บทที่ 26 ซุบซิบนินทา
ทันทีที่ลู่ฮ่าวพูดจบ ใบหน้าขาวอวบอ้วนของเจียงหนานก็เปลี่ยนเป็สีเขียวซีดในทันที
อับอายจนอยากตีตัวเองจริง ๆ
อยากตีลู่ฮ่าวคนกวนประสาทคนนี้ด้วย
เจียงหนานหน้าแดงก่ำ อธิบายไม่ปะติดปะต่อกันออกมา “ฉัน... ฉันนอนกรนเพราะฉันอ้วนไปหน่อย ไม่ก็เป็เพราะหมอนบ้านคุณไม่พอดี แต่เื่นี้ฉันปรับได้นะ”
หลังจากที่พูดจบ เธอก้มหน้าลงไม่กล้ามองหน้าเขา รีบสวมรองเท้าผ้า วิ่งออกจากประตูทันที
ลู่ฮ่าวประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าเธอจะเข้าใจศัพท์เฉพาะทางพวกนี้ด้วย
แต่เห็นร่างของหมูน้อยที่วิ่งหนีไปเพราะความเขินอายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
นึกถึงเสียงกรนของเธอเมื่อคืนนี้ ชายหนุ่มก็รู้สึกปวดหัวอีกครั้ง
คู่รักจอมปลอมหรืออะไรกัน ส่งผลกระทบต่อการนอนมากเกินไปแล้ว
เขาต้องโน้มน้าวให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปเท่านั้น
แต่ก่อนอื่น เขาต้องไปคุยกับคุณปู่ให้เข้าใจเสียก่อน
คุณปู่สุขภาพไม่ดี อีกทั้งยังดื้อรั้นมาก เขาไม่กล้าทำให้ชายชราอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ
……
ลู่ฮ่าวเปิดประตูออกไป เห็นร่างของชายชราและหญิงสาวคนหนึ่ง ทั้งสองคนกำลังนั่งฟังวิทยุเกี่ยวกับการบริหารร่างกายอยู่ตรงหน้าสวนผัก
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้าหกเจ็ดแปด สอง สอง สามสี่ ห้าหกเจ็ดแปด...”
“อีกรอบ”
บนใบหน้าของคุณปู่เต็มด้วยรอยยิ้ม เทียบกับก่อนหน้านี้แล้วอารมณ์ของเขาดีขึ้นหลายส่วน
ออกกำลังกายแขนขากับยัยหมูน้อยงั้นหรือ
ดูเหมือนั้แ่เมื่อวาน คุณปู่คงจะไม่ได้สูบบารากู่กระมัง
เขาพยายามเกลี้ยกล่อมหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล แต่พอยัยอ้วนน้อยขู่ก็สำเร็จเสียอย่างนั้น
ลู่ฮ่าวส่ายหัว เดินเข้าไปในห้องโถง
หลังจากเจียงหนานและชายชราฟังเสร็จ เธอก็หาเชือกแล้ววางแผนจะะโเชือก
“คุณปู่ ช่วยหนูนับหน่อย หนูจะะโหนึ่งร้อยครั้ง”
“ได้เลย ปู่นับให้”
รูปร่างของเจียงหนานอ้วนทวบสมบูณ์ก็จริง แต่แท้จริงแล้วกระดูกเปราะบางมาก หลังจากะโไปสิบครั้ง เจียงหนานก็หอบ หายใจแทบไม่ออก ขาทั้งสองข้างหนักเหมือนกระสอบ ะโต่อขึ้นลงไม่ไหว
เธอวางเชือกลง หอบหายใจเป็อย่างแรก “คุณปู่ หนูทำไม่ไหวแล้ว ไปทีละขั้นเถอะ”
“ใช่ ต้องไปทีละขั้นตอน กินคำเดียวไม่อ้วนหรอก”
ผู้เฒ่าลู่มองไปที่ยัยหนูอวบอ้วน ไอเสียงเบาออกมาสองครั้งแล้วกล่าวเสริมว่า “ออกกำลังกายครั้งเดียวจะทำคนเราผอมได้อย่างไร”
หกโมงกว่า ท้องฟ้าแจ่มใส เจียงหนานปาดเหงื่อ พูดกับผู้เฒ่าลู่ว่า “คุณปู่ ตอนนี้หนูต้องกลับไปที่หมู่บ้านจินสุ่ย เข้าเมืองไปเอายาและยาสมุนไพรของอาจารย์ คุณปู่อยู่ที่นี่นะคะ หนูต้องไปแล้ว”
เจียงหนานเพิ่งจะล้างหน้าบ้วนปากเสร็จ พอจะเตรียมจะออกไป ผู้เฒ่าลู่ก็บอกว่าตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่างดี ไม่ปลอดภัย ไม่ยอมให้เธอก้าวเท้าออกจากประตู
ผู้เฒ่าลู่กล่าวว่า “ให้ลู่ฮ่าวไปด้วย”
เจียงหนานส่ายหัว “ไม่ต้องหรอกค่ะ เขาาเ็”
