เสียงกลองศึกรัวกระหน่ำดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วท้องทุ่งร้างที่ปกคลุมด้วยควันไฟ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบและความห้าวหาญของเหล่านักรบที่ยืนหยัดมาท่ามกลางเลือดเนื้อ สงครามอันยืดเยื้อระหว่างแคว้นต้าฉีและแคว้นจ้าว ที่รากเลือดเนื้อกินเวลานานถึงหกปี บัดนี้... ได้มาถึงจุดจบสิ้นลงแล้ว
ท่ามกลางซากศพนับพันกองเกลื่อนราวกับฟางแห้ง พื้นดินชุ่มฉ่ำจนเปลี่ยนสีดำคล้ำ บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านโดดเด่นราวต้นสนบนยอดเขา ชุดเกราะทองคำที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเลือดและรอยขีดข่วนจากคมดาบ ทว่ามิอาจบดบังรูปโฉมงดงามดุจเซียนสวรรค์ได้แม้น้อย ใบหน้าคมเข้มเรียวดั่งแกะสลักจากหยกขาว ริมฝีปากกระชับแน่น มุมปากยกขึ้นเพียงรอยยิ้มเยือกเย็น แต่ดวงตาคู่นั้นดุดันราวพยัคฆ์คำราม เหลือบมองรอบข้างด้วยสายตาเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยวที่สยบยลทุกสรรพสิ่ง เขาพาดดาบบนบ่าด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย เหยียบย่ำเหนือซากศพก้าวเดินอย่างสง่างาม ก่อนจะยกมือขึ้นชูศีรษะแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามที่ยังหยดเลือดเปื้อนลงดินเหนือศีรษะ ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลังสั่นสะเทือนแผ่นดิน
"นี่คือศีรษะของแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าว!"
เฮ!!!
เสียงโห่ร้องด้วยความปิติยินดีของทหารต้าฉีดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ผสานประสานกับเสียงกลองศึกที่ตีรับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ เหล่านายทหารต่างก้าวเข้ามาคุกเข่าล้อมรอบ ประสานมือถวายเกียรติแก่ผู้นำที่พวกเขาเชื่อมั่นอย่างสูงสุด
ย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อน แคว้นจ้าวยกทัพบุกมารุกรานดินแดนทางเหนืออันอุดมสมบูรณ์ของต้าฉี พวกเขาเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ปล้นสะดมทรัพย์สิน และเผาผลาญบ้านเรือนราษฎรอย่างโหดเหี้ยมโหดร้าย จนสามารถตีหัวเมืองแตกติดต่อกันถึงสิบเก้าแห่ง ยึดครองพื้นที่กว้างใหญ่จนแผ่นดินลุกเป็นไฟและสิ้นหวัง
ในวิกฤตที่ดูเหมือนจะสิ้นทาง แม่ทัพใหญ่หลี่เหลียนจงผู้ประจำการทางทิศใต้ได้รับราชโองการด่วนให้ยกทัพขึ้นเหนือปกป้องแผ่นดิน โดยมีบุตรชายคนโตอย่างหลี่เหยียนเล่ออาสาเป็นทัพหน้าแรกก้าวลงสนามรบ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวลงสนาม เขาก็พิสูจน์แล้วว่ามิใช่เพียงบุตรชายขุนศึกที่รับมรดกชื่อเสียง แต่เป็นนักรบผู้มีไหวพริบปฏิภาณเฉียบคมและสายตาทะลุปรุโปร่ง เหยียนเล่อใช้กลยุทธ์พลิกแพลงแยบยล แย่งชิงความได้เปรียบ บุกทะลวงแนวรบอย่างไม่เกรงกลัวความตาย จนสามารถตีทัพใหญ่ศัตรูแตกพ่าย ยึดเมืองที่เสียคืนมาได้ถึงเจ็ดแห่ง ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ทว่าความหวังกลับพลิกผัน... ฝ่ายศัตรูส่งกองกำลังเสริมมหาศาลมาสมทบอย่างรวดเร็ว และวางกับดักซุ่มโจมตีอย่างแนบเนียนจนหลบหลีกไม่พ้น แม่ทัพใหญ่หลี่เหลียนจงถูกธนูอาบยาพิษยิงจนบาดเจ็บสาหัส พิษร้ายแล่นเข้าสู่หัวใจจนไม่อาจนำทัพต่อไปได้อีก ท่ามกลางสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลี่เหยียนเล่อจึงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดา รับช่วงต่อนำทหารนับแสนนายต่อสู้เพื่อแผ่นดินและชีวิตราษฎร
ศึกครั้งนี้ลากยาวผ่านฤดูผ่านปี ทหารทั้งสองฝ่ายต่างเหนื่อยล้าบอบช้ำจนแทบหมดแรง แต่หลี่เหยียนเล่อยิ่งสู้ยิ่งแกร่ง ทั้งใช้สติปัญญาคาดการณ์การเคลื่อนไหวของข้าศึกและตัดสินใจพลิกสถานการณ์ได้อย่างฉับไว ท่วงท่าการรบของเขาดุดันราวพยัคฆ์คำราม คมดาบฟาดฟันจนศัตรูหวาดผวา ในที่สุดเขาเลือกเดิมพันด้วยชีวิตและเกียรติยศ! ในค่ำคืนแห่งความมืดที่ฝนตกกระหน่ำ เขาบุกทะลวงฝ่ากองค่ายใหญ่ข้าศึกเพียงลำพัง ฟาดฟันสังหารทหารรักษาการณ์นับร้อย และเข้าประชิดตัวจนสามารถเด็ดศีรษะแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวได้ด้วยมือของเขาเอง!
เมื่อจอมทัพสิ้นใจ ทหารแคว้นจ้าวก็ขวัญหนีดีฝ่อ ต่างพากันทิ้งดาบทิ้งโล่ แตกพ่ายกระจัดกระจายถอยหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เหยียนเล่อสามารถทวงคืนแผ่นดินต้าฉีกลับมาได้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ การกระทำอันหาญกล้าที่ราวกับสัตว์ร้ายตัวเดียวถล่มกองทัพมหาศาล ทำให้กษัตริย์แคว้นจ้าวถึงกับผวาจนต้องถอยร่นหนีไปไกลหลายร้อยลี้!
ผู้คนทั่วหล้าจึงขนานนามเขาว่า ‘เทพปีศาจเหยียนเล่อ’ ...งดงามเฉิดฉายดั่งเทพสวรรค์ แต่เลือดเย็น โหดเหี้ยม และน่าเกรงขามดั่งปีศาจจากใต้ขุมนรก! เพียงแค่แผ่วพรมแดนผืนผ้าของเขา ศัตรูต่างหวั่นไหวไปทั่ว
เมื่อข่าวชัยชนะถูกส่งกลับสู่เมืองหลวง ชาวเมืองต่างพากันออกมาต้อนรับและเฉลิมฉลองอย่างครึกครื้น ความยินดีปรีดาแผ่ซ่านไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทันทีที่กองทัพเดินทางกลับถึงเมืองหลวง ฮ่องเต้องค์ใหม่จึงทรงมีพระบัญชาให้จัดงานเลี้ยงฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสรรเสริญคุณงามความดีและพระราชทานรางวัลอันสมเกียรติแก่ทหารทั้งปวง