บทที่ 12
เตรียมตัวขึ้นสำนัก
ณ สำนักหุบเขากระบี่
“ รายงานท่านผู้าุโตอนนี้มีข่าวว่าลูกศิษย์ของพวกเราโดนสัตว์อสูรเล่นงานอยู่บริเวณตีนเขา พบศพตายไปสี่คนขอรับ ” เสียงรายงานของหนึ่งในลูกศิษย์สำนักหุบเขากระบี่ทำการกล่าวรายงานขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
บริเวณ้าสำนักหุบเขากระบี่ภายในสถานที่แห่งนี้คือเรือนพักของผู้าุโ
ลูกศิษย์ชายของสำนักหุบเขากระบี่ผู้นี้มีวัยสักประมาณยี่สิบสามปีถือว่าเป็บุรุษหนุ่มฉกรรจ์ มันแต่งกายด้วยชุดสิทธิ์ระดับกลางบริเวณด้านหลังสะพายกระบี่เงินเอาไว้หนึ่งเล่ม ในตอนนี้มันคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้า
มันทำการกล่าวรายงานกับผู้าุโที่ยืนอยู่บริเวณเบื้องหน้าของมัน ผู้าุโผู้นี้ยืนหันหลังใช้ดวงตามองตรงไปยังภาพวาดกระบี่เล่มใหญ่ที่ถูกสลักเอาไว้บนผนัง ผู้าุโผู้นี้เป็ผู้าุโของสำนักบุกเข้ากระบี่มันเป็ชายชราร่างกายสูงผอม
ในตอนนี้มันยืนหันหลังให้กับลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าลักษณะของมันเป็ชายชราที่น่าจะมีอายุมากแล้วมีหนวดเคราและก็มีผมสีขาวโพลน
ชายชราผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ “ โดนสัตว์อสูรฆ่าตายที่บริเวณตีนเขาอย่างนั้นรึ? ”
ภายในน้ำเสียงของชายชราผู้นี้บ่งบอกว่ามันรู้สึกสงสัย ภายในสำนักหุบเขากระบี่ภายในสถานที่แห่งนี้ถ้าไม่มีอะไรกระตุ้นแทบจะไม่มีพวกสัตว์อสูรเข้ามาภายในบริเวณนี้เลย
นี่ถือว่าเป็เื่ที่น่าแปลกประหลาดคำรายงานจากศิษย์ผู้นี้ทำให้มันรู้สึกสงสัย การที่มีลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่โดยสัตว์อสูรสังหารตายมันไม่ใช่เื่แปลก สำหรับผู้ฝึกฝนพลังิญญาการพบเจอสัตว์อสูรและโดนสัตว์อสูรสังหารหรือโจมตีเป็เื่ธรรมดา
แน่นอนว่าพวกสัตว์อสูรที่เข้ามาโจมตีมันเองก็มีโอกาสที่จะสังหารพวกผู้ฝึกฝนพลังิญญาเช่นเดียวกัน สำหรับผู้บำเพ็ญผาดผังหรือว่าโดนสัตว์อสูรสังหารจนตายไม่ใช่เป็เื่ที่น่าแปลกประหลาด แต่สิ่งที่น่าแปลกประหลาดก็คือพวกผู้ฝึกฝนพลังิญญาหรือว่าพวกลูกศิษย์ของสำนักพวกเขากระบี่มาตายบริเวณตีนเขา
โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกฝนพลังิญญาจะมีออร่าพลังิญญาที่ปลดปล่อยออกมา พวกสัตว์อสูรจะััได้ถึงผู้ฝึกฝนพลังิญญาพวกนั้น มันสามารถััได้ถึงออร่าพลังิญญา ภายในหุบเขากระบี่มีผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่มากมาย
เพราะแบบนั้นพลังิญญาที่ปลดปล่อยออกมาเป็รัศมีรอบๆทำให้พวกสัตว์อสูรแทบจะไม่กล้าย่างกายเข้ามา
จริงอยู่ว่ามีบางครั้งบางคราวที่สัตว์อสูรอาจจะหลุดเข้ามาบ้าง แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้บ่อยนักในครั้งนี้ตัวของมันรู้สึกสงสัยเหตุใดมันจึงมีลูกศิษย์ของสำนักโดนสังหารตายบริเวณตีนเขา
“ เหตุใดสัตว์อสูรจึงเข้ามาเขตภายในสำนัก คนพวกนั้นส่งออกไปทำภารกิจตอนที่เดินทางกลับมาถ้าไม่าเ็จะโดนสัตว์อสูรเล่นงานจนตายได้อย่างไร ”
ศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ที่คุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้ากล่าวรายงาน “ เื่นี้ตัวของข้าเองก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน ขอรับแต่ว่ามองจากสภาพศพสภาพศพของพวกเขาโดนหมาป่าอสูรกัดกินร่างกาย ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ในตอนนี้จึงได้แต่เก็บศพของพวกเขาเตรียมแจ้งข่าวให้ครอบครัวนั้นล่วงรู้ ”
ผู้าุโที่ยืนหันหลังอยู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหนึ่งครา ก่อนที่มันจะพูดขึ้นมา “ ผู้บำเพ็ญตนพบเจอสัตว์อสูรโดยสังหารตายเป็เื่ธรรมดา เ้าแจ้งข่าวครอบครัวไปเช่นนั้นทุกคนเข้ามาภายในสำนักแห่งนี้ย่อมรู้เื่นี้ดี ”
“ ขอรับ!!! ” ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ผู้นั้นขานรับก่อนที่มันจะถอยร่างกายออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ผู้าุโผู้ที่ยืนอยู่ใช้มือของตนเองยกขึ้นมาลูบเคราที่ยาวถึงบริเวณหน้าอก แน่นอนว่าตัวของมันรู้สึกประหลาดใจ มันสงสัยกับเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แม้จะรู้สึกสงสัยแต่ตัวของมันเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาปล่อยผ่านเื่นี้ไปเพราะรู้ดีว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ในการข้างหน้า
พวกคนพวกนั้นที่เป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ ตัวของมันเป็พวกลูกของขุนนางเพราะแบบนั้นการที่พวกมันโดนสังหารตายถ้ามีเงื่อนงำอันใดสำนักคงจะได้รับผลกระทบ
บริเวณด้านล่างตีนเขา
บริเวณตีนเขาของสำนักหุบเขากระบี่กระท่อมที่ลู่ิอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ร่างกายเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆตอนนี้ตัวของมันสามารถเคลื่อนไหวคุ้นชินกับการพัฒนาของร่างกายได้แล้ว
แม้ว่าระดับกลยุทธ์และก็ระดับพลังิญญาภายในร่างกายจะอยู่ในระดับเท่าเดิมแต่มันเองก็ไม่ได้แย่เสียที
ในขณะที่ไม่สามารถหาพลังหยินเข้ามาทดแทนในตอนนี้ได้ก็จำเป็จะต้องย่ำอยู่กับที่ไปก่อน สิ่งที่ในตอนนี้กำลังมุ่งเน้นอยู่ก็คือการพัฒนากระบวนท่า เมื่อพลังิญญาไม่ก้าวหน้ากระบวนท่าถือว่าเป็สิ่งสำคัญ
ทักษะการต่อสู้ประกอบด้วยหลากหลายปัจจัยโดยหลักๆแล้วจะมีพลังิญญาหนึ่งอย่าง และก็ทักษะการต่อสู้ที่เรียกว่ากระบวนท่าอีกหนึ่งอย่างทั้งสองอย่างเมื่อรวมกันแล้วถือได้ว่าเป็แก่นแท้และเป็รากฐาน
แม้พลังิญญาจะย่ำอยู่กับที่แต่ถ้าทักษะกระบวนท่าก้าวหน้าไปเรื่อยๆมันเองก็ถือว่าเป็การพัฒนา ในยามเช้าของวันยามที่แสงแดดส่องผ่านม่านเมฆลงมาบริเวณด้านล่าง
ในตอนนี้ยังเป็่ยามเดือนหกแต่ว่ามันเข้าไปสู่่เวลาประมาณปลายเดือนพอดี ลู่ิที่กำลังยืนขัดเกลากระบวนท่าอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ใหญ่ ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ในตอนนี้หลังจากออกหมัดใน่ยามเช้ามาแล้วนับพันครั้งร่างกายยืดตรงขึ้นพร้อมกับสูด
ใน่ยามเช้าแบบนี้ได้ฝึกฝนกระบวนท่าร่างกายรู้สึกตอบสนองดีเป็พิเศษ “ ยอดเยี่ยมไปเลยร่างกายเริ่มคุ้นชินมากขึ้นเรื่อยๆ ”
“ ในตอนแรกได้พลังมาพลังที่ได้รับมาอย่างก้าวะโมันเหมือนกับว่าเป็อาชาที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่ตลอดเวลา แต่ในตอนนี้ควบคุมกำลังทั้งหมดได้แล้วอยากจะใช้เท่าไหร่ก็สามารถสั่งการได้”
“ วันนี้จำเป็จะต้องเตรียมตัวฝึกฝนเพียงแค่นี้ก่อนดีกว่า บริเวณท้ายเดือนจำเป็จะต้องขึ้นไปรายงานตัวที่สำนักเพื่อรับเสบียงอาหาร ”
ในวันนี้มีกิจการสำคัญ หลังจากที่ฝึกฝนอยู่บริเวณตีนเขามาสักพักใหญ่ถึงเวลาที่จำเป็จะต้องขึ้นไปบริเวณ้าสำนัก ลู่ิเป็ลูกศิษย์เพียงคนเดียวภายในสำนักที่โดนขับไล่ลงมาบริเวณด้านล่าง
โดยทั่วไปแล้วทุกๆสิ้นเดือนภายในสำนักมันจะมีการให้ลูกศิษย์มากมายไปรายงานตัวและต้อนรับพวกเสบียงอาหารและก็ทรัพยากรในการฝึกฝน ในวันนี้เองก็เป็วันนั้นตัวของลู่ิอาศัยอยู่บริเวณด้านล่างจำเป็จะต้องขึ้นเขาไป้า
ไม่ต้องกล่าวถึงบันไดของสำนักสำนักแห่งนี้เป็สำนักขนาดใหญ่ตัวสำนักหุบเขากระบี่ตั้งอยู่บริเวณ้าูเา มันเองสูงตั้งหน้ารถขึ้นไปจากพื้นดินไม่รู้ตั้งกี่เมตร จึงกล่าวได้ว่าบันไดที่ลากยาวขึ้นไปบริเวณ้ามีความสูงหลายพันคัน
ลู่ิร่างกายอ่อนแอแต่จำเป็จะต้องฝืนทนในการเดินขึ้นไปบริเวณ้า เพราะว่าถ้าไหม้ขึ้นไปบริเวณ้าก็ไม่ได้เสบียงอาหารมากินในแต่ละ
ในตอนนี้ถึงเวลาที่จำเป็จะต้องขึ้นไปบริเวณ้าอีกครั้ง ด้วยร่างกายที่แตกต่างนี้ลู่ิมั่นใจว่าตนเองสามารถขึ้นไปถึงบริเวณ้าได้โดยที่ไม่เหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว
ลู่ิเตรียมตัวั้แ่ใน่ยามเช้าเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่และเตรียมมุ่งตรงขึ้นไปบริเวณ้า ร่างกายถูกเตรียมพร้อมในตอนนี้สวมใส่ชุดสำนักที่เป็เพียงแค่เสื้อผ้าขาดลุ่ย
ลู่ิได้รับชุดของสำนักแต่เป็เพียงแค่ชุดที่ใช้แล้วก็ทิ้งมา ตัวตนของมันภายในสำนักไม่ต้องกล่าวถึงคล้ายคลึงว่าเป็ิญญาล่องลอยพวกมันเห็นลู่ิเป็เพียงแค่เศษขยะเท่านั้นไม่นับว่าเป็คนร่วมสำนักด้วยซ้ำ
ลู่ิขยับเสื้อผ้าของตนเองพร้อมกับแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความเ็า “ ได้เวลากลับขึ้นไป้าแล้ว… ”
ลู่ิแสดงแววตาจริงจังก่อนที่จะเดินออกจากกระท่อมแห่งนี้และมุ่งตรงขึ้นไปบริเวณ้า
จบบท