บทที่ 32 กินขาไก่งวงกันเถอะ
คำอธิบายนี้ ทำเอาทุกคนคาดไม่ถึง แม้แต่เหยาเหยาที่เดาไว้แล้วว่ารอยสักต้องเป็ต้นเหตุ ก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้
“นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้หาง แกนี่มันซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ”
สมาชิกในกลุ่มนักผจญภัยอดไม่ได้ที่จะะโด่าออกมา ใครจะไปคิดว่าพวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพียงเพราะเพื่อนร่วมทีมดันอ้วนจนรอยสักเทพเ้ากวนอูปริแตก
เื่แบบนี้มันช่างเหลือเชื่อยิ่งกว่านิยายเสียอีก!
“พี่ชาย ไม่ว่ายังไง พี่ก็ควรไปลบรอยสักนี้ออกโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นอาจเกิดเื่ไม่คาดฝันมากกว่านี้อีกก็ได้นะ” เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
โชคยังดีที่ครั้งนี้ไม่มีใครเป็อะไร แต่ครั้งหน้าจะโชคดีแบบนี้หรือไม่ก็ยากที่จะพูด
เจิ้งหางเองก็ยังหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น พอรู้ว่าเป็เพราะตัวเองแบกรับรอยสักนี้ไม่ไหว เขาก็พยักหน้าหงึก ๆ เหมือนไก่จิกข้าวสารแล้วรับปากว่า “ได้ ๆ ๆ ฉันจะไปลบออกทันทีเลย ครั้งหน้าจะไม่กล้าสักมั่ว ๆ อีกแล้ว”
“อาจารย์น้อย ถ้าอย่างนั้นเรารู้สาเหตุที่ิญญาร้ายเล่นงานพวกเราแล้ว เราควรจะแก้ไขยังไงดี?” หลี่ตงถามคำถามที่อยู่ในใจเขามาตลอด
คำกล่าวที่ว่า ไม่รู้ย้อมไม่ผิด ไม่สามารถใช้ได้กับิญญาร้าย ไม่งั้นมันคงไม่มาเล่นงานเขาแบบนี้
ไม่รู้ว่าเป็เพราะคิดไปเองหรือเปล่า ขณะกำลังพิจารณาเื่นี้อยู่ หลี่ตงก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาของอาจารย์น้อยเป็ประกายขึ้นมา
จากนั้น เขาก็ได้ยินเสียงใส ๆ ดังกังวานข้างหูว่า "จะทำยังไงได้ ก็ต้องฆ่ามันสิ!"
"เอ่อ..." หลี่ตงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เขาไม่คิดว่าใบหน้ากลม ๆ ของอาจารย์น้อย จะเอ่ยคำพูดที่รุนแรงเช่นนี้ออกมาได้
อย่างไรก็ตาม พูดตามตรง เขากลับชอบใจวิธีการจัดการที่เด็ดขาดเช่นนี้มาก!
กู้อวี่มองน้องสาวที่นั่งพักอยู่บนก้อนหิน พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น" เหยาเหยา จะลงมือเมื่อไหร่"
"รอให้ลุงหลิวกับคนอื่น ๆ มาถึงก่อนก็ได้ค่ะ" เหยาเหยาตอบอย่างจริงจัง ขณะหยิบกล่องขนมปูออกมาจากกระเป๋า
แป้งพายกรอบนอกหอมกรุ่น บวกกับกลิ่นเนื้อปูเข้มข้น ทำเอาสมาชิกกลุ่มสำรวจที่อยู่ตรงนั้นถึงกับตาโต
พวกเขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้า อีกทั้งยังเพิ่งผ่านการหลบหนีอย่างอลหม่าน ตอนนี้ท้องก็ร้องโครกคราก มองดูอาจารย์น้อยกินอย่างเอร็ดอร่อยจนตาหยี พวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากขอ แค่กลืนน้ำลายลงคออย่างเดียว
บรรดาชายหนุ่มได้แต่คิดว่า อดทนอีกหน่อยก็คงผ่านไปได้
จาดนั้นไม่นานนัก พวกเขาก็พบว่าสิ่งที่อาจารย์น้อยสะพายอยู่นั้นไม่ใช่กระเป๋าธรรมดา แต่มันคือกระเป๋าโดราเอมอนชัด ๆ!
เริ่มจากขนมปู เด็กน้อยก็กินอย่างอื่นทีละอย่าง… ทีละอย่าง จนทำพวกเขาตาลายไปหมด ส่วนเื่ความจุของกระเพาะของอาจารย์น้อย พวกเขาก็รู้ซึ้งอย่างถ่องแท้
โชคดีที่ความทุกข์ทรมานนี้ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ในที่สุดหลิวตงก็มาถึง ค่อยคลายความลำบากใจของพวกเขาลงได้
"ขอโทษจริง ๆ นะ ไม่คิดว่าอาจารย์น้อยจะมาเร็วขนาดนี้" หลิวตงก็แปลกใจกับความเร็วของคนที่มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นกู้อวี่ ก็ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่
นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมอาจารย์น้อยถึงพาคนธรรมดาแบบนี้มาด้วย?
บนร่างกายของกู้อวี่ไม่มีร่องรอยของพลังิญญา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่มืออาชีพ แต่เขาก็เป็คนรู้จักประมาณตน อาจารย์น้อยพาเขามา คงมีเหตุผลของตัวเอง
เหยาเหยาลุกขึ้นจากก้อนหิน ปัดเศษฝุ่นออกจากมือแล้วพูดกับเขาว่า "ลุงหลิว ช่วยดูข้างนอกที อย่าให้ใครเข้ามานะคะ"
หลิวตงอึ้งไปชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่าย้าเข้าไปคนเดียว ทำให้เขาอดเป็ห่วงไม่ได้ "เหยาเหยา นั่นมันผีแดงนะ หนูเข้าไปคนเดียวมันอันตรายเกินไป ให้คนฝีมือดีสักสองคนเข้าไปเป็เพื่อน ช่วยเหลือหนูด้วยดีกว่า"
"ไม่เป็ไรค่ะลุงหลิว หนูจัดการเองได้" เหยาเหยาปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเล
“ถ้าพวกนั้นมันตามเข้าไป แล้วหนูจะแอบกินได้ยังไง!”
"เอ่อ… งั้น… ระวังตัวด้วยล่ะ" หลิวตงเห็นว่าขัดไม่ได้ การจะปราบปีศาจแดงได้ยังไงก็ต้องพึ่งอีกฝ่าย เขาจึงไม่ฝืนอีก
เขาส่งสายตาให้ลูกน้องที่อยู่ข้าง ๆ ทุกคนก็รีบแยกย้ายกันไปล้อมทางเข้าออกของปราสาทเอาไว้
ส่วนเหยาเหยา เมื่อเห็นดังนั้น บนใบหน้าเล็ก ๆ ก็เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นก็ไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปในถ้ำ
"หัวหน้าหลิว คุณว่าอาจารย์น้อยเข้าไปคนเดียวจะไหวเหรอครับ"
สมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษคนหนึ่งเดินตามหลังหลิวตงมา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
"แกมาถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครได้" หลิวตงเหลือบมองลูกน้องที่เอ่ยถาม เสียงของเขาหนักแน่น "แต่ฉันรู้ว่า ถ้าแม้แต่อาจารย์น้อยยังทำไม่ได้ พวกเราก็เตรียมตัวกลับบ้านเก่าได้เลย"
คำพูดนี้ทำให้ลูกน้องคนนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ปิดปากเงียบ
ในตอนนี้ มีเพียงกู้อวี่คนเดียวที่ดูไม่ทุกข์ร้อน เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจในฝีมือของน้องสาวตัวเอง
ผีตนนั้น ต้องล้มพ่ายแพ้ภายในสามนาทีแน่!
ความคิดซับซ้อนของคนเ่าั้ เหยาเหยาไม่รู้เื่รู้ราวเลยสักนิด ตอนนี้เธอเข้ามาในซากโบราณสถานแล้ว
กลิ่นอับชื้นในอากาศช่างรุนแรงจนยากจะปิดบัง เหยาเหยาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แต่เธอก็ไม่ได้ปิดจมูกตัวเองจากกลิ่นนั้น หลังจากปรับตัวได้ชั่วครู่ เธอก็สูดลมหายใจเข้าไป
เธอกำลังใช้ประสาทััดมกลิ่นตามล่าผีแดงตนนั้น!
อีกฝ่ายาเ็จากอาคมปราบผีของเธอทั้งที่อยู่ไกลกัน มันจึงเป็เื่ยากที่จะเก็บซ่อนรัศมีความชั่วร้ายได้เหมือนเช่นเคย การตามหาจึงง่ายกว่าเดิมมาก
และแน่นอนว่าไม่นานนัก ดวงตากลมโตของเหยาเหยาก็เปล่งประกายขึ้น
เจอแล้ว!
สายตาของเหยาเหยาล็อคเป้าหมาย เธอแปะยันต์เคลื่อนย้ายลงบนตัวในพริบตา จากนั้นก็ก้าวเท้าตามวิชาเจ็ดดารา เคลื่อนที่ไปข้างหน้าราวกับะุปืนใหญ่
ด้วยรูปร่างของเธอเล็กจ้อย สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ทางเดินช่างดูคับแคบ แต่เธอกลับผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่มีอุปสรรค เพียงแค่หายใจสองครั้ง เธอก็ตามกลิ่นไปจนถึงที่ซ่อนของผีแดงตนนั้น
"นี่… เ้า… เ้า…"
เมื่อผีแดงตนนั้นเห็นเด็กน้อยโผล่มาอย่างกะทันหัน มันก็ถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ
แต่เพียงพริบตาเดียว มันก็ััได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวเด็กน้อย มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ที่ทำร้ายมันไม่มีผิดเพี้ยน คราวนี้มันก็เืขึ้นหน้าทันที
ิญญาของผีร้ายมักถูกครอบงำด้วยความอาฆาตแค้น จึงขาดสติและเกรี้ยวกราดได้ง่าย เห็นได้จากการที่มันโกรธมากเพียงเพราะรูปเคารพของเทพเ้าแห่งความความตาย
เมื่อตอนนี้ ศัตรูอยู่ตรงหน้า ผีแดงตนนั้นก็ขาดสติโดยสิ้นเชิง พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันราวกับคลื่น มันส่งเสียงกรีดร้องและพุ่งเข้าใส่เด็กน้อยในทันที
“หึหึ ขาไก่งวงตัวโต ฉันมาแล้ว!” เหยาเหยาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ ที่แวววาวราวกับคมมีด
แม้ต้องเผชิญหน้ากับผีร้าย เธอกลับไม่หวาดหวั่น แถมยังพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ผีร้ายเห็นดังนั้นก็รู้สึกขบขันนักที่มือเล็ก ๆ คู่นั้นกล้ามาแตะต้องตัวมัน
รู้กันดีว่าในบรรดาสายวิชาของลัทธิเต๋า นอกจากสำนักหลงหู่ซานที่ฝึกฝนทั้งพลังภายในและวรยุทธแล้ว วิธีที่ทรงพลังที่สุดของสำนักอื่น ๆ ก็หนีไม่พ้นยันต์และอาคม
สำนักหลงหู่ซานรับเฉพาะศิษย์ชาย เด็กน้อยคนนี้ไม่น่าจะเป็ศิษย์ของสำนักนั้น การต่อสู้ประชิดตัวกับมันจึงเป็ความคิดที่โง่เขลาสิ้นดี
ดวงตาสีแดงก่ำของมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เหล่าอัจฉริยะมักจะยโสโอหัง คิดว่าพร์เพียงเล็กน้อยจะทำให้เก่งกล้ายิ่งใหญ่ไร้ผู้ต่อต้าน รอให้มันฉีกเธอเป็ชิ้น ๆ ส่งลงนรกก่อนเถอะ แล้วเธอจะต้องเสียใจกับความบุ่มบ่ามในวันนี้
แววตาของผีแดงยิ่งเหี้ยมโหดยิ่งขึ้น แต่เมื่อมือทั้งสองข้างัักัน มันก็ชะงักงัน
ไม่มีสาเหตุอื่นใด นอกจากเพราะมือของเด็กน้อยแข็งเกินไป มันรู้สึกเหมือนตัวเองพุ่งชนแผ่นเหล็กหนา!
ทั้งที่เป็ิญญา แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเ็ปอย่างรุนแรง
มันก้มลงมอง ก็เห็นแขนของตัวเองหายวับไปกับตา ส่วนแขนข้างนั้น ปรากฏขึ้นบนมือของเด็กน้อยอย่างชัดเจน
ผีแดงถึงกับตกตะลึง!
ทว่า ในชั่วพริบตา… สิ่งที่ทำให้มันหวาดกลัวกว่านั้นก็คือ เงาด้านหลังของเด็กน้อยขยับไหว เปลี่ยนเป็เงาดำรูปร่างประหลาด
เธอค่อย ๆ เปิดปากออก คล้ายปากเหวลึกที่อ้ากว้าง กลืนแขนของมันเข้าไป!
ผีแดง... ถูกกลืน... ถูกกลืนเข้าไปแล้ว!
ในตอนนี้ มันรู้สึกสับสน ไม่สิ เด็กคนนี้เป็ใครกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ เธอไม่ใช่คน!