
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
เสียงนั้นทรงอำนาจมากจนถึงขั้นทำให้ฝูงชนสงบในพริบตา ทุกคนเลยหันไปมอง ทำให้พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง
หนุ่มผู้นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีทองแดง หน้าเหลี่ยม จมูกแบน ดวงตาพองโต ผมสั้นเกรียนติดหนังหัว ร่างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามถูกซ่อนอยู่ในเอี๊ยมหมีสีน้ำเงิน ด้านหลังปรากฏกายของหนุ่มแห้งที่เพิ่งแพ้มาวินในเกมดวลปืน
“ เอาเลยพี่ใหญ่! อย่าให้มันหยามสามเทพเมืองสุพรรณ ” หนุ่มร่างผอมเริ่มปั่นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่ชวนหาเื่
“ ปล่อยน้องชั้นเดี๋ยวนี้ ” ชายร่างใหญ่ผู้มีผิวดำปานหมึกะโดัง เสียงนั้นทั้งกังวานและดุดัน
“เอ่อ น้องของนายก็คือ…..เด็กคนนี้เหรอ ” มาวินทำหน้างงๆ พร้อมชี้ไปยังเด็กสาว ซึ่งกำลังเกาะแขนของเขาอยู่
“เออ นั่นแหละ แกรีบปล่อยน้องชั้นได้แล้ว”ชายร่างใหญ่ขู่คำราม
มาวินสตั้นไปหลายอึดใจ เขาแอบคิดว่านี่น่าจะเป็สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลกเพราะไม่ว่ามองมุมใด ก็ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองจะเป็พี่น้องกัน มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน
เหมือนเด็กสาวจะอ่านใจของมาวินออก จึงแนะนำพี่ชายแท้ๆให้รู้จัก เพื่อคลายความสับสนที่บังเกิด
“ ขอแนะนำให้รู้จัก คนตัวใหญ่นั่นพี่ชายหนูเอง ชื่อพี่ขนุน ” คำตอบนั้น ทำให้มาวินตื่นจากภวังค์ และหันไปส่งยิ้มแหยๆให้สาวน้อย
“เหอ เหอ เหอ ไม่เหมือนกันเลยเนอะ”
ั์ใหญ่นึกรำคาญหรืออย่างไร ไม่ทราบได้ เขาจึงตัดบทด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้ง
“มัวแต่พูดกันอยู่นั่นแหละ จะปล่อยน้องชั้นได้รึยัง”
“ เฮ้อ ว่าตามจริงแล้ว ชั้นเองก็อยากปล่อยน้องนายนะ แต่ดูนี่สิ ” มาวินพูดจบ ก็ยื่นแขนข้างที่โดนเกาะไปข้างหน้า ทำให้เด็กสาวร่างเล็กถลาไปตามแรงเหวี่ยง กระนั้นเธอก็ยังยึดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ชนิดที่ตุ๊กแกยังต้องอาย
“ ฮึ่ม ปล่อยแขนเดี๋ยวนี้นะ ยัยแตงไทย ” ั์ใหญ่กัดฟันกร็อดๆ ปากร้องสั่งน้องสาว
“ ไม่ปล่อย ” เด็กสาวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
“ จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ” ชายร่างั์เริ่มหน้าแดง อารมณ์โกรธพุ่งทะยาน
“ ไม่มีทาง ” เด็กสาวปฏิเสธเสียงแข็ง
“ยอมไม่ได้นะ พี่ขนุน แบบนี้มันต้องนองเื” หนุ่มแห้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มก่อหวอด
“ ถามเป็ครั้งสุดท้าย จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ” ชายร่างั์ถลกแขนเสื้อขึ้น เพื่อเตรียมประจัญบาน
“ ไม่ ” เด็กสาวตอบกลับเสียงแหลม เธอเกาะแขนของมาวินแน่นกว่าเดิมอีกเท่าตัว
“ ลุยเลย เพ่ ” หนุ่มแห้งยุอีกคำ หวังให้เกิดวิวาท
“ ชั้นปล่อยแล้วนะ นายไม่เห็นรึไง ” คราวนี้เป็ฝ่ายเด็กหนุ่มพูดบ้าง ดวงตาหยีลงเล็กน้อย เพราะกลัวจะถูกกำปั้นของหนุ่มร่างั์
“ ดี งั้นเจอนี่ ” หนุ่มร่างั์ย่างสามขุมเข้าหา
“ เหวอ ” มาวินเอามือข้างที่ว่างปิดป้องใบหน้า พร้อมหลับตา เพราะคิดว่ายังไง เขาก็โดนกำปั้นของคู่กรณีแน่ๆ เสียงฝูงชนก็เริ่มดังขึ้น ทุกคนคาดว่างานนี้ต้องจบไม่สวย
เวลาผ่านไปหลายวินาที เสียงฮือฮาเริ่มหายไป นั่นทำให้เขานึกสงสัยจนต้องลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือ…..ใบหน้าเหี้ยมๆของหนุ่มร่างั์ ซึ่งถูกยื่นเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด
“ เหวอ ”
เด็กหนุ่มใสุดขีดจนล้มลงไปนั่ง โดยมีเด็กสาวร่างเล็กร่วงหล่นลงไปก้นจ่ำเบ้าอีกคน มันเป็อะไรที่ชวนหลอนสุดๆ เพราะหน้าตาของหนุ่มร่างั์เข้าขั้นน่ากลัวเลยทีเดียว
หนุ่มร่างั์ไม่แยแส ก่อนจะเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ ก็มาตัดสินด้วยเกม ”
“ฮะๆ ถ้าเล่นเกมแล้วจบเื่ ก็เอาสิ ” มาวินหัวเราะแฮะๆ เขาฝืนรับคำ เพราะคงไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีกว่านี้
………………………
คนกว่าครึ่งร้อยยืนมุงหน้าคอกเกมขนาดใหญ่ ซึ่งกินพื้นที่ประมาณ 8 ×8 เมตร ด้านล่างถูกบุด้วยเบาะพลาสติกนิ่มๆ สำหรับเซฟผู้เล่นในยามที่ล้ม ส่วนคอกกั้นทั้งสี่ด้านทำด้วยยาง ตรงกึ่งกลางปรากฏกระทิงไม้ตัวหนึ่ง หน้าตาของมันดูดุดันไม่แพ้ตัวจริง
“ ตกลงเราจะแข่งไอ้นี่จริงๆหรือ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวทำหน้าเหลอหลา
“ ใช่ นายเป็เซียนไม่ใช่เหรอ น่าจะเล่นเก่งทุกเกมสิ ” ชายร่างั์ตะคอกใส่ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูกดดันมิใช่น้อย
“ ก็จริง แต่เกมที่ชั้นเล่น มันไม่ใช่แนวนี้นี่หว่า ” มาวินตอบแบบกล้าๆกลัวๆ เพราะหวั่นเกรงขนาดตัวของคู่สนทนา
“ แต่มันก็คือเกม นายเป็ถึงเกมเมอร์อันดับหนึ่งไม่ใช่เหรอ งั้นก็โชว์ให้ดูสิว่าแน่แค่ไหน ” ชายร่างั์ตวาด พร้อมเบ่งกล้ามใส่
“ ครับๆ เล่นก็เล่น ” เด็กหนุ่มรับคำแบบไม่เต็มใจ
“ ดีมาก งั้นเรามาทำข้อตกลงกัน ถ้าชั้นชนะ เลิกยุ่งกับน้องสาวชั้น เข้าใจมั้ย ” ั์ใหญ่ยื่นข้อเสนอ ท่าทางเหมือนจะบอกว่าถ้าไม่อยากตาย ก็รับเงื่อนไขนี้ซะ
“ ได้เลย แต่ถ้าพี่มาวินชนะ พี่ต้องเลิกยุ่งเื่ของเรา ตกลงมั้ย ” เด็กสาวหน้าใสที่ยังคล้องแขนของมาวินอยู่ ทำข้อตกลงเสร็จสรรพ โดยไม่ได้ถามความยินยอมจากเ้าตัวที่กำลังยืนมึน
“ ตกลงตามนั้น งั้นชั้นขอเป็ฝ่ายเริ่มก่อน ” ชายร่างั์พูดจบ ก็ก้าวเข้าสู่สังเวียน แต่ก่อนที่เกมจะเริ่ม ตุ้ยนุ้ยก็โผล่ออกมาอย่างฉับพลัน เพื่ออธิบายกติกา
“ เกมนี้มีชื่อว่า “ผมคือโคบาล” เหล่าเกมเมอร์ตัวจริงไม่นิยม เพราะมันเป็เกมที่ต้องใช้พลังกาย วิธีเล่นก็คือผู้เล่นต้องขึ้นไปนั่งคร่อมกระทิงไม้ที่อยู่กลางคอก จากนั้นมันจะกระดกขึ้นลงและหมุนไปมา เพื่อสะบัดผู้เล่นให้ตก ความเร็วและความแรงจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องทำยังไงก็ได้ ให้เกาะบนหลังได้นานที่สุด ”
เด็กหนุ่มหัวเขียวหันมามองประธานสมาคม ดวงตาฉายแววดูแคลน ปากก็เอ่ยถามคาดคั้น
“ เมื่อกี้นายไปไหนมา ”
“ อะ เอ่อ ผมปะ ไปเข้าห้องน้ำมา ฮะๆ ” ประธานสมาคมตอบตะกุกตะกัก พลางหัวเราะแก้เขิน
“ ตลอดเลย มีเื่ทีไร แกหนีทุกที ” มาวินส่ายหน้าไปมา ในใจนึกระอาเป็อย่างยิ่ง
“ ฮะๆ ตุ้ยนุ้ยไม่สู้คน ” ประธานสมาคมหัวเราะแห้งๆ จากนั้นก็ก้มหัวให้ เป็เชิงขอโทษ ทำเอามาวินอ่อนอกอ่อนใจจนด่าไม่ลง
ขนุนขึ้นคร่อมกระทิงไม้ ท่วงท่าดูทะมัดทะแมงอย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่าเขาคือยอดโคบาลผู้ยิ่งใหญ่ และทันทีที่ประจำตำแหน่ง ตุ้ยนุ้ยก็ให้สัญญาณ
“ เริ่มได้ ”
กระทิงไม้เริ่มเคลื่อนที่ช้าๆ ไม่ว่าใครก็สามารถเกาะหลังได้อย่างสบาย เวลาผ่านไปหนึ่งนาที มันก็กระดกขึ้นลงด้วยจังหวะที่แรงขึ้น คล้ายกระทิงเปลี่ยว กระนั้นข้อมือแกร่งของหนุ่มร่างั์ก็ยังเกี่ยวรอบคอเอาไว้แน่น ใบหน้ายิ้มละไม ราวกับกำลังเดินชมอุทยานที่แสนสวยงาม
เวลาผ่านไปสองนาที กระทิงไม้เ้าปัญหาเริ่มกระดกเร็วและแรงขึ้น แต่ชายร่างั์ก็ยังเอาอยู่ ทว่าสีหน้ากลับเบ้เล็กน้อย
พอย่างสู่นาทีที่สาม กระทิงไม้เริ่มหมุนไปมาสลับกระดกขึ้นลงอย่างดุดัน อันชวนให้ผู้เล่นเวียนหัวเป็ที่สุด เพราะนอกจากจะวนเป็วงกลม ยังสลับซ้ายทีขวาทีอย่างตั้งใจ เมื่อแตะนาทีที่สี่ การโลดโผนของเครื่องจักรก็รุนแรงและคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น
ใบหน้าของชายร่างั์บิดเบี้ยว ่แขนล่ำสันเริ่มมีเส้นเืปูดโปน เพราะออกแรงมากเกินไป
กำลังของขนุนถดถอยลงเรื่อยๆ แต่กระทิงไม้ก็ยังไม่คลายความบ้าคลั่ง ตรงกันข้าม กลับทวีความรุนแรงอีกเท่าตัว ในที่สุด……
“ โครม ”
เสียงของหนักกระแทกพื้นดังสนั่น เหตุเพราะหนุ่มร่างใหญ่ร่วงหล่นลงบนเบาะนุ่ม
“ โห ทำเวลาได้ตั้ง 5.10 นาที กำลังมหาศาลจริงๆ ” เสียงฮือฮาจากผู้คนดังต่อเนื่อง เพราะขนาดนักรักบี้มาลองเล่น ยังทำเวลาได้แค่ 4 นาที นับเป็ความแข็งแรงที่เกินมนุษย์
“ ว่าไง ถึงตานายแล้ว ” ชายร่างใหญ่ยิ้มฟันขาวให้มาวิน
“ เฮือก ” มาวินกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ เด็กหนุ่มเคยเล่นเกมนี้มาครั้งนึง แต่ทำเวลาได้แค่สองนาทีเศษ และเขาไม่ชอบเลย เพราะมันเป็เกมที่ต้องใช้กำลังกายอย่างมากมาย
“ แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้ ก็ไอ้หมอนั่นแรงควายซะขนาดนั้น ” เด็กหนุ่มหัวเขียวนิ่งคิด ในใจแอบกังวล
“ มาวิน มาวิน มาวิน……..” เสียงเชียร์จากฝูงชนดังลั่นไปทั่วโซน ทุกคนอยากเห็นความมหัศจรรย์ของเกมเมอร์มือหนึ่งอีกครั้ง
เด็กหนุ่มหัวเขียวยิ้มแหยๆ พลางหันไปมองประธานสมาคมร่างอ้วนเตี้ย พอสบตากันทั้งสองก็รู้ความนัย
“ เกมนี้เตรียมหน้าแหก ”
“ หมดมุกแล้วว่ะ ตุ้ยนุ้ย ขอโทษพี่น้องทั้งหลายที่ต้องเสียแรงเชียร์ ไปแพ้ให้มันทุเรศน้อยที่สุดดีกว่า เฮ้อ ” เด็กหนุ่มทอดถอนใจ พลางเดินไปประจำตำแหน่ง
มาวินขึ้นไปนั่งบนหลังกระทิงไม้แบบกล้าๆกลัวๆ ท่าทางดูเก้ๆกังๆ ถึงกระนั้น สายตาทุกคู่ก็ยังจับจ้องอย่างมีความหวัง คนเ่าั้ล้วนอยากเห็นปาฏิหาริย์
ชายร่างั์ยืนกอดอกมองคู่ต่อสู้ เขามั่นใจว่าชนะในเกมนี้แน่ เพราะเท่าที่สังเกตหน่วยก้านของมาวิน ก็รู้ทันทีว่านี่เป็เพียง“โคบาลมือใหม่”
“ ฟื้ด ” เสียงเครื่องจักรดังยาว ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวใจนเกือบหล่น โชคดีที่มือซ้ายยังคว้าคอกระทิงไว้ได้ทัน
“ฟู่ เกือบไป แค่เริ่มก็จะร่วงซะแล้ว พี่มาวินจะไหวมั้ยนา… ” ตุ้ยนุ้ยยกมือขึ้นกุมขมับ ในใจกลัดกลุ้มถึงขีดสุด
กระทิงไม้อุ่นเครื่องด้วยการขยับช้าๆ ทว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวยังทนได้ แต่สีหน้ากลับไม่ค่อยสู้ดีนัก
ต่อมากระทิงไม้เริ่มกระดกขึ้นลง เด็กหนุ่มโอบรอบคอเอาไว้แน่น เวลาผ่านไปเกือบสองนาที ความแรงในการเคลื่อนที่มีมากขึ้น กายบางสั่นไหวไปมาตามแรงสะบัด แต่เขายังฝืนทนสุดกำลัง เพื่ออยู่บนหลังมันให้นานที่สุด ทว่าด้วยพลังอันน้อยนิด จึงทำให้สองแขนที่คล้องรอบคอเริ่มิ่เหม่ต่อการหลุด
“ เก่งมาก ทนไว้ สู้เขา ” แตงไทยและตุ้ยนุ้ยส่งเสียงเชียร์พร้อมกัน
เมื่อล่วงเข้าสู่นาทีที่สาม ก็ได้เวลาของการสะบัดซ้ายขวา แขนเล็กๆที่เหมือนตะเกียบเริ่มอ่อนล้า ทำให้ไม่อาจต้านทานแรงเหวี่ยงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้….
“ ตุ้บ ”
เสียงกระแทกดังดุจเดียวกับชายร่างั์ เพียงแต่เบากว่า เพราะรูปร่างของทั้งสองนั้นแตกต่างกัน พอทุกสิ่งสงบลง เด็กหนุ่มก็นอนกองบนเบาะนุ่มภายในคอก
“ เวลาที่ออกมาคือ 3.21 นาที คุณขนุนเป็ฝ่ายชนะ ” ประธานสมาคมทำหน้าที่ประกาศชัยแต่เสียงที่เปล่งออกมาค่อนข้างแ่เบา เนื่องจากผู้ชนะไม่ใช่คนของฝ่ายตน
“ ฮ่าๆ ” หนุ่มร่างั์หัวเราะลั่น น้ำเสียงสะใจสุดเหวี่ยง
“ เฮ้อ ” ประธานสมาคมถอนหายใจ เขาคาดไว้แล้วว่าผลลัพธ์ต้องเป็แบบนี้
ชายร่างั์หันมาทางน้องสาวร่างเล็ก พร้อมทวงสัญญา
“ ไง แตงไทย มานี่เลย ”
“ พี่อ่ะ ขี้โกง ” เด็กสาวสะบัดสะบิ้ง แต่สุดท้ายก็เดินไปหาพี่ชาย จากนั้นก็ส่งสายตาละห้อยให้มาวิน ที่ตอนนี้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเบาะกันกระแทก
“ แฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวส่งยิ้มแหยๆ
ขนุนยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ก้าวเข้าหา ทำให้เด็กหนุ่มเกิดอาการปอดลอย ภายในใจแอบระแวง
“คราวนี้มันจะมาไม้ไหนอีก ”
เมื่อชายร่างั์หยุดยืนเบื้องหน้า เขาก็แสดงสปิริตด้วยการยื่นมือให้มาวินจับ ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับอึ้ง
“ โห ช่างมีน้ำใจนักกีฬา ” ฝูงชนพากันสรรเสริญ พร้อมตบมือเกรียวกราว แสดงความชื่นชม
“ ฮะๆ ขอบใจมากนะ นายตัวใหญ่ ” มาวินยิ้มเล็กน้อย พลางยื่นมือไปจับ ทันใดนั้นเอง ขนุนก็ดึงตัวเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบเบาๆให้ได้ยินแค่สองคน
“ เฮ้ย ไอ้กร๊วก เกมเมอร์เมืองกรุงมันก็แค่นี้เอง ต่อไป อย่ามาเสนอหน้าให้พวกข้าเห็นอีก เข้าใจมั้ย ”
ใบหน้าของมาวินกระตุกแรง ทว่าั์ใหญ่กลับยิ้มร่า ราวกับนางงาม สองมือโบกไปมา เพื่อรับเสียงโห่ร้องยินดี ไม่นาน เขาก็เดินจากไป แต่ยังไม่วายหันมายิ้มเย้ยหยันใส่เด็กหนุ่ม
คิ้วเรียวของมาวินเริ่มขมวดเข้าหากัน อันเป็การบอกถึงอารมณ์ที่ใกล้ะเิ และก่อนที่สามเทพเมืองสุพรรณจะจากไป เด็กหนุ่มก็ร้องท้าเสียงดัง
“ อย่าเพิ่งหนี นายไม่คิดจะให้ชั้นแก้มือบ้างเหรอ ไอ้คุณพี่ขนุน ”
สิ้นเสียงร้องท้า ชายร่างั์ก็หยุดชะงัก พร้อมหันกลับมา ใบหน้าบูดบึ้งด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ปากก็เอ่ยถามเสียงเข้ม
“ เมื่อกี้แกว่าไงนะ ”
“ ก็ว่าตามที่แกได้ยินนั่นแหละ เก่งจริง ให้ชั้นแก้มืออีกหนสิ ” เด็กหนุ่มตอบหนักแน่น ดวงตาประสานกับชายร่างั์อย่างไร้อาการเกรงกลัว
“ ว้าว พี่มาวินเท่ที่สุดเลย! ” แตงไทยร้องลั่น น้ำเสียงปลาบปลื้ม
“ เงียบเลย นังเด็กคนนี้ ” พี่ชายร่างั์ตวาดน้องสาว จากนั้นก็หันกลับมาทางเกมเมอร์หนุ่ม
ขนุนเดินไปหามาวิน ท่าทางเอาเื่ แต่คราวนี้ เด็กหนุ่มหัวเขียวไม่หลบ เขายืนจังก้าท้าทายสายตาอย่างไม่ลดละ ในที่สุด ทั้งสองก็ประจันหน้ากันในระยะประชิด
แม้ร่างของมาวินจะเล็กกว่าอีกฝ่ายจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง กระนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ยอมถอย ทำให้ชายร่างั์ตกตะลึง เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกล้าต่อกรกับเขาแบบนี้
“ ถ้าแกแพ้คราวนี้ จะว่ายังไง ” หนุ่มร่างั์ถามเสียงดังด้วยอาการคุกคาม
“ แล้วแกจะเอาอะไร ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบทันควัน
ชายร่างั์เกิดอาการอึ้งอย่างฉับพลัน เนื่องจากสมองของเขาทำงานช้า
“ เอางี้ ถ้าใครแพ้ ต้องก้มลงกราบผู้ชนะงามๆหนึ่งที และเรียกว่าพ่อ โอเคมั้ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเห็นว่าคู่กรณีชักช้า เลยกำหนดเงื่อนไขตามสไตค์ของตัวเอง
“ โอเค ตกลงตามนี้ ” ั์ใหญ่ตอบแบบไม่คิด เพราะเขามั่นใจว่าจะชนะอย่างแน่นอน
“ ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำ ” มาวินร้องดัง พลางยื่นมือออกมาให้ขนุนจับ เพื่อทำสัญญาลูกผู้ชาย แต่พอหนุ่มร่างั์หลงกล เขาก็แอบบีบมือสุดแรง จากนั้นก็รีบชักกลับ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสโต้ตอบ
“ อู้ย แล้วใครจะเล่นก่อน ” ชายร่างั์ถามไถ่ พร้อมกุมมือข้างที่ถูกบีบ เขารู้สึกเจ็บใจที่เสียรู้เ้าตัวแสบ
“ คราวนี้ ชั้นจะเล่นก่อนบ้าง ” มาวินตอบ
“ ได้เลย ไอ้กร๊วก ” ชายร่างั์ตอบแค้นๆ เนื่องจากยังเคืองที่ถูกมาวินลอบบีบมือ
“ ได้เลย ไอ้กร๊วก ” มาวินตอกกลับแบบไร้ความเกรงกลัว จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปคร่อมกระทิงไม้อย่างรวดเร็ว
ทันทีที่มาวินประจำตำแหน่ง เขานิ่งคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิด สติสัมปชัญญะ พลังใจและสมาธิพุ่งทะยานถึงขีดสุด
“ กระทิงไม้ตัวนี้เป็เครื่องเล่นที่เปลืองแรง ต้องใช้พลังในการยึดจับสูง ถ้าเราพึ่งพาแค่กำลังกายของตัวเอง ยังไงก็ไม่ชนะ มีวิธีไหนอีกนา…… ”
“ พี่มาวินจะชนะมั้ยอ่ะ ” แตงไทยเตร่มาถามตุ้ยนุ้ย แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหนุ่มรุ่นพี่ เธอก็ใ เพราะมันดูเกร็งๆยังไงชอบกล
“ พี่ตุ้ยนุ้ยเป็อะไรไปคะ ” เด็กสาวถามเสียงสั่นด้วยความเป็ห่วง
“ มะ ไม่เป็ไรหรอก แค่วันนี้พี่รู้สึกว่ากำลังจะได้เห็นอะไรเจ๋งๆ ” ตุ้ยนุ้ยแจงเสียงแ่ และแสยะยิ้มมุมปาก คล้ายคนที่คุมสติไม่อยู่
“ ทำไมล่ะคะ ” เด็กสาวสงสัย
“ เพราะทุกครั้งที่พี่มาวินทำหน้าแบบนี้ทีไร ปาฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้นทุกที ” ตุ้ยนุ้ยตอบรัวเร็ว เขารู้เื่นี้ดีที่สุดเพราะเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง
“ เฮือก ” แตงไทยมองไปที่เด็กหนุ่มหัวเขียว พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในใจตื่นเต้นเป็ที่สุด
“ เริ่มได้ ” มาวินะโสั่งคนคุมเครื่อง ท่าทางเอาจริงและแน่วแน่ ผิดกับบุคลิกกวนๆในยามปกติ
“ ฟื้ด ” เสียงเครื่องจักรดังขึ้น กระทิงไม้เริ่มขยับ ฝูงชนออกอาการเกร็งกันทุกคน
แรกเริ่มกระทิงไม้เคลื่อนไหวช้าๆ แต่ที่น่าแปลกคือเด็กหนุ่มดันขยับไปตามแรงเหวี่ยง คล้ายคนไร้กำลัง
“ ฮะๆ ท่าทางเหมือนคนไม่มีแรง ยังกล้าปากดี อีแบบนี้ ไม่ถึงนาที ก็ร่วงแล้วมั้ง ” หนุ่มร่างั์ะโหยาม
มาวินขยับตัวไปตามแรงเหวี่ยง มีหลายครั้งที่เกือบหล่น แต่สุดท้ายก็ยังเกาะติด
เวลาล่วงเข้าสู่นาทีที่สอง กระทิงไม้เริ่มกระดกขึ้นลง ทำให้ร่างเล็กบางกระดกตามจนก้นลอยขึ้นจากอาน สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ชม บางคนที่ขวัญอ่อนถึงกับไม่กล้าดูภาพกีฬามันๆ ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังไม่ร่วงซักที
“ นี่มันอะไรกันวะ ” ั์ใหญ่เริ่มหงุดหงิดที่มาวินไม่เดี้ยงตามที่คาด
เข้าสู่นาทีที่สาม กระทิงไม้เริ่มเพิ่มกลเม็ดด้วยการส่ายไปซ้ายทีขวาที หลายคนคิดว่ามาวินไม่รอดแน่ แต่หนุ่มร่างเล็กกลับหมุนตามจังหวะเหวี่ยงได้ไหลลื่นอย่างเหลือเชื่อ
“ โห รอดได้ไงเนี่ย ” คนดูเริ่มฮือฮา เพราะตื่นตาตื่นใจในสิ่งที่ปรากฏ ส่วนั์ใหญ่เริ่มอ้าปากค้าง
กระทิงไม้กระดกขึ้นลงสลับหมุนซ้ายขวา ทว่ามาวินตามติดได้ตลอด พอเข้าสู่นาทีที่สี่ เครื่องจักรเริ่มขยับไม่เป็ระบบ ทำให้เด็กหนุ่มเกือบอ่านจังหวะผิดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ประคองตัวเอาไว้ได้
เข้าสู่นาทีที่ห้า ความเร็วในการเคลื่อนที่มีมากขึ้นจนเกินกว่าคนธรรมดาจะรับไหว แต่มาวินกลับทำได้ดีกว่าเดิม เขาสามารถตามติดการเคลื่อนไหวของเครื่องจักรได้ทุกช็อต ทำให้ทุกคนรู้สึกอึ้ง
เวลาผ่านไปแปดนาที ทุกคนได้แต่ยืนตาค้าง ทันใดนั้นเอง กระทิงไม้ก็เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ในที่สุด มันก็…….หยุดนิ่ง
พอกระทิงไม้สงบลง มาวินก็เงยหน้าขึ้นมอง ทุกคนที่รายล้อมต่างพากันนิ่งเงียบ เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครเล่นเกมนี้จบเลยซักคน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เพิ่งรู้ว่าเกมนี้ก็สนุกเหมือนกัน ” มาวินยิ้มไปหอบไป ดูเหมือนว่าเขาเริ่มจะชอบเกมนี้เข้าให้แล้ว
“ วะ เวลาทะ เท่าไหร่ ” ชายร่างั์ถามตะกุกตะกัก ดวงตาเบิกโพลง ราวกับไข่ห่าน
“ ยังจะถามอีกเหรอ พี่ คร่อมซะจนกระทิงหยุดแบบนี้ ก็น่าจะประมาณแปดนาทีล่ะมั้ง หรือพูดง่ายๆก็คือมันเคลียร์เกมนี้แล้ว” แห้งปืนเทพตอบ เขาดูใไม่แพ้พี่ใหญ่
มาวินเดินออกจากคอกเกม จากนั้นก็หันมามองั์ใหญ่ผิวหมึก พร้อมส่งรอยยิ้มกวนๆให้
“ ว่าไงล่ะ ท่านพี่เขย จะเล่นเกมนี้ต่อมั้ยครับ ”
“ กรี๊ด พี่มาวินเก่งจริงๆ คราวนี้พี่ขนุนแพ้แน่ ” เด็กสาววัยใสวิ่งเข้ามาะโกอดคอเด็กหนุ่มเต็มเหนี่ยว
มาวินไม่สนการกอดรัดของเด็กสาว เขายังคงส่งยิ้มยียวนให้ขนุนต่อ พร้อมกล่าวเรียบๆ แต่แฝงแววเย้ยหยัน
“ ไม่เล่นก็แพ้ เล่นต่อก็ไม่น่ารอด พี่เขยจะเลือกแบบไหนดีครับ ”
ขนุนได้แต่ยืนกัดฟันกรอดใหญ่ เพราะไม่ว่าเขาจะท็อปฟอร์มเพียงใด มันก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะจบเกมนี้
“ ใช่ๆ สมน้ำหน้า แบร่ ” แตงไทยยื่นหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย ท่าทางเธอคงจะลืมไปแล้วว่าตนก็เป็หนึ่งในสามเทพเมืองสุพรรณเหมือนกัน
“ ฮึ่ม ” ชายร่างั์ก้มหน้านิ่ง โดยมีแห้งปืนเทพยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลัง
“ ว่าไงคร้าบ คุณพี่เขย จะยอมเสียหน้าหน่อยๆ หรือเสียคนที่ผิดสัญญาไปเลย เลือกเอา ” แม้มาวินจะกวนประสาท แต่เขายังแอบดึงแตงไทยมาไว้ใกล้ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ั์ใหญ่ทำอะไรรุนแรง ซึ่งเด็กสาวก็เต็มใจ เพราะได้เคียงข้างหนุ่มที่ปลาบปลื้ม
“ เออ ก็ได้วะ ” ชายร่างั์ะโดัง ทำเอามาวินสะดุ้งโหยงด้วยอาการปอดลอย
วินาทีต่อมา ขนุนก็ทรุดกายลงนั่งคุกเข่า พร้อมก้มลงกราบบนพื้นอย่างรวดเร็ว ปากก็เค้นคำเสียงกร้าว
“ หวัดดีครับ พ่อ ”
เมื่อเสร็จภารกิจ เ้าั์ก็รีบลุกขึ้นยืน แล้วคว้าตัวน้องสาวจอมแสบมาไว้แนบอกจากนั้นก็ยื่นหน้าโหดๆมาใกล้มาวิน พร้อมขู่อาฆาตอย่างดุดัน
“ อย่าให้ชั้นเห็นแกที่สุพรรณนะ ไอ้หนู ”
เวลาต่อมา ั์ใหญ่ก็ลากคอน้องสาวเดินจากไป พร้อมแห้งปืนเทพผู้เป็สมุน เพื่อหลีกหนีความอัปยศจากการพ่ายแพ้
“ ไปแล้วนะจ๊ะ พี่มาวิน แล้วหนูจะโทรหา ” เด็กสาววัยใสยังไม่วายเอ่ยคำลา แม้ว่าเธอจะถูกพี่ชายลากคอไป เหมือนลูกแมวน้อยก็ตามที
“ เหอๆ ” มาวินยิ้มแหยๆ เขาตั้งตัวไม่ทัน ทุกสิ่งที่เข้ามา มันรวดเร็วเกินไป ระหว่างที่ยืนงง หลายคนก็เข้ามารุมล้อม
“ เฮ้ย พวกแกจะทำอะไร ” เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดัง แต่สายไปแล้ว เขาถูกทุกคนรุมแบก จากนั้นก็โยนขึ้นฟ้า
“ ดีใจให้พระเอกของเราหน่อย เฮ….. ” ฝูงชนพากันโห่ร้องยินดี ทุกคนปลาบปลื้มและภาคภูมิในฮีโร่น้อยจอมกวน
แม้มาวินจะใในตอนแรก แต่พอปรับอารมณ์ได้ เขาก็ดีใจจนเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว
“ นานๆทีได้เป็ฮีโร่ ก็ดีเหมือนกัน แต่ตอนนี้เริ่มมึนหัวแล้วล่ะ ฮะๆ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
