ออกจากโรงรับจำนำ กู้หยูม่านก็พาลูกชายทั้งสามคนเดินไปหาร้านนายหน้า การที่ต้องจ่ายค่าเช่าโรงเตี๊ยมคืนละสองตำลึงทำให้นางรู้สึกเสียดายเป็อย่างมาก ดังนั้นนางต้องรีบหาซื้อที่ดินและหาที่ลงหลักปักฐานให้เร็วที่สุด
เพราะเ้าของร่างเดิมไม่ได้ออกมาเดินตลาดบ่อยนัก ดังนั้นสถานที่ที่นางไปบ่อยที่สุดจะมีแค่หอสุราที่นางนำของป่ามาขายและโรงรับจำนำที่นางต้องคอยมาจ่ายดอกเบี้ย ส่วนสถานที่อื่นนางไม่เคยไป
นางพาเด็กๆ เดินถามทางจนรู้ว่าที่ตำบลไห่ถงมีร้านนายหน้าอยู่สองร้าน ทั้งสองร้านตั้งอยู่ติดกัน และที่สำคัญร้านนายหน้าทั้งสองร้านไม่ถูกกันด้วย หากเผลอเดินเข้าไปไม่ถูกร้าน อีกร้านหนึ่งก็จะไม่รับลูกค้าต่อจากร้านคู่แข่งเช่นกัน
กู้หยูม่านยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างร้านนายหน้าขายที่ดินทั้งสองร้าน ร้านที่อยู่ด้านซ้ายมือมีขนาดใหญ่และมีคนเข้าออกเป็จำนวนมาก ส่วนร้านที่อยู่ด้านขวามือมีขนาดเล็กกว่า แต่ลูกค้าที่เดินออกมาจากร้านเล็กล้วนมีแต่รอยยิ้ม “ไฉไฉ ข้าควรเลือกร้านไหนดี”
‘สวัสดีเ้าค่ะโฮสต์ การใช้บริการสอบถามข้อมูลครั้งนี้มีค่าให้คำปรึกษาจำนวนหนึ่งตำลึงด้วยนะเ้าคะ’
“อะไรนะ! เ้าเป็มิติวิเศษของข้าไม่ใช่หรือ ทำไมยังคิดค่าให้คำปรึกษาด้วย” กู้หยูม่านถามอย่างไม่สบอารมณ์ “หากเ้าคิดค่าใช้จ่ายกับข้าทุกเื่แบบนี้ มีหวังข้าต้องกลายเป็คนจนเข้าสักวัน”
‘เป็เงื่อนไขของระบบเ้าค่ะ อีกอย่างเงินส่วนนี้ไฉไฉก็ไม่ได้เก็บไว้เองนะเ้าคะ แต่เป็ค่าบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเ้าค่ะ’
“ข้าจ่ายเงินให้เ้าก็ได้ แต่เ้าต้องแนะนำข้าดีๆ ด้วยล่ะ”
‘โฮสต์เชื่อใจไฉไฉได้ ในเมื่อโฮสต์เป็เ้านายของไฉไฉ ไฉไฉย่อมแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้โฮสต์อยู่แล้วเ้าค่ะ หากไฉไฉทำให้โฮสต์มีความเป็อยู่ที่ดีและมีความสุข ไฉไฉก็จะได้รับการอัปเกรดเวอร์ชันให้สูงขึ้นด้วย’
“อัปเกรดเวอร์ชันก็หมายความว่าสิ่งของในมิติก็จะมีความพิเศษมากขึ้นสินะ เอาล่ะ...ถ้างั้นก็รีบบอกมาว่าข้าควรเข้าร้านไหนดี”
‘ไฉไฉแนะนำให้เข้าไปใช้บริการกับร้านนายหน้าที่เขียนป้ายสีแดงไว้เ้าค่ะ ร้านนี้มีที่ดินตรงตามที่โฮสต์้า ราคาซื้อขายที่ดินจะอยู่ที่หนึ่งร้อยตำลึง หากเขาเสนอที่ดินแปลงนี้ให้ โฮสต์ตัดสินใจซื้อได้เลยเ้าค่ะ’
“ขอบใจนะไฉไฉ” กู้หยูม่านได้คำตอบเป็ที่น่าพอใจจึงพาเด็กๆ เดินเข้าไปที่ร้านนายหน้าที่เขียนป้ายสีแดงไว้
“ยินดีต้อนรับลูกค้าผู้มีเกียรติ เชิญแม่นางเข้ามาด้านในก่อน” นายหน้าหวังเดินเข้ามาทักทาย “แม่นาง้าซื้อหรือขายที่ดิน”
“ข้า้าซื้อที่ดินเ้าค่ะ เป็ที่ดินที่เหมาะกับการทำเกษตรและสร้างที่อยู่อาศัย หากด้านหลังติดลำธารหรือแม่น้ำได้ก็จะดี หรือหากไม่ได้ จะเป็ที่ดินที่สามารถขุดบ่อน้ำได้ก็ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ”
