวกสลักคำว่าซื่อตรงและมีความยุติธรรมให้กับคนในหมู่บ้านกับผู้ใหญ่บ้านก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน
อันเสี่ยวเย่ว์เห็นความกังวลในตาน้อยๆ ของน้องชายอย่างอันหยวนเซิง ก็ปลอบเขาไปอีกว่า “วางใจเถอะ! มีพี่หญิงรองอยู่! เ้าต้องเชื่อพี่หญิงรอง! ได้หรือไม่”
“อืม!” อันหยวนเซิงกะพริบตาแล้วพยักหน้าหนักๆ
อันเสี่ยวเย่ว์อยากจะไปทักทายผู้ใหญ่บ้านอย่างเป็ทางการ อย่างไรเขาก็เป็คนที่ถูกพวกเราเชิญมา แต่ตอนนี้เสิ่นซื่อกับหนิวซื่อเข้าไปทักทายผู้ใหญ่บ้านแล้ว แต่ท่านแม่ของเธอหลิ่วซื่อกลับไปขดตัวอยู่ที่มุมกับอันเสี่ยวหลี ดูเหมือนจะไม่กล้าไปข้างหน้า
อันเสี่ยวเย่ว์เองก็โมโหเช่นกัน จึงเข้าไปลากอันเสี่ยวหลีเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน “ผู้ใหญ่บ้าน ในที่สุดท่านก็มา พวกเราพี่น้องที่น่าสงสารนับว่าถูกช่วยแล้ว ท่านคือผู้ช่วยชีวิตของพวกเราเลย! ข้ารู้ว่าท่านเป็คนที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณธรรมสูงส่งในหมู่บ้านเรา และเป็คนที่ยุติธรรมที่สุด พวกเรารอให้ท่านมาจัดการให้!”
อันเสี่ยวเย่ว์พยายามชมผู้ใหญ่บ้านให้มาก ยกย่องเขาให้สูงส่งก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน ไหนจะคนในหมู่บ้านที่ดูอยู่อีกมากมาย! ต่อให้ผู้ใหญ่บ้านอยากจะเข้าข้างก็ทำไม่ได้
“เ้าทึ่มป่า...” คำพูดผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่ปาก จากนั้นก็กระแอมไอออกมาและแก้คำใหม่ “เสี่ยวเย่ว์ น้องชายเ้ามาโหวกเหวกโวยวายที่บ้านข้า บอกว่าบ้านเ้าจะมีคนตาย ขอให้ข้ามาช่วยจัดการให้ ข้าดูแล้วบ้านเ้าก็ไม่มีเื่อะไร”
“ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าท่านไม่มา เกรงว่าคงเกิดเื่แล้ว ตอนนี้เชิญท่านมา ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโศกนาฏกรรม และถ้าหากมีคนตาย ไม่แน่ว่าทางการก็อาจจะมาสอบสวน” อันเสี่ยวเย่ว์พูด จากนั้นก็ถลกแขนเสื้อของพี่หญิงอันเสี่ยวหลีขึ้น “ท่านดูสิ พี่หญิงข้าถูกกล่าวหาและถูกตีอย่างทารุณ นี่ยังแค่ที่แขนเท่านั้น าแบนร่างยังมีอีกนับไม่ถ้วน ถ้าท่านมาช้าอีกสักหน่อย พี่หญิงข้าจะต้องถูกตีจนตายแน่”
“นี่...นี่...” ผู้ใหญ่บ้านเห็นแผลที่แขนของอันเสี่ยวหลีชัดเจน ก็อดถอนหายใจแล้วส่ายศีรษะไม่ได้
ในหมู่บ้าน ถึงแม้การทุบตีและด่าทอเด็กจะไม่ถือเป็เื่ใหญ่ แต่การตีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจนฟกช้ำดำเขียวแบบนี้ ลงมือหนักขนาดนี้ นับว่าเกินเลยไปบ้าง เวลานั้นคนในหมู่บ้านที่พากันมามุงดูเื่สนุกก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ และคำพูดที่ไม่น่าฟังก็คล้ายกับกำลังแทงไปที่กระดูกสันหลังของบ้านผู้เฒ่าอัน
“บ้านผู้เฒ่าอันทำเกินไปแล้วจริงๆ ตีเด็กรุนแรงจนเกือบตายเช่นนี้หรือ”
“ใช่แล้ว! ข้าเองก็ตีลูกข้าเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยตีแรงขนาดนี้เลย! ดูสิ แผลเก่ายังไม่ทันจะหายดี ก็มีแผลใหม่เพิ่มมาอีกแล้ว”
ตอนนี้เอง พวกอันเฉิงเยี่ยกลับมาจากที่ดินและได้ยินคำวิจารณ์เหล่านี้เข้าพอดี สีหน้าของอันเฉิงเยี่ยพลันเขียวขึ้นมาทันที
มีคนตาไวเห็นพวกเขากลับมา ก็รีบเข้าไปตรงหน้าของอันเฉิงเยี่ย “ผู้เฒ่าอัน ทำไมบ้านเ้าถึงได้ทารุณลูกสาวขนาดนี้ ดูนางหนูเสี่ยวหลีบ้านเ้าสิ ถูกกระทำเสียจนเป็ขนาดนี้แล้ว! เื่นี่เ้ารู้หรือไม่”
“ใครเล่าจะไม่รู้ว่าบ้านเฒ่าอันเอาใจแต่หลานสาวคนโตที่หน้าตาสะสวย ทั้งครอบครัวฝากความหวังไว้ว่าจะให้หลานสาวคนโตแต่งงานกับคนมีเงิน และทำให้ทั้งครอบครัวได้สุขสบายตามไปด้วย” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพูดออกมาอย่างอิจฉา ในน้ำเสียงแสดงออกถึงความริษยาในหน้าตาของอันเสี่ยวเฟิ่ง และการแสดงความดูถูกบ้านผู้เฒ่าอัน
อันลี่กุ้ย ลูกคนที่สี่ของบ้านตระกูลอัน พอได้ยินเช่นนี้ก็ไม่พอใจ เขาเป็คนอารมณ์ร้อน จึงตะคอกทันทีว่า “ใครให้พวกเ้ามาพูดจาไร้สาระที่บ้านข้า ถ้ายังจะพูดเหลวไหลอีก ระวังข้าจะดึงลิ้นพวกเ้าออกมา”
คนในหมู่บ้านต่างก็รู้ว่าเ้าสี่เป็พวกไม่มีสมอง ไม่มีใครกล้าไปหาเื่เขา พอเห็นเขาเริ่มะโออกมาก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก จะได้ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่เื่สนุกยังไงก็ต้องดูต่อจึงไม่มีใครออกไปไหน