กณิกนันท์ขยับริมฝีปากเล็กน้อย เธอช็อก เพราะเมื่อราว 4 เดือนก่อนเธอไปเที่ยวเกาหลีกับบารมิตา ลูกพี่ลูกน้องสาวที่เพิ่งหย่าขาดกับสามี… นายแพทย์ปริตถกร
ว่าที่สามีของเธอคนนี้แสดงออกก่อนหน้านั้นหลังจากหย่าชัดเจนว่าสนใจในตัวยัยใบตอง เมื่อหญิงสาวหย่าเธอจึงเป็สะพานเชื่อมใจให้ทั้ง 2 คน
พวกเขาบังเอิญไปเจอกันที่เกาหลี เธอยังไม่มีโอกาสเปิดเผยใจว่าหลงรักภัทรกรหลายปี อีกทั้งยังสนับสนุนให้คนที่ตัวเองรักมาก 2 คน เปิดใจลองคบหากัน
เขาใช้เวลา 3 วัน ที่ว่างจากการทำงานไปเที่ยว ไปดื่มกับพวกเธอ่ค่ำ กระทั่งตกดึก โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าหลังจากแยกย้ายกันเขาก็กลับไปกกกอดกับอดีตภรรยาที่เหน็บกันไปเที่ยวด้วยกัน!
แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความผิดหวังหากแต่ต้องหลบซ่อนเอาไว้ แล้วปั้นหน้าราวกับไม่รู้สึกรู้สา แม้แท้จริงข้างในใจปวดแปลบ
เขาหลอกลวงพวกเธอว่าไปติดต่อธุรกิจและเข้าเรียนคอร์สเขียนเกมตามลำพังในทริปต่างประเทศนั้น!
ชายหนุ่มเริ่มไม่สบายใจ เหมือนว่ากณิกนันท์จะเริ่มโกรธเขาเพราะคำพูดของแม่ นางพยายามบิดเบือนทำให้คนที่เขาเอ่ยปากบอกว่าจะแต่งงานด้วยเข้าใจผิด คิดว่าเขากับมุกระรินกลับไปมีความสัมพันธ์กันหลังจากหย่าเพราะยังมีเยื่อใย แต่ความจริงมันตรงกันข้าม มุกบินตามเขาไปถึงเกาหลีก็จริง พยายามใกล้ชิดเพื่อฟื้นความหลังแต่เขาปฏิเสธเธออย่างขึงขังจริงจัง และพยายามคิดหาทางกันเธอให้ออกห่างอยู่นี่ไง เพราะรู้ว่าอดีตภรรยามีแบ็คอัพอย่างดีคือแม่ ดังนั้นเขาจึงต้องหาปราการที่แข็งแกร่งเช่นกันเพื่อกันไม่ให้เธอพยายามเข้ามาเกาะเกี่ยวเขาเพื่อทำตามใจตัวเองอีก
“ว่ายังไง เธอยังอยากจะแต่งงานกับลูกชายของฉันอยู่มั้ย ทั้งที่รู้ว่าเขาโกหก แอบมีความสัมพันธ์กับเมียเก่านับั้แ่ตอนคบหากัน” คุณปริตตรายกแขนขึ้นกอดอกมั่น พลางยิ้มเยาะเต็มที่ไม่เกรงใจสามี กระทั่งยอมหักหน้าลูกเพื่อกีดกันว่าที่สะใภ้ใหม่
“คุณนี่เหลวไหลจริงๆ ทำไมถึงพยายามทำลายชีวิตของลูกนัก!” สามีของหล่อผุดลุกพรวดพราด โกรธจนหน้าแดงจัด
“ฉันพูดเื่จริงนี่คะ ไม่เห็นเหรอว่าตาภรีมเองยังไม่ปฏิเสธเลยสักคำ”
ชายหนุ่มอดทนไม่ไหวอีกต่อไปรีบอธิบายก่อนมารดาจะพูดเื่เท็จจนเข้าใจผิดกันบานปลาย “ผมกับมุกไม่ได้มีอะไรกันแล้วนะครับแม่”
นางปราดตามองลูกชายด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“จะยังไงก็ช่าง ฉันขอพูดตรงนี้เลยนะ ว่าผู้หญิงที่ฉันอยากได้เป็สะใภ้คือหนูมุกคนเดียวเท่านั้น”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เส้นเืตรงขมับโปนขึ้นจากอาการเครียดขึงที่เล่นงานอย่างกะทันหัน
มันยุ่งยากวุ่นวายกว่าที่เขาเคยประเมินไว้ไม่น้อย
“กลับกันไปก่อนเถอะ ค่อยว่าเื่นี้กันทีหลัง” นายภัทรฉัตรรู้ว่าหากต่อความยาวสาวความยืดรังแต่จะสร้างปัญหาให้เรื้อรังใหญ่โตจึงโบกมือไล่ลูกชายกับกณิกนันท์กลับ
ภัทรกรหงายฝ่ามือรอให้เธอจับเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น หากแต่หญิงสาวยังคงมึนงงสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“กลับ” เขาส่งเสียงไม่ดังนัก
“สะสวัสดีค่ะ”
เธอแอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของความเห็นใจจากใบหน้าของคุณภัทรฉัตร
ร่างบางเล็กก้าวฉับๆ ตามชายหนุ่มออกไปกระทั่งถึงรถที่จอดอยู่ตรงลานกว้างขวางหน้าบ้าน
ชายหนุ่มสุดลมหายใจ ซุกมือลงในกระเป๋ากางเกง แล้วหันไปพยักพเยิดชายหนุ่มรับใช้จากประเทศเพื่อนบ้านให้ไปเปิดประตูรั้ว
“ผมขอโทษแทนแม่ด้วยนะ ไม่คิดว่าท่านจะพูดจาล่วงเกินคุณขนาดนี้”
หญิงสาวเหลือบมองเขา กัดกระพุ้งแก้มตัวเองเบาๆ
“เื่นั้นบัวไม่โกรธคุณหรอกค่ะ คุณเตือนแล้วว่าเราต้องรับมือกับอะไรที่บ้านของคุณบ้าง” เธอจะถือว่ามันเป็งาน การทำงานต้องเจอเื่ที่ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก แต่บางครั้งก็จำต้องเจอเื่หนักหนาให้ต้องฝ่าฟันอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เหมือนสถานการณ์ที่เธอกำลังเจอในตอนนี้เป๊ะ
“งั้นแสดงว่าคุณกำลังโกรธผมเื่อื่น” เขาอาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงเอียงใบหน้ามองคนกำลังงอน
คนแสร้งว่าไม่งอนตวัดสายตา
เขายิ้มนิด รู้แล้วว่าจะง้ออย่างไร
“ขอโทษนะตอนเราเจอกันที่เกาหลีผมไม่ได้บอกคุณว่ามุกตามไปด้วย แต่อย่างที่บอกผมกับเธอไม่ได้มีอะไรกันอีกแล้วหลังจากหย่า ส่วนเื่ของเราสัญญานะว่าระหว่างที่เราอยู่ด้วยกันต่อให้เป็การแต่งงานแค่หลอกๆ ผมก็จะไม่หลับนอนกับผู้หญิงคนอื่น”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจอันเหี่ยวฟีบของหญิงสาวกลับพองโตขึ้นเล็กน้อย
“จะไม่นอนกับใครเลย ยกเว้นคุณ”
“คุณภรีมนี่!!” กณิกนันท์เงื้อฝ่ามือหมายจะตีเขา
“อ๊ะๆๆ ถ้าตีทำผมจะลดค่าจ้างคุณนะ”
ชิ! เอาเื่เงินๆ ทองๆ มาเป็ข้ออ้างเชียวนะ ฝากไว้ก่อนเถอะ คราวหน้าแทะโลมเธออีกจะกระหน่ำตีให้หนำใจเลยทีเดียว