นายหน้าหวังมองกู้หยูม่านกับเด็กฝาแฝดทั้งสามอย่างพิจารณา นางและลูกๆ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะมีเงินติดตัวเกินสิบตำลึง แต่เงื่อนไขที่ดินที่นางอยากได้กลับมีมูลค่าหลายสิบหรือหลายร้อยตำลึงเลยทีเดียว ‘แม่หนูคนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะมีเงินมาก แต่จากท่าทางของนางกลับไม่เหมือนคนที่กำลังโกหก’
กู้หยูม่านยิ้ม “เถ้าแก่กลัวว่าข้าจะไม่มีเงินจ่ายหรือเ้าคะ ท่านลองเสนอมาก่อน หากเป็ที่ดินที่ข้าพอใจและจ่ายไหว ข้าย่อมมีเงินซื้อเ้าค่ะ”
“ท่านปู่ขอรับ ท่านช่วยพวกเราด้วยเถิดขอรับ ตอนนี้เราไม่มีทั้งบ้านและที่ดินทำกิน มีเพียงเงินเก็บก้อนสุดท้าย ท่านปู่ช่วยหาที่ดินทำเลดีๆ ให้พวกเราด้วยนะขอรับ” กู้เฟิงอวี่พูดอย่างน่าสงสาร เขากลัวว่านายหน้าจะปฏิเสธท่านแม่ หากเป็อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปติดต่อขอซื้อที่ดินกับใครแล้ว จะไปหานายหน้าร้านที่อยู่ติดกัน ร้านนั้นก็คงไม่ต้อนรับพวกเขาแล้วเช่นกัน
นายหน้าหวังรู้ว่าตนเสียมารยาทเข้าแล้ว ยิ่งเห็นเด็กชายทั้งสามมองมาที่ตนด้วยสายตาที่มีแต่ความคาดหวัง เขาจึงรีบบอก “ขออภัยที่ทำให้พวกเ้าเข้าใจผิด ข้าแค่กำลังคิดว่าจะมีที่ดินตรงตามที่พวกเ้า้าหรือไม่เท่านั้น”
“ท่านปู่ใจดี ท่านจะขายที่ดินให้เราแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เฟิงเฉิงคลี่กระดาษที่อยู่ในมือ “ข้ามีถังหูลู่อยู่หนึ่งเม็ด ข้าให้ท่านปู่ขอรับ”
“เ้าเด็กน้อย ปู่แก่แล้วฟันไม่ค่อยดี ปู่กินของหวานๆ พวกนี้ไม่ได้หรอก เ้าเก็บไว้กินเองเถอะ” นายหน้าหวังลูบศีรษะกู้เฟิงเฉิงก่อนจะหันไปมองกู้หยูม่าน “เ้าเลี้ยงลูกได้รู้ความจริงๆ”
“ก็เพราะเขารู้ความ ข้าจึงอยากหาซื้อที่ดินแล้วรีบลงหลักปักฐาน จะได้หารายได้มาเลี้ยงดูพวกเขาเ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ
“เ้าเรียกข้าว่านายหน้าหวังก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะนายหน้าหวัง” กู้หยูม่านขานรับแล้วรีบถามถึงธุระของตน “แล้วเื่ที่ดินที่ข้า้าพอจะมีหรือไม่เ้าคะ”
“ตำบลไห่ถงของเราเกิดภัยแล้งติดต่อกันมาหลายปีและไม่รู้ว่าในปีต่อๆ ไปจะเกิดปัญหาเดียวกันอีกหรือไม่ หากเ้าไม่ยึดติดว่าจะต้องอาศัยอยู่ที่ตำบลไห่ถงตลอดไป ข้าแนะนำให้เ้าไปหาซื้อที่ดินที่อยู่ใกล้กับตัวอำเภอจะดีกว่า เ้าเคยได้ยินชื่อตำบลซิ่นถงหรือไม่ ในอำเภอฉางของเราจัดให้ตำบลซิ่นถงมีดินอุดมสมบูรณ์ที่สุด เหมาะแก่การเพาะปลูกตลอดทั้งปี แต่ราคาที่ดินก็ค่อนข้างสูง อีกทั้งไม่ค่อยมีใครปล่อยขาย”
“ถ้าข้าอยากได้ที่ดินที่ตำบลซิ่นถง ท่านพอจะหาที่ดินให้ข้าสักแปลงได้หรือไม่เ้าคะ”
นายหน้าหวังยิ้มอย่างใจดี “มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งที่เ้าของ้าขายด่วน ที่ดินแปลงนี้มีขนาดยี่สิบหมู่ ด้านหลังเป็ูเาและมีแม่น้ำไหลผ่าน เ้าของที่ดินยังขุดบ่อน้ำไว้ด้วยหนึ่งบ่อ เ้าสามารถตักน้ำจากบ่อนั้นมาใช้หรือทำอาหารได้ เ้าสนใจหรือไม่” นายหน้าหวังทำหน้าลำบากใจ “แต่ที่ดินแปลงนี้มีราคาค่อนข้างสูง ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะซื้อมันไหวหรือเปล่าน่ะสิ”
“ที่ดินแปลงนั้นราคาเท่าไหร่หรือเ้าคะ” กู้หยูม่านถามอย่างตื่นเต้น หากเป็ราคาเดียวกับที่ไฉไฉบอกไว้ เช่นนั้นนางก็จะตกลงซื้อ
“เ้าของเดิมตั้งราคาไว้ที่หนึ่งร้อยสิบตำลึง สิบตำลึงเป็เงินที่เ้าของที่ดินจะมอบให้ข้าเป็ค่านายหน้า เห็นแก่ที่เ้าตัวคนเดียวแล้วยังต้องเลี้ยงดูลูกถึงสามคน สิบตำลึงนี้ถือเป็ส่วนลดให้เ้า หากเ้ามีเงินหนึ่งร้อยตำลึง การซื้อขายครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหา”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ หนึ่งร้อยสิบตำลึงข้าจ่ายไหวเ้าค่ะ” กู้หยูม่านรีบบอก
นายหน้าหวังโบกมือ “ไม่เป็ไร ข้าคิดไว้แล้วว่าหากข้าขายที่ดินแปลงนี้ได้ ข้าจะนำเงินค่านายหน้าไปถวายน้ำมันตะเกียงที่วัด ลดค่านายหน้าส่วนนี้ให้พวกเ้าก็เหมือนกับข้าได้ทำบุญเหมือนกันนั่นล่ะ หรือที่เ้าปฏิเสธเพราะไม่อยากซื้อที่ดินแปลงนี้ เช่นนั้นข้าจะพิจารณาที่ดินแปลงอื่นให้เป็อย่างไร”
“ที่ดินทำเลดีขนาดนี้แต่ขายแค่หนึ่งร้อยตำลึง ข้าย่อมสนใจอยู่แล้วเ้าค่ะ แต่ติดปัญหาตรงที่ข้าไม่เคยเดินทางออกนอกตำบลไห่ถงและไม่เคยเดินทางไปที่ตัวอำเภอนี่สิเ้าคะ ข้าก็เลยไม่รู้ว่าข้าจะไปดูที่ดินแปลงนั้นได้อย่างไร” กู้หยูม่านทำท่าคิดหนัก การย้ายที่อยู่ไปไกลจากที่ที่คุ้นเคยไม่ใช่ปัญหา ดีเสียอีกที่นางจะได้อยู่ให้ห่างจากคนสกุลหลิ่ว แต่ปัญหาก็คือตลอดหลายปีมานี้เ้าของร่างเดิมไม่เคยเดินทางไปไหนเลยน่ะสิ แล้วนางจะเดินทางไปตำบลซิ่นถงได้อย่างไร
“บอกเ้าตามตรง อีกสองวันข้าก็จะย้ายไปเปิดร้านนายหน้าในตัวอำเภอแล้ว เ้าติดตามไปกับขบวนของข้าได้” นายหน้าหวังเสนอ
“ติดตามขบวนของท่านไปได้หรือเ้าคะ เช่นนั้นข้าขอติดตามไปกับขบวนของท่านด้วยเ้าค่ะ” กู้หยูม่านรีบตอบรับ
“ได้...เ้ามีสัมภาระมากมายเพียงใด หากมีไม่มาก รถม้าของข้าก็พอรับไหว แต่หากมากเกินไป ข้าแนะนำให้เ้าไปเช่ารถม้าสักคัน”
“เื่นั้นไม่รบกวนท่านเ้าค่ะ อีกสองวันข้ากับลูกๆ จะมาหาท่านที่นี่นะเ้าคะ” กู้หยูม่านพูดจบก็พาลูกๆ กล่าวลานายหน้าหวัง ‘เช่ารถม้าอะไรกัน ซื้อสิ...ข้าต้องซื้อรถม้าสักคัน ตอนนี้ข้ามีเงินอยู่เกือบสามร้อยตำลึง รถม้าคันเดียวข้าซื้อไหวอยู่แล้ว’
เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีเสี่ยวเอ้อร์ยกน้ำและอาหารมาให้เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้กลับไม่ใช่คนเดียวกับเมื่อวาน
“ท่านพี่เสี่ยวเอ้อร์ แล้วท่านพี่เสี่ยวเอ้อร์คนเมื่อวานเล่า”
“เ้าคงหมายถึงเส้าหว่างจินสินะ” เสี่ยวเอ้อร์มองกู้เฟิงิแล้วถอนหายใจ “เมื่อวานที่บ้านของเขาเกิดเื่ คิดว่าเขาคงไม่มาทำงานอีกแล้วล่ะ”
