ตอนที่ 3 ฝึกฝน5ปี
ูเาลูกใหญ่มันมีความสูงถึง 500 เมตร ได้ถูกฝ่ามือหนึ่ง ตบทำลายอย่างง่ายได้
ฝ่ามือนี้เปร่งประกายด้วย เวทมนต์ อักขระเวทโบราณที่ยากจะอ่านออก ได้แสดงเเสงเจิดจรัสสีทองรอบฝ่ามือ
“ฝ่ามือนี้คือเวทคาถาบทหนึ่ง ของคัมภีร์สามเวท มีชื่อว่า ฝ่ามือนรกยมโลก เ้าต้องฝึกฝนให้ชำนาญ พลังทำลายล้างขอบมัน เ้าคงรู้เเล้ว “
ไตรเทพพยักหน้ารับ “ ทำลายูเา ถล่มพื้นธรณี ะเืสามโลก “
อือ “ต่อไปคือ ฝ่ามือหนักเอราวัณ จงดูสิ่งที่อาจารย์จะแสดงให้ดี”
ลายสักที่อยู่ตรงเเขนผู้เป็อาจารย์ ได้เรืองแสงขึ้นลายสักนี้เป็ลวดลาย มหาฤษีที่เหยียบโลก มีหมู่เทวาต่างกราบกราน เหล่าอสูร ุ์ ั์ กินนร กินรี ผี ต่างเเสดงความเคารพ
ไม่ต้องเอ่ยวาจาใด เพียงมีเเค่รอยสักเรืองเเสง ภาพมายาช้างเอราวัณสามเศียร ขนาดมหึมาได้ปรากฏออกมา พลังป้องกันที่สามารถรับแรงโจมตีที่รุนแรงได้ บัดนี้มันได้เเสดงออกมาเเล้ว
ตระแตร้น ตะแตร้น เสียงร้องช้างเอราวัณดังไปทั่วหุบเขา
ลมพายุพัดกระจายไปทั่ว ต้นไม้ขนาดใหญ่เอนไปกับลมพายุที่เกิดจากเสียงร้องของช้างเอราวัณมายา
"ไตรเทพเ้าจงใช้พลังการโจมตีที่ร้ายกาจที่สุดของเ้ามาที่อาจารย์ "
ไตรเทพพยักหน้ารับ มือทั้งสองข้างพนมมือเป็ดอกบัวตูม ในขณะที่วาจาก็เอ่ยคำพูดออกมา " ธรณีะเื หมู่ยักษาศิโรราบ ตัวข้าคือหลานปฐมยักษา ขออวยพรต่อยักษาทั้งหมู่เหล่าโปรดอัญเชิญ พระขรรค์พรมัน"
ท้องฟ้าที่สว่างจ้า ยามนี้ได้กลายเป็ท้องฟ้าสีดำสนิท บนท้องฟ้ามีพระขรรค์มายาขนาดั์กำลังค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาอย่างช้าๆ พระขรรค์พรมันเล่นนี้ก็คือ พระขรรค์ประจำตัวของไตรเทพถือเป็กายกายาพระขรรค์ที่ใคร ๆก็สามารถฝึกฝนได้ ถึงจะไม่ได้มีกายยุทธ์พระขรรค์ก็ตาม ถึงจะเป็เช่นนี้ก็ไม่มีใครฝึกฝนจนถึงขั้นที่เสมือนมีกายกายาพระขรรค์ที่เเท้จริงได้ เเต่สำหรับไตรเทพมันสามารถไปถึงขั้นนั้นได้ แม้จะไม่มีกายกายาพระขรรค์พรมันก็ตาม
ผู้เป็อาจารย์ยิ้มอย่างพึงพอใจ "เ้าลูกศิษย์คนนี้ แม้มันจะไม่สามารถปลุกกายกายาของมันได้ เเต่ก็สามารถเรียนกายกายาพระขรรค์พรมันได้ถึงขั้นนี้ ก็ถือได้ว่ามีตัวประหลาดที่ยากจะพบพานจริงๆ "
พระขรรค์พรมันขนาดั์ ตัวของมันเป็สีดำสนิท มีเพียงปลายพระขรรค์เท่านั้นที่เรืองเเสงสีทองน้ำเงิน ภาพมายาั์ขนาดใหญ่มีใบหน้าดุดัน ได้ปรากฏออกมาเป็ฉากหลังให้กับพระขรรค์พรมัน
ไตรเทพรวบรวมสมาธิ กำหนดจุดตกไปยังอาจารย์ของมัน เสียงะโด้วยความมุ่งมันดังกังวานทั่วขุนเขา
" ทลาย"
พระขรรค์พรมันขนาดั์ พุ่งลงกระทบใส่อาจารย์อย่างรุนเเรง ภาพมายาช้างเอราวัณถูกการโจมตีของพระขรรค์พรมัน รอบๆบริเวณหุบเขาต่างสั่นะเื คลื่นพลังเวทอันรุ่นเเรงกระจายออกไปทั่วรัศมี 1 กิโลเมตร ต้นไม้ขนาดใหญ่ประมาณ 2คนโอบได้หักโค่นลงจากการปะทะครั้งนี้
ตู้ม ตู้ม เสียงสนั่นจากการะปะทะกันของพลังเวท หนึ่งโจมตี หนึ่งรับ ดังกังวานไม่หยุด ต่างฝ่ายต่างอยากได้ชัย ใบหน้ายามนี้ของไตรเทพซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด มันยามนี้เริ่มไม่สามารถใช้พลังเวทโจมตีได้อีกเเล้ว ในขณะที่อาจารย์ของมันมีใบหน้ายิ้มเเย้มอย่างพึงพอใจต่อการโจมตีของไตรเทพ
“พลังการโจมตีของเ้าถือได้ว่า ยอดเยี่ยมมีพลังเวทถึง 9ส่วนจาก10ส่วนเเล้วที่ใกล้เคียงกับพลังเวทดังเดิมของกายกายาพระขรรค์พรมัน “
ภายในใจของไตรเทพหาได้ยอมรับคำชื่นชมนี้ไม่ “ต้องเป็ 10 ส่วน ไม่ใช่เเค่ 10 ส่วน เเต่ต้องเหมือนกันโดยไม่มีผิดเพี้ยน “
ไตรเทพเอ่ยคาถาหลอมรวมที่ยากจะทำความเข้าใจได้ ภาษาเวทบทนี้ ไม่ใช้ภาษาทั่วไป มันถือได้ว่าเป็ภาษาเวทดั่งเดิมยามที่สามโลกถือกำเนิด ” สามโลกกำเนิดมาจากจักรวาล ข้าเป็เพียงเศษธุลี กายกายาพระขรรค์พรมันก็เป็เช่นเดียวกันล้วน เเต่เป็เศษธุลีของสามโลก เมื่อเป็เช่นนี้ โปรดหลอมรวมให้ข้า "
ตู้ม ตู้ม ภายในร่างกายของไตรรเทพเริ่มร้อนขึ้น ทุกอวัยวะในร่างกายเหมือนได้หลอมรวมกับพลังงานธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ หยดเืของยักษาที่กายกายาพระขรรค์พรมันเเต่กำเนิด ไตรเทพได้รับมันมาจากอาจารย์เพื่อฝึกกายกายานี้ ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายทุกส่วนของไตรเทพ
ความรู้สึกที่หลอมรวมกันจนสมบูรณ์ได้ทำให้ไตรเทพ รู้สึกสดชื่นสบายกาย สบายใจ เป้นอย่างยิ่ง ความรู้สึกเช่นนี้ช่างยอดเยี่ยมนัก พลังเวทของไตรเทพก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน
ไตรเทพมองไปที่ท่านอาจารย์ เขามองเห็นพระขรรค์พรมันขนาดใหญ่ที่กำลังโจมตีช้างเอราวัณหมายคิดชิงชัย ใบหน้าของไตรเทพยามนี้มีรอยยิ้มขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ผู้เป็อาจารย์รับรู้ได้ว่าไตรเทพ ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป เข้าก็รู้สึกยินดีเพิ่มขึ้น "เ้าเด็กตัวเหม็น ในที่สุดก็ฝึกกายกายาพระขรรค์พรมันได้สมบูรณ์แบบเเล้ว
"ท่านอาจารย์ โปรดรับการโจมตีที่เเท้จริงของศิษย์"
"พระขรรค์พรมัน สะบั้น ทลาย "
พระขรรค์ขนาดั์หล่นลงมาจากท้องฟ้า ครั้งนี้มันมีมากถึง 3 เล่ม
ช้างเอราวัณมายา ยามนี้มันได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้น งาช้างขนาดั์ได้ลอยขึ้นมาด้านหน้า ทันใดนั้นก็กลายเป็กำเเพงงาช้างขนาดใหญ่ คอยรับการโจมตีของพระขรรค์
พระขรรค์พรมัน ทั้งสามได้รวมเข้ากับ พระขรรค์พรมันเล่มเเรก ทั้ง 4 พระขรรค์หลอมรวมกัน กลายเป็พระขรรค์พรมันที่มีขนาดใหญ่เท่าูเาไกรลาส
เสียงปะทะของพลังทั้งสอง หนึ่งรับ หนึ่งรุก ก่อเกิดเสียงดังสนั่น ตู้ม ตู้ม ูเารอบๆรัศมี 3 กิโลเมตรได้รับผลกระทบ ต้นไม้หักโค้น สรรพสัตว์ตื่นตัว ถึงกระนั้นการต่อสู้ก็ไม่ได้ฆ่าสัตว์ตายลงแม้ตัวเดียว
ไตรเทพที่ใช้พลังเวทขั้นสูงสุด ร่ายกายปลิวกระเด็นออกไปหลาย 10 เมตร ยามนี้มันหมดเเรงที่จะลุกขึ้นเเล้ว
พลังเวททั้งสองปะทะกันเพียงหนึ่งลมหายใจ ก็ได้สลายหายไปปรากฏว่า ช้างเอราวัณยังคงยืนยง มันส่งเสียงร้องดังไปทั้งป่า ด้วยความผยองกล้า มันช่างไร้คู้ต่อกร มันเสมือนดั่งผู้ไร้พ่าย เวลาไม่นานนักภาพมายาของมันค่อย ๆ สลายหายไป
......................................................................................
ดินแดนเทวาลัยล้านนา มหาทวีปล้านนา
เสียงท่องตำราของหยิงสาวดังกังวานไปทั่วสำนักสถานศึกษา เสียงนี้ช่างสดใส ผู้ได้ยินได้รับฟังเสมือนดั่งสายลมชโลมจิตใจ เกิดการผ่อนคลาย สบายอารมณ์ยิ่งนัก
"ตำราภูมิศาสตร์สามโลก บันทึกไว้ว่า สามโลกเป็รูปทรงกลม แบ่งออกเป็ 8 ทวีป 1.มหาทวีปล้านนา 2. ทวีปสุวรรณภูมิ 3. ทวีปชมพู 4.ทวีปพามะ 5. ทวีปหิมพานต์ 6. ทวีปอสุระ 7.ทวีปมหาอมะ 8. ทวีปิญญา ทุกทวีปต่างมีผู้ยิ่งใหญ่ปกครอง เรียกว่า สมเด็จพระเ้าจักรพรรดิ "
" นอกจากนี้ยังมีมหาสมุทรขนาดใหญ่ถือเป็ ทวีปมหาสมุทร ถูกปกครองโดยเหล่านาคาราชผู้ยิ่งใหญ่ เรียกว่า สมเด็จพระจักรพรรดินาคาราช "
"บนท้องนภามีผู้ปกครองที่เวหา คือ เหล่าพญาครุฑ ผู้ปกครองสูงสุด เรียกว่า สมเด็จพระกษัตริย์ปฐมครุฑมหาาา ผู้อยู่เหนือ 5 าาครุฑ "
หญิงสาวหยุดอ่าน นางมองไปที่ห้องเรียนมองเห็นเหล่าศิษย์สถานศึกษาตั้งใจฟังที่นางสอน บางคนจดลงสมุด บางคนจดจำโดยใช้คลื่นเวท บางคนวาดภาพนางในขณะที่กำลังบรรยายการสอน ในภาพวาดเสมือนเป็เื่จริงมีเสียงเอ่ยสอน คนที่ทำเช่นนี้ได้ก็คือผู้ที่มีคุณสมบัติกายกายาจับิญญา กายนี้สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าได้ โดยอาศัยการขีดเขียนน้ำหมึก คนประเภทนี้ทั่วโลกจอมเวทต่าง้า เพราะเหมาะสมกับหน่วยข่าวกรอง
"วันนี้พอแค่นี้ สำหรับวิชาภูมิศาสตร์สามโลก อีก 2 ชั่วโมง ค่อยเริ่มเรียน ศาสตร์การฝึกเวท "
รับทราบศิษย์พี่
"วันนี้ได้ฟังศิษย์พี่หญิงณิชาบรรณยาย ข้าช่างมีความสุขยิ่งนัก "
"ท่านชายศิระ ไม่ใช่เเค่ท่านคนเดียวหรอกที่มีความสุข พวกข้าก็เช่นกัน เสียงของนางช่างทำให้จิตใจข้าสงบสุข ช่างชวนให้อยากฟังอีกครั้ง"
"สหายอมรเทพ ท่านคิดว่าข้ามีโอกาศที่จะคว้าศิษย์พี่หญิงณิชามาเป็คู่ครองบำเพ็ญเวทได้หรือไม่"
แน่นอนว่าย่อมมีโอกาส ในสำนักสถานศึกษา "ท่านชายศิระ คือหนุ่มรูปงาม ฐานะเเละราชสกุลไม่ธรรมดา อย่าลืมว่าท่านเป็ถึง หม่อมเ้าศิระ ปราบทศ เสด็จปู่ของท่านคือตำนานแห่งอาณาจักรนพบุรีศรีนคร เ้าฟ้าไพลราชปราบทศ มีหรือที่จะไม่มีโอกาสคว้านางมาเชยชม"
(นิยายเื่นี้ผู้เขียนขอใช้คำกับความหมายง่าย ๆ นะครับ มีการเเต่งเติมขึ้นมาเองดังนั้นจะไม่อิงหลักวิชาการครับ)
อมรเทพหยุดคิดชั่วครู่ "เพียงเเต่อาจมีคู่เเข่งคนสำคัญที่ท่านชายศิระต้องระมัดระวัง ข้าเห็นคุณชายปฐมวงค์มองศิษย์พี่หญิงตาไม่กระพริบ คล้ายอยากจดจำใบหน้าไว้ในใจไม่ลืมเลือน "
"หึ ๆ สหายอมรเทพข้าขอบใจเ้ามาก ถ้าคุณชายปฐมวงศ์คิดจะเเข่งความรักกับข้า มันหาใช้คู่ต่อสู้ข้าไม่ เพราะอีกไม่นานข้าจะทะลวงระดับ เป็ผู้วิเศษ ขั้น 8 เเล้ว "
"สหายข้าช่างเป็อัจฉริยะโดยเเท้จริง อายุเพียง 15 ก็สามารถบรรลุระดับนี้ได้ ข้าขอเเสดงความยินดีล่วงหน้า "
เสียงวิ่งมาด้วยความรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้นี้ใบหน้าปรากฏความร้อนรน "บัดซบศิระ บัดซบเ้าอมรเทพ ต้องให้ข้าตามหาเสียทุกครั้งจริง ๆ" ในขณะที่วิ่ง เสียงตำหนิของชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ยอมหยุด เหตุที่มันเอ่ยตำหนิเช่นนี้ก็เพราะ ทั้งสามคนเป็สมาชิกกลุ่มเดียวกัน ตามกฎของสถานศึกษา สมาชิกกลุ่มคนใดคนหนึ่งมาสาย คนทั้งกลุ่มต้องโดนหักคะเเนน เมื่อคะเเนนต่ำกว่า 50 จะถือว่าลดฐานะเป็ศิษย์สายนอก
"เจอเ้าตัวบัดซบทั้งสองนั้นเสียที เ้าศิระ เ้าอมรเทพ พวกเ้าคุยอะไรกัน ตอนนี้ได้เวลาไปฟังบรรณยายเเล้ว ถ้าเ้าทั้งสองเข้าสายละก็ ข้าจะกระทืบเ้าทั้งสองเเน่ "
ศิระได้ฟังเช่นนี้ใบหน้าของมันไม่ปรากฎสีหน้าใด มันเพียงหยิบเงิน 10 ทองเวทออกมาก่อนโยนไปยังชายหนุ่มตรงหน้า "ท่านพี่วันศรี เงิน 10ทองเวทคงพอให้ท่านพี่คลายโมโหได้กระมัง "
วันศรีรับเงินมาใบหน้ายามนี้ของมันเริ่มยิ้มเเย้ม มันมองไปที่ศิระด้วยสีหน้าจริงจัง "ข้าใช้คนเห็นแก่เงิน เพียงเเต่เห็นแก่น้ำใจของเ้าเท่านั้น คนเราอยู่กลุ่มเดียวกันต้องให้อภัยกันเเละกัน เ้าต้องรีบไปฟังบรรณยายให้ทัน เข้าใจหรือไม่ "
"ศิษย์พี่วันศรี ข้าจะรีบไป ขอบคุณท่านที่วิ่งมาเเจ้งเตือน"
คนทั้งสองมองดูวันศรีจากไป การเคลื่อนไหวของวันศรีช่างรวดเร็วดุจสายลม
"ข้าขอชื่นชมท่านชายศิระจริงๆ ในสำนักสถานศึกษา จะไปมีเื่กับใครก็ได้ แต่กับศิษย์พี่วันศรีผู้นี้ อย่าได้มีเื่เป็อันขาด แต่ท่านกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก "
"สหายอมรเทพ ชมข้าเกินไปแล้ว เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับข้าไม่มีความหมายใด ให้ไปแล้วก็เเล้วกันไปเถอะ"
อมรเทพยิ้มเอ่ย "เช่นนี้ เราไปฟังศิษย์พี่หญิงณิชาบรรณยายกันเถอะ "
คุณชายปฐมวงศ์ที่ยามนี้กำลังชมดอกไม้ มันได้เห็นการเคลื่อนไหวของวันศรี ที่ผ่านหน้ามันไปด้วยความรวกเร็ว มันได้เอ่ยเตือนศิษย์ในสังกัดของมันที่อยู่ด้านข้างว่า "ในสำนักสถานศึกษามีคำกล่าวว่า ณิชางามล่มเมือง นวลวรรณดุจอัปสร วันศรีอย่าไปมีเื่ ถ้าเจอศิษย์พี่วันศรีให้พวกเรารีบหนี "
"เข้าใจเเล้ว พี่ใหญ่ปฐมวงศ์ "
ภายในห้องเรียน ยามนี้มีศิษย์มากกว่าร้อยคนเข้ามารอฟัง
ณิชาเปิดตำราการฝึกพลังเวท น้ำเสียงสดใส ชวนให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มได้ดังขึ้นอีกครา "ระดับของผู้ฝึกเวทนั้น แบ่งออกเป็ 3 ขอบเขต 1. เขตต้น คือ ขั้นที่ 1-3 เขตกลาง ขั้นที่ 4-6 เขตปลาย ขั้นที่ 4-8 ส่วนระดับขั้นแบ่งออกเป็ 8 ระดับ"
"1. ผู้วิเศษ 2. ชะตาลิขิต 3. ะวัฒนะ 4. ยืนยงนิรันดร์ 5. แก้วนวปรัชญา 6.กษัตริย์ตราลิขิต 7.มหาเทวาธิราช 8. เ้ามหาธิราชาา "
ปฐมที่ตั้งใจฟังบามนี้ได้เอ่ยถามขึ้นอย่างกระทันหัน " ศิษย์พี่หญิงณิชา ยามนี้ท่านอยู่ในระดับใดหรือ "
ณิชาไม่เเม้จะชายตามองปฐมวงศ์ นางไม่ยอมเอ่ยอันใดออกมาที่จะสื่อถึงการตอบ
ทันใดนั้นสีหน้าของวันศรีเริ่มมีอาการไม่พอใจ ที่ถูกขัดจังหวะการรับฟังน้ำเสียงอันสดใส มันเงยหน้ามองไปยังปฐมวงศ์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ " บัดซบเ้าปฐมวงศ์ ข้าจะตอบเอง มากกว่าข้าหนึ่งระดับใหญ่ "
วันศรีมองไปยังศิษย์พี่หญิงณิชาด้วยสีหน้าสงสาร "ศิษย์พี่อย่าได้ถือโทษวาจาไม่รู้ความเลย ได้โปรดบรรณยายต่อเถอะขอรับ"
สีหน้าเหล่าศิษย์สายในต่างพากันตกตะลึง ศิษย์พี่วันศรีอยู่ระดับ ชะตาลิขิตขั้นต้น ด้วยอายุ 17 ปี เเต่ศิษย์พี่หญิงณิชา อายุเพียง 18 ปี กลับอยู่ในระดับ ะวัฒนะขั้นต้น ไม่ให้พวกมันตกตะลึงก็คงเป็ไปไม่ได้
" สำหรับระดับเวทผู้วิเศษ พวกเ้าต้องััรับรู้คลื่นเวทให้ชำนาญ เมื่อชำนาญจนถึงระดับมีเส้นพลังเวท 8 เส้นพวกเ้าก็จะสามารถเรียกใช้คลื่นเวทได้อย่างเสรี เมื่อนั้นก็จะอยู่ในระดับ ชะตาลิขิต "
"วันนี้พอเเค่นี้ "
"ขอบคุณศิษย์พี่หญิงณิชา "