ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61 หวังอันหยาง

            สิบวันให้หลัง ณ เมืองเทียนซิน

            ในที่สุดก็มาถึง หลิ่วเหอมองเด็กๆ ที่เหน็ดเหนื่อยก็รับปากให้พวกเขาพักผ่อนอยู่ที่เมืองเทียนซินได้สามวัน เมื่อได้รับคำอนุญาต ทั้งห้าคนพลันดีใจเป็นอย่างยิ่ง

            พอหลับสนิทในโรงเตี๊ยมหนึ่งตื่น วันรุ่งขึ้นรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เฉียวรุ่ยกับหลิ่วเทียนฉีก็ออกจากโรงเตี๊ยมที่พัก

            “เทียนฉี ดูเหมือนเมืองเทียนซินจะใหญ่กว่าหมู่บ้านเฟิงเยี่ยมากเลย!” เฉียวรุ่ยเดินบนถนน มองสินค้าที่วางอยู่บนร้านรวงสองฝั่งถนนอย่างสนอกสนใจพลางคุยกับคนข้างกาย

            “ใช่แล้ว เมืองเทียนซินแห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ เหมือนจะใหญ่กว่าเมืองฝูเฉิงที่พวกเราอยู่นิดหน่อยนะ!”

            เมืองเทียนซินพบคนงาม แรกเห็นมักตกหลุมรัก หลิ่วเทียนฉีนึกถึงคำสารภาพยามพระเอกจีบหลิ่วซานก็เบะปาก คำพูดนี้พาลให้รู้สึกปวดฟันนัก พระเอกนี่ก็ช่างอุตส่าห์คิด

            “ที่นี่มีอะไรสนุกไหม?” เฉียวรุ่ยกะพริบตาแล้วถาม

            ก่อนหน้านี้ที่หมู่บ้านเฟิงเยี่ย ที่นั่นกิจการสัตว์อสูรรุ่งเรือง ผู้ควบคุมสัตว์อสูร ร้านขายสัตว์อสูรและสัตว์อสูรที่ตายทั้งหมดล้วนมีอยู่มากนัก แต่เมืองเทียนซินใหญ่กว่าหมู่บ้านนั้นอีกนะ? ต้องมีจุดเด่นอะไรอยู่แน่!

            “เมื่อคืนวาน ข้าถามลูกจ้างในโรงเตี๊ยมมานิดหน่อย เมืองเทียนซินแห่งนี้ผลิตหินแร่จำนวนมาก ได้ยินว่าช่างหลอมอุปกรณ์หลายคนชอบมาซื้อหินแร่ที่นี่กลับไปหลอมอุปกรณ์กัน”

            “หินแร่หรือ! แต่พวกเราไม่ใช่ช่างหลอมอุปกรณ์นี่ คงใช้ประโยชน์ไม่ได้หรอก!” พูดจบ ความกระตือรือร้นของเฉียวรุ่ยพลันหดหาย

            “ฮ่าๆๆ หินแร่เจ้าอาจไม่ชอบ แต่หินพนันข้าว่าเจ้าต้องชอบแน่!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็ยกมุมปาก

            “หินพนัน? อะไรคือหินพนันหรือ? ฟังดูไม่เลวเลยนะ?” เฉียวรุ่ยกะพริบตาปริบๆ สีหน้าสงสัยใคร่รู้เอ่ยถาม

            “หินพนันคือหินที่คนงานขุดกลับมาจากภูเขาแร่ หินชนิดนี้ ภายนอกดูเหมือนหินธรรมดา แต่บางก้อนภายในอาจมีสมบัติวิเศษอยู่ แต่ไม่ว่ามีหรือไม่ ราคาของหินทุกก้อนล้วนเท่ากัน เพราะอย่างนั้นก็แล้วแต่โชคล่ะนะ คนที่โชคดีซื้อก้อนหินที่มีสมบัติวิเศษก็ได้เงินก้อนใหญ่ แต่คนโชคร้ายซื้อก้อนหินที่ไม่มีสิ่งใดก็ขาดทุน สิ่งนี้จึงเรียกว่าหินพนันไงล่ะ!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรัก ค่อยๆ อธิบายอย่างตั้งใจ

            ที่จริง เขารู้สึกว่าหินพนันนี่ก็เหมือนพนันหินที่เขาเคยเล่นในชีวิตก่อน เพียงแต่ชีวิตก่อนพนันคือรัตนชาติ แต่ชีวิตนี้พนันคือสมบัติวิเศษ

            “ฮ่าๆๆ ดีจริงเชียว ข้าชอบ!” เฉียวรุ่ยได้ฟังเรื่องหินพนันก็ตื่นเต้น เขามีตาทิพย์หยั่งรู้ ต้องซื้อหินพนันที่มีสมบัติได้แน่ ไม่มีทางขาดทุนศิลาทิพย์หรอก

            “จะไปลองดูไหม?” เห็นเฉียวรุ่ยกระตือรือร้นอยากลอง ใบหน้ายิ้มจึงเอ่ยถาม

            “อืม ไปสิ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารัว เขาไม่มีทางพลาดเรื่องน่าสนุกเช่นนี้

            “ไปเถอะ ทิศตะวันตกของเมืองมีโรงหินพนันที่ใหญ่ที่สุดอยู่ พวกเราไปด้านนั้นกัน”

            “อืม!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าอีกครั้ง เดินไปทางฝั่งตะวันตกของเมืองด้วยกัน

            หลิ่วเทียนฉีออกจากถนนเส้นนี้ก็พาเฉียวรุ่ยเลี้ยวมาถนนเส้นต่อไป

            “เอ๋ แผงด้านหน้าขายอะไรกันนะ? คนล้อมเยอะเชียว!” เมื่อเฉียวรุ่ยเดินมาถึงหัวถนนก็มองเห็นแผงเล็กๆ ร้านหนึ่ง ข้างทางมีคนมากมายรายล้อม พวกเขาชี้มือชี้ไม้เอียงศีรษะไปมา ไม่รู้ว่าซื้ออะไร 

            “เข้าไปดูกันเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีเห็นสีหน้าอยากรู้นั่นก็พาเดินไปทางแผง

            “ขายตัวฝังศพบิดาหรือ? จริงหรือหลอกกัน?”

            “ใครจะรู้เล่า?”

            “บุรุษสองเพศคนนี้ดูไม่เลวเลยนี่? ซื้อกลับไปน่าจะใช้ได้นะ?”

            “ช่างเถอะ คนเช่นนี้น่ะ ซื้อกลับไปก็เลี้ยงไม่ได้ ไม่แน่วันใดวันหนึ่งคงคิดหนี!”

            “ก็จริง!”

            หลิ่วเทียนฉีเดินมาถึงหน้าแผงก็ได้ยินคำถกเถียงต่างๆ นานาของผู้คน ขายตัวฝังศพบิดา? หรือจะเป็นหวังอันหยางกัน?

            หวังอันหยางผู้นี้ก็เป็นตัวประกอบในนิยายต้นฉบับ เพราะบิดาผู้ตั้งครรภ์เสียชีวิตแต่เขาไม่มีศิลาทิพย์ฝังศพ ด้วยเหตุนี้ หวังอันหยางจึงมาขายตัวบนถนนใหญ่เพื่อฝังศพบิดา ผลปรากฏว่าพระเอกบังเอิญพบเข้าและช่วยเหลือไว้ นับแต่นั้นหวังอันหยางก็ชอบพระเอก แต่เพราะชีพจรทิพย์ของหวังอันหยางอุดตัน ไม่อาจฝึกฝนพระเอกย่อมไม่มีทางชอบเขา หวังอันหยางจึงได้แต่ติดตามอยู่ข้างกาย แอบชอบอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ 

            ต่อมา หวังอันหยางถูกบิดาอีกคนหนึ่งของเขาพบเข้า คนผู้นั้นเป็นเจ้าสำนักแห่งหนึ่งของจิ่นโจวอันทรงพลัง พระเอกจึงได้รับความช่วยเหลือและการคุ้มครองมากมายจากเจ้าสำนักใหญ่ผู้นั้นเพราะความสัมพันธ์กับเขา

            แม้ท้ายที่สุด จุดจบของหวังอันหยางคือถูกบิดาพากลับ แต่งภรรยาให้กำเนิดบุตรสืบทอดสำนัก แต่หวังอันหยางก็ช่วยเหลือพระเอกมากมายจากการถูกช่วยในครั้งนั้น 

            “บุรุษสองเพศคนนั้นช่างน่าสงสารนัก!” เฉียวรุ่ยมองหนุ่มน้อยนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น บนร่างแขวนป้ายขายตัวฝังศพบิดาพลันขมวดคิ้ว

            เฉียวรุ่ยเองก็เป็นบุรุษสองเพศ เขาย่อมรู้ว่าฐานะบุรุษสองเพศต่ำต้อยนัก หากไร้พลังทิพย์จะมีชีวิตอยู่อย่างลำบากเพียงไร

            “เจ้าชื่ออะไรหรือ!” หลิ่วเทียนฉีก้าวเดินเข้าไป เอ่ยถามเสียงเบา

            หวังอันหยางที่ก้มหน้าอยู่ตลอดได้ยินเข้าก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น

            หลิ่วเทียนฉีเห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหวังอันหยางก็ยกมุมปาก เผยรอยยิ้มเล็กน้อย

            เห็นหลิ่วเทียนฉียิ้มให้บุรุษผู้นั้น เฉียวรุ่ยที่ยืนอยู่ข้างกายขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ในใจหงุดหงิดวูบหนึ่งอย่างไร้ที่มา 

            “หวังอันหยาง!” บุรุษสองเพศตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

            หลังได้รับคำตอบที่ต้องการ หลิ่วเทียนฉีก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอาศิลาทิพย์ยี่สิบก้อนออกมา เขานั่งยองๆ วางไว้ข้างกายเด็กหนุ่ม

            “ศิลาทิพย์ยี่สิบก้อน พอฝังศพบิดาเจ้าไหม?”

            ได้ยินคำถาม หวังอันหยางตะลึงวูบหนึ่งก่อนรีบโขกศีรษะ “ขอบคุณนายน้อยท่านนี้! ศิลาทิพย์ยี่สิบก้อนก็พอขอรับ!”

            “ข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเยวี่ยจวินที่ฝั่งใต้ของเมือง หลังเจ้าฝังศพบิดาเรียบร้อยก็ไปหาข้าที่โรงเตี๊ยมได้ แน่นอน หากเจ้าไม่ยินดีก็ไม่เป็นไร” หลังพูดจบ หลิ่วเทียนฉีลุกขึ้นยืน

            “ขอบคุณนายน้อยยิ่งนัก ข้าฝังศพบิดาเสร็จจะรีบไปหาท่าน คอยเป็นวัวเป็นม้า รับใช้ท่านทั้งชีวิตขอรับ!” หวังอันหยางก้มศีรษะโขกให้อีก

            หลิ่วเทียนฉีมองหวังอันหยางทีหนึ่งก็จูงเฉียวรุ่ยเดินออกจากกลุ่มคน มุ่งหน้าเดินไปท้ายถนน

            “มีนายท่านที่ไม่ขาดเงินจริงหรือ?”

            “ใช่แล้ว ให้ศิลาทิพย์แต่ไม่พาไป เขาไม่กลัวหนีด้วย!”

            “เป็นถึงนายน้อยตระกูลใหญ่ คงไม่ขาดแคลนศิลาทิพย์ยี่สิบก้อนนั่นหรอก!”

            “นั่นก็ใช่ ดูจากเสื้อผ้าของพวกเขาคงเป็นเช่นนั้น!”

            ทั้งสองเดินจากไป ผู้คนก็พากันถกเถียงอีกพักหนึ่ง

            เฉียวรุ่ยเดินอยู่ข้างกายหลิ่วเทียนฉี แอบลอบมองอีกฝ่ายเป็นระยะ สีหน้าเห็นชัดว่าแย่ลงทุกที

            หลังเดินออกมาไกลมากแล้ว ทั้งสองคนก็มาถึงในซอยเล็กไร้ผู้คนเส้นหนึ่ง หลิ่วเทียนฉีหยุดเท้า มองไปทางเฉียวรุ่ยที่อยู่ข้างกาย “เป็นอะไร หืม?”

            “ไม่ ไม่ได้เป็นอะไรนี่?” เฉียวรุ่ยส่ายศีรษะ ย่นจมูกบอก

            เห็นสีหน้าไม่พอใจชัดเจนแต่บอกว่าไม่เป็นไร เขาส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา

            ‘หึงแล้วน่ะสิ เห็นเจ้าซื้อบุรุษสองเพศ ไอ้หนูจะไม่หึงได้ไงกัน?’

            ได้ยินเสียงผ่านกระแสจิตของจิ้งจอกน้อย หลิ่วเทียนฉีก็หัวเราะอย่างอ่อนใจ ‘ดูเจ้าจะเข้าใจเจ้านายดีเอาเรื่องนะ!’

            ‘แน่นอนสิ พวกเรามีพันธสัญญากันอยู่ ข้าย่อมเข้าใจเขา’

            ‘จิ้งจอกตัวเหม็น เจ้าอย่าพูดส่งเดชนะ!’ เฉียวรุ่ยได้ยินจิ้งจอกน้อยพูดก็ตบถุงเลี้ยงอสูรข้างเอวอย่างไม่พอใจทีหนึ่ง

            ‘โอ๊ย ข้าเจ็บนะไอ้หนู! เจ้าเบาหน่อยไม่เป็นหรือไง? บาดแผลข้ายังไม่หายดีนะ!’

            ‘ถ้าเจ้าพูดจาส่งเดชอีก ข้าจะเย็บปากเจ้าซะ!’ เฉียวรุ่ยถลึงตาจ้องถุงเลี้ยงอสูรพลางเอ่ยเสียงเหี้ยม

            “ฮ่าๆๆ ถ้าโกรธก็น่าจะลงกับข้าสิ? โมโหอะไรจิ้งจอกน้อยเล่า?” หลิ่วเทียนฉีบอกเสียงเบา มองไปทางคนรักตัวน้อย

            เฉียวรุ่ยเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าอ่อนโยนของเขายิ่งรู้สึกน้อยใจกว่าเดิม “เทียนฉี!” 

            “โมโหข้าหรือ?” มองท่าทางน้อยใจอันน่ารักนั่นพลางถาม

            “เจ้า ทำไมเจ้าไม่คุยกับข้าสักคำ ซื้อคนผู้นั้นไปก่อนเล่า?” บุรุษสองเพศเชียว เป็นบุรุษสองเพศเชียวนะ

            “ขอโทษ ข้าเห็นว่าเขาไม่เลวเลยถือโอกาสซื้อมาเสีย!” เห็นคนรักสีหน้าขุ่นเคืองจึงรีบอธิบายอย่างใจเย็น

            “ไม่เลว? อะไรเรียกไม่เลวกัน? เจ้า เจ้าถูกใจเขางั้นหรือ?” ได้ยินหลิ่วเทียนฉีตอบกลับ เฉียวรุ่ยยิ่งโมโห

            พวกเขาเพิ่งอยู่ด้วยกันเพียงครึ่งปี เทียนฉีก็ชอบคนอื่นแล้วหรือ? ทำไมเร็วปานนี้ ทำไมหันไปชอบคนอื่นแล้วเล่า?

            หลิ่วเทียนฉีเห็นเฉียวรุ่ยโกรธขึ้ง ใบหน้าน้อยแดงก่ำ ดวงตาโตมีหยาดน้ำคลอเขียนว่าน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เต็มก็ปวดใจยิ่งนัก ยื่นมือไปโอบเข้ามาในอ้อมแขน

            “เจ้าทำอะไร ปล่อยข้านะ!” ยิ่งผลักออกยิ่งถูกกอดแน่น  เทียนฉีไม่ให้โอกาสเขาดิ้นหลุดสักนิด

            “อื้อๆ...”

            เฉียวรุ่ยดิ้นจะออกจากอ้อมกอดเขา ไม่เพียงไม่ปล่อย เขารีบทาบทับจูบรุนแรงลงไปทันที

            “เจ้า อื้อๆ...” เฉียวรุ่ยเบิกตาโต ถูกจูบจนอึ้งงัน นี่มันบนถนนใหญ่นะ เขา เขาถึงกับจูบกับเทียนฉีบนถนนใหญ่เลยหรือ???

            “รู้สึกได้ไหม? ในใจข้ามีเพียงเจ้าคนเดียว” หลังหนึ่งจูบ หลิ่วเทียนฉีผละออกเบาๆ จ้องคนรักที่อึ้งอยู่ในอ้อมแขนพลางเอ่ยขึ้น

            “ปล่อย นี่มันบนถนนใหญ่เชียวนะ!” เฉียวรุ่ยดึงมือที่เกาะติดบนเอวออก เขินอายจนหน้าแดงก่ำ

            “ข้าไม่ได้รักเจ้ามานานหรือ เจ้าถึงได้เริ่มสงสัยว่าข้าชอบคนอื่นเสียแล้ว!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีทำหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม มองมาทางเฉียวรุ่ยอย่างน่าสงสาร

            ตั้งแต่เฉียวรุ่ยเก็บตัวฝึกฝนจนพวกเขาออกจากเมืองฝูเฉิง ผ่านมาสามเดือนกว่าที่ไม่ได้แสดงความรักกัน ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะคิดฟุ้งซ่าน

            “เจ้า เจ้าพูดส่งเดชอะไรเล่า?” คราวนี้ไม่ใช่แค่หน้า กระทั่งคอกับหูของคนรักก็แดงไปด้วย

            “อย่าคิดฟุ้งซ่านน่า หวังอันหยางน่ะข้าซื้อกลับไปมอบให้ท่านพ่อต่างหาก!” หลิ่วเทียนฉีพรมจูบใบหน้าน้อยอย่างรักใคร่ อธิบายอย่างตั้งใจ

            “มอบให้? มอบให้ท่านอาหลิ่ว? นี่ มันจะดีหรือ?” เฉียวรุ่ยมองหลิ่วเทียนฉีอย่างตะลึงก่อนถาม

            เห็นท่าทางไม่อยากเชื่อนั่น เขาเคาะหน้าผากอีกฝ่ายอย่างจนปัญญา “ในสมองน้อยๆ ของเจ้าคิดเลอะเทอะอะไรอยู่ฮึ? ข้าจะมอบเขาให้เป็นคนรับใช้ของท่านพ่อ ไม่ใช่อนุภรรยา”

            “เป็น เป็นคนรับใช้หรือ?” ได้ยินถึงตรงนี้ สีหน้าจึงสงบลง

            “ท่านพ่อเป็นผู้ครองตนอยู่ในความดีงาม เขาไม่เคยเลี้ยงอนุภรรยา”

            “อา! ใช่ ข้าคงคิดมากเกินไป!” อันที่จริง จะโทษเฉียวรุ่ยก็ไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนซื้อบุรุษสองเพศกลับไปเป็นอนุภรรยานี่! เอาเป็นข้ารับใช้น่ะไม่ค่อยมีนักหรอกนะ!

            “เจ้านี่นะ!” หลิ่วเทียนฉีลูบจมูกน้อยอย่างเอ็นดู เดินจูงมือไปยังปากซอย

            “ฮ่าๆๆ...” เมื่อรู้ว่าตนเข้าใจอีกฝ่ายผิดก็รีบร้อนยิ้มประจบอย่างขัดเขิน

            “ไปเถอะ ไปโรงหินพนันกัน!”

            “อืม!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าอย่างมีความสุข ความทุกข์ใจก่อนหน้าหายไปสิ้น

            “เจ้าไหน้ำส้มน้อย!1” หลิ่วเทียนฉีมองอีกฝ่ายด้วยความรัก ยิ้มด้วยสีหน้าอ่อนใจเล็กน้อยแต่กลับดีใจเป็นอย่างยิ่ง เสี่ยวรุ่ยเริ่มหึงเขาแล้วล่ะ!

            --------------------------------------------------------------

            1 ภาษาจีนเปรียบเปรยความหึงกับการกินน้ำส้มสายชู ดังนั้น การแซวว่าเป็นไหน้ำส้มคือแซวว่าเป็นคนขี้หึงมาก

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388