“เกิดเื่หรือขอรับ” กู้เฟิงเฉิงรีบเข้าไปถาม เขาชอบพี่ชายเสี่ยวคนเมื่อวานมาก “เกิดเื่อะไรขึ้นกับเขาหรือขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ตำหนิน้องชาย “เ้าไม่ควรถามเื่ส่วนตัวของผู้อื่นนะ”
“ก็ข้าอยากรู้นี่นา พี่หว่างจินใจดี ข้าชอบเขา ข้าไม่อยากให้เื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับเขา” กู้เฟิงเฉิงบอกพี่ชาย
“พวกเ้าไม่ต้องทะเลาะกันหรอก ความจริงแล้วเื่ของหว่างจินก็ไม่ใช่ความลับอะไร แต่เดิมหว่างจินอาศัยอยู่กับท่านพ่อ น้องสาว และน้องชาย ครอบครัวของพวกเขาเป็ครอบครัวที่อบอุ่นมาก จนกระทั่งท่านพ่อของเขาแต่งภรรยาคนใหม่เข้ามา เมื่อภรรยาคนใหม่ตั้งครรภ์ ท่านพ่อของหว่างจินก็เปลี่ยนไป เขาไม่เพียงไม่สนใจหว่างจินกับน้องๆ แต่ยังบังคับให้หว่างจินออกจากสำนักศึกษาเพื่อมาหาเลี้ยงครอบครัว น้องสาวกับน้องชายของหว่างจินก็ถูกใช้งานราวกับบ่าวรับใช้” เสี่ยวเอ้อร์ถอนหายใจอีกครั้ง “เมื่อวานนี้น้องสาวกับน้องชายของหว่างจินถูกแม่เลี้ยงใช้ให้ไปซักผ้าที่ลำธาร โชคร้ายที่พวกเขาจมน้ำทั้งคู่ แต่แม่เลี้ยงกลัวว่าจะสิ้นเปลืองค่ารักษาจึงไม่ได้ไปตามหมอให้มาดูอาการ กว่าหว่างจินจะกลับถึงบ้าน น้องชายกับน้องสาวของเขาก็สิ้นลมหายใจไปแล้ว”
“แล้วหลังจากนั้นเล่าขอรับ” กู้เฟิงเฉิงถามต่อ
“หว่างจินก็อาละวาดจนบ้านเกือบพังไปเลยน่ะสิ แต่ที่น่าเสียใจกว่านั้นคือท่านพ่อของเขากลับโมโหที่เขาตะคอกใส่แม่เลี้ยง ท่านพ่อของเขาจึงไล่เขาออกจากบ้าน ทั้งยังนำร่างของน้องสาวกับน้องชายไปทิ้งไว้ที่สุสานไร้ญาติอีกด้วย หว่างจินไม่มีเงินจัดงานศพให้น้องๆ ทำได้แค่พาร่างของเด็กทั้งสองไปฝังในป่า ฝังศพยังไม่เสร็จดี ท่านพ่อของเขาก็ให้คนส่งหนังสือตัดสัมพันธ์มาให้เขาด้วย ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”
เด็กชายทั้งสามคนน้ำตาไหล กู้เฟิงอวี่ที่เข้มแข็งและเป็ผู้ใหญ่ที่สุดยังร้องไห้เสียงดังกว่าใคร
“หากเ้าพบเขา บอกให้เขามาหาข้าด้วยนะ” กู้หยูม่านบอกกับเสี่ยวเอ้อร์ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชาย “พวกเ้าไม่ต้องร้องไห้แล้ว รอให้เจอตัวพี่เขาก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยช่วยเขาแก้ปัญหา”
“ท่านแม่จะช่วยพี่หว่างจิ่นอย่างไรขอรับ” กู้เฟิงเฉิงถาม
“ตอนนี้แม่ยังบอกไม่ได้ รอไว้ให้เราเจอตัวเขาก่อนก็แล้วกัน” กู้หยูม่านไม่อยากให้ลูกๆ ต้องเศร้านาน “รีบไปทานข้าวเช้าเร็วเข้า วันนี้แม่จะพาพวกเ้าไปซื้อรถม้า แล้วเราต้องไปซื้อเสื้อผ้ากับอาหารเอาไว้กินระหว่างทางด้วย พวกเ้าคงไม่ลืมใช่ไหมว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปตำบลซิ่นถงกับท่านปู่หวังแล้ว”
เด็กชายทั้งสามเมื่อได้ยินว่าจะได้ออกไปซื้อของกับท่านแม่ พวกเขาก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง