หลินเจิ้งฉีออกไปปีนเขาั้แ่เช้า เพราะอุบัติเหตุคราวนั้นทำให้เขากลายเป็คนวิตกกังวลและมักจะเกิดความเครียดเมื่อมีเื่มากระทบจิตใจ ตอนที่เขาถูกส่งตัวไปอยู่ที่ต่างประเทศ ครอบครัวให้เขาเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์อยู่ตลอด จนเขาอาการดีขึ้นเขาจึงได้เดินทางกลับมาอยู่กับครอบครัว
ไม่นานมานี้เขาเพิ่งมีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานของครอบครัว บ่อยครั้งที่เขาจะเกิดภาวะเครียด เขาจึงหากิจกรรมที่จะช่วยลดความเครียดให้กับตัวเอง หลินเจิ้งฉีจึงเลือกกิจกรรมปีนเขา เพราะหลินเจิ้งฉีสามารถปีนเขาคนเดียวได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือเมื่อเดินไปถึง้า เขามักจะมองหาจุดชมวิวเงียบๆ เพื่ออยู่คนเดียว บางครั้งถ้าเขาเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น เขาก็จะะโออกมาอย่างสุดเสียงเพื่อปลดปล่อยความเครียดในตัวออกมา
วันนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งเขาะโอยู่บริเวณหน้าผาอยู่หลายครั้งเพราะคิดว่าไม่มีคนอยู่แถวๆ นั้น แต่พอเขาหันหลังกลับมา เขามองเห็นหญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“เอ่อ...ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่คิดว่าจะมีคนอยู่แถวนี้ คุณคงใมากเลยสินะครับ” หลินเจิ้งฉีรู้สึกอายกับการกระทำของตัวเอง เขารีบพูดขอโทษอีกฝ่ายทันที
“ไม่หรอกค่ะ ฉันเพิ่งจะเดินผ่านมาได้ไม่นาน ตอนแรกที่ได้ยินเสียงร้อง ฉันนึกว่ามีคนได้รับาเ็อยู่แถวนี้ ฉันก็เลยรีบเดินเข้ามาดู แต่ดูๆ ไปแล้ว ฉันคงเป็คนที่เข้ามารบกวนคุณมากกว่านะคะ” จูจื่อรั่วยิ้มตอบเขา
“คุณมาปีนเขาคนเดียวเหรอครับ” หลินเจิ้งฉีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ค่ะ ฉันชอบมาปีนเขาเวลาเช้ามืด เพราะมันยังเช้าอยู่มากก็เลยไม่มีใครออกมาเป็เพื่อนฉัน การปีนเขาเป็วิธีคลายเครียดที่ดีวิธีหนึ่งนะคะ แต่วิธีของคุณเมื่อสักครู่ก็ดูน่าลองดีเหมือนกัน” จูจื่อรั่วหยุดคิดสักพัก ก่อนที่จะพูดขึ้น “มันอาจจะฟังดูไม่สุภาพสักหน่อยนะคะ เพราะเราเพิ่งพบกันเป็ครั้งแรก แต่ฉันอยากจะแนะนำคุณว่าถึงแม้วิธีการของคุณจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่คุณควรหาที่ปรึกษาหรือเพื่อนสนิทสักคนไว้พูดคุยกันด้วยก็จะดี การที่เราได้พูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจออกมาบ้าง มันอาจจะทำให้ความเครียดของเราลดน้อยลงได้”
“ผมไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักหรอกครับ คือ...ผมไปเรียนที่ต่างประเทศอยู่หลายปี” หลินเจิ้งฉีพูดเสียงเบา
จูจื่อรั่วเห็นชายหนุ่มยืนหน้าเศร้า “ถ้าคุณไม่รังเกียจ วันนี้ถือว่าเราเป็เพื่อนกันแล้วก็ได้นะคะ”
“เอ่อ...ผม...ครับ เราเป็เพื่อนกันแล้ว” หลินเจิ้งฉีตอบรับหญิงสาว ถึงแม้ในใจของเขาจะรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกสบายใจเพื่อได้พูดกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้กลับมีมากกว่า
“ดีจังนะคะ วันนี้ฉันก็เลยมีเพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน ไว้คราวหน้าพบกันใหม่นะคะ วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อน”
“อ่อ...ครับ คราวหน้าพบกันใหม่นะครับ”
ก่อนหน้านี้จูจื่อรั่วยืนสังเกตหลินเจิ้งฉีอยู่ครู่ใหญ่แล้ว เธอมองเห็นแผ่นหลังของเขาที่มีแต่ความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง ยิ่งเวลาที่เขาะโออกมา เสียงที่เปล่งออกมานั้นถึงแม้จะดังก้องไปทั่ว แต่มันก็แฝงความเ็ปไว้ด้วย จูจื่อรั่วรู้สึกเห็นใจ เธอจึงเสนอตัวขอเป็เพื่อนกับเขาขึ้นมา
ส่วนหลินเจิ้งฉี เขาได้แต่มองตามหลังจูจื่อรั่วที่กำลังเดินห่างออกไป เขาเป็คนที่ชอบปิดกั้นหรือหลีกเลี่ยงตัวเองจากคนแปลกหน้า แม้แต่คนในครอบครัว เขาก็ไม่เปิดใจให้ เพราะอย่างนี้ทำให้เขากลายเป็คนไม่มีเพื่อน แต่พอจูจื่อรั่วขอเป็เพื่อนกับเขา เขากลับไม่ต่อต้านเธอเลยแม้แต่น้อย
“คุณหมอจู วันนี้เป็วันหยุดของคุณไม่ใช่เหรอคะ” พยาบาลซุนร้องทัก
“ฉันแลกเวรกับคุณหมอซ่งน่ะค่ะ คนโสดอย่างเรามีเวลาเหลือเฟือ เพราะอย่างนั้นเราก็เลยต้องสนับสนุนให้คู่รักเขาได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ยังไงล่ะคะ ไม่แน่ว่าปีนี้คุณหมอซ่งอาจจะมีข่าวดีมาบอกพวกเราก็ได้” จูจื่อรั่วตอบพยาบาลอย่างอารมณ์ดี
“แล้วเมื่อไหร่คุณหมอจูจะมีข่าวดีมาบอกพวกเราบ้างล่ะคะ พวกเราก็รองานมงคลของคุณหมออยู่เหมือนกันนะคะ” พยาบาลซุนยังพูดต่อ
“คุณพยาบาลมีใครที่พอจะแนะนำให้ฉันรู้จักบ้างไหมคะ อย่างคุณลู่ที่ห้องจ่ายยาก็ดีเหมือนกันนะคะ ทั้งน่ารักทั้งนิสัยดี” จูจื่อรั่วแกล้งทำท่ากระซิบแต่เสียงก็ไม่ได้เบาลงเลย
พยาบาลที่นั่งอยู่ต่างมองหน้ากันไปมาแล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน มีใครไม่รู้บ้างว่าคุณลู่ที่คุณหมอจูพูดถึงนั้น เป็คนรักของคุณพยาบาลซุนนั่นเอง ทักทายเพื่อนร่วมงานเสร็จ จูจื่อรั่วก็เดินเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
หลังเรียนจบ จูจื่อรั่วได้มาทำงานที่โรงพยาบาลเล็กๆ แถบชานเมืองที่มีหมอและพยาบาลประจำอยู่ไม่กี่คน จูจื่อรั่วมีความสุขกับการทำงานที่นี่มาก เธอมีหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานที่ดี อีกทั้งเธอยังได้รักษาคนไข้ได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้เธอจะเป็แพทย์ที่เพิ่งจบมาใหม่ แต่เธอก็ได้รับความรักจากเพื่อนร่วมงานและคนไข้ในเวลาอันรวดเร็ว อาจเป็เพราะบุคลิกและนิสัยที่ดูจริงใจ ทำให้เธอเข้ากับคนได้ง่าย
่เช้าจูจื่อรั่วมีไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในห้องพัก (ราวด์วอร์ด : Round ward) ซึ่งเป็กิจวัตรที่เธอจะต้องทำเป็ประจำทุกวันจนถึง่สาย
“คุณหมอจูคะ มีผู้ป่วยได้รับาเ็ที่ขามากน่ะค่ะ พอดีตอนนี้ไม่มีคุณหมอท่านใดว่างเลย”
ยังไม่ทันตอบคุณพยาบาล จูจื่อรั่วก็รีบลุกจากโต๊ะทำงานเดินไปห้องตรวจทันที เมื่อไปถึงเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะคนที่ได้รับาเ็มาคือเพื่อนใหม่ที่เธอเพิ่งกับเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั่นเอง
“คนไข้เป็อะไรมาคะ” จูจื่อรั่วเริ่มตรวจดูาแ
“คุณหมอ เอ่อ...ผมเดินไม่ทันระวังน่ะครับ เผลอไปเหยียบก้อนหินเข้าก็เลยหกล้ม” หลินเจิ้งฉีตอบอย่างอายๆ
“หมอจะทำแผลภายนอกให้ก่อน หลังจากนั้นจะส่งคนไข้ไปเอกซเรย์เพื่อดูผลกระดูกสักหน่อยนะคะ” จูจื่อรั่วบอกแนวทางการรักษา
“ครับ เอ่อ...คุณหมอจำผมได้ไหมครับ” หลินเจิ้งฉีถามอย่างลังเล
“จำได้สิคะ ก็คุณเป็เพื่อนใหม่ของฉันนี่คะ เราเพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันนี้เอง วันนี้คุณขึ้นไปปีนเขาอีกแล้วเหรอคะ”
“ครับ ่นี้ผมค่อนข้างจะไปปีนเขาบ่อย คืองานที่บริษัทค่อนข้างเยอะน่ะครับ” หลินเจิ้งฉีอธิบาย
“ได้รับาเ็มาอย่างนี้คงต้องพักการปีนเขาไปสักระยะ คุณคงต้องหากิจกรรมคลายเครียดอย่างอื่นทำแล้วล่ะค่ะ”
“ครับ ผมจะลองดู” หลินเจิ้งฉีรับคำเสียงเบา
“เย็นนี้ฉันไม่มีเวร หลังเลิกงานเราไปหาของอร่อยๆ ทานกันก็ได้นะคะ คุณ...” จูจื่อรั่วเพิ่งนึกเื่สำคัญขึ้นมาได้ “ฉันนี่แย่จริงๆ เลยนะคะ ฉันชื่อจูจื่อรั่วค่ะ เรียกฉันว่าจื่อรั่วก็ได้นะคะ”
“ผมหลินเจิ้งฉีครับ คุณจะเรียกผมว่าเจิ้งฉีเฉยๆ ก็ได้เหมือนกัน”
“ดูเหมือนคุณจะเกิดก่อนฉันนะคะ ถ้าเรียกชื่อคุณเฉยๆ มันอาจจะดูไม่เหมาะ”
“ไม่หรอกครับ เราเป็เพื่อนกันแล้ว เรียกชื่อเฉยๆ มันฟังดูคุ้นเคยกว่า”
“ตกลงค่ะ คุณเจิ้งฉีคะ เย็นนี้ฉันว่าง ฉันอยากจะชวนคุณไปทานอาหารที่ร้านเพื่อนของฉันค่ะ ฉันจะแนะนำให้คุณรู้จักเพื่อนของฉันด้วย ฉันจำได้ว่าคุณบอกว่าคุณไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก คุณไม่ต้องกังวลนะคะ เพื่อนของฉันมนุษยสัมพันธ์ดีมาก คุณเป็เพื่อนกับเขาได้ไม่ยากหรอกค่ะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะมารับคุณก็แล้วกันนะครับ”
“ฉันจะให้คุณมารับฉันได้ยังไงคะ คุณบอกที่อยู่คุณมาก็พอ เดี๋ยวฉันจะไปรับเอง คุณอย่าลืมว่าตอนนี้คุณเป็คนไข้นะคะ คุณต้องเชื่อฟังคุณหมอสิ” จูจื่อรั่วพูดติดตลก
“ตกลงครับหมอ” หลินเจิ้งฉีตอบตกลง และบอกที่อยู่ของเขาแก่จูจื่อรั่ว
หลินเจิ้งฉียังนึกแปลกใจตัวเอง เขาเคยพบกับจูจื่อรั่วแค่สองครั้ง แต่ทั้งสองครั้งกลับเป็เธอที่ควบคุมความคิดของเขาทุกอย่าง เขาปฏิเสธเธอไม่ได้เลยสักครั้ง แม้แต่ครั้งนี้ที่เธอบอกว่าจะพาเขาไปแนะนำกับเพื่อน ซึ่งก็ถือเป็คนแปลกหน้าสำหรับเขา แต่เขาก็ยังไม่ปฏิเสธเธอเลย กลับตอบตกลงอย่างเร็วอีกด้วย