"นี่เ้าจะบอกข้าว่า เดินเข้าไปในถ้ำด้วยความบังเอิญ เจอโครงกระดูกผู้วิเศษพร้อมกับกล่องกระดาษที่ติดไฟเองได้อย่างนั้นหรือ? เฒ่าแก่ที่พยายามทวนคำพูดของเด็กหนุ่มที่พูดออกมาตามที่ตนเข้าใจและพบเจอในถ้ำประหลาด ในขณะที่ตนนั้นนั่งแช่น้ำมีเหล่าเสี่ยวเอ๋อช่วยกันพาไปขัดเนื้อตัว
"เฒ่าแก่ท่านไม่เชื่อข้ารึ ข้าเคยพูดโกหกท่านรึยังไง? เด็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของเฒ่าแก่ที่งุนงงกับสิ่งที่ตนเล่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็เกิดอาการหงุดหงิด "ข้าก็บอกท่านแล้วถ้าท่านไปตามทางที่ข้าออกมีหรือท่านจะไม่เห็นขนาดถ้ำที่ใหญ่โออ่าขนาดนั้น มัน"จะไม่มีอยู่"ได้อย่างไร
"ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อเ้าหรอกนะ แต่สิ่งที่เ้าบอกมาข้าลงมือสำรวจด้วยตัวข้าเอง อีกทั้งนำกลุ่มสำรวจลัดเลาะตามทางที่เ้าบอกแล้วจริงๆ แต่ไม่เห็นกะมีปากถ้ำหรือกำแพงอะไรสักอย่างที่มากพอจะเรียกได้ว่าเป็ปากถ้ำดั่งเ้าว่า เอาหละๆ เอาเป็ว่าข้าเชื่อเ้าก็เเล้วกันเมื่อใดก็ตามที่เ้าทำตามเงื่อนไขที่าุโตั้งไว้สำเร็จข้าจะอนุญาตให้เ้าไปที่นั้นครั้ง และข้าจะตามเ้าไปแน่นอนข้าให้สัญญา เอาเป็ว่าเ้าล้างเนื้อตัวเสร็จก็ไปกินข้าวสะนะ ยามดึกข้าจะกลับมาอีกที..แล้วก็าุโอนุญาตให้เ้าได้รับการฝึกสอนเื่ปราณอีกครั้ง...อย่าทำให้นางผิดหวังสะละ"
ชายหนุ่มพูดจบก็ค่อยๆเดินจากไป มือไขว่หลัง ทว่าใบหน้ากลับมิได้รู้สึกยินดีเท่าใดนักและยังถอนหายใจเป็พักๆ ตนที่รู้ว่าเด็กน้อยผู้นี้ไร้พร์ที่เด็กคนอื่นควรจะมี แต่ถึงอย่างนั้นตนก็ภาวนาและคอยลุ้นถึงพัฒนาการที่เด็กน้อยจะสามารถก้าวข้ามตนเองให้ได้....
เด็กน้อยที่นั่งขัดตัวไปมาฟังเฒ่าแก่ไปเมื่อได้ยินสิ่งที่ตนนั้น อยากจะเรียนรู้มาโดยตลอด ทั้งชีวิตมีแต่จำแนกลักษณะสิ่งของ สมุนไพรและคอยอ่านตำราบอกเล่าการผจญภัยจากจอมยุทธพเนจรมากมาย ตนที่ฝันอยากจะเป็ให้ได้อย่างพวกเค้าบ้างเพื่อสิ่งที่เรียกว่าอิสระนั้นมันช่างเป็คำที่หอมหวานและทำให้รู้สึกถึงแรงจูงใจที่หนักแน่นเป็แนวทางให้ตนนั้นรักในการใฝ่เรียนเพื่อสิ่งนี้มากขึ้น
ทว่าโชคชะตาก็เล่นตลกกับเด็กน้อยเนื่องจากครั้งแรกที่ได้รับการฝึก เด็กหนุ่มกลับไม่มีจุดกักเก็บปราณที่อยู่ตรงสะดือ ศูนย์รวมพลังที่ใช้โอนถ่าย ไปจุดต่างๆ แม้แต่เส้นชีพจรเด็กหนุ่มก็ฉีกขาดในบางจุด บางที่ก็บีบรัดยุ่งเหยิงมั่วไปหมดไม่เป็เส้นสายเดียวกัน ทำให้แม้แต่การัั หรือความพยายามที่จะเร้นเค้นปราณของตนเป็เื่ที่ลำบากเป็อย่างมาก ในขณะที่เด็กๆในวัยเดียวกันตอนนี้เริ่มสามารถเคลือบปราณมาใช้ในชีวิตประจำวันกันได้แล้ว
แม้ว่าจะเ็ปที่มิอาจเหมือนเฉกเช่นผู้อื่น ทว่าเด็กหนุ่มก็ก้าวข้ามความผิดหวังที่ตนมีและพยายามเรียนนรู้ในศาสตร์การปรุงโอสถเพื่อจำแนกหาสมุนไพรเฉพาะที่นำมารักษาเส้นชีพจรของตนแม้จะเสาะหาเจอแต่มูลค่าที่แพงเอาเื่ก็ทำให้เด็กหนุ่มต้อง ตระหนักถึงการหาความสามารถที่จะทำเงินเป็กอบเป็กำเพื่อสิ่งที่ตนปราถนา
จึงเป็เหตุผลให้เด็กหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาที่จะเข้าป่าเขียวขจีบ่อยครั้งเพื่อเสาะหาสมุนไพรมากมายไปขายและนั้นก็เป็จุดประกายความโลภของเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับไป๋ลู่ที่สามารถทำกำไรได้มากมาย พวกเค้าเลยเริ่มที่จะเสาะหาแหล่งที่มาเมื่อรู้ว่าไป๋ลู่นั้นกำพร้าและไม่มีผู้อุปการะ แถมเป็เด็กผู้โชคร้ายจากเหตุการณ์อันน่าสะพรึงก็ทำให้พวกเด็กเ่าั้ตัดสินใจเข้าชิงปล้น และเริ่มรังแกไป๋ลู่ั้แ่นั้นมานำมาโดยหานจงที่เป็บุตรชายของพ่อค้าขายอุปกรณ์ขี้ประจบ เมื่อเห็นสิ่งที่หานจงได้รับมาจากไป๋ลู่สามารถนำมาสร้างเม็ดเงินมหาศาลความโลภก็บังตาเหมือนกับบุตรชายและสนับสนุนในเื่การปล้นชิง ไป๋ลู่นับแต่นั้นจึงเป็เหตุที่เด็กน้อยแม้จะตกอับมากแค่ไหน ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้วเข้ามาช่วยยกเว้น ชาวพเนจร หรือาุโที่จำเด็กหนุ่มได้หลายครั้งเช่นาุโที่เป็ครูสอนในสถานบันเขียวขจีที่หานจงร่ำเรียนอยู่
เด็กหนุ่มรีบจัดเจงเสื้อผ้า วิ่งไปรับประทานอาหารที่ถูกเตรียมไว้อย่างมูมมากก่อนจะวิ่งไปหาาุโที่หลังโรงเตี้ยม ณ จุดลานกว้าง หญิงชรานั่งมองเด็กหนุ่มท่องตำราและทบทวนสิ่งที่เด็กหนุ่มเรียนรู้จากตนเื่พื้นฐานที่ชาวยุทธทุกคนพึงมี
"ผู้แข็งแกร่งมิได้เกิดจากฟ้าประทาน หรือเ้าจะสามารถแข็งแกร่งได้ั้แ่เริ่ม หากเกิดจากความพยายามที่ไม่สิ้นสุด ดั่งน้ำเดือดที่การต้มน้ำเปรียบได้ดั่งการฝึกฝนและความร้อนของน้ำที่ถูกต้มก็เป็ดั่งผลลัพธ์จากการฝึกฝน เมื่อใดที่ตนนั้นคิดว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งก็คือตอนที่ตนนั้นวู่วามและโง่เขลาที่สุด หากความร้อนที่มีนั้นถูกให้เย็นลงแล้วครั้งนึงการจะกลับมาร้อนดั่งเดิมก็จำเป็ต้องเพิ่มอูณภูมิให้มากขึ้นไปเท่าตัว หรือก็คือถ้าเมื่อใดที่ตนนั้นรู้สึกเคยชิน นั้นก็คือ่เวลาที่เริ่มทดถอยแล้วจำเป็ต้องเพิ่มบางสิ่งบางอย่างมาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา มิเช่นนั้นก็อาจจะต้องได้รับการฝึกฝนใหม่แต่ต้น เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่เ้าเรียนรู้ไปแล้วก็ต้องเรียนรู้ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด กอบโกย ขวัญขวาย และนำมาพัฒนาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สิ่งใหม่ๆ และนำมันมาเปรียบกับคนแบบเราอีกคนนึงที่เรียกกัน "ชาวยุทธ"
เอาหละพื้นฐานเ้าก็รู้แล้วหลักการฝึกเ้าก็รู้แล้วทีนี้ก็มาเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ก่อนคือการใช้ปราณ "เ้าคิดว่าปราณคือสิ่งใดเด็กน้อย? หญิงขราที่นั่งพูด หลักการฝึกสอนมากกมายที่เด็กน้อยนั้นก็พอจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง หน้าตาป๋องแป่วมองหน้ามาที่หญิงชราอย่างสนอกสนใจ แม้ความรู้ที่ได้มิอาจทำให้เด็กหนุ่มสามารถเข้าใจในชั่วพริบตาหากแต่ก็นับเป็การหว่านเมล็ดความรู้ให้เด็กน้อยเริ่มเกิดความสนใจที่ใฝ่หาสิ่งที่ตนนั้น้าจะฝึกปรือบ้างแล้ว
"สิ่งที่นำออกมาใช้ต่อสู้ เพื่อโค่นล้มอีกฝ่ายข้าพูดถูกไหมท่านาุโ" เด็กน้อยพยายามสรรหาประสบการณ์ที่ตนพบเห็น ชาวยุทธพเนจรที่ใช้ปราณในการกำจัดสิ่งปฏิปักษ์เบื้องหน้าบางก็โเี้รุนแรงถึงชีวิต บางก็เพียงแค่เล่นขำขันหากแต่เหมือนเป็การเรียนรู้ทั้งสองฝ่ายมากกว่า
"นี่ๆ ท่านาุโข้าจะสามารถนำสิ่งที่ท่านว่ามาใช้เพิ่มพลังได้ใช่ไหม ข้าอยากจะจัดการเ้าหานจงให้มันได้หลาบจำจะได้ไม่มีกลั่นแกล้งข้าได้อีก"เด็กหนุ่มพูดไปคบฟันไปพลางๆ ด้วยความแค้นก่อนจะเริ่มวิ่งนำสองมือมาเกาะที่พนักพิงของาุโหญิงที่นั่งหัวเราะไปกับความอยากรู้อยากเห็น อารมณ์ที่พุ้งพร้าน อดไม่ได้นึกสมัยตนที่วัยไม่ต่างจากไป๋ลู่ที่เริ่มร่ำเรียนมาได้อย่างฉ่ำชองแล้วอยากประลองกับผู้อื่นไปว่าเล่น
"ไป๋น้อย หากเ้าฝึกวิชาเพื่อมาทำร้ายผู้คน แล้วเมื่อไหร่ผู้คนจะยกย่องเ้ากันเล่า หากเป็อดีตเป็ศัตรูกันอนาคตก็หาใช่ต้องเป็ศัตรูกันไม่ กาลเวลาแปรเปลี่ยนได้ทั้งอุปนิสัยได้เชียวนะ ตอนนี้พวกเ้ายังเด็กนักเมื่อเติบใหญ่ความ้าที่จะห้ำหั่นกัสมควรนำเอามาเพื่อปกป้องครอบครัวหรือคนที่เ้าฝากชีวิตด้วยจะดีกว่า การจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่ ก่อนอื่นเ้าต้องเป็ผู้ที่ควรค่าแก่สิ่งนั้นก่อน เอาหละๆ กลับไปนั่งที่เดิมข้าจะสอนพื้นฐานเ้าอีกครั้ง มาเริ่มกันเถอะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ห่างจากหมู่บ้านเขียวขจีเกือบ 50 หลี้เกิดฝูงเงาทมิฬมากมายนับ 100 หรือมากกว่านั้นกำลังคืบคลานมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่ไป๋ลู่กำลังฝึกซ้อมอยู่ดูเหมือนครั้งนี้จะเป็ทีของหมู่บ้านเขียวขจีทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่จะได้รับเคราะห์นี้ กลิ่นคาวเืมากมายเริ่มคละคลุ้งตลบอบอวนไปกับฝูงทมิฬนี้ ด้านหลังพวกมันปรากฏเงาขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนสัตว์สี่ขาใบหน้ามิอาจจำแนกได้ว่าเป็ หมาป่าหรือสนัขหากแต่มีเกล็ดแวววาวที่หน้าผาก หากแต่พฤติกรรมกับเหมือนหมุษย์ทุกระเบียดนิ้ว ในมือถือสิ่งที่คล้ายกับโคมขนาดเท่าหัวคนด้ามจับคมหอกที่แตกละเอียด สวมอาภรขาดๆ มามัดรวมกันพร้อมเสียงหายใจดังฮึดฮัดดวงตาเหลืองสุกสกาว และฝูงสัตว์ตามหลังมากมายที่หรี่ดวงตามองไปด้านหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย ดูเหมือนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับที่อื่นจะเริ่มหวนกลับมาสู่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง