ตอน แม่ไม่ได้ตั้งใจแต่ลูกตั้งลำ
ความเงียบในห้องครัวทวีความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาของกานต์ยังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มของรินรดา ลมหายใจของเด็กหนุ่มร้อนผ่าวขัดกับบุคลิกนิ่งขรึมยามอยู่ต่อหน้าเพื่อน มือเรียวของคุณแม่ยังสาวที่วางอยู่บนท่อนแขนแกร่งเริ่มลูบไล้แ่เบา ััถึงมัดกล้ามเนื้อวัยหนุ่มที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวเนื้อ กานต์ลอบกลืนน้ำลายขยับตัวเข้าไปใกล้จนหน้าอกกว้างเกือบชิดกับเนินอกอวบอิ่ม
"คุณแม่ครับ... ขนมเสร็จหรือยัง..." เสียงของนนท์ที่ะโไล่หลังมาจากห้องนั่งเล่นทำให้กานต์สะดุ้งสุดตัว รีบถอยฉากออกไปราวก้าวข้ามเส้นต้องห้าม
รินรดายิ้มกริ่มอย่างผู้เหนือกว่า เธอยักย้ายสะโพกหันกลับไปหยิบถาดเครื่องดื่มส่งให้เด็กหนุ่ม "เสร็จแล้วจ้ะกานต์ ยกออกไปให้เพื่อนๆ ทานสิลูก"
กานต์รับถาดไปด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาหลบต่ำไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ อีก เขา รีบเดินออกจากครัวไปทันที รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นพลางสูดหายใจเข้าลึก ความตื่นเต้นที่แฝงความบาปแล่นแปล๊บไปทั่วสรรพางค์กาย มันช่างเป็รสชาติที่หอมหวานและกระตุ้นอารมณ์ที่ตายด้านมานานให้ตื่นตัวได้อย่างเหลือเชื่อ
หลังจากวันนั้น บรรยากาศในบ้านก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ รินรดาเริ่มแต่งตัวด้วยชุดที่เน้นสัดส่วนมากขึ้นยามที่เด็กๆ มาเยือน เดรสคอเว้าลึก เสื้อครอปครึ่งตัว หรือกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาวเนียน เธอรู้ดีว่าสายตาของเด็กหนุ่มทั้งสามคนคอยจับจ้องและสำรวจเรือนร่างของเธออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบาสที่มักหาเื่เดินมาใกล้ๆ และแม็คที่ชอบมองช้อนสายตาขึ้นมาจากด้านล่างเวลานั่งพื้น
โอกาสทองมาถึงในบ่ายวันพฤหัสบดีถัดมา ธนาต้องเดินทางไปเซ็นสัญญากับลูกค้าที่พัทยาและต้องค้างคืน ส่วนนนท์มีเรียนวิชาปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยจนถึง่ค่ำ ทว่ากานต์กลับไม่มีเรียนในบ่ายวันนั้น นนท์จึงฝากกุญแจบ้านไว้กับเพื่อนสนิท โดยบอกให้กานต์เข้ามานั่งอ่านหนังสือรอที่บ้านก่อนได้เลย
รินรดารู้เื่นี้ดีจากตารางงานของทุกคน เธอจงใจไม่ออกไปไหนในบ่ายวันนั้น
เสียงประตูรั้วเปิดออกพร้อมกับร่างโปร่งของกานต์ที่เดินสะพายเป้เข้ามาในบ้าน เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงของรินรดาวางอยู่ และเมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก็พบกับคุณแม่ยังสาวที่กำลังนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนโซฟาผ้ากำมะหยี่สีแดงสด
วันนี้รินรดาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของสามีที่เธอหยิบมาใส่ กระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องและสายเสื้อชั้นในลูกไม้สีดำ กางเกงขาสั้นกุดซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อเชิ้ต ทำให้ดูเหมือนเธอไม่ได้สวมใส่อะไรเลยนอกจากเสื้อตัวบาง
"อ้าว กานต์มาแล้วเหรอลูก นนท์ยังไม่กลับหรอกนะ" รินรดาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ท่วงท่าขยับกายทำให้ชายเสื้อเลิกขึ้นไปจนเห็นต้นขาอ่อนขาวเนียนตึงเปรี๊ยะ
"ครับคุณแม่ นนท์บอกให้ผมเข้ามานั่งรอครับ... ถ้าคุณแม่้าความเป็ส่วนตัว ผมไปนั่งรอที่สวนหน้าบ้านก็ได้ครับ" กานต์เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก สายตาเบนไปมองแจกันดอกไม้แทนที่จะมองคนตรงหน้า แต่ใบหูของเขาแดงซ่านจนปิดไม่มิด
"พูดอะไรอย่างนั้นล่ะจ๊ะ ข้างนอกแดดร้อนจะตาย เข้ามานั่งข้างในเถอะ แอร์เย็นๆ" รินรดาลุกขึ้นยืนก้าวเดินตรงเข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าแ่เบาบนพรมหนานุ่มเหมือนเสียงหัวใจของกานต์ที่เต้นรัว
เธอดึงเป้สะพายออกจากไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมรสสปอร์ตของเด็กหนุ่มผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ โชยเข้าจมูก กระตุ้นความกระสันในส่วนลึกของเธอให้พุ่งสูงขึ้น รินรดาแกล้งเอื้อมมือขึ้นไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากของกานต์เบาๆ
"กานต์ดูเหนื่อยๆ นะลูก ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาบนห้องนนท์ก่อนไหม หรือจะให้แม่ช่วยทำอะไรเย็นๆ ให้ดื่มก่อนดี"
"ไม่... ไม่เป็ไรครับคุณแม่" กานต์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าโชคร้าย ขาของเขาไปสะดุดเข้ากับขอบพรมหนา ร่างสูงโปร่งเสียหลักหงายหลังลงไป รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แกล้งอุทานด้วยความใและคว้าเสื้อของเขาไว้ แต่แรงดึงกลับทำให้เธอล้มคว่ำตามลงไปด้วย
พรูด!
ทั้งสองร่างทรุดลงไปนอนกองอยู่บนพรมหนานุ่ม รินรดาล้มลงไปทับอยู่บนตัวของกานต์อย่างพอเหมาะพอเจาะ หน้าอกอวบอิ่มเบียดอัดเข้ากับแผงอกกว้างของเด็กหนุ่มจนบดบี้ ชายเสื้อเชิ้ตเลิกขยับขึ้นไปจนถึงหน้าท้อง ท่อนขาเรียวแทรกอยู่ระหว่างขาแกร่งของเขา
จังหวะนั้นเอง รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้กางเกงกางเกงยีนส์ของเด็กหนุ่ม มันดุนดันอยู่ตรง่สะโพกของเธออย่างชัดเจน
กานต์ตาโตด้วยความช็อก มือทั้งสองข้างที่กางออกตั้งใจจะยันพื้นกลับคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของรินรดาโดยสัญชาตญาณ ผิวเนื้ออุ่นนุ่มใต้เสื้อเชิ้ตบางเบาทำให้ฝ่ามือของเขาขยับบีบเฟ้นเบาๆ อย่างลืมตัว
"คุณแม่... เจ็บตรงไหนไหมครับ" เสียงของเขาแหบพร่า สายตาจ้องมองลึกลงไปในั์ตาหวานฉ่ำที่ไม่มีแววตระหนกใเลยแม้แต่น้อย
"แม่ไม่เจ็บจ้ะ... แต่กานต์ล่ะ เจ็บไหม" รินรดากระซิบ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกรั้นเฉียดผิวแก้มของเด็กหนุ่ม เธอขยับสะโพกจงใจบดเบียดลงบนส่วนแข็งขืนของเขาเบาๆ
เสียงครางเครือในลำคอของกานต์เล็ดลอดออกมา เด็กหนุ่มสะท้านไปทั้งร่าง ความผิดชอบชั่วดีที่เคยมีถูกความเสียวซ่านและกลิ่นสาบสาวอันยั่วยวนหลอมละลายจนหมดสิ้น ฝ่ามือหนาที่เกาะกุมอยู่ที่เอวเริ่มขยับเลื่อนขึ้นมาลูบไล้แผ่นหลังเนียน ััถึงความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดอยู่บนอกจนอารมณ์ใคร่พลุ่งพล่านถึงขีดสุด
"คุณแม่ครับ... ผม..." กานต์พึมพำชิดริมฝีปากของเธอ สายตาเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป
"ชู่... ไม่ต้องพูดอะไรหรอกจ้ะเด็กดี" รินรดายิ้มเย้ายวน มือเรียวเชิดคางของหนุ่มรุ่นลูกขึ้น ก่อนจะก้มลงปิดปากเขาด้วยริมฝีปากอิ่มของเธอทันที
จุ๊บ! ๆ ๆ รสจูบแรกเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นท้าทาย กานต์ตัวแข็งทื่อเพราะไม่เคยจูบสาวใดมาก่อนในชีวิต หมับ! รินรดาดึงมือลูกเพื่อนมาจับเต้าซ้ายของตัวเอง แถมยังออกแรงบีบมือใหญ่ๆของเขาให้ฟัดเต้านมของเธอแรงจนเสื้อยับ