ผู้เฒ่าลู่เสนอต่อ ไม่ละความพยายามแต่อย่างใด “ก็ให้เขาไปเยี่ยมอาจารย์ของเธอด้วยไง”
“คุณปู่ อย่าพูดเื่นี้อีกเลยค่ะ เขาไม่เห็นด้วย หนูไปก่อนนะคะ กลับมาค่อยคุยกัน”
เจียงหนานออกแรงถีบจักรยานของผู้เฒ่าลู่ มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านต้าวาน
จักรยานขับไปอย่างว่องไว มวลอากาศสดชื่น ได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บ ๆ คลอข้างหู ดอกผักกาดขาวเบ่งบานอยู่ตลอดสองข้างทางของถนนลูกรัง เจียงหนานไม่ได้รีบ เธอยังอยากชมทิวทัศน์ความงามของธรรมชาติเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ
เมื่อมาถึงหมู่บ้านต้าวาน เจียงหนานก็เจอชาวบ้านสองสามคน
เธอล็อกจักรยานไว้ที่ประตูบ้านของเนี่ยอวิ๋น
จากนั้นก็รีบไปวิ่งไปตรวจสอบสถานการณ์ที่กระท่อมครอบครัวเจียง
กระท่อมของครอบครัวเจียงตั้งอยู่กลางลานบ้าน สร้างขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพื่อเลี้ยงสุกร กระท่อมผ่านการซ่อมแซมมาเป็อย่างดี ก่อขึ้นด้วยอิฐ หลังจากสุกรคลอดลูก คนในบ้านก็สามารถดูแลเอาใจใส่ได้อย่างเต็มที่
จะว่าไป กระท่อมแห่งนี้ถือได้ว่าเป็โลกแห่งไพ่นกกระจอกของพวกเขาและพวกพ้องเลยก็ว่าได้
……
ตอนนี้เจียงหนานกำลังตรวจสอบสถานการณ์ครอบครัวเจียงอย่างระมัดระวัง เธอเห็นว่ากลุ่มคนที่ล้อมรอบกระท่อมส่งเสียงดังโวยวาย เสียงมารดาของอู๋เอ้อร์จู้นั้นดังชัดเป็พิเศษ
“เมื่อคืนเอ้อร์จู้บอกว่าจะมาเล่นไพ่กับเหล่าเจียง มันก็ต้องอยู่ด้านในสิ ฉันจะเข้าไปะโบอกให้ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว”
“เอ้อร์จู้ บ้านคุณกับบ้านเจียงช่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเหลือเกิน”
เจียงหนานเดินตามหลังชาวบ้านที่กำลังเฝ้าดูความตื่นเต้น เธอฟังการเคลื่อนไหวอย่างประหม่า
ทันใดนั้นก็มีมือมาจับแขนเธอ…
เจียงต้าิยังคงสวมเสื้อสีแดงเหมือนเมื่อวานดั่งเดิมราวกับเพิ่งตื่นนอน หางตาเขาจึงยังไม่ได้เช็ดขี้ตาออก
เขาออกมาจากประตู เห็นแม่ของอู๋เอ้อร์จู้พร้อมกับชาวบ้านหลายคนมุงอยู่หน้ากระท่อม
บนใบหน้าของเขาปรากฏความสงสัยทันที
เขาถามหวังเซิ่งหลัน “เหมยเหม่ยอยู่ที่ไหน”
หวังเซิ่งหลันส่ายหัว “ยังไม่เห็น น่าจะนอนอยู่ในห้องล่ะมั้ง”
เจียงเหมยคงกลับบ้านมานอนแล้ว
หวังเซิ่งหลันคิดในใจ
เจียงต้าิยังรู้สึกไม่วางใจ “ไปเรียกเธอมา”
หวังเซิ่งหลันเห็นชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเข้ามารวมตัวกันเรื่อย ๆ ก็เตือนว่า “เรียกอะไรกัน ชาวบ้านยืนอออยู่กันเต็มหน้าบ้าน จัดการกับพวกชาวบ้านก่อนเถอะ”
เจียงต้าิกับหวังเซิ่งหลันพูดกันเสียงเบา แต่มารดาของอู๋เอ้อร์จู้ทนรอไม่ไหว ผลักประตูกระท่อมเข้ามาเสียก่อน
มารดาอู๋เอ้อร์จู้คิดว่า ในเมื่อตอนนี้ชาวบ้านทุกคนมารวมกันอยู่ที่นี่แล้ว หากไม่รีบให้ชาวบ้านเป็สักขีพยาน อาจจะพลาดโอกาสอันดีที่ลูกสะใภ้ตนเองจะหลุดมือไป
หลังจากมารดาของอู๋เอ้อร์จู้ผลักเข้าไป ไม่รู้ว่าเห็นอะไรถึงรีบปิดประตูแล้วปิดตาด้วยความละอาย เธอะโขึ้นว่า “โอ้ เหลือเชื่อจริง ๆ เ้าตัวเหม็นคนนี้...”
แม้ว่าคำพูดของเธอจะเป็คำตำหนิ แต่ในน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ป้าอู๋ เกิดอะไรขึ้น? เ้ารองสร้างปัญหาอีกแล้วหรือ?” ชาวบ้านในกลุ่มถามขึ้นทันที
มารดาของอู๋เอ้อร์จู้แสร้งทำเป็อธิบายไม่ได้ “โอ๊ย นี่มันน่าอับอายจริงเชียว ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขามีคนรัก แต่ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะก้าวหน้ากันเร็วขนาดนี้”
คนรัก?
อู๋เอ้อร์จู้มีคนรักอย่างนั้นหรือ?
คำพูดกับท่าทางของมารดาของอู๋เอ้อร์จู้ ทำให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมาพูดคุยกันทันที
ผู้คนที่อยู่ตรงประตูกระท่อมครอบครัวเจียงต่างพากับซุบซิบนินทา ในตอนนั้นเอง มารดาของอู๋เอ้อร์จู้ก็ผลักประตูออกไปแล้วมองหาลูกชายทันที
ไม่นานก็เห็นอู๋เออร์จู้กำลังนอนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งบนเตียง ผ้าห่มไม่ได้คลุมเรือนร่างมิดชิด ผู้หญิงคนนั้นนอนตะแคง ผมปกคลุมหน้า ไหล่ขาวผุดผ่องยองใยเผยออกมา ดูแล้วงดงามไม่น้อย
หนึ่งในชาวบ้านร้องอุทานขึ้นว่า “หลับนอน? อู๋เอ้อร์จู้หลับนอนกับลูกสาวของครอบครัวเจียง?”
หลับนอน?
อู๋เอ้อร์จู้หลับนอนกับลูกสาวของครอบครัวเจียง?
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็รีบเข้าไปสอดส่องทันที
ทุกคนรีบรุดไปที่ประตูกระท่อม
เพิ่งจะเช้าก็เกิดเื่ใหญ่เสียแล้ว
ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
ชาวบ้านต่างพากันกล่าวอย่างสนุกสนาน “ที่ได้ยินเป็ข่าวจริงหรือข่าวเท็จเนี่ย?”
คนที่อยู่นอกประตูกระท่อมแสดงความคิดเห็น “เจียงหนานแต่งงานแล้ว ต้องเป็เจียงเหมยสิ”
“เจียงเหมยลูกสาวฉันอยู่ในบ้านต่างหาก”
เจียงต้าิคาดไม่ถึงว่ามารดาอู๋เอ้อรจู้จะทำให้เป็เื่ใหญ่ถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจผิด เขาจึงโต้กลับอย่างโกรธเคือง
เจียงต้าิคิดตามสัญชาตญาณว่าลูกสาวของเขาฉลาดมาก เธอไม่มีทางพลาดทำเื่แบบนี้แน่นอน
ถึงมารดาอู๋เอ้อร์จู้จะมองมาที่เขา เขาก็ไม่ได้กังวลอะไรแม้แต่น้อย
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน หวังเซิ่งหลันก็เข้าไปในบ้านเพื่อเรียกเจียงเหมย ก่อนที่จะตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เจียงต้าิตกตะลึง
เขาอยากจะหยุดสถานการณ์ แต่เขาก็ประเมินความอยากเผือกของชาวบ้านต่ำไป
ผู้คนต่างยืนออกันอยู่หน้าประตูกระท่อม พูดจ้อกันไม่หยุด เขาไม่มีที่จะกล่าวแทรกได้เลย
ในตอนนั้น เจียงหนานก็จับมือเจียงผิงแล้วแทรกเข้าไปกลุ่มชาวบ้าน จากนั้นะโออกมาด้วยความสงสัย “เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย”