บทที่ 7 การบำเพ็ญเพียรปราณแท้สายแรก (รีไรต์)
ดูท่าศิษย์พี่หลัวจะออกไปดื่มสุราข้างนอก
เดิมทีเมิ่งฝานคิดว่าการจัดการในหอคอยกระบี่จะเข้มงวดมาก ราวกับถูกขังเดี่ยวไร้อิสระ
อย่างน้อยที่สุด ในแต่ละวันต้องพำนักอยู่ในหอคอยกระบี่และไม่สามารถออกไปข้างนอกได้
แต่ผลลัพธ์ที่เห็นในตอนนี้กลับไม่ใช่เช่นนั้น
ในเมื่อศิษย์พี่หลัวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสำราญใจเพียงนี้ แสดงว่าการเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่แห่งนี้ก็ไม่ได้ลำบากนัก
ตอนนี้เมิ่งฝานรู้สึกว่าการเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่ ดูเหมือนจะไม่เลวร้ายเท่าไหร่นัก
"ศิษย์พี่หลัว ท่านกลับมาแล้ว" เมิ่งฝานเอ่ยทักทายศิษย์พี่หลัวอย่างสุภาพ
ศิษย์พี่หลัวหัวเราะ "เหะ ๆ " พร้อมกับเรอออกมาจนกลิ่นสุราฟุ้งกระจายไปทั่ว
จากนั้นเขาก็สะบัดมือ โยนน้ำเต้าสุราใบหนึ่งให้เมิ่งฝาน
"อย่าหาว่าศิษย์พี่เห็นแก่กินคนเดียวจนไม่ดูแลเ้า นี่ส่วนของเ้า!" พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าห้องของตนเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน
ต้องยอมรับว่าชีวิตแบบนี้ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก
"จริงด้วย ใกล้ได้เวลาแล้ว ปิดประตูด้วยนะ"
หลังจากกลับเข้าห้องไปแล้ว ศิษย์พี่หลัวยังไม่ลืมที่จะกำชับเมิ่งฝานทิ้งท้าย ก่อนจะปิดประตูห้องลง
เมิ่งฝานมองน้ำเต้าสุราในมือ พลางยิ้มขื่นอย่างจนปัญญา
จากนั้นเขาจึงปิดประตูใหญ่ของหอคอยกระบี่ และกลับเข้าห้องของตนเอง
กระบี่ทั้งยี่สิบเล่มที่เขาต้องเช็ดถูในวันนี้ถูกจัดการจนเสร็จสิ้นแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนเสียที
เมิ่งฝานถือน้ำเต้าสุรากลับเข้าห้อง เปิดจุกออกแล้วดื่มไปหนึ่งอึก
รสชาติไม่เลวเลย!
หลังจากดื่มไปหนึ่งอึก เขาก็ปิดจุกน้ำเต้าแล้ววางไว้บนโต๊ะ
ในชาติก่อนเมิ่งฝานไม่ใช่คนขี้เมา และสุราในโลกปัจจุบันรสชาติย่ำแย่กว่าในโลกมนุษย์มาก เขาจึงยิ่งไม่ชอบดื่มสุรา
"ถึงเวลาบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจังแล้ว!" เมิ่งฝานนั่งขัดสมาธิบนเตียง พึมพำกับตัวเอง
ในตอนนี้ เขาได้เรียนรู้วิชากระบี่ไปแล้วสองแขนง
และด้วยการส่งเสริมจากพร์ระดับสูงสุดอย่าง 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' เขาจึงสามารถบรรลุวิชากระบี่ทั้งสองนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ด้านการต่อสู้จริงก็ไม่ด้อยเลย แม้แต่ผู้ที่โดดเด่นในหมู่ศิษย์สายงานจิปาถะอย่างหยางเฟย เมิ่งฝานก็มีความสามารถที่จะสังหารได้ในพริบตา
แต่ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของเมิ่งฝานก็คือ ระดับการบำเพ็ญเพียร!
ระดับการบำเพ็ญของเขาแทบเป็ศูนย์หรือจะพูดให้ถูกก็คือศูนย์เลยต่างหาก!
ต้องบำเพ็ญจนเกิดปราณแท้สายแรกขึ้นมา จึงจะถือว่ามีระดับการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง
เมิ่งฝานซึ่งเป็พวกท้ายแถวของเหล่าศิษย์สายงานจิปาถะย่อมไม่มีปราณแท้แม้เพียงนิด
เมิ่งฝานที่นั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มบำเพ็ญเคล็ดวิชารวบรวมปราณ
เคล็ดวิชารวบรวมปราณคือวิชาพื้นฐานสำหรับศิษย์ของสำนักกระบี่สู่ซาน
การบำเพ็ญเคล็ดวิชารวบรวมปราณ สามารถสร้างปราณแท้สายแรกขึ้นมาในร่างกายได้
หลังจากมีปราณแท้สายแรกแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนไปบำเพ็ญวิชาเซียนที่แท้จริงได้!
ดังนั้นในขณะนี้ เมิ่งฝานจึงต่ำต้อยถึงขั้นที่ไม่มีแม้แต่วิชาบำเพ็ญเพียรที่ถูกต้องสักวิชาเดียว
และการจะหลุดพ้นจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ คือต้องพยายามใช้เคล็ดวิชารวบรวมปราณสร้างปราณแท้สายแรกขึ้นมาให้ได้!
เคล็ดวิชารวบรวมปราณ!
เมิ่งฝานคุ้นเคยกับมันดี ร่างเดิมได้บำเพ็ญมันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยสร้างปราณแท้ขึ้นมาได้เลย
รากปราณขยะช่างอ่อนแอจนน่าสิ้นหวังยิ่งนัก
ทว่าครั้งนี้ หลังจากเมิ่งฝานลองใช้เคล็ดวิชารวบรวมปราณ กลับเกิดสถานการณ์ที่แตกต่างจากปกติ
เขารู้สึกว่าบริเวณท้องน้อยของตน ดูเหมือนจะมีกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งผุดขึ้นมาลาง ๆ
ทุกครั้งที่ชักกระบี่ออกมาเช็ดถู ดูเหมือนว่ากลิ่นอายพิเศษเ่าั้จะไหลมารวมกันที่ตำแหน่งนี้
ส่วนลึกของท้องน้อย...
เมิ่งฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เขาจะไม่สามารถสำรวจภายในร่างกายได้ แต่เขาก็มีความรู้พื้นฐาน
ตำแหน่งนี้ น่าจะเป็จุดตันเถียนใช่หรือไม่?
แม้เมิ่งฝานจะไม่รู้ว่ากลิ่นอายที่ไหลเข้าสู่ร่างกายทุกครั้งที่ชักกระบี่คืออะไร แต่ในเมื่อตอนนี้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้น มีความเป็ไปได้สูงว่ามันจะเป็ประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเขา
เพราะพร์ของเขาไม่มีทางทำร้ายเขา มีแต่จะช่วยเขาเท่านั้น
เมื่อกระแสความอบอุ่นที่ท้องน้อยปรากฏขึ้น เคล็ดวิชารวบรวมปราณที่เมิ่งฝานบำเพ็ญอยู่ก็พลันโคจรอย่างบ้าคลั่งในทันที
นี่คือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เมิ่งฝานบำเพ็ญเคล็ดวิชารวบรวมปราณ
ความเร็วในการโคจรนั้นเชื่องช้าอย่างยิ่งแต่ยามนี้กลับรวดเร็วปานสายฟ้าแลบในชั่วพริบตา
ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!
"ความเร็วระดับนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว" เมิ่งฝานลืมตาขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขาขมวดคิ้วและจมดิ่งลงในความคิด
คิดไปคิดมาก็ยังไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่ก็ไม่จำเป็ต้องเข้าใจให้ชัดเจนขนาดนั้น ในเมื่อมันเป็เื่ดีก็พอแล้ว!
เมิ่งฝานไม่ลังเลอีกต่อไป และเริ่มโคจรเคล็ดวิชารวบรวมปราณต่อไป
เขาไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่ท้องฟ้าจะสว่าง
เมิ่งฝานลุกขึ้นจากเตียงที่เขานั่งสมาธิขัดสมาธิอยู่
แม้จะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่เขากลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ที่สำคัญที่สุดคือ ในร่างกายของเขามีปราณแท้สายแรกปรากฏขึ้นแล้ว
ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป เขาไม่ใช่ขยะที่ไร้ระดับการบำเพ็ญอีกต่อไป
เมื่อผลักประตูห้องออก เมิ่งฝานก็บิดี้เี
ช่างรู้สึกยอดเยี่ยมจริง ๆ!
วันนี้ถือได้ว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญเซียนอย่างเป็ทางการ
ไม่สิ ดูเหมือนจะยังขาดอีกนิด
เขายังไม่มีวิชาบำเพ็ญเซียน!
หน้าที่ของ 'เคล็ดวิชารวบรวมปราณ' คือการบำเพ็ญเพื่อควบแน่นปราณแท้สายแรกของร่างกายมนุษย์ หลังจากนั้นก็ไม่มีประโยชน์อีก
เมิ่งฝานจำเป็ต้องหาวิชาบำเพ็ญเซียนที่เป็ทางการใหม่
ศิษย์สายงานจิปาถะที่บำเพ็ญจนเกิดปราณแท้สายแรก จะสามารถเลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายนอกและได้รับวิชาบำเพ็ญเซียน
แต่ในตอนนี้เมิ่งฝานเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่ ไม่ใช่ทั้งศิษย์สายงานจิปาถะและไม่ใช่ศิษย์สายนอก
ในเวลานี้ เมิ่งฝานจึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่หลัว
ผ่านไปถึงสามชั่วยาม จนดวงอาทิตย์ขึ้นสูงศิษย์พี่หลัวถึงได้เปิดประตูห้องออกมาด้วยท่าทางงัวเงีย
ในเวลานี้ เมิ่งฝานได้เช็ดถูกระบี่ธรรมดาทั้งยี่สิบเล่มเสร็จสิ้นแล้ว
เนื่องจากจงใจหลีกเลี่ยง 'กระบี่ที่ทรงพลัง' กระบี่ธรรมดายี่สิบเล่มที่เมิ่งฝานเช็ดถูจึงไม่มีจิตอาฆาตกระบี่
"เอ๊ะ นี่เ้าบรรลุขั้นปราณแท้แล้วรึ?"
ทันทีที่ศิษย์พี่หลัวเดินออกจากห้องมาเห็นเมิ่งฝาน เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เมิ่งฝานยิ้มอย่างเขินอายแล้วตอบว่า "เมื่อเข้าสู่หอคอยกระบี่ หากอยากมีชีวิตอยู่ต่อให้นานขึ้นย่อมต้องพยายามบำเพ็ญเพียรให้มากขึ้นเป็เท่าตัวขอรับ"
ศิษย์พี่หลัวพยักหน้า พลางแคะขี้ตาที่หางตา
"เ้ามีความตระหนักรู้ดีมาก ไม่เลวเลย หากอยากมีชีวิตรอดในหอคอยกระบี่ก็ต้องพยายามแข็งแกร่งขึ้น!"
เมิ่งฝานรอศิษย์พี่หลัวมาทั้งเช้า จึงเอ่ยถามโดยตรงว่า "ศิษย์พี่หลัว ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่ หลังจากบำเพ็ญปราณแท้สำเร็จแล้วจะรับวิชาบำเพ็ญเซียนได้อย่างไรขอรับ?"
"ไม่ต้องไปรับ ข้ามีอยู่ที่นี่ รอเดี๋ยว!"
พูดจบ ศิษย์พี่หลัวก็กลับเข้าห้องไป ครู่หนึ่งเขาก็ถือสมุดเล่มเล็กเล่มหนึ่งออกมาแล้วโยนให้เมิ่งฝาน
"ความจริงเ้าไปที่หอคัมภีร์ก็สามารถรับ 'วิชารวบรวมปราณสู่ซาน' ได้เล่มหนึ่ง แต่นั่นเป็วิชาบำเพ็ญพื้นฐานที่สุด สู้ 'วิชาหลิงเฟิงเสวียนกง' เล่มนี้ของข้าไม่ได้"
"รากปราณขยะไม่มีธาตุ ดังนั้นจึงสามารถบำเพ็ญวิชาใดก็ได้"
"แทนที่จะบำเพ็ญวิชาโหล ๆ อย่างวิชารวบรวมปราณสู่ซาน สู้บำเพ็ญเล่มนี้ของข้าดีกว่า!"
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่หลัว ใบหน้าของเมิ่งฝานก็เผยความดีใจออกมา
วิชาหลิงเฟิงเสวียนกง ฟังดูแล้วดูมีระดับกว่าวิชารวบรวมปราณสู่ซานมาก
อย่างไรก็ตาม ในใจเขายังคงมีความกังวล
"คือว่า... ศิษย์พี่หลัว ภายในสำนักกระบี่สู่ซาน ดูเหมือนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดวิชาเป็การส่วนตัวใช่หรือไม่ขอรับ หากสำนักล่วงรู้เข้า อาจจะถูกลงโทษได้" เมิ่งฝานถามอย่างระมัดระวัง
ศิษย์พี่หลัวยกยิ้มที่มุมปากบาง ๆ
"วางใจเถอะ วิชาหลิงเฟิงเสวียนกงนี้ ผู้าุโหลินเป็คนมอบให้ข้าก่อนหน้านี้ ไม่ใช่วิชาที่สืบทอดมาจากสำนัก"