บทที่13ฝึกวิชา (ตอนปลาย)
หลังจากหญิงสาวผู้อ่อนเดียงสาต่อโลกเวทมนตร์ ผ่านการนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังเวทมาได้สักพักหนึ่งแล้วอเล็กซ์จึงบอกกล่าวให้อีกฝ่ายได้ทราบเกี่ยวกับ “ข้อควรระวัง” ในการร่ายเวทมนตร์และข้อห้ามต่าง ๆ ในการ “แปลงบทเวท” รวมไปถึงวิธีการสร้างและใช้งานบทเวทอย่างถูกต้องและปลอดภัยฯซึ่งมีนในตอนนี้ มีความเข้าใจในภาษาเทพสูงระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็อาจารย์ได้บอกกล่าวแนะนำได้อย่างไม่ยาก
หลังจากที่ร่างกายของมีนกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อเล็กซ์จึงเริ่มสอนเกี่ยวกับการผสานเวทตามที่ได้บอกเอาไว้ั้แ่ทีแรก
และแล้วชั่วโมงเลคเชอร์ก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง...
“นอกจากเ้าจะต้องมีความเข้าใจในคุณสมบัติพื้นฐานของธาตุต่าง ๆ แล้วเ้ายังต้องเข้าใจในเื่ ‘ระบบธาตุปฏิปักษ์’ อีกด้วย”
“ในโลกเวทมนตร์ ธาตุทุกธาตุมิใช่จะนำมาผสานเข้ากันได้เสมอไป บางธาตุเมื่อผสานกันแล้ว ผลลัพธ์หรือประสิทธิภาพที่ได้จะเพิ่มขึ้นส่วนธาตุบางคู่ก็ให้ผลที่ลดลง และมีบางธาตุ...ผลลัพธ์ที่ได้อาจรุนแรงถึงขั้นย้อนกลับมาทำร้ายผู้ร่ายได้เช่นกันซึ่งมันเรียกว่า ระบบธาตุปฏิปักษ์”
“แต่ธาตุปฏิปักษ์เหล่านี้ก็ไม่ใช่จะไม่มีวิธีในการผสานฯ เพื่อให้พลังของพวกมันสามารถสำแดงออกมาในบทร่ายเดียวกันได้เพียงแต่...การผสานธาตุปฏิปักษ์นั้น จะต้องมีตัวกลางหรือที่เรียกว่า ‘ตัวเชื่อม’ คอยเป็สื่อชักนำพลังทั้งสองเข้าหากัน ซึ่งตัวเชื่อมที่ว่านี้อาจจะเป็พลังธาตุหรืออักขระเวทอื่นใด มาทำหน้าที่คอยประสานคั่นกลางระหว่างธาตุทั้งสองนี้ไว้จนกว่าจะถึงเป้าหมายจากนั้นจึงค่อยทำการสังเวยหรือสลายตัวเชื่อมนี้ออกไป สุดท้ายธาตุปฏิปักษ์ทั้งสองก็จะสามารถแสดงผลของมันออกมา...ในเวลานี้เ้าไม่ต้องไปสนใจมันหรอก เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะทำได้...”อเล็กซ์ย้ำกับมีนอีกครั้ง
“เอาล่ะทีนี้พวกเรามาเข้าเื่ที่จะเรียนในวันนี้กันดีกว่า การจัดเรียงลำดับอักขระธาตุในการร่ายเวทผสานนั้นมีความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกจับคู่ของธาตุเลย เพราะการผสานเวทฯ จะต้องมีธาตุตั้งต้นกับธาตุที่มาทำปฏิกิริยาและในบางครั้ง ก็อาจจะต้องมีตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อให้บทเวทที่ออกมามีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น”
“การเรียงลำดับธาตุนั้นแม้ว่าเ้าจะใช้ ‘ธาตุคู่ผสาน’ เป็ธาตุคู่เดียวกัน แต่หากสับเปลี่ยนลำดับ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น...ก็จะแตกต่างกันไปยกตัวอย่างเช่น เ้านำพลังธาตุไฟ 50 หน่วย ผสานเข้ากับธาตุดิน 50 หน่วยผลที่ได้อาจจะเป็ลูกหินไฟ ซึ่งมีพลังโจมตี 80 หน่วย แต่ถ้าหากเ้าใช้พลังธาตุดิน50 หน่วย ผสานเข้ากับธาตุไฟ 50 หน่วย ผลที่ได้...อาจจะเป็ลาวาเหลว ซึ่งมีพลังโจมตี120 หน่วย เป็ต้น”
“ซึ่งเทคนิคการผสานเวทนี้ไม่ได้มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ความชำนาญของผู้ร่ายฯดังนั้นข้าจึงอยากให้เ้าได้ลองฝึกฝนการผสานเวทด้วยตัวเองไปก่อน บางที...เ้าอาจจะรู้สึกสนุกไปกับมันก็เป็ได้”อเล็กซ์กล่าวแนะนำหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่ในรอยยิ้มที่ว่า...กลับแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อย
หลังจากทิ้ง่คำกล่าวเพื่อให้หญิงสาวได้คิดและจินตนาการอยู่พักหนึ่ง อาจารย์ผู้มีลับลมคมในจึงเริ่มกล่าวกับอีกฝ่ายต่อว่า“แต่ถ้าเ้าไม่อยากลองคิดค้นบทผสานเวทใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง หรือว่าเ้าอาจจะยังงงและสับสนอยู่...ข้าก็มีคู่มือฯซึ่งมีบทผสานเวทที่ข้าได้รวบรวมเอาไว้ นับั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันแล้วเช่นกัน...”
“ในคู่มือเล่มนี้จะสอนเ้าั้แ่การร่ายบทเวทขั้นพื้นฐานไปจนถึงการร่ายบทเวทขั้นสูงรวมไปถึงเทคนิคการใช้เวทมนตร์ในรูปแบบต่าง ๆ ให้เ้าได้เรียนรู้ศึกษา...อย่างจุใจเลยทีเดียวโดยคู่มือเล่มนี้ ข้าได้เขียนจากประสบการณ์ แปดสิบ...ปี ของข้าเชียวนะ เรียกได้ว่าถ้าเ้าได้อ่านมันจนจบ เ้าก็คงจะเก่งเหมือนข้านี่แหละ...” อเล็กซ์กล่าวแนะนำสินค้าฯด้วยบุคลิกราวกับตัวเองเป็นักขายมือทอง โดยสร้างความน่าสนใจให้แก่ตัวสินค้าฯก่อนจะดึงผู้ฟังเข้าสู่จุดสำคัญเพื่อปิดการขายในที่สุด “เพียงแต่...คู่มือเล่มนี้ ข้าขายนะ...ไม่ได้ให้ยืมถึงแม้ว่าเ้าจะเป็ศิษย์ของข้า แต่ก็ไม่มีข้อต่อรองหรือส่วนลดใด ๆ ทั้งสิ้น”
“ทะ...เท่าไหร่เ้าคะ?คู่มือนักเวทของท่านอาจารย์น่ะเ้าค่ะ” มีนถามด้วยสีหน้าแสดงความตื่นเต้นยินดีที่ตัวเองจะได้มีคู่มือเอาไว้ใช้งานถึงแม้จะรู้ดีว่า “ตำรา” ที่อเล็กซ์พูดถึง จะต้องใช้เหรียญทองในการแลกมาก็ตามแต่เมื่อมันเป็ของดีที่รวมเอาบทร่ายเวทฯ และเทคนิคต่าง ๆ รวมไปถึงประสบการณ์ของผู้เป็อาจารย์เอาไว้ด้วยแล้วนี่...มันคือ การลงทุนที่ “คุ้มค่า” เป็ไหน ๆ เลยทีเดียว
นอกจากนี้ การลงทุนครั้งนี้ยังเป็การดีเสียอีกเพราะตนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปทดสอบฯ หรือสร้างบทเวทบทใหม่มาใช้เองให้เปลืองแรงเปลืองสมองอีกทั้งยังไม่รู้ว่า จะดีและมีประสิทธิภาพหรือไม่? อีกต่างหาก
จากนั้นอเล็กซ์จึงยกนิ้วขึ้นมา1 นิ้ว จนทำให้หญิงสาวถึงกับตาลุกวาว...ด้วยความดีใจ
“1เหรียญทองหรือเ้าคะ?” มีนโพล่งถามออกมาด้วยความซื่อใสไร้เดียงสา
“จะบ้าเรอะ!! คู่มือนักเวทที่รวมเอาประสบการณ์ของเทพแห่งปัญญา แปดสิบ...ปีเอาไว้ ราคามันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินถึงขนาดนั้นได้อย่างไร”อเล็กซ์ตอบด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวราวกับหมีกินผึ้ง
“1,000เหรียญทองหรือเ้าคะ? แล้วมีแบบผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ 10 เดือนไหมเ้าคะ?” มีนถามผู้เป็อาจารย์ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความประหม่า
“ใช่หนึ่งพัน แต่ไม่ใช่หนึ่งพันเหรียญทอง” อเล็กซ์ตอบคำอีกฝ่ายก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย
“1,000ล้านเหรียญทองต่างหาก และข้ายินดีให้เ้าผ่อนจ่ายได้ถึง 10 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย...”อเล็กซ์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าตัวเองกำลังขายขนมราคา 5 เหรียญ 10เหรียญอยู่นั่นเอง
“ห๊ะ!!” มีนอุทานด้วยความใ
“หนึ่ง...หนึ่งพันล้านเหรียญทองละ...แล้วหนูจะไปเอาเงินจำนวนมากมายขนาดนั้นมาจากไหนล่ะเ้าคะ?” มีนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง
แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้กล่าวอะไรต่อยอดนักขายผู้นี้ จึงเริ่มสุมไฟและชี้ให้เห็นความสำคัญของสินค้าอีกครั้ง “ของดี...มันก็ต้องแพงเป็เื่ธรรมดาแต่เ้าอย่าลืมนะว่า ตำรานักเวทเล่มนี้ ได้รวมเอาบทเวทที่มีอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบันของโลกใบนี้เอาไว้เกือบทั้งหมดอีกทั้งมันยังมีเทคนิคชั้นสูงต่าง ๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ ล้วนแต่ใฝ่ฝัน...อยากจะมีไว้ในอีกด้วย”
จากนั้นอเล็กซ์จึงกล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคสำคัญเพื่อเร่งให้หญิงสาวตรงหน้าตัดสินใจ “ไม่มีตำราเวทมนตร์เล่มไหนจะสมบูรณ์เท่ากับตำราของข้าอีกแล้ว...หากเ้าอยากจะสบายอยากจะได้เส้นทางลัดไปสู่ความยิ่งใหญ่แล้วล่ะก็...เ้าก็ควรจะลงทุนเสียหน่อยล่ะ”
“.......”มีนถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก อีกทั้งยังรู้สึกว่า คำที่อาจารย์ของตนพูดออกมาประโยคนี้ช่างเหมือนกับประโยคที่ใครสักคนได้เคยกล่าวกับตนเอาไว้ เพียงแต่...ในขณะที่อยู่ใน่เวลาแห่งความมึนงงสับสนเช่นนี้ต่อให้เค้นสมองคิดให้ตายยังไง...ตนก็นึกไม่ออก
เมื่อััถึงอารมณ์และความรู้สึกของลูกศิษย์สาวได้อเล็กซ์จึงกล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า “ความจริง...ข้าก็ไม่ได้โหดร้ายกับลูกศิษย์ของตัวเองขนาดนั้นข้าเนี่ย...นอกจากจะใจดี มีระบบผ่อนจ่ายให้แล้ว เ้ายังไม่พอใจอีกรึ? หากเป็คนอื่นนะหรือ?หากข้าประกาศว่า จะขายมันในราคา 5,000 ล้านเหรียญทอง ไม่มีลดแม้แต่เหรียญเดียว อีกทั้งยังไม่มีระบบผ่อนจ่ายให้อีกด้วยเชื่อไหมล่ะว่า...พวกมันก็แทบจะมาแย่งกันซื้อ จนหัวกระไดบ้านข้าไม่แห้งเสียด้วยซ้ำ”
“เ้าจะเอาหรือไม่เอา?”ผู้าุโฯ กอดอกถามเพื่อเร่งการตัดสินใจของลูกค้า
ในขณะที่มีนกำลังคิดถึงผลได้ผลเสียอยู่นั้นอเล็กซ์ก็เอาสัญญาเช่าซื้อตำราฯ ของตัวเองขึ้นมาให้หญิงสาวได้ดู ซึ่งมีนก็รับมันมาอ่านอย่างตั้งใจ...
มีนหารู้ไม่ว่าตำราฯหรือที่อเล็กซ์เรียกว่า “คู่มือนักเวท” เล่มนี้ หากมันได้ออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว ราคาของมันจะไม่ต่ำกว่าที่อเล็กซ์ได้กล่าวเอาไว้กับหญิงสาวคือ 5,000 ล้านเหรียญทองอย่างแน่นอน
ยิ่งถ้ามันได้ลงไปอยู่ในตลาดประมูลด้วยแล้ว10,000 ล้านเหรียญทอง...ก็คงจะเป็ตัวเลขที่ไม่เกินเลยไปนัก
เนื่องจากตำราเล่มนี้ถือได้ว่า เป็ตำราที่รวบรวมความรู้ทางด้านเวทมนตร์แห่งเผ่าพันธุ์เทพ ซึ่งมีมานานกว่า500 ล้านปี และยังเป็สิ่งที่อเล็กซ์ได้ใช้ประสบการณ์กว่า 80 ล้านปีของตัวเอง รวบรวมปรับปรุงแก้ไข และเพิ่มเติมเข้าไป จนกลายเป็ “ตำราทางเวทมนตร์” ที่ถือว่า สมบูรณ์ที่สุดในโลกใบนี้แล้ว
บางที...แม้แต่จักรพรรดิแห่งเทพผู้ปกครองดินแดนเทพในปัจจุบัน ก็ยังอยากจะมีไว้ในสักเล่มด้วยเหมือนกัน…
และในสัญญาที่อเล็กซ์ได้นำมาให้หญิงสาวดูในครั้งนี้ได้ระบุไว้ว่า 1/มีนจะต้องจ่ายเงินให้แก่อเล็กซ์ทั้งหมดเป็จำนวน 1,000ล้านเหรียญทองภายในระยะเวลา 10 ปี หรือ 2/มีนจะยอมให้ทางระบบหักเงินรายได้ของตนไม่ว่าจะได้รับเงินมาด้วยวิธีการใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น เงินที่ได้จากการสังหารสัตว์อสูรการขายไอเทมต่าง ๆ เงินรางวัลที่ได้รับจากการทำภารกิจ เงินที่ได้จากเปิดหีบสมบัติหรือช่องทางอื่น ๆ ที่ระบบระบุไว้ว่า เป็รายได้ของมีน ก็จะถูกระบบฯหักเอาไว้เป็จำนวน 90 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10 ปี หรือจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่อเล็กซ์...ครบตามจำนวนนั่นเอง
หลังจากได้อ่านเนื้อหาและรายละเอียดของสัญญาแล้วมีนคิดว่า เงื่อนไขของสัญญานี้ กลับเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้ออย่างตนเป็อย่างมากซึ่งตนแทบจะไม่ต้องเสียอะไรในชีวิตจริงเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าการหักเงินรายได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10 ปี จะเป็สิ่งที่น่าหวาดหวั่นแต่นั่น...มันก็เป็เพียงแค่เงินในเกมเท่านั้น เพราะในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่า “มีข้อผูกมัด”ติดตามไปยังโลกจริงที่ตัวเองอาศัยอยู่เสียหน่อย
อีกอย่างมีนก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเล่นเกมนี้ไปถึง 10 ปีหรือเปล่า? แถมเงินที่หักไป ก็ยังเป็แค่ “เงินในเกม”อีกต่างหาก อย่างมากมันก็ทำให้...ตัวเองได้รับเงินน้อยกว่าชาวบ้านแค่ไม่กี่เท่าตลอด10 ปี ในโลกจำลองใบนี้แค่นั้น
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงกล่าวตอบพ่อค้าหน้าเืตรงหน้าไปว่า “ตกลงค่ะแต่หนูขอเลือกเงื่อนไขของสัญญาในข้อที่ 2 นะเ้าคะ...”
“ดีมาก!ตัดสินใจได้ดี...ศิษย์รักของข้า ไม่เสียทีที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจอบรมสั่งสอนเ้าเมื่อเ้ามีคู่มือเล่มนี้...เ้าก็จะเป็นักเวทที่อยู่เหนือนักเวททั้งปวงข้าภูมิใจจริง ๆ ที่มีเ้าเป็ลูกศิษย์...” อเล็กซ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีหลังจากได้ยินคำตอบจากหญิงสาว ก่อนจะยื่นตำราคู่มือนักเวทฯ อันหนาเตอะให้แก่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {ตำราคู่มือมหาปราชญ์จอมเวทฉบับสมบูรณ์ของอเล็กซ์} จำนวน 1 เล่ม กรุณาตรวจสอบรายละเอียดด้วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้ทำสัญญาฯ โดยยินยอมให้ทางระบบฯ หักเงินรายได้ของผู้เล่นฯ ไม่ว่าผู้เล่นมนตราจะได้เงินมาด้วยวิธีการใดๆ ในเกมนี้ ยกตัวอย่างเช่น ‘เงินที่ได้จากการสังหารสัตว์อสูร’ ‘การขายไอเทมต่าง ๆ’ ‘เงินรางวัลที่ได้รับจากการทำภารกิจ’ ‘เงินที่ได้จากเปิดหีบสมบัติ’ หรือช่องทางอื่น ๆที่ระบบระบุไว้ว่าเป็รายได้ของผู้เล่นมนตรา ผู้เล่นจะถูกระบบฯ หักเอาไว้เป็จำนวน90 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10 ปี หรือจนกว่าจะชำระหนี้จำนวน 1,000 ล้านเหรียญทองให้แก่อเล็กซ์ตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาฯ ค่ะ”
“เอาล่ะคุณลูกค้าเอ้ย!!ศิษย์รักของข้า...วันนี้ ข้าจะให้เวลาเ้าได้อ่านทำความเข้าใจในคู่มือเล่มนี้ก่อนโดยให้เ้าเริ่มอ่านตรงบทผสานเวทฯ ซึ่งมันจะมีคำอธิบายวิธีการใช้งานฯ และบอกเทคนิคต่างๆ อันเป็เคล็ดลับเอาไว้ และเดี๋ยว...ข้าจะเข้ามาทดสอบเ้าอีกทีว่า ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว”อเล็กซ์กล่าว พร้อมกับทำท่าทางเหมือนว่า เตรียมตัวจะทิ้งลูกค้าเอาไว้ให้อยู่กับสินค้าเพียงลำพังโดยไม่คิดจะแยแสสนใจในเื่บริการหลังการขายเลยแม้แต่น้อย
“เ้าค่ะท่านอาจารย์” มีนตอบด้วยเสียงหงอย ๆ
“ไม่เอาน่า...ร่าเริงหน่อยสิ”อเล็กซ์ปลอบใจหญิงสาวที่กำลังรู้สึกหดหู่ก่อนจะเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าของสินค้าที่ขายไปอีกรอบ “ถ้าเ้าได้อ่านมันแล้ว เ้าจะรู้สึกว่าเงินที่เ้าเสียไป...ไม่แพงเลยสักนิด”
จากนั้นอเล็กซ์จึงตัดบทเปลี่ยนประเด็นมากล่าวกับหญิงสาวในเื่ภารกิจของเ้าปลาตีนน้อยที่ค้างไว้อีกครั้ง“เอาล่ะ ทีนี้...มาว่าด้วยเื่ของภารกิจที่เ้ารับมาก็แล้วกัน เ้าเอาไข่ของปลาตีนทั้ง12 ฟอง กับน้ำเชื้อของมันออกมา...”
ได้ยินอาจารย์ของตนสั่งการเช่นนั้นมีนจึงนำไข่ของปลาตีนสีขาวขุ่น ซึ่งมีขนาดเท่าไข่เป็ดทั้ง 12 ฟอง พร้อมด้วยหยดน้ำเชื้อของาาปลาตีนจำนวน12 หยดออกมาจากคลังสมบัติฯ จากนั้นอเล็กซ์ก็ได้บอกให้หญิงสาวนำเอาน้ำเชื้อฯหยดลงไปบนไข่ทุกฟอง
หลังจากมีนได้หยดน้ำเชื้อเสร็จแล้วอเล็กซ์จึงบอกให้อีกฝ่ายชูนิ้วมือขึ้น ก่อนจะเรียกใช้งานเวทมนตร์ [ใบมีดสายลม] สร้างาแเล็ก ๆ ที่ปลายนิ้วของลูกศิษย์สาวเบาๆ พร้อมกับบอกให้อีกฝ่ายหยดเืของตัวเองลงไปบนไข่ทั้ง 12 ฟองอย่างช้า ๆ
“เอาล่ะเ้าร่ายเวทตามข้า.......” อเล็กซ์สั่งการหญิงสาวด้วยเสียงเข้ม
“ในนามแห่งข้า...มนตราขอนำพลังธาตุแห่งแสงสว่าง ปฐี วารี วายุ อัคคี อัสนี ความมืด และิญญา ด้วยพลังเวทของข้าฯและขออัญเชิญพลังของ ‘เทพแห่งปัญญา’ มาเกื้อหนุนในการจ่ายพลังเวทให้แก่ไข่ทั้ง 12 นี้ โดยใช้พลังเวท 1,200หน่วยต่อวินาที อย่างต่อเนื่องเป็เวลา 3 วัน เพื่อให้พวกเ้าทั้งหมด ได้ฟักออกมาเป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาแห่งข้า...มนตรา”มีนกล่าวบทร่ายตามที่อเล็กซ์ได้กล่าวนำไว้อย่างชัดเจนโดยไม่มีคำใดตกหล่น
หลังจากสิ้นสุดคำร่ายฯไข่ของาาปลาตีนทั้ง 12 ฟอง จึงส่องแสงสีรุ้งออกมาอยู่ภายใต้วงเวทสีทองอร่าม ซึ่งหมุนวนอยู่ด้านใต้ของกองไข่อย่างช้าๆ
“เอาล่ะเมื่อเ้าอยู่ที่นี่ อัตราการฟื้นฟูของเ้า...ก็คงจะเพียงพอสำหรับจ่ายพลังเวทให้แก่เ้าลูกปลาน้อยเหล่านี้ได้โดยไม่ติดขัดล่ะนะ”อเล็กซ์กล่าวกับมีน
“และใน่3 วันนี้...ข้าอยากให้เ้าใช้เวลาดังกล่าว ศึกษาคู่มือเล่มนี้อย่างตั้งใจ โดยระหว่างนี้เ้าอย่าได้ทดสอบหรือทดลองร่ายเวทอย่างเด็ดขาด เพราะพลังเวทส่วนใหญ่ของเ้าในเวลานี้กำลังจ่ายให้แก่เ้าปลาตีนน้อยพวกนี้อยู่...หากเกิดข้อผิดพลาด หรือพลังเวทที่จ่ายให้แก่วงเวทเกิดสะดุดติดขัดภารกิจฟักไข่ของเ้า...ก็จะล้มเหลวไปตลอดกาล”อเล็กซ์เน้นย้ำถึงความสำคัญในกระบวนการฟักไข่ปลาตีนเหล่านี้ ให้หญิงสาวเข้าใจก่อนจะกล่าวคำแนะนำทิ้งท้ายเอาไว้อีกเล็กน้อย “แต่ถ้าหากเ้ารู้สึกเบื่อ หรือเหนื่อยล้าก็จงใช้วิธีนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังเอานะ เพราะการนั่งสมาธิฯ จะเป็การทำให้เ้าเข้าใจและััพลังแห่งเวทมนตร์ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น...ข้าไปล่ะ”
“เ้าค่ะท่านอาจารย์ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
หลังจากอเล็กซ์ออกไปจากห้องฝึกแล้วมีนจึงเริ่มเปิดอ่านตำราคู่มือเล่มหนาอย่างตั้งใจ เพราะตัวอักษรที่เขียนไว้ในตำราฯกลับไม่ใช่ภาษาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปตามที่ทุกคนเข้าใจ แต่มันเป็ภาษาเทพที่ต้องใช้ทักษะทางเวทมนตร์มาร่วมด้วยซึ่งตอนนี้ ระดับทักษะการอ่านภาษาเทพของมีนอยู่ในขั้นสูงแล้วเหลืออีกก้าวเดียวก็จะถึงระดับเชี่ยวชาญ จนสามารถอ่านและเข้าใจภาษาเทพนี้ได้อย่างถ่องแท้เสียที
ตัวมีนเองในตอนนี้เหลือเพียงบางประโยคเท่านั้นที่ยังคงต้องอาศัยการตีความจากบริบทของประโยคจึงจะเข้าใจความหมายของคำนั้นๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหญิงสาวผู้ชำนาญการด้านนี้แต่อย่างใด การอ่านและทำความเข้าใจในสิ่งที่อเล็กซ์เขียนไว้ในตำราคู่มือเล่มนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกสนุกไปกับมันเป็อย่างมาก
และเมื่อได้ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าฯมีนกลับคิดว่า ตัวเอง “คิดถูกแล้ว” ที่ซื้อตำราเล่มนี้มา ถึงแม้ว่า ราคาของมันค่อนข้างแพงไปสักหน่อยแต่สิ่งที่อยู่ในตำราเล่มนี้ กลับช่วยให้ตนได้เปิดโลกแห่งความรู้และจินตนาการเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของเวทมนตร์มากขึ้น...อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น
…………
ณห้องทำงานของจอห์น ผู้เป็ประธานบริษัท WWE
ตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันที่มืดครึ้มในห้องนี้ประกอบไปด้วยบุคคลเพียง 3 คน ได้แก่ จอห์น อีริค และไมค์ ทั้งสามนั่งสนทนากันถึงเื่ราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม“Destinyof Wars”
“นายคิดยังไงจอห์น?เกี่ยวกับเด็กที่ชื่อมนตรานั่น” จู่ ๆ อีริคก็เอ่ยถามขึ้นมา หลังจากที่ไมค์รายงานข้อมูลของตัวละครของผู้เล่นที่มีชื่อว่า“มนตรา” ตามที่ GM ส่งเื่เข้ามา
“ก็ที่ประชุมก็มีมติไปแล้วนี่ว่าให้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด” จอห์นตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เปล่าฉันหมายถึง...ความเห็นส่วนตัวของนาย” อีริค้าจะทราบความคิดของสหายผู้เป็ประธานฯที่มีต่อผู้เล่นคนดังกล่าว
“ในความเห็นฉันฉันถือว่า เด็กคนนั้นเป็ ‘ความหวัง’ ของฉันนะ เด็กคนนี้เป็ 1 ในผู้เล่นจำนวนกว่า 2 พันล้านคนที่ได้เข้ามาอยู่ในโลกใบนี้หล่อนประกอบไปด้วยไหวพริบ ปัญญา มีความกระตือรือร้นและเปิดใจพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หนำซ้ำยังเป็คนที่รู้จักพลิกแพลง ไม่ยึดติดกับข้อจำกัดเดิม ๆ หรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้อีก”
“นอกจากนี้...สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ‘ผู้เล่นมนตรา’ ยังเป็ผู้เล่นที่สามารถดึงประสิทธิภาพการประมวลผลจาก‘มาร์กี้’ ออกมาได้มากกว่าผู้เล่นจำนวนนับพันรวมกันเสียอีกซึ่งฉันคิดว่า ในอนาคต...หากเด็กคนนี้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น และไม่ยอมถอดใจเลิกเล่นเกมไปเสียก่อนไม่แน่ว่า...เขาอาจจะเป็ ‘ดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์’ ของพวกเราทั้งหมดก็ได้...” จอห์นตอบคำถามของอีกฝ่ายตามที่ตัวเองคิดอย่างไม่ปิดบัง
“ดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์คืออะไรหรือครับ?” ไมค์ ผู้เป็หัวหน้า GM ซึ่งไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบและสร้างเกมนี้ขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ...ดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์ก็คือผู้ที่ได้รับการยอมรับจาก ‘มาร์กี้’ ยังไงล่ะ” จอห์นแถอย่างข้าง ๆ คู ๆ เมื่อรู้สึกตัวว่า ได้พลาดเปิดเผยความลับของเกมต่อหน้าคนนอกซึ่งไม่ได้อยู่ในทีมพัฒนาฯ ก่อนจะพยายามตัดบท และกล่าวซ้ำอีกครั้ง “เอ่อ...เอาเป็ว่า‘มาร์กี้’ ยอมรับใคร คนนั้นแหละก็คือดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์ล่ะ”
หลังจากที่อีริคได้ยินคำตอบของประธานมาดกวนก็ทำท่าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามอีกฝ่ายโดยไม่สนใจหัวหน้าจีเอ็มอย่างไมค์ว่า “นายคิดว่า ยังมีผู้เล่นรายอื่นที่จะมีแนวโน้มฯอยู่อีกไหม?”
“อีริค...โลกของเรามันกว้างใหญ่ไพศาลนักอีกทั้งตอนนี้ จำนวนคนที่เข้ามาเล่นเกมฯ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าอีกหน่อยหากจะมีดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้นมาอีกเป็สิบเป็ร้อยหรืออาจเป็ล้าน ๆ คน ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ยิ่งมีผู้คนประเภทนี้เป็จำนวนมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งเป็เื่ดีไม่ใช่หรือ? ยิ่งดวงดาวแห่งปาฏิหาริย์มากการแข่งขันก็ยิ่งสูง...มนุษย์อย่างพวกเราควรได้รับโอกาสนั้นบ้างโลกของพวกเราในอนาคตจะเป็อย่างไร...ก็ขึ้นอยู่กับผู้คนเหล่านี้แล้ว”จอห์นตอบกับอีริคด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความหวัง เพียงแต่...ไมค์ที่นั่งฟังอยู่ด้วยกลับไม่อาจเข้าใจในการถามตอบของบุคคลทั้งสองเลยสักนิด
ปิ๊บ!!
ทันใดนั้นเอง...ข้อความจากGM หลักหน่วย ก็ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ส่วนตัวของไมค์
“บอสครับทางแผนกGM มีรายงานเข้ามาว่า ในตอนนี้ ‘มาร์กี้’ ส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับ 4 อีกแล้วครับ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่า เกิดจากการกระทำของผู้เล่นคนเดิมคือ ผู้เล่นมนตราครับ” ไมค์รายงานถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ถูกส่งมาสด ๆ ร้อน ๆจากแผนก GM ต่อผู้บริหารสูงสุดอย่างจอห์นในทันที
“มีอะไร?ไหนว่ามาสิ” จอห์นกล่าวกับหัวหน้าจีเอ็มด้วยเสียงเรียบ
“ตอนนี้ผู้เล่นมนตราได้ทำสัญญาซื้อขาย‘ตำราคู่มือมหาปราชญ์จอมเวทฯ’ จากอเล็กซ์ครับ อีกทั้งผู้เล่นมนตรายังได้ทำการฟักไข่ของสัตว์อสูรโบราณรหัส 0039 ‘ราชันย์แห่งท้องทะเล’ด้วยเงื่อนไขระดับสูงสุดครับ...” ไมค์กล่าวรายงานข้อมูลที่แผนก GM ได้ตรวจสอบแล้วให้ผู้เป็ประธานบริษัทฟัง
จอห์นเหลือบมองไปที่จอมอนิเตอร์ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของตน ก่อนจะกล่าวกับไมค์เพียงแค่ว่า “เข้าใจแล้วนายออกไปก่อนเถอะ แล้วบอกเหล่า GM ด้วยว่า ไม่ต้องใหรือตื่นเต้นไปกับการแจ้งเตือนของมาร์กี้มากนักแค่จับตาดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในเกมเอาไว้ก็พอ...”
และก่อนที่ไมค์จะออกจากห้องจอห์นยังกล่าวย้ำอีกครั้งด้วยเสียงเข้ม “ไมค์!! ฉันฝากนายไปบอกทุกคนให้เกิดความสบายใจด้วยว่าทุกอย่างยังอยู่ในความควบคุมของ ‘มาร์กี้’ ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็ห่วงหรือต้องเป็กังวล...”
หลังจากที่ผู้เป็หัวหน้าจีเอ็มออกไปแล้วอีริคจึงหันมาถามจอห์นอย่างจริงจังว่า “นายคิดว่าอเล็กซ์เลือกข้าง...ไม่ได้วางตัวเป็กลางอีกต่อไป?”
“ใช่”จอห์นตอบเพียงสั้น ๆ
“อเล็กซ์เลือกฝากความหวังไว้กับเด็กสาวคนนี้แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า เวลาของอเล็กซ์เหลืออีกเท่าไหร่?และการที่อเล็กซ์ตัดสินใจเช่นนี้ ฉันคิดว่าเนื้อเื่ของเกม อาจจะดำเนินไปเร็วกว่าแผนการที่พวกเราเอาวางไว้ก็เป็ได้และบางที...เนื้อเื่ของเกมอาจจะจบลงตรงที่ ‘ดินแดนมนุษย์’ ถูกลบออกไปจากโลกจำลองใบนั้น ซึ่งทุกอย่าง...ก็มีความเป็ได้ทั้งนั้น” จอห์นขยายความจากความคิดของตน
อีริคคิดตามในสิ่งที่สหายของตนกล่าวก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความกังวล “ถ้าอย่างนั้น...นายจะทำอย่างไร?”
“ไม่ยากหรอกอีริค...ฉันจะปล่อยแพชใหม่2 ตัว พร้อมกันในรอบนี้เลย” จอห์นตอบด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ถ้างั้น...ก็หมายความว่าพวกเราจะปลดล็อกการพัฒนาระดับไปจนถึง 300 และเปิดระบบอาชีพขั้น 2 และ 3 ทั้ง ๆที่ในเวลานี้ ยังไม่มีผู้เล่นคนไหนมีระดับถึง 100 เนี่ยนะ...นายจะบ้ารึไง?”อีริคถามอย่างไม่เข้าใจในความคิดของสหายผู้นี้
“บ้าก็บ้าสิวะถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่...” จอห์นตอบด้วยลีลาท่าทางอันกวนประสาท ก่อนจะตัดบทพร้อมกับอธิบายให้อีกฝ่ายได้เข้าใจเพิ่มเติม“เอาน่าอีริค ถึงยังไง...ตอนนี้ พวกเราก็ควรจะดึงความสนใจของเ้าพวกนั้น ให้มาอยู่ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ก่อนล่ะหลังจากปล่อยแพชนี้ออกไป ฉันจะให้ ‘มาร์กี้’ เปิดค่าประสบการณ์คูณสองในวันปกติ และคูณห้าสำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ให้แก่ผู้เล่นเป็เวลา1 เดือน และที่สำคัญ...ฉันจะเปิดระบบ ‘เผ่าพันธุ์’ ในแพชนี้อีกด้วย”
“เฮ้ย!เอาจริงดิ?” อีริคอุทานด้วยความใก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่เหลือเชื่อ “มันลัดคิวมาไกลเลยนะนั่น ไอ้ระบบเปลี่ยนเผ่าพันธุ์นั่นน่ะจากที่เคยกะไว้คร่าว ๆ น่าจะเป็แพช ‘1.5X’ เลยไม่ใช่รึไง?”
“ก็นะ...ฉันบอกแล้วว่ามันเป็แผนฯ ดึงความสนใจ...” จอห์นตอบอีกฝ่ายด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่ดูจริงจังก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายในประเด็นสำคัญอีกเื่ให้อีกฝ่ายฟังว่า “ส่วนเื่อเล็กซ์...เดี๋ยวฉันจะเข้าไปคุยกับเขาอีกทีก็แล้วกัน”
เมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจดำเนินการแล้วอีริคจึงไม่คิดจะคัดค้านอีก “ตกลง...เอาตามนั้น ถ้าได้เื่ยังไงก็บอกด้วยแล้วกันฉันขอเข้าไปหาข้อมูลในเกมก่อนล่ะ...”
“เออตามนั้น...”
............
ณเชิงเขาแห่งสายลม ทวีปแห่งลม
ปาร์ตี้ “แก๊งค่ายอาสาฯ”ของสาวน้ำจำนวน 10 กว่าคน กำลังง่วนอยู่กับการปราบเ้าบอสเสือเขี้ยวดาบระดับ 70 ซึ่งกำลังเดือดจัดและอยู่ในสภาวะคลั่ง อันเนื่องมาจากพลังชีวิตของมันอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว...
“พี่เอ!! ยันมันเอาไว้ก่อน ยัยเอ๋...อย่าให้บัพขาดนะยัยแอน...ฮีลตัวช่วยแทงค์ด้วย” น้ำสั่งการเพื่อนร่วมทีม พร้อมกับระดมยิงลูกธนูร่วมกับรุ่นน้องอย่างนายปอนดุจห่าฝน
“บอลกับหลิน...ทักษะเวทมนตร์หมดคลูดาวน์ยังอ่ะ?ยิงมาเรื่อย ๆ ดิ อย่าอู้ดิวะ” ต้ะโกนแซะพรรคพวกที่เป็นักเวทไปหนึ่งดอกถ้วน
“ใจเย็นดิพี่!! พลังเวทของพวกผมหมดคร๊าบ...” ผู้ถูกพาดพิงอย่างบอลตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทะเล้น
“ย๊ากกส์...”ฉึก!!
จากนั้นไม่นาน โหน่งได้พุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้นอกวงต่อสู้ก่อนจะสปริงตัวะโขึ้นฟ้าพร้อมกับเงื้อง่ามีดสั้นคู่มือ เสียบปักเข้าไปยังกลางหลังของเ้าบอสด้วยทักษะ[แทงข้างหลัง]
“เกลียดการแปลชื่อทักษะเป็ภาษาไทยจังโว้ย”โหน่งบ่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะรีบหลบฉากออกจากจุดปะทะ
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ พี่นึกว่าเอ็งชอบ...” นายเอ แซวนักฆ่าหนุ่มในทันที
“ไม่ชอบก็ไปเปลี่ยนภาษาให้มันแปลเป็ภาษาอังกฤษสิจาก ‘backstab’ดันแปลออกมาเป็ ‘แทงข้างหลัง’ ฮ่า ๆ ๆ มอนไม่ตายกูตาย...” ต้อม ได้ยินเพื่อนซี้ของตัวเองกล่าวออกมาเช่นนั้นจึงรีบร่วมวงช่วยแซะนายโหน่งด้วยอีกแรง
แม้จะถูกรุมแซะจากสองผู้เล่นรุ่นพี่แต่ชายหนุ่มเ้าของทักษะก็ยังไม่คิดไม่ยอมแพ้ ก่อนจะรีบต่อปากต่อคำกลับไป“ทำไมมันไม่ทับศัพท์ให้วะ? ‘แบค-สแต๊บ’ อะไรงี้? ให้มันฟังดูเท่ ๆ หน่อยสิ อีกอย่าง...จะให้ผมไปเปลี่ยนแปลภาษาเรอะ?ใช่เื่ซะที่ไหนอ่ะ ผมโง่ภาษาปะกิดนี่ พวกพี่ก็รู้...”
“ถ้างั้น...มึงก็ต้องเลือกเอาระหว่างทักษะที่แสดงตัวตนมึงกับทักษะที่เรียกใช้แล้วดูเท่แต่ดันคุยกับชาวบ้านเขาไม่รู้เื่...เลือกเอานะว่า มึงจะเอายังไง ไอ้โหน่ง!!” นายโต้ง ซึ่งกำลังช่วยตัวชนอย่างนายเอต้านรับการโจมตีจากบอสเอาไว้ อดกล่าวแขวะเพื่อนซี้ไม่ได้
“เฮ้ย!! กูไม่ใช่สายนั้น....” โหน่งพยายามกล่าวแย้ง
“เอาน่า...ถ้างั้นมึงก็ปล่อยๆ มันไปเถอะ เพราะยังไงมึงก็ต้องใช้ทักษะนั้นบ่อย ๆ อยู่แล้วนี่ มันเป็ทักษะโจมตีที่แรงสุดของมึงเชียวนะฮ่า ๆ ๆ” โต้งพูดพร้อมกับหลุดขำออกมา
ตู้ม ๆ ๆ ๆ
เมื่อค่าพลังเวทของบรรดานักเวทกลับมาพร้อมเรียกใช้งานทักษะอีกครั้งหลินกับบอลต่างก็ช่วยกันกระหน่ำทักษะเวทมนตร์โจมตีมายังร่างของจ่าฝูงเสือเขี้ยวดาบอีกชุดใหญ่...
ติ้ง!!
“กลุ่มของผู้เล่น‘แก๊งค่ายอาสาฯ’ ได้สังหารสัตว์อสูรชั้นาาระดับ 70 เสือเขี้ยวดาบจ่าฝูง ได้ค่าประสบการณ์ 150,000 หน่วย ได้รับเงิน 50เหรียญทองค่ะ”
“กลุ่มของผู้เล่น‘แก๊งค่ายอาสาฯ’ ได้รับ............”
……
......
“กลับเมืองกันเถอะพวกเรา...ออนไลน์รอบหน้าฯเตรียมตัวเรียกระดมคนในกิลด์ได้เลย เพราะมันถึงเวลาที่พวกเราจะบุกยึดหมู่บ้านวินด์วิวแล้ว...”น้ำกล่าวกับสมาชิกเดอะแก๊ง หลังจากสิ้นสุดภารกิจล่าบอสสุดโหด ซึ่งใช้เวลาในการล่าอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน
“เยส!!” สมาชิกในทีมล่าบอสทุกคน ต่างก็ส่งเสียงะโออกมาด้วยความยินดี
............