เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80 (จบ)

    บทที่ 38 การโต้เถียงของคุณย่า

            บทที่ 38 การโต้เถียงของคุณย่า


            เมื่อรู้ว่าสวี่ชิงกำลังเดินทางมา โจวจินหนานก็ยืนรอที่หน้าประตู เมื่อพวกเธอเดินทางมาถึง เขาจึงพาทั้งสองเดินเข้าไปในบ้าน


            ครั้นเห็นโจวลี่หงและฟ่านเจี๋ยในห้องนั่งเล่น สวี่ชิงก็ตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมเฟิงซูฮวา


            โจวเฉินหยิงหรือแม่เฒ่าโจวเข้ามาทักทายเฟิงซูฮวาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร “หากรู้ว่าคุณย่าจะมาด้วย ฉันจะขอให้เฉิงเหวินไปรับ นั่งลงก่อนเถอะค่ะ”


            นางตะโกนเรียกซูฮุ่ยหรูให้รินน้ำชา จากนั้นจึงหันมองสวี่ชิงอย่างพิจารณา “เธอเป็นหญิงสาวที่สวยมาก จินหนานและครอบครัวของเราช่างโชคดี”


            คำพูดนี้ทำให้เฟิงซูฮวาสบายใจ จึงทักทายโจวเฉินหยิงด้วยรอยยิ้ม


            โจวลี่หงพาฟ่านเจี๋ยมาที่นี่แต่เช้าตรู่เพื่อขอให้โจวจินหนานพิจารณาใหม่ แม้สวี่ชิงจะถูกเสนอให้แต่งงานกับเขา แต่ก็สามารถเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อตราบที่ยังไม่ได้รับทะเบียนสมรส


            แต่หล่อนไม่คาดคิดมาก่อนว่าโจวจินหนานและสวี่ชิงจะได้รับทะเบียนสมรสแล้วเมื่อวานนี้


            โจวลี่หงจ้องมองสวี่ชิงอย่างรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม หล่อนต้องเกลี้ยกล่อมให้โจวจินหนานยอมจดทะเบียนสมรสแน่


            แต่ในเมื่อได้รับทะเบียนสมรสแล้ว ก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป!


            แววตาของสวี่ชิงเต็มไปด้วยการดูถูกและเยาะเย้ย


            ฟ่านเจี๋ยที่นั่งอยู่ด้านข้างยังคงตกตะลึงหลังจากได้ยินว่าโจวจินหนานและสวี่ชิงได้รับทะเบียนสมรสแล้ว


            หล่อนจ้องมองสวี่ชิงด้วยความหึงหวงและไม่พอใจ


            สวี่ชิงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เพราะในชาติก่อนคนเหล่านี้ไม่ได้เอาเปรียบอะไรเธอ


            ในชีวิตนี้ หากพวกเขาไม่ยั่วโทสะเธอจนทนไม่ได้ เธอก็จะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            แต่หากถูกยั่วยุจนอดรนทนไม่ได้ เธอก็จะตอบโต้ด้วยวิธีที่หยาบคายกว่า


            หลังเสร็จสิ้นการต้อนรับ โจวเฉินหยิงและฟางซูฮวาก็นั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยกันอย่างออกอรรถรส


            สวี่ชิงและโจวจินหนานนั่งบนโซฟาอีกด้านหนึ่ง ขณะที่โจวลี่หง ฟ่านเจี๋ย และหลิวเหวินผิงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม


            ขณะที่โจวจินหนานนั่ง หลังของเขาก็ตั้งตรง ดูบุคลิกภาพดีอย่างมาก


            แม้ดวงตาของเขาจะปกคลุมด้วยผ้าก๊อซ แต่จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง และกรามคมชัดก็แสดงถึงความเคร่งครึมและน่าค้นหา


            ยังคงน่าหลงใหลต่อผู้ได้พบเห็นอยู่เสมอ


            ฟ่านเจี๋ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอาแต่จ้องมอง ไม่อาจละสายตาจากไป


            สวี่ชิงมองสายตาอาลัยอาวรณ์ของฟ่านเจี๋ยอย่างนึกสนุก ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าโจวจินซวนเคยพูดว่าแฟนเก่าของโจวจินหนานเป็นคนที่ดีมาก


            หรือว่านั่นจะเป็นฟ่านเจี๋ย?


            ดูจากสีหน้าเศร้าโศกของฟ่านเจี๋ยแล้วก็อาจเป็นไปได้!


            โจวลี่หงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยพลางเผยรอยยิ้มจอมปลอมออกมา “เนื่องในโอกาสที่ชิงชิงและโจวจินหนานได้รับทะเบียนสมรส เที่ยงนี้เราขอให้หล่อนแสดงฝีมือการทำบะหมี่เพื่อให้เราได้ลิ้มลองกันดีกว่าค่ะ”


            สวี่ชิงรู้ธรรมเนียมของที่นี่ดี ในวันที่สองของการแต่งงาน สะใภ้คนใหม่จะต้องแสดงฝีมือในการทำบะหมี่ เพื่อให้คนในครอบครัวได้เห็นว่าเป็นคนละเอียดอ่อนและประณีตเพียงใด


            หลังได้ยินคำพูดของโจวลี่หง เธอก็ไม่เคลื่อนไหวใดๆ แม้จะได้รับทะเบียนสมรสแล้ว แต่ในแง่ของประเพณี หากไม่ได้สวมชุดแต่งงานก็ยังไม่ถือว่าเป็นสะใภ้คนใหม่


            แน่นอนว่าโจวหลี่หงจงใจทำให้เธออับอาย


            เฟิงซูฮวาจ้องมองโจวลี่หงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบลง ดวงตาฉายแววคมกล้ามากขึ้น “จริงอยู่ที่สะใภ้คนใหม่ต้องแสดงฝีมือทำอาหาร แต่เธอไม่ได้เป็นคนพาชิงชิงเข้ามาที่นี่ และหลานของฉันก็ไม่ใช่ลูกสะใภ้ของเธอ ชิงชิงเพิ่งมาที่นี่วันแรก ยังไม่ถือเป็นสะใภ้เต็มตัว แต่ป้าสามีกลับต้องการเร่งรีบส่งหล่อนเข้าครัว หรือแท้จริงแล้วต้องการกลั่นแกล้งและดูถูกชิงชิงกันแน่?”


            สวี่ชิงหันมองฟางซูฮวา เธอไม่คาดคิดว่าคุณย่าจะมีบุคลิกเช่นนี้ด้วย


            เมื่อเห็นว่าเฟิงซูฮวาเริ่มไม่พอใจ โจวเฉินหยิงก็รีบกล่าวทันที “อย่าโกรธไปเลยค่ะคุณย่า เด็กคนนี้โตแต่ตัว ไม่ค่อยรู้จักกาลเทศะ!”


            โจวลี่หงตกตะลึงต่อคำพูดของเฟิงซูฮวา แต่ก็ไม่สามารถหักล้างได้ ดังนั้นจึงยืนขึ้นด้วยสีหน้ามืดมน “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ เผื่อในครัวต้องการความช่วยเหลือ”


            ฟ่านเจี๋ยก็ยืนขึ้นเช่นกัน “อารอง ฉันไปด้วยค่ะ”


            โจวเฉินหยิงชอบสวี่ชิงมาก แม้จะเคยได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับเธอก็ตาม แต่แม่เฒ่าโจวผู้นี้กลับคิดเสมอว่าหญิงสาวเพียงตกเป็นเหยื่อ


            ในครั้งแรกที่ได้พบกัน แววตาของเธอดูใสซื่อ เพียงมองแวบแรกก็รู้ว่าเป็นคนจิตใจดีและสัตย์ซื่อ


            โจวเฉินหยิงมองไปยังสวี่ชิงและโจวจินหนานที่นั่งตัวตรงด้วยรอยยิ้มก่อนโบกมือ “จินหนาน พาชิงชิงไปพูดคุยหรือพักผ่อนที่ห้องของหลานเถอะ ส่วนเราสองคนจะขอพูดคุยกันที่นี่ตามประสาคนแก่”


            โจวจินหนานจึงพาสวี่ชิงไปยังห้องนอนของเขาอย่างเชื่อฟัง


            “ขอโทษนะครับ”


            หลังเข้าไปในห้อง โจวจินหนานก็กล่าวขอโทษทันทีที่ปิดประตู “ความประมาทของผมทำให้คุณต้องอับอาย”


            สวี่ชิงจ้องมองรอบห้องที่หล่อนอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกับเขา “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ฉันจะแต่งงานกับคุณไม่ใช่พวกเขา แค่คุณดีกับฉันก็พอแล้วค่ะ”


            สำหรับโจวลี่หง แน่นอนว่าหล่อนจะต้องพบเจอกับสิ่งที่สมควรในอนาคต


            ทุกสิ่งที่เคยทำจะกลับคืนสู่ตัวหล่อน


            สวี่ชิงกล่าวอย่างเป็นกันเอง แววตาจับจ้องทั่วทุกมุมห้อง หล่อนเคยอาศัยที่นี่มานานนับครึ่งปีจึงค่อนข้างคุ้นเคย


            ประโยคเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยความเมตตาทำให้โจวจินหนานถึงกับคิดว่าสวี่ชิงเป็นไข่มุกที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบแสงสว่างมากเท่านั้น


            ซึ่งทำให้ความผิดที่อยู่ในใจยิ่งหนักอึ้ง


            สวี่ชิงหันกลับมา พลันนึกถึงคำถามในใจได้ “ฟ่านเจี๋ยคือแฟนเก่าของพี่เหรอคะ?”


            เธอไม่ได้สนใจชีวิตรักครั้งก่อนของโจวจินหนานหรือต้องการรู้ว่าเขายังรู้สึกต่ออีกฝ่ายหรือไม่ เพียงต้องการรู้ว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกันอย่างไร เพื่อจะได้ทำตัวถูก


            โจวจินหนานตกตะลึงครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ครับ เราแค่เรียนมาด้วยกัน”


            สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ “แล้วใครคือแฟนเก่าของพี่คะ? น้องชายคุณบอกว่าแฟนเก่าของคุณนั้นดีมาก”


            โจวจินหนานขมวดคิ้วแน่น “ผมไม่เคยมีแฟน เขาบอกคุณว่าฟ่านเจี๋ยคือแฟนเก่าผมเหรอครับ?”


            สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ “แล้วทำไมถึงพูดเหมือนกับฟ่านเจี๋ยเป็นแฟนเก่าของพี่? อีกทั้งหล่อนยังนั่งจ้องพี่อย่างอาลัยอาวรณ์ราวกับถูกทิ้ง”


            หากฟ่านเจี๋ยบริสุทธิ์ใจจริงก็ไม่ควรแสดงออกแบบนั้น


            โจวจินหนานจำได้ทันที หลังจบการศึกษาจากวิทยาลัยบัญชาการกองทัพบก เขาได้รับมอบหมายให้ทำงานในหน่วยใหม่ และได้รับจดหมายพร้อมรูปถ่ายขาวดำจากฟ่านเจี๋ย แต่ก็เพียงเหลือบมองแล้ววางลงบนโต๊ะ


            ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะตอบ เขาไม่ชอบฟ่านเจี๋ย ทั้งยังรู้สึกรังเกียจ!


            เขาเกลียดฟ่านเจี๋ยเช่นเดียวกับที่เกลียดซูฮุ่ยหรู แม่ของตัวเอง


            ไม่ว่าตอนนี้จดหมายและรูปถ่ายจะอยู่ที่ไหน เขาก็ไม่สนใจ


            เป็นไปได้ไหมว่าผู้ที่เอาจดหมายนั้นไปจะสื่อสารกับฟ่านเจี๋ยในนามของเขา?


            โจวจินหนานอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาคาดเดาให้สวี่ชิงฟังอย่างเปิดเผย


            สวี่ชิงพูดไม่ออก หรือเป็นเพราะแบบนี้ ฟ่านเจี๋ยจึงทนเหงามานานหลายปี?


            แต่ความจริงที่ผ่านมาคือหล่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังสื่อสารกับใคร!


            เมื่อเห็นว่าสวี่ชิงเงียบไป โจวจิงหนานก็คิดว่าเธอไม่เชื่อ จึงรู้สึกกังวลขึ้นมา “ผมไม่เคยวางแผนจะแต่งงานมาก่อน นับประสาอะไรกับการมีแฟน”


            สวี่ชิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่ไม่เคยอยากแต่งงานหรือมีแฟนเลยงั้นเหรอคะ? แล้วมาแต่งงานกับฉันทำไม? เราทั้งสองก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย”

    …………………………………………………………………………………………………………………… 


    สารจากผู้แปล


    คุณย่าเฟิงฟาดแรงมากค่ะ นับถือๆ ส่วนคุณย่าโจวก็ใจกว้างเหลือเกินที่มองสวี่ชิงเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้มีความผิดอะไรหากจะไม่บริสุทธิ์


    คำถามวัดใจพี่โจวออกจากปากสวี่ชิงแล้ว พี่โจวจะตอบยังไงเนี่ย จะเลือกตอบความจริงหรือเลือกปิดบังต่อกันนะ


    ไหหม่า(海馬)



    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80 (จบ) ที่คุณอ